การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรสังเกตุ คำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง
Group Blog
 
All Blogs
 
Dollar Index vs. Euro Index ตัวตัดสินว่า Flow จะไปทางไหน

ตั้งแต่เกิดวิกฤต Subrpime มา นักลงทุนรายย่อยก็เริ่มให้ความสนใจกับIndicator ตัวใหม่ที่ไว้ดู Fund Flow (เม็ดเงินลงทุน) ว่าจะไปไหนทิศทางใด

Index ที่ผมพูดถึงนี้ก็คือ Dollar Index ซึ่งเป็นดัชนีที่คำนวนด้วยตระกร้าเงินสกุลหลักๆในโลกเปรียบเทียบกับค่าเงิน USD มีตามนี้ครับ
- Euro (EUR) 57.6%
- Japanese yen (JPY) 13.6%
- Pound sterling (GBP) 11.9%
- Canadian dollar (CAD) 9.1%
- Swedish krona (SEK) 4.2%
- Swiss franc (CHF) 3.6%
จะเห็นว่า EUR อยู่ในการคำนวนโดยมีน้ำหนักเยอะที่สุด รองลงมาก็คือ JPY ปัจจุบัน US Dollar Index ยังไม่ได้รวมสกุลเงินของประเทศ Emerging Markets สำคัญๆเข้ามานะครับ เพราะฉะนั้น การใช้ Dollar Index ในการวิเคราะห์ ต้องระวังตรงจุดนี้ด้วย



ทำไมต้อง Dollar Index?
- เงินลงทุนในโลกเกินกว่าครึ่ง ทำธุรกิจด้วยสกุล USD เพราะฉะนั้น การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของ USD จะกระทบกับดุลการค้า และงบลงทุนของทุกภาคธุรกิจการเงินของโลก อย่างเช่นช่วงเกิดวิกฤต Subprime เมื่อสินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขายอย่างรุนแรง ที่ที่ถือว่าปลอดภัย และได้รับการยอมรับว่าเสี่ยงต่ำก็คือ USD และ Gold จากกราฟข้างบน เราจึงเห็นว่าในช่วงเวลาดังกล่าว US Dollar Index แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลอื่นในตระกร้าคำนวนเป็นอย่างมาก

แล้วการแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมาล่ะ เพราะอะไร?
- จากปัญหา Trade Deficit (ขาดดุลการค้า) ของประเทศกรีซ และยอดหนี้ต่อ GDP ที่สูงถึง 120% ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลความสามารถในการชำระหนี และการกู้ยืมเงินมาเพื่อ Refinance ของกรีซ จะทำได้ยากขึ้น และยิ่งกังวลว่า จะมีประเทศอื่นในยุโรปด้วยหรือเปล่า ที่มีปัญหาแบบเดียวกับกรีซ ซึ่งเราก็รู้กันแล้วว่า ตอนนี้เราเรียกกลุ่มดังกล่าวว่า (PIIGS)

เนื่องจากกรีซ และประเทศอื่นในกลุ่มสหภาพยุโรปที่ประสบปัญหาขาดดุล และใช้จ่ายเกินตัว ต่างก็ใช้เงินสกุล EUR เป็นหลัก ดังนั้น พอความกังวลเริ่มกดดันมากขึ้น เป็นธรรมดาที่นักลงทุนจะลดการถือครองเงินสกุล EUR ไปลงในสกุลอื่น

แล้วไปลงทุนในสกุลอะไร?
- เหมือนตอนSubprime ครับ อะไรที่เสี่ยงต่ำในสายตาของนักลงทุน ก็ไปลงทุนอันนั้นล่ะ นั้นก็คือ USD โดยลงทุนผ่านการถือ US Treasury ทั้งระยะสั้นและระยะยาว และอีกที่หนึ่งก็คือ ทองคำ (Gold)

- มีนักวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสเป็น Double Dips หรือ ระดับของปัญหาน่าจะใหญ่พอๆกับ Subprime ที่ฉุดให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวอีกครั้ง แต่ส่วนตัวมองว่า สภาพแวดล้อมตลาดตอนนี้ต่างจากก่อนวิกฤต Subprime 2 ประเด็น
1. อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกตอนนี้อยู่ระดับต่ำมาก
2. เงินลงทุนของนักลงทุนตอนนี้ ไม่ได้อยู่ในสินทรัพย์เสี่ยงมากเท่ากับตอนก่อนเกิด Subprime Crisis
ซึ่งน่าจะทำให้เงินลงทุนที่ไหลเข้า USD ไม่สามารถทนกับผลตอบแทนที่ต่ำสุดๆได้นาน (ตอนนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของอเมริกาอยู่ที่ 0-0.25%) และไหลเข้าสู่สินทรัพย์อื่นในที่สุด


ย้อนกลับไปดูกราฟ Dollar Index อีกครั้ง จะเห้นว่า RSI นั้นอยู่ใน Overbought Zone และสูงกว่าตอนเกิดวิกฤต Subprime เสียอีก Technical Graph จึงช่วยทำให้เราใจชื่นได้บ้างว่า DollarIndex น่าจะมีการพักตัวลงมาได้แล้

========================

มาดูที่ Euro Index นะครับ ว่าใช้เงินสกุลอะไรถ่วงน้ำหนักในการคำนวนกันบ้าง
U.S. dollar (USD) 31.55%
Japanese yen (JPY) 18.91%
Pound sterling (GBP) 30.56%
Swedish krona (SEK) 7.85%
Swiss franc (CHF) 11.13%

ต่างกับ US Dollar Index ก็แค่น้ำหนักเท่านั้น
หากดูจากกราฟข้างล่าง จะเห็น Euro Index ทำ New Low และอ่อนค่าลงแรงมาก



Dollar Index มี RSI Overbought ส่วน Euro Index มี RSI Oversold จับความสัมพันธ์ของ 2 ดัชนีนี้ ก็ได้สมมติฐานคือ วิกฤตปัญหาหนี้เสียในยุโรป ทำให้นักลงทุนโยกเงินเข้า USD เพื่อลดความเสี่ยงจริง

แต่ปัญหาครั้งนี้ จะลุกลาม และยาวไปจนเป็น Crisis และต้องมีคนออกมาเขียนหนังสืออธิบายปัญหาอย่างตอนแฮมเบอร์เกอร์หรือไม่นั้น ผมเองก็ไม่รู้ครับ ว่ากันไปตาม Flow

สรุป คือ เมื่อดูมุมมองค่าเงินผ่านกราฟแล้ว เงินน่าจะไหลออกจาก Dollar เข้าสู่สินทรัพน์เสี่ยงอีกครั้ง แต่จะเป็นแค่ Technical Rebound หรือเปล่า.... แล้วแต่ความเชื่อของบุคคลครับ ส่วนตัวผม มองว่า น่าจะ Rebound ได้ไกลพอจะลงทุนได้ ถึงแม้ปัญหามันจะแย่มากกว่าทีคิดก็ตาม

------------------------
โชคดีในการลงทุนครับ


Create Date : 20 พฤษภาคม 2553
Last Update : 20 พฤษภาคม 2553 21:26:05 น. 5 comments
Counter : 3103 Pageviews.

 
ตามมาอ่านค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: ตะวัน IP: 118.173.23.215 วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:30:16 น.  

 
ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นของผมค่อนข้างคล้ายกับของพี่ Mr.Messenger ครับ สำหรับค่าเงิน us ที่กำลังแข็งค่าขึ้น... แต่คิดว่าเงินที่กำลังจะไหลออกจาก us คงไม่ลงไปที่สินทรัพย์เสี่ยงมากนัก แต่คงอาจจะไหลเข้าไปพักตัวในที่ๆ ค่อนข้างจะปลอดภัยกว่า us ครับ


โดย: sampunth IP: 183.89.68.73 วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:38:15 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: อาปี้คุง IP: 222.123.194.247 วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:51:21 น.  

 
Thx ka


โดย: Kaew IP: 113.53.38.160 วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:0:40:23 น.  

 
Thx ka


โดย: Kaew IP: 113.53.38.160 วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:0:44:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Mr.Messenger
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




Head, Investment Consultants Citigold Citibank N.A. (Thailand)
free hit counter
click here
free hit counter
Friends' blogs
[Add Mr.Messenger's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.