การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรสังเกตุ คำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง
Group Blog
 
All Blogs
 
Sell in May and Go Away ใช้ได้กับการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย?

ในช่วงตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา นักเคราะห์หลายสำนักทางฝั่งยุโรป และอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น Goldman Sachs ไล่ไปจนถึง JPMorgan และ Zurich ต่างออกมาให้ความเห็นว่า “Sell in May and Go Away” นั้นก็หมายถึง ทำกำไรซะช่วงนี้ แล้วไปนั่งรอให้ตลาดปรับฐานลงมาจนถึงเดือน ก.ค. แล้วค่อยกลับไปซื้ออีกครั้งในเดือน ส.ค. หรือ ก.ย. แทน

ส่วนใหญ่ให้เหตุผลคล้ายๆกันว่า 1Q11 อาจเป็นไตรมาสที่มี Surprise ใน Earnings ของบริษัทจดทะเบียนมากที่สุดในปีนี้ (หมายถึง Surprise ด้านบวกนะครับ ไม่ได้หมายถึงตัว Earnings จริงๆ) ซึ่งเมื่อดูจากการเคลื่อนไหวของราคาดัชนีในตลาดหุ้นฝั่งอเมริกาและยุโรปแล้ว ก็ดูเหมือนจะจริงอย่างที่ว่า นั้นคือ เมื่อย้อนไปดูตั้งแต่ต้นปี Dow Jones บวกไปแล้ว 9.17%, S&P500 +6.56% ส่วนทางฝั่งยุโรป DJ Euro STOXX บวกไป 5.31% ในขณะที่ DAX ของเยอรมัน บวกไปแล้ว 8.36% ลองหันมาดูตลาดหุ้นฝั่งเอเชียกันบ้าง ตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในเอเชียคือ KOSPI ของเกาหลีใต้ YTD บวกไป 4.70% นี่ดีที่สุดแล้วนะ ส่วนตลาดอื่นๆเฉลี่ยแล้วบวกราวๆ 1% เท่านั้น มีที่อาการหนักเลยก็คือ SENSEX ของอินเดีย ถือเป็น Worst Performer ของเอเชียเลยที่เดียว ลบไป -9.70%

อีกมุมมองหนึ่งที่เชื่อมโยงกับ Earnings ที่อาจพลาดเป้าจากที่นักวิเคราะห์ไว้ และสนับสนุนมุมมองว่า “Sell in May and Go Away” อาจเป็นทางเลือกที่ดี ก็คือ Developed Market โดยเฉพาะกลุ่ม EU กำลังจะเผชิญกับ Inflation ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะทำให้นโยบายการเงินของประเทศฝั่งนี้เริ่มรัดกุมมากขึ้น อย่างที่เราเห็นแล้วว่า ECB เริ่มส่งสัญญาขึ้นดอกเบี้ย ถึงแม้จะไม่ขึ้นแรงแบบ Aggressive เท่ากับเอเชียก็ตาม แต่ก็ทำให้มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจของกลุ่ม EU จะโตในอัตราที่ชะลอตัวลงใน 2H11 ด้วยเหตุผลนี้ กำไรก็ได้มาเยอะพอสมควรแล้วในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ก็เป็นการดีที่จะคิดถึงการลดพอร์ตไว้บ้าง

แต่... กับตลาดหุ้นฝั่งเอเชียละ จำเป็นต้อง “Sell in May and Go Away” ด้วยไหม?

อย่างที่บอกครับ ตลาดหุ้นเอเชียในช่วง 4 เดือนแรก แทบไม่ได้ไปไหน แถมบางตลาดอย่าง ดัชนี SENSEX ยังลงแรงด้วยซ้ำ แล้วจะไปหากำไรที่ไหนมาขายออก จะลดพอร์ตตอนนี้ก็ต้องขายขาดทุนสิ ใครจะกล้า?

พาไปดูข้อมูลย้อนหลัง Breakdown เป็นรายประเทศตั้งแต่ปี 1993-2010 ครับ


จะเห็นว่า ตลาดหุ้นในเอเชีย ไม่ได้มีลักษณะ หรือรูปแบบใดๆที่บ่งบอกว่า เดือน พ.ค. เป็นเดือนที่ตลาดหุ้นในเอเชียจะลงพร้อมกัน แต่จุดน่าสนใจอยู่ตรงที่ ตลาดหุ้นอินโดฯ เป็น Best Performer ในช่วงไตรมาสที่ 2 มาตลอด รวมถึงตลาดหุ้นจีนเองก็ให้ผลตอบแทนที่ดีในเดือน พ.ค. และเดือน มิ.ย. ด้วยซ้ำไป

ลองดูข้อมูลแบบ Seasonality ในแต่ละเดือน ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 1980 จนถึง 2010 ครับ


เดือนที่ส่วนใหญ่ให้ Negative Return จะอยู่ที่เดือน ส.ค. และเดือน ก.ย. ซึ่งตรงกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองกันไว้ว่า ให้กลับไปซื้อหุ้นอีกครั้งในเดือน ส.ค. หรือ ก.ย. แทน แต่ที่ไม่ตรงกันก็คือ ข้อมูลย้อนหลัง 30 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้บ่งบอกว่า เดือน พ.ค. จะเป็น Top Cycle ของรอบ หากแต่เป็นเดือน ก.ค. มากกว่า ที่ควรลดพอร์ตลง เพราะเดือน ส.ค. ตลาดในเอเชียจะเจอแรงขายค่อนข้างหนัก

เหตุผลด้านสถิติย้อนหลัง เรารู้ไปแล้ว ว่าแต่ ทำไมในช่วง 4 เดือนแรก ตลาดหุ้นเอเชียไม่ยอมไปไหนซะที

1. สองปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชีย Outperform ภูมิภาคอื่นมาตลาด ดังนั้นแรงขาย การทำกำไรในช่วงต้นปีจะกดดันราคาหุ้นให้ขยับตัวไปได้ยาก
2. Inflation และการอ่อนค่าของ USD กดดันให้รัฐบาลของกลุ่มประเทศฝั่งเอเชียต้อง Tightening Policy เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ แต่ทางอ้อมก็คือ ทำให้ Growth โดยรวมชะลอตัวลงด้วย
3. หลายๆอุตสาหกรรม ใช้จังหวะในช่วงที่ Local Currency อ่อนค่าในการเพิ่ม CAPEX เพื่อเตรียมตัวขยายกำลังการผลิตใน Phase ต่อไป ซึ่ง CAPEX เหล่านี้ ปกติจะเห็นผลก็อย่างน้อยๆต้อง 6 เดือนขึ้นไป เพราะฉะนั้นในช่วงต้นปี บริษัทส่วนใหญ่อาจโชว์ Sales Volume ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ Net income ออกมาดันกลายเป็นลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุก็เพราะเกิด Cost ขึ้นใน CAPEX นั้นเอง

มองเฉพาะเหตุผลในข้อที่ 3 เรื่องการเพิ่ม CAPEX ในไตรมาส 2 นี้อาจจะยังไม่เห็นผล แต่น่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป เป็นไปได้ว่า 2H11 ของปีนี้ ตลาดหุ้นเอเชียน่าจะกลับมาทำผลการดำเนินงานได้ดีกว่ายุโรปและอเมริกาโดยเปรียบเทียบ

คำถามสุดท้าย... ตลาดหุ้นจะหมดรอบกระทิง และกลายเป็นตลาดหมี เร็วๆนี้ไหม?

คำตอบคือ The time for concern about equity markets is when investors no longer worry and euphoria prevails …ตอนนี้เรากังวลไหมครับ? ถ้ามีความกังวลอยู่ ก็แสดงว่า เรายังห่างไกลจากคำว่า “Bear Market” ครับ

------------------------
โชคดีในการลงทุนครับ


Create Date : 10 พฤษภาคม 2554
Last Update : 10 พฤษภาคม 2554 11:47:58 น. 1 comments
Counter : 4192 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะ
โชคดีในการลงทุนเช่นกันค่ะ


โดย: คิม IP: 125.24.115.12 วันที่: 10 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:49:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Mr.Messenger
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




Head, Investment Consultants Citigold Citibank N.A. (Thailand)
free hit counter
click here
free hit counter
Friends' blogs
[Add Mr.Messenger's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.