Hed003

สมุดเยี่ยมเล่ม 9 "สวัสดีปีใหม่ค่ะ"

สวัสดีปีใหม่ 2552 ชาวบล๊อกแก๊งค์และเพื่อนๆทุกคนนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาทักทายและอวยพรปีใหม่
เจ้าของบล๊อกติดภาระกิจเจ้าตัวน้อยจนไม่มีโอกาสอัพบล๊อกเลยค่ะ
ยิ่งอากาศหนาวแบบนี้ยิ่งกระจองอแงทั้งตัวเล็กตัวใหญ่
ต้องดูแลมากขึ้นอีกนิดชิดขึ้นอีกหน่อย คริคริ...

ยังไงก็ขอให้..สุขภาพดีกันถ้วนหน้า และมีความสุขกันถ้วนทั่วนะคะ
Happy Newyear 2009 ค่ะ

จาก ครอบครัวบ้านหมู



ภาพประกอบ : ขอบคุณ น้องเล็ก-ณัฐทิพย์ สำหรับการ์ดสวยๆ จ้ะ

07 กันและกัน (Live...




 

Create Date : 15 มกราคม 2552    
Last Update : 15 มกราคม 2552 13:22:58 น.
Counter : 225 Pageviews.  

สมุดเยี่ยมเล่ม 8 "บ๊ายบาย..คุณนายไปรษณีย์"

คุณนายไปรษณีย์หายไปนานร่วมเก้าเดือน
หลังจากที่รู้ว่าตัวเองตั้งท้อง..น้องของเจ้ากุน
และงานๆๆๆที่รุมกันเข้ามา

มาวันนี้ก็จะมากล่าวลาเพื่อนๆบล๊อกซะแล้ว
ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกค่ะ
แค่จะลาคลอดและให้นมหนูกร..ลูกสาวคนใหม่เท่านั้นเอง

เด็กหญิงทิมากรจะผ่าคลอดในวันที่ 3 ก.ย.นี้แล้วล่ะค่ะ
คาดว่าคงจะยุ่งเหยิงวุ่นวายยิ่งกว่าตอนท้องแน่ ๆ
อีกอย่างก็ลางานได้แค่เดือนครึ่งเท่านั้นเอง..
คงต้องให้เวลาหนูกรสูบนมแม่เต็มที่ซะหน่อย!! ฮ่าๆๆๆ

คุณนายฯเลยขอทิ้งทวนไว้ด้วยคอลัมน์ 2 nd Life
จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2550
ที่มาสัมภาษณ์ Mrs.Postmanหญิงสาวผู้หลงรักตู้แดง
ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และคุณนายฯก็มิได้นำพามาลงในบล๊อกแต่อย่างใด..อิอิอิ

ข้อความในกรอบด้านล้าง
ถอดมาจากคอลัมน์ที่ว่า..เพื่อให้เพื่อนบล๊อกได้อ่านอย่างสบายตาค่ะ

บ๊ายบายค่ะ
แล้วเจอกันอีกไม่นานนี้

ขอให้ทุกคนมีความสุขนะคะ





มิสซิสโพสต์แมน หญิงสาวผู้หลงรักตู้แดง


ในห้วงเวลาที่ผู้คนหันกลับมารักชอบ วิธีการสื่อสารแบบโรแมนติก
ผ่านการเขียนจดหมายโปสการ์ดถึงตัวเองหรือผู้เป็นที่รัก
เล่นบทสลับกันไปมาระหว่างผู้รับกับผู้ส่ง
แต่จะมีสักกี่คนที่นึกถึง ‘สื่อกลาง’ที่ยืนตัวแดงตระหง่าน
ทำหน้าที่ส่งผ่านความทุกข์ ความสุข มาแสนนาน...


-1-


อย่างน้อยๆ คุณแม่ลูกหนึ่งวัยสามสิบเศษ
สุรางคนางค์ ลัทธคุณ ผู้ที่เรียกตัวเองผ่านบล็อกว่า Mrs.Postman
คือคนหนึ่งที่หลงใหลและรักใคร่ตู้ไปรษณีย์เอามากๆ
ถึงขนาดเปิดพื้นที่ในโลกเพื่อถ่ายทอดและร้อยเรียงเรื่องราว ‘ความรัก’ ของเธอ

จริง ๆ แล้ว สุรางคนางค์ หรือ ‘เกด’
เพิ่งจะปวารณาตัวเป็นแฟนคลับตู้ไปรษณีย์สีแดงอย่างเป็นทางการ
เมื่อไม่กี่ปีมานี้
มันเริ่มมาจากคราวตะลุยค้นคว้าวิจัยไปทั่วประเทศ
สมัยยังรับบทเป็นนักศึกษาปริญญาโท

“ไปเจอตู้ PostBox ของชาวไทยใหญ่ที่แม่ฮ่องสอน
มีหลังคาแบบไทยใหญ่ เลยเริ่มสนใจเที่ยวดูไปตามชุมชนต่าง ๆ
ที่ไปวิจัย แล้วก็พบว่าแต่ละที่ แต่ละอันก็จะมีเอกลักษณ์ต่างกัน
ยิ่งไปเห็นเยอะ ยิ่งสนุก”

ยิ่งบุกป่าฝ่าดงไปในดินแดนที่ไกลปืนเที่ยงน้ำไฟยังเข้าไม่ถึง
แต่ขอโทษ..ตู้ไปรษณีย์ไปยึดพื้นที่เรียบร้อย(นาน) แล้ว
ด้วยเนื้อตัวสีแดงหม่นสนิมกินเกรอะกรัง

“พอเห็นมากๆ เข้า จากความรู้สึกสนุก ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นว่า
เออ...มันก็น่าจะมีความรู้สึกเหมือนกันนะ”
เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นที่เมืองหลวง
เมื่อเกดไปเจอตู้ไปรษณีย์ล้มคว่ำอยู่ริมถนน ไร้คนเหลียวแล

มิสซิสโพสต์แมน แบ่งความรักก้อนนี้ออกเป็น 2 หมวด
คือ ตู้ส่งกับตู้รับ
ตู้ส่ง หมายถึง ตู้ไปรษณีย์สีแดงในรูปทรงที่คุ้นตา
ออกแบบและผลิตโดยการสื่อสารแห่งประเทศไทย
โดยส่วนใหญ่มีไว้บริการสองช่อง คือ กรุงเทพ ฯ และที่อื่น ๆ
อยู่ห่างจากบ้านไม่ใกล้ไม่ไกล
ตู้รับ แบบนี้ค่อนข้างฟรีสไตล์ หลากสี หลายดีไซน์
ติดไว้หน้าประตูบ้าน คอยรอรับพัสดุและจดหมายจากบุรุษไปรษณีย์

“อย่างตู้ส่งถึงแม้มันจะดูธรรมดากว่า แต่เบื้องหลังของมันคือชุมชน
ท้องตลาด เรื่องราว ต่าง ๆ บางที่เราไม่คิดว่าจะมีคนเขียนจดหมาย
แต่พอไปถึงมันมี นั่นแสดงว่าคนที่นั่นยังใช้วิธีสื่อสารแบบนี้อยู่”
เกดกำลังเปรียบเทียบกับตู้ไปรษณีย์แห่งโลกออนไลน์
ที่ส่งถึงมือผู้รับได้เพียงคลิกเดียว แถมส่งได้ทีละหลายคน
ผิดกับจดหมายที่จ่าหน้าซองถึงคนเพียงคนเดียวเท่านั้น

“แต่ในตู้ไปรษณีย์ ในนั้นมีเรื่องราว ข่าวคราวเต็มไปหมด”
ในวัยเด็ก เกดจึงชอบแอบไปส่องดูตามช่องจดหมาย
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

-2-


พร้อม ๆ กับการเดินทางเสาะหาตู้รับ-ส่งจดหมายทั่วประเทศ
เกดก็ตั้งคำถามกับตัวเองด้วยว่าที่มาที่ไปของอาการเช่นนี้มาจากไหน

ด่านศุลกากรจ.สงขลา
15 มิ.ย. 28
ลูกสาวที่รักของพ่อ
...เพราะค่าโทรศัพท์แพงมากเหลือเกิน
พ่อจึงเขียนจดหมายมาดีกว่า
ระยะนี้เราต้องประหยัดให้มากๆ
เพราะต้องใช้จ่ายกับบ้านใหม่มาก...
รักและคิดถึงม๊ากมาก
พ่อ


เมื่อเกือบยี่สิบกว่าปีก่อน
พ่อของเกดต้องย้ายไปอยู่สงขลาอยู่ปีเศษ ๆ
ระหว่างนั้น พ่อ-ลูกใช้วิธีส่งผ่านความคิดถึงด้วยจดหมายอยู่ไม่ได้ขาด
ทุก ๆอาทิตย์ ลูกสาวก็ต้องมานั่งรออยู่ที่ตู้รับไปรษณีย์หน้าบ้าน
เพื่อรอจดหมายพ่อ ผิดหวังบ้างสมหวังบ้าง ปะปนกันไป

“นี่เป็นจุดแรกที่ทำให้เรารู้สึกรักและผูกพันกับตู้ไปรษณีย์”
คำตอบที่เพิ่งได้เมื่อไม่นานมานี้
ขณะที่ยี่สิบปีที่ผ่านมา พ่อ-ลูกและแม่ก็ยังคงเขียนถึงกันอยู่ไม่ขาด
แม้จะแยกกันอยู่คนละบ้านแล้วก็ตาม
แล้วตอนนี้เกดมีทายาทตัวน้อย ๆ เป็นของตัวเอง
เลยกลายเป็นว่า แม่เขียน ลูกระบายสี แล้วสอดซองติดแสตมป์
จ่าหน้าถึงตายายที่บ้าน

ตั้งตัวเป็นมิสซิสโพสต์แมนอย่างนี้
หลายคนคงคิดว่า ‘ตู้รับ’หน้าบ้านของเกดต้องสวยเริ่ดแน่นอน

“ไม่เลยค่ะ ไม่สวยเลย” เป็นกล่องสีแดงที่เจ้าตัวพรรณนาว่า
ธรรมดามากถึงมากที่สุด
แถมยังมีเพื่อนสนิมเข้ามาอยู่ด้วยมากมายหลายวง
นั่นแสดงว่า ความรักความชอบในตู้ไปรษณีย์ของเกด
ไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก หากอยู่ที่ ‘ของ’ข้างในมากกว่า

-3-


พอเปิดบล็อก แสดงตัวว่ารักชอบตู้ไปรษณีย์อย่างออกนอกหน้า
เกดก็ได้เจอเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่คอยส่งรูปตู้รับ-ตู้ส่งจากทั่วโลกมาให้
แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเจอคนคอเดียวกันหรอกนะ

“ที่ชอบตู้ไปรษณีย์เหมือนกันยังไม่มี
มีแต่คนที่เขารู้ว่าเราชอบ เลยส่งมาให้ แค่นี้ก็ดีแล้วค่ะ”
เกดแอบหวังว่า สักวันจะเจอคนที่ชอบเหมือนกัน
แต่ระหว่างนี้น้ำใจของเพื่อนในบล็อกก็ทยอยส่งเข้ามาเรื่อย ๆ
จากอิตาลีบ้าง เนปาลบ้าง สวยแปลกแตกต่างกันไป

ที่บ้านของเกดตอนนี้ แวดล้อมไปด้วยของสะสมต่าง ๆ
ทั้งที่หาซื้อเองและคนรักกันส่งมาให้
มากที่สุดคือ กระปุกออมสินรูปตู้ไปรษณีย์
รองลงมาเป็นรูปถ่ายตู้รับ-ตู้ส่งตามที่ต่าง ๆ ,
หนังสือที่เกี่ยวข้อง,นิทานที่เกี่ยวกับตู้ไปรษณีย์
และโมเดลโพสต์บ๊อกซ์ขนาดใหญ่

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เกดหนักไปทางผู้รับมากกว่าผู้ส่ง
ด้วยเนื้องานที่เธอต้องออกไปติดต่อสัมพันธ์
กับกลุ่มองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานพินิจและสมาคมผู้พิการต่างๆ

“อย่างเด็กที่สถานพินิจที่เราไปช่วยดูแลทำกิจกรรม
พอเราเดินออกมาแล้ว
วิธีเดียวที่เขาจะสื่อสารกับเราคือเขียนจดหมาย
บางทีได้รับเป็นกอง
เขียนเล่าบรรยายทั้งความทุกข์ความสุขให้เราฟัง
อีกที่หนึ่ง คือ เด็กหูหนวกพูดไม่ได้
เขาก็จะใช้วิธีเขียนเหมือนกัน เวลาเขาอยากติดต่อเรา
ซึ่งเราก็พยายามเขียนตอบกลับไป
เพราะรู้ดีว่าการรออยู่หน้าตู้รับจดหมายนั้น มัน ‘นาน’ แค่ไหน"

ในฐานะที่สวมบททั้งผู้ส่งและผู้รับ
เกดเปรียบเทียบอารมณ์ให้ฟังว่า
ดีใจคือผู้รับ ส่วนตั้งใจคือผู้ส่ง
ส่วนอนาคตของตู้ไปรษณีย์จะเป็นเช่นไร
เธอเชื่อว่าอย่างไรก็คงไม่หายไป
แต่ทำใจว่าคงหายากขึ้นเรื่อยๆ

“คงเศร้า ไม่รู้จะไปส่งจดหมายที่ไหน
สงสัยต้องไปส่งที่เซเว่นอีเลฟเว่นหรือเปล่าก็ไม่รู้”
ถ้าเผื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ

............................................................

เรื่องโดย : ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
ภาพโดย : อนันต์ จันทรสูตร




Special Thanks/ขอบคุณเป็นพิเศษ :
น้องเต้..ที่ช่วยสแกนรูปให้
น้องเอฟ..ที่ทำIllas ให้
น้องชุน(แพนด้ามหาภัย)..ที่เรียกพี่ว่า"คุณนายไปรษณีย์"เป็นคนแรก
ช๊อบชอบ




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2551    
Last Update : 29 สิงหาคม 2551 10:04:08 น.
Counter : 218 Pageviews.  

สมุดเยี่ยมเล่ม 7 "เวลา..หายไปไหน"




คิดถึงบล๊อก..คิดถึงเพื่อนๆ
แต่มีเวลาแค่แวะเวียน..โฉบไปโฉบมา
แทบไม่ได้ทักทายกันเป็นเรื่องเป็นราวกับใครเลย
งานเยอะมากค่ะ..มีแต่งานด่วนงานเร่ง
กลับบ้านก็ไม่มีโอกาสเปิดคอมอีกเพราะต้องให้เวลากับลูก
ที่กำลังเป็นวัยทองสองขวบ ฮ่าๆๆ
เจ้ากุนกำลังอยู่ในภาวะ Terrible Two ค่ะ
ไม่มากไม่น้อย บางวันก็เป็นมาก บางวันก็เป็นเด็กดี
เป็นช่วงที่ปั่นป่วนและติดแม่ยิ่งกว่าเดิมอีกค่ะ
เอาเป็นว่า..พอเข้าบ้านแล้วอย่าหวังได้ทำอะไรอื่นนอกจากอยู่กับเจ้าหล่อน
พ่อหมูเลยต้องรับหน้าที่งานบ้านไปทั้งหมด

อีกอย่าง..เรากำลังอยู่ในช่วงที่ต้องเริ่มขบรถไปทำงานเอง(ได้แล้ว)
เลยยิ่งต้องตื่นเช้าขึ้นอีก เฮ้ออออ

ดูเหมือนเวลาจะน้อยลงกว่าเดิม
แต่ความจริงคือ..สิ่งที่ต้องทำมันมากขึ้นต่างหาก

มีหลายเรื่องที่ดองเค็มไว้..ยังไม่มีเวลาเขียน
- TAG 3 TAG ที่เพื่อนๆส่งมา
- บล๊อกครบรอบแต่งงาน 3 ปี
- บล๊อกเล่าเรื่องที่กรุงเทพธุรกิจมาสัมภาษณ์คุณนายไปรษณีย์
- บล๊อกอัพเดทเรื่องลูก
- บล๊อกตู้จดหมายที่เพื่อนๆส่งมาให้เยอะแยะ
ฯลฯ แงๆๆๆๆๆๆ


มานั่งๆนึกๆดู..เวลาของเราหายไปกับอะไรบ้างนะเนี่ย
1.ทำงาน-สอน-ประชุม-ทำข้อสอบ-ประสานงานฯลฯ
2.เลี้ยงลูก
3.ซื้อของ
4.เดินทางไปทำงาน-กลับบ้าน-ไปบ้านพ่อแม่
5.ไปตลาดนัดแถวบ้าน
6.พักผ่อน-ดูทีวีเล็กน้อยก่อนพาลูกเข้านอน

ทำไมดูเหมือนกิจกรรมที่ทำมันน้อยลง
แต่กลับใช้เวลามากขึ้นกว่าเดิมมากมาย

เอาเป็นว่าคิดถึงเพื่อนๆมากๆ
และขอบคุณที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกันเรื่อยๆ
ทั้งเพื่อนใหม่และเพื่อนเก่า

เลยได้แต่มาแปะข้อความฝากไว้ให้รู้ว่าคุณนายไปรษณีย์ยังมีชีวิตอยู่นะคะ



ว่าแต่..อยากรู้จังว่า..เวลาของคนอื่นๆหายไปกับอะไรบ้างหนอ..




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2550    
Last Update : 12 ธันวาคม 2550 16:48:29 น.
Counter : 230 Pageviews.  

สมุดเยี่ยมเล่ม 6

มีสมุดเยี่ยมเล่มใหม่มาแล้วนะคะ เผื่อใครไม่รู้จะเขียนหน้าไหน
หรือเข้ามาแล้วตกใจสมุดเยี่ยมเล่มก่อนๆที่มีธีมไว้แลกเปลี่ยนกัน
เลยไม่รู้จะเขียนตรงไหน
เอาเป็นว่าเปิดเล่มใหม่ๆ อิสระ ไม่มีหัวข้อ ไม่มีธีมแล้วค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาพูดคุยกันนะคะ



ภาพประกอบสวยๆจากเว็บWhipper Snapper




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2550    
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2550 18:24:20 น.
Counter : 555 Pageviews.  

สมุดเยี่ยมเล่ม 5 "คุณส่งจดหมายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่"


ความจริงตั้งใจว่าจะทำบล๊อกนี้เพื่อเขียนสิ่งที่ตัวเองรักมากๆ
คือ เรื่องของ postbox จดหมายและไปรษณียบัตร
แต่ไปๆมาๆก็เฉไฉไปเขียนเรื่องอื่นซะมากกว่า
บอกได้เลยว่าไปพูดคุยตามบล๊อกของเพื่อนๆมากกว่าที่จะอยู่ที่บล๊อกของตัวเอง พอจะลงมือเขียน
ก็..อดไม่ได้ ขออ่านของคนอื่นซักนิด
เอ้าเขาเขียนน่าสนใจ ตอบซักหน่อย ...
อยู่อย่างนั้นล่ะค่ะ เฮ้อ....

พอดีวันก่อนจัดตู้เอกสารก็เลยเจอจดหมายที่ตัวเองเขียนถึงพ่อเมื่อตอนอยู่ป.6 แล้วก็จดหมายที่พ่อตอบกลับมา(ตอนนั้นพ่อไปทำงานที่สงขลาเกือบสองปี)
เราสองคนพ่อลูกเป็นคนช่างเก็บทั้งคู่
เลยยังมีหลักฐานความเปิ่นเชยของลูกสาวหลงเหลืออยู่

พ่อมักจะเก็บรูปถ่าย จดหมาย ไปรษณียบัตรไว้ทุกฉบับ
ฉันชอบเอากล่องแต่ละใบมาเปิดดู
ดูแล้วก็อดยิ้มให้กับความคลาสสิคของความทรงจำผ่านกระดาษเหล่านั้นไม่ได้

พ่อเก็บจดหมายของเพื่อนๆญาติๆไว้ในกล่องกระดาษแข็งเล็กๆซึ่งมีอยู่หลายใบ
มีอยู่ใบหนึ่งดูจะเป็นจดหมายพิเศษ
พ่อจะเขียนหมายเลข 1 2 3...ไว้ที่หน้าซอง
และเรียงลำดับตามหมายเลขไว้ในกล่องอย่างดี

จดหมายรักของพ่อค่ะ
จดหมายรักที่ไม่ใช่จากแม่
แต่เป็นจากคนรักเก่า...

ลายมือสวยเป็นระเบียบนั้นเขียนเล่าความเป็นอยู่
ถามไถ่ทุกข์สุขอย่างสนิทสนม
แต่เป็นถ้อยคำที่ไว้ตัวและมีระยะห่างพอประมาณ...
ตามแบบฉบับหญิงไทยยุคก่อน
เธอเขียนตอบกลับมาหลายสิบฉบับ
ส่วนฉบับสุดท้ายที่อยู่ก้นกล่องนั้นไม่ใช่จดหมายค่ะ
แต่เป็นการ์ดแต่งงาน...
เป็นชื่อของเธอกับชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง...

เศร้า ซึ้ง และขำค่ะ
เป็นจดหมายรักที่น่าประทับใจ
ตัวอักษรในกล่องเก่าๆใบนั้นล้วนเป็นความทรงจำที่ดีของชายหนุ่มคนหนึ่ง
ซึ่งขณะนี้อายุ 63 ปีแล้ว
แต่ฉันเชื่อว่ามิตรภาพยังคงอยู่
ตราตรึงอยู่ในซองเหลืองหม่นเหล่านั้น

มีจดหมายอีกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในกล่องหลายใบ
เป็นจดหมายที่ฉันเก็บไว้
เป็นจดหมายและโปสการ์ดของฉันเอง
จากเพื่อน จากเด็กๆที่ต่างๆที่ฉันเคยไปสอน เคยไปทำค่าย
เด็กหูหนวกที่เรียงประโยคไม่เป็น
เด็กสถานพินิจที่แอบแนบผ้าเช็ดหน้าใส่แป้งหอมมาให้
เด็กสลัมตัวเล็กๆที่ยังไม่ลืมฉันทั้งที่ผ่านมาเนิ่นนาน
ฯลฯ
ตัวอักษรเหล่านั้นล้วนมีค่า
ซื้อหาไม่ได้ด้วยเงินทอง
ใช้ใจซื้อหาได้เท่านั้น

รอยปากกาดินสอ
รูปวาดตลกๆ
ลายมือโย้เย้
ตราประทับจากแดนไกล
ล้วนแล้วแต่แปลได้ว่า"คิดถึง"และ"มิตรภาพ"

ฉันไม่ปฏิเสธเทคโนโลยี
แม้มันจะทำให้เราลงลืมความงามตามธรรมชาติไปบ้าง
แต่มันก็เอื้อเฟื้อเราหลายเรื่อง

แต่ฉันขอปักใจกับจดหมายเรื่อยไป
ไม่คิดจะถอนตัว
รักแล้วรักเลย
ใครจะว่าเชยก็ตามใจ

ใครได้รับจดหมาย/โปสการ์ดจากใครซักคนแล้วไม่ดีใจ
แสดงว่าหัวใจเริ่มตายด้าน ฮ่าๆๆ
ไม่มีใครส่งให้..ก็ส่งให้ตัวเองก็ได้นี่นา
เวลาได้รับก็ดีใจไม่แพ้กันหรอก..เชื่อเถอะ









 

Create Date : 30 สิงหาคม 2550    
Last Update : 30 สิงหาคม 2550 23:35:04 น.
Counter : 299 Pageviews.  

1  2  

mrs.postman
Location :
นครปฐม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คุณนายไปรษณีย์วัย(ย่าง) 37 ปี
ที่ไม่ได้ทำงานไปรษณีย์
แต่หลงรักจดหมาย/โปสการ์ด
และตู้จดหมายแบบถอนตัวไม่ขึ้น!
หลังจากที่ได้เดินทางไปในที่ต่างๆ
แล้วพบเสน่ห์ของPostbox ที่แตกต่างกัน

สถานะไม่โสดมาเกือบ 6 ปี
พ่วงด้วยลูกสาวจอมป่วนสองคน
หนูณัฏวัย 4 ขวบกับหนูพิมวัยขวบครึ่ง
กับพ่อหมูสุดที่รัก
ณ บ้านหมูริมทุ่งนานครปฐม

มีความสุขกับการสอนหนังสือในมหา'ลัยเอกชน
มีโรงเรียนสอนศิลปะเล็กๆชื่อ"แตะล๊อกต๊อกแต๊ก"
และอยากเขียนหนังสืออ่านเล่นซักเล่ม
กับหนังสือนิทานที่ลูกเป็นคนวาดภาพประกอบ







หลังไมค์ถึงคุณนายไปรษณีย์



Google
บล๊อกล่าสุด

ครอบครัวตัวดี ตอนที่ 12 พี่ช่างเจรจา กับน้องภาษาต่างดาว

สนามเด็กเล่น ชวนเล่นตุ๊กตากระดาษ

กระเตงทัวร์ : หัวหินชะอำ

กระเตงทัวร์ : ครบเครื่องเรื่องเที่ยว

ครอบครัวตัวดี ตอนที่ 11 ครบรอบแต่งงานกับลมหายใจเดอะมิวสิคัล

จดหมายรักจากใครหลายคน


บล๊อกและลิ้งค์น่าสนใจ คลิ๊กได้เลย

เรื่องราวดีน่าสนใจจากบล็อกคุณ@mantras “ เรื่องของเจ..หนุ่มไทยที่ถูกประหารชีวิตในอเมริกา”

เพลงหลากหลายที่บล๊อกคุณ nilz

ขอบคุณคุณนวลกนกสำหรับcbox

Post box gallery จากคุณyyswim

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mrs.postman's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.