การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรสังเกตุ คำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง
Group Blog
 
All Blogs
 

ตามรอย Fund Flow -- ตลาดหุ้นทั่วโลกจะเป็นอย่างไรต่อ

เว้น Update ไป 2 สัปดาห์ ตลาดหุ้นไทยสามารถทะลุ High เดิม ที่ 758 จุด มาได้ด้วย Break away gap และ มูลค่าการซื้อขายสูงสุดในปีนี้ ... เพียงแค่ข้อมูลเท่านี้ ก็เพียงพอที่จะบอกเราได้ว่า หุ้นไทย น่าจะวิ่งไปต่อ (ไม่ต้องเอากราฟมาดูประกอบเลย) และทำจุดสูงสุดใหม่ ไว้ให้เราทำลายในอนาคตกันอีกที

คราวที่แล้ว Update ไปว่า ลุ้นให้ Dow Jones มาถึง High เดิม ซึ่ง ณ ตอนที่ผม Update กระทู้อยู่ ก็ทะลุขึ้นมาแล้วครับ

ด้วยมูลค่าการซื้อขายระดับกลางๆ จะมีที่น่ากังวล ก็ RSI ที่ขึ้นมาอยู่ใน Zone Overbought เรียบร้อย (เหนือ 70) แต่ด้วย Price Pattern และการสามารถผ่านแนวต้านเดิมได้ หากสามารถทำราคาปิดในระดับนี้ ก็ยังแนะนำให้ถือของที่ถืออยู่ และทยอยเพิ่มพอร์ตการลงทุนในกองทุน FIF ไปอีกทีได้ครับ โดยขอให้หลีกเลี่ยงตลาดหุ้นฝั่งยุโรปไปก่อนด้วย 2 สาเหตุ

1. ปัญหาหนี้ที่ประเทศกรีซ ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเต็มรูปแบบ ตลาดแค่คลายความกังวลออกไปก่อน บทวิเคราะห์ของต่างชาติที่บริหารพอร์ตแบบ GLobal Asset Allocation ได้แนะนำให้เริ่ม Underweight ภูมิภาคนี้หลายเจ้า ดังนั้น เราจะเห็น Fund Flow วิ่งออกจากกลุ่มประเทศในยุโรปในช่วงที่เหลือของปีนี้ และ Rebalance กันใหม่ คำถามคือ ... ลดพอร์ตยุโรป แล้วจะไปเพิ่มพอร์ตที่ไหน?

2. การที่ U.S. ประกาศคงดอกเบี้ย ทั้งๆที่เพิ่งเพิ่ม Discount Rate ไปเมื่อการประชุมเดือนที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า Fed เองก็ยังกังวลกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ที่ไม่กระจายไปในทุกหน่วยธุรกิจ ด้วยเหตุนี้กลุ่มประเทศ Developed Market ทั้งหลาย จึงอาจจะกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของตัวเองให้สอดคล้องกับ U.S. ด้วยการคงดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมเพื่อรอท่าทีของพี่ใหญ่ ดังนั้น เหตุการณ์นี้ จะกดดันให้ Asset จำพวกตราสารหนี้ (Fixed Income) มีความน่าสนใจลดลง เนื่องจากดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ และเออำนวยให้เกิดการทำ Carry Trade เพื่อลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น

ข้อ 2 นี้ อาจจะยากต่อความเข้าใจนิดหนึ่ง แต่สรุปเป็นว่า ถ้า US และ Europe ตรึงดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำ จะทำให้ค่าเงิน US และ EU อ่อนค่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในฝั่ง Emerging Market ดังจะเห็นได้จากกราฟ US Dollar Index ด้านล่าง ที่บอกเราว่า ค่าเงิน US เริ่มกลับมาอ่อนค่า ตั้งแต่กลางเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา โดยหากลงมาต่ำกว่า 79.5 ได้ภายในอาทิตย์นี้ จะถือเป็น Positive ต่อตลาด Emerging Market ทั่วโลก ดังนั้น ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดวัดใจพอดีครับ


หากสมมติฐานทั้งสองข้อ ไม่มีอะไรมาหักล้าง จะทำให้ Fund Flow ของโลก ไหลกลับเข้า Risky Asset ในระยะกลาง 2-3 เดือนข้างหน้าอีกครั้ง แต่จะมี Upside ที่จำกัด และ Fund Flow จะไม่วิ่งเข้าสะเปะสะปะเมื่อรอบปี 2009 ที่ผ่านมา

ลองดูกราฟของ iShares Emerging Market ก็หวังว่า Dow Jones ทะลุจุดสูงสุดเดิม แล้วจะทำให้ Emerging Market ทะลุขึ้นไปด้วยนะครับ ถึงแม้จะเห็น RSI Overbought แต่ถ้าแนวโน้มมา และ Breakout จากรูปแบบการฟอร์มตัวได้ ก็ทำตามวินัยการลงทุนครับ ----> ซื้อเพิ่ม


ปล. ระวังการหักหัวลงของดัชนี Dow Jones ด้วยครับ ถ้ากลับมาต่ำกว่า 10,700 จริง ถือว่าไม่ดีแล้ว เมื่อนั้น ก็ลดพอร์ตลงอีก




 

Create Date : 18 มีนาคม 2553    
Last Update : 18 มีนาคม 2553 9:09:08 น.
Counter : 2420 Pageviews.  

SET Index หลัง Judgement Day

คดีประวัติศาตร์ของไทยจบไปแล้ว แต่ความวุ่นวายอาจยังไม่จบ เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุคนกลุ่มเล็กๆปาระเบิดใส่หน้าธนาคารทั่วกรุงเทพฯทั้งหมด 5 จุดด้วยกัน ยังไม่แน่ว่า ตลาดหุ้นจะกังวลต่อเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่นะครับ และถึงจะกังวลก็ยังไม่แน่เช่นกันว่า เป็นระยะสั้นๆ แล้ววิ่งไปต่อไป หรือจะกลับเข้าสู่ขาลงทันที

จากมุมมองของผมซึ่งได้ Update ไปครั้งก่อน (วันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา) จาก link นี้ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=mutualfundlover&date=19-02-2010&group=7&gblog=11

SET Index ก็ประมาณได้แล้วว่าถึงแนวต้านสุดท้ายที่ให้ไว้ คือแถวๆ 724 จุด
ลองมาวัด Fibonacci กันอีกทีครับ


หากจะยืนยันว่า SET Index ที่เด้งขึ้นมารอบนี้ เป็นแค่ Technical Rebound เพื่อกลับสู่ขาลงอีกครั้ง แถวๆ 724/725 ไม่ควรทะลุผ่านขึ้นไปนะครับ เพราะฉะนั้น ใครมองตลาดไม่ดี ก็สมควรทยอยขายทำกำไรกันตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่ราคา 720 จุดขึ้นไป และยังคงตั้งหน้าตั้งตาขายต่อไป หากไม่ผ่าน 724 จุด

ดูหุ้นไทยอย่างเดียวอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ ลองดู Dow Jones รายชั่วโมงประกอบนะครับ
ขึ้นไปยืนทะลุ 10,400 จุดได้วันเดียวแต่ไม่สามารถผ่านขึ้นไป จึงตามมาด้วยการปรับฐานย่อยแถวๆ 10,180 จุด และสามาร Rebound ขึ้นมาได้ใหม่ ดังนั้นใน 1-2สัปดาห์หน้า Dow Jones น่าจะยังอยู่ใน Pattern Sideway และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 10,700 จุด (จุดสูงสุดเดิม) ได้ ยกเว้นย่อลงมาหลุด 10,070/10,000 ภาพทั้งหมดที่ผ่านมา ก็จะกลายเป็น Techincal Rebound เพื่อลงต่อแรงๆทันที

สรุป ดูทั้ง 2 ตลาดประกอบกัน ยังให้โอกาสขึ้น มากกว่า แต่หากสัปดาห์หน้าแค่ยืนๆอยู่แถวนี้ ต้องระมัดระวังมากขึ้นนะครับเพราะบทสรุปเรือง Greece Debt กำลังจะมาเป็นปัจจัยสำคัญในกลางเดือน มี.ค. ที่จะถึงนี้

หากหุ้นไทยสามารถยืนเหนือ 724 จุดขึ้นไปได้ ก็คาดหวังที่ 740 และ 758 จุดได้ครับ มาถึงตรงนี้แล้ว หวังขึ้นมากกว่าลงแล้วครับ เอาใจช่วยทั้ง Dow Jones และ SET Index อย่างไรก็ตาม ดูจุด Stop Loss กันให้ดีๆ เพราะราคาหุ้น ก็อยู่ภายใต้กฏไตรลักษณ์เช่นเดียวกัน (อนิจจัง คือ ความไม่เที่ยง)

------------------------
โชคดีในการลงทุนครับ




 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2553 10:09:53 น.
Counter : 2438 Pageviews.  

SET Index และตลาดหุ้นทั่วโลก มีแนวโน้มหมดรอบขาลงระยะกลาง

ตลาดหุ้นทั่วโลกคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนีใน Greece ไปได้ระยะหนึ่ง เพราะกรีซโดนไล่ให้ไปทำแผนลดการขาดดุล Current Account โดยให้ระยะเวลา Silience Period ทั้งหมด 30 วัน

อีกทั้งตัวเลขผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในอเมริกา ก็ออกมาดีวันดีคืน ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะดีบ้างแย่บ้างสลับกันไป

ในเมื่อความกังวลหายไป ดังนั้นดัชนีหุ้นต่างๆจึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หมดPanic Sell จากกองทุน แต่ในครั้งนี้ ให้ระลึกไว้ก่อน ห้ามประมาทนะครับ เพราะปัญหาจริงๆ ยังไม่ได้รับการแก้ไข เพียงแค่ยิดระยะเวลาออกไปเท่านั้น

ลองดูกราฟ Dow Jones ระยะสั้นๆ 60 นาที ดูกันครับ


ถ้าดู Indicator ทั้ง RSI และ MACD ก็จะเห็นว่า อาการน่าเป็นห่วง ควรจะมีการพักตัวมาได้แล้ว อีกทั้ง เมื่อดูแนวต้านที่ Fibonacci 61.8% ก็จะเห็นแนวต้านสำคัญของ Technical Rebound รอบนี้ อยู่ที่ราวๆ 10,390 จุด ซึ่งส่วนตัว ขอสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ไม่นานจะสามารถผ่านไปได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ควรจะพักตัวลงมาก่อน

และหากมีการปรับตัวลงมาของ Dow Jones ก็น่าจะลงมาต่ำกว่า 10,200 จุด อยู่แถวๆ 10,170 เป็นแนวรับแรก ครับ และเหมือนเดิม ไม่ควรจะหลุด 10,000 จุดลงมา ดังนั้นช่วงนี้ ผมจึงมองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกอาจเข้าสู่โหมดSideway แกว่งตัวออกข้างเพื่อรอผลจาก Greece ว่าจะออกมาเป็นที่น่าพอใจไหม

กลยุทธ์ช่วงนี้คือ หากตลาดปรับตัวลงมา และไม่หลุดแนวรับที่ให้ไว้ สามารถกลับเข้าไปลงทุนในตลาดได้อีกรอบแล้วครับ

มาดูตลาดหุ้นไทย (SET Index) การ Rebound รอบนี้ของหุ้นไทย ยังไม่จบดีนักนะครับ แนวต้านอยู่ที่ 707/716/724 ตามลำดับ หากดูจาก MACD ที่เพิ่งให้สัญญาณ Buy Signal และ RSI ที่ยังมีแรงขึ้นได้อีก เราอาจหวังได้เห็นถึง 716 จุดขึ้นไป แต่อย่าหลุด 688 จุดอีกครั้งนะครับ ภาพจะไม่ใช่ sideway แต่จะกลับมาเป็นขาลง (Downtrend) อีกครั้งทันที


ปล. สุดท้าย หากจะตัดสินใจเข้าเล่น Sideway ตามภาพที่ผมมองจริง ไม่แนะนำให้ลงทุนในสัดส่วนที่สูงมากเกินไปนะครับ ความเสี่ยงยังอยู่แต่แค่ตอนนี้ เขาขอพักไว้ก่อน ส่วนการเมืองไทย ส่วนตัวคิดว่า Factor ไปหมดแล้ว ยกเว้นจะแย่เกินห้ามใจจริงๆอันนี้ก็ไม่มีใครรู้แล้วครับ




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2553 0:31:09 น.
Counter : 2340 Pageviews.  

เริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ราคาทอง ยังมีโอกาสขึ้นได้ต่อหรือเปล่า?

วันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ราคาทองคำโดนทิ้งลงมา ผสมกับการแข็งค่าขึ้นไปอีกของ Dollar (ดู Dollar Index ประกอบได้ในกราฟด้านล่าง)


ดูจาก Channel Uptrend (แนวโน้มขาขึ้น) ของค่าเงิน US$ แล้ว ไม่เป็นผลดีกับตลาดหุ้นและราคาสินค้า Commodities แน่นอนครับ แต่หากสังเกตุ Indicator ทั้งสองตัวอย่าง RSI และ MACD ก็ดูเหมือนว่า จะเกิด Sell Signal และอยู่ใน Overbought Zone ไปแล้ว หากใครที่ตามดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก ก็จะพบว่า ในหลายๆดัชนีของแต่ละประเทศก็พบ Bullish Divergence (สัญญาณการกลับตัวขึ้น) ทั้งใน Hang Seng, SSEC, DAX หรือแม้แต่ Dow Jones ทั้งนี้ เพราะตลาดหุ้นทั้งหลาย ยังมีความหวังกับการเข้าช่วยเหลือ Greece ของประเทศในกลุ่ม EU อีกทั้งตัวเลข Jobless Claim ในอเมริกา ก็กลับมาดีอีก ตอนที่ผมนั่ง Update อยู่นี่ ตลาดทางฝั่งยุโรปก็บวกอยู่ราวๆ 0.5% เห็นจะได้

มาดูความหวังเล็กๆกันบ้างครับ ราคาทองสามารถกลับมายืนใน Uptrend Line ได้ พร้อมกับ Pattern ที่คล้ายๆ กับ Bullish Flag คำอธิบาย Bullish Flag ดูในนี้ครับ //www.baresearch.com/education/technical_analysis/chart_patterns/continuation/bull_flag.php



ดูจะเป็นความหวังลมๆแล้งๆนะครับ เพราะถ้าจะเทรดตามทฤษฏี Bullish Flag แล้ว ต้องรอให้ทอง Break $1,200 ก่อน แล้วค่อยซื้อตาม ซึ่งพอดูจากแนวโน้ม Dollar ในระยะยาว กับปัญหาใน EU ตอนนี้แล้ว คงไม่ง่ายนัก

สรุป
- ถ้ายังจะลุ้นทองคำขึ้นต่อ แบบ Go so Big! อาจต้องรอนานกว่าจะรู้
- แต่หากจะลงเก็งกำไรระยะสั้นๆ ก็ดูมีความเสี่ยง เพราะ Uptrend Line ของราคาทอง ไม่น่าจะรับราคาไว้ได้นานในสถานการณ์โลกขณะนี้
- ดังนั้น ถ้าราคาทองขึ้นมาแถวๆ $1,120 น่าทยอยขายออกไปก่อน ยกเว้น Dollar Index อ่อนค่าลงมาแรงๆ ก็ยัง Hold ได้ต่อ
- ถ้าทนไหว ไปรอ $1,000 แล้วค่อยรอ Update เหมือนครั้งก่อนจะดีกว่าครับ

ปล. เห็นไหมว่าเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆจริงด้วย




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2553 21:39:04 น.
Counter : 2367 Pageviews.  

Update SET Index วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553

ผมใช้กราฟของ Stockcharts ซึ่ง delay ไป 1 วัน ทำให้ แท่งเทียนหายไปหนึ่งแท่งนะครับ แต่ไม่เป็นไร เราไม่ได้คิดจะดูกันระยะสั้นๆอยู่แล้ว

ลองดูกราฟ SET Index บ้านเรา พร้อมกับ Trendline ต่างๆ ที่ลากมาให้ดูก่อน


ดูที่ Uptrend Channel สีส้ม ก็จะเห็นว่าหลุดไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น แนวต้านสีน้ำเงิน ที่เคยหวังว่า SET Index จะสามารถทะลุ 758 จุเข้นไป ก็ต้องรอไปก่อน

ตอนนี้ คงต้องดู 666 จุด (Low เดิมในรอบ 6 เดือน) เป็นหลักนะครับ ซึ่งแปลว่า ระยะสั้นแล้ว SET Index ยังเป็นขาลงจนกว่าจะได้ไปทดสอบแนวรับสำคัญดังกล่าว

ที่นี้ แล้วจะมีข่าวอะไรให้ SET Index ลงไปอีกเกือบๆ 30 จุด เพื่อไปทดสอบแนวรับนั้น?
- การเมือง ก็ดูเหมือนจะร้อนแรงขึ้น
- ความเสี่ยงด้านการบริหารธนาคารในยุโรปก็ยังไม่จบ
- อเมริกา ก็มีตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีบ้าง แย่บ้างจนทำให้นักวิเคราะห์สงสัยว่า ฟื้นแล้วจริงหรอ?
- ราคาน้ำมันและราคา Commodities ต่างๆ เริ่มกลับตัวลดลงเช่นเดียวกับตลาดหุ้น

เพราะฉะนั้น หลังจากที่แนะนำลดพอร์ตไปแล้ว (ใครล้างพอร์ตไป ก็ยิ้มได้กว้างหน่อย ) ก็ขอแนะนำให้รอดู 660-670 จุด เป็นจุดตัดสินใจอีกทีหนึ่งครับ ไม่ได้บอกให้เข้าไปรับตรงนั้นนะครับ แค่บอกว่าเป็นจุดตัดสินใจ ไว้มีอะไร จะมา Update อีกทีแล้วกัน

------------------------
โชคดีในการลงทุนครับ




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2553 0:08:02 น.
Counter : 485 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

Mr.Messenger
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




Head, Investment Consultants Citigold Citibank N.A. (Thailand)
free hit counter
click here
free hit counter
Friends' blogs
[Add Mr.Messenger's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.