Group Blog
 
All blogs
 

Review : L'OREAL UV Perfect City Resist 8 SPF50+/PA++++ บางเบา คุมมัน กันแดดได้ครบ!







ไม่ว่าฤดูไหนแดดเมืองไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก
"กันแดด" จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ 5 ที่ขาดไม่ได้จริงๆ

บล็อคนี้ก็มีรีวิวกันแดดราคาน่าคบมาฝากกัน
ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่เป็นกันแดดที่ออกแบบมาเพื่อสาวๆที่ใช้ชีวิตในเมือง
ที่ต้องเจอทั้งแสงแดด ฝุ่นควัน มลภาวะ
เพราะนอกจากจะช่วยกันแดดแล้วยังช่วยเสริมเกาะปกป้องผิวและฟื้นบำรุงผิวจากภายในด้วย
ที่สำคัญเท็กซ์เจอร์ดีไม่มันไม่เยิ้มเนื้อบางเบามากเหมาะกับอากาศบ้านเราสุดๆ
ไปชมรายละเอียดรีวิวกันเลยจ้า



L'OREAL
UV Perfect City Resist 8
SPF50+/PA++++


----------------------------------------------------------------

ขนาด 30 ml ราคา 389 บาท

หาซื้อได้ตาม Watsons , Boots
และซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป



รายละเอียดผลิตภัณฑ์

นวัตกรรมซุปเปอร์เซรั่มกันแดดที่ออกแบบสำหรับสาวเอเชียในเมือง
ที่สามารถช่วยฟื้นบำรุงผิวสวยจากภายใน
และเสริมเกราะป้องกันผิวจากภายนอก ครบทั้ง 8 ประการ ได้แก่

1. UVA / LONG UVA
2. UVB
3. มลภาวะ/ฝุ่นควัน/ฝุ่นละออง 2.5 ไมครอน (PM2.5)
4. แอนตี้-ออกซิแดนท์
5. ผิวขาดน้ำ
6. ผิวหยาบกร้าน
7. ความหมองคล้ำ
8. ริ้วรอยก่อนวัย




รายละเอียดส่วนผสม

จุดขายของกันแดดตัวนี้คือมีส่วนผสมของ MEXORYL XLTM
เป็นสารกรองรังสียูวีสิทธิบัตรเฉพาะจาก L'Oreal Paris
ซึ่งเราสามารถพบได้ในแบรนด์แพงๆของลอรีอัลอย่าง Lancome
ที่ช่วยปกป้องรังสี UVA, Long UVA (UVA-I)
และรังสี UVB ได้ครบถ้วนและมีความเสถียรสูง
ชื่อในส่วนผสมคือ
Drometrizole Trisiloxane (Mexoryl® XL)

นอกจากนั้นก็ยังมีสารกันแดดตัวอื่นๆที่ใส่มาเสริมกันอีกตามนี้....

- Ethylhexyl Methoxycinnamate (หรือ OMC) ป้องกันรังสี UVB

- Bis-ethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine (Tinosorb S)
ป้องกันรังสีได้ทุกช่วงคลื่น มีความเสถียรสูง

- Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate
ป้องกันรังสี UVA-I มีความเสถียรสูง

- Methylene bis-benzotriazolyl tetramethylbutylphenol
(Tinosorb M)
ป้องกันรังสีได้ทุกช่วงคลื่น มีความเสถียรสูง

- Ethylhexyl Triazone (EHT) ป้องกันรังสี UVB มีความเสถียรสูง

จากส่วนผสมสบายใจหายห่วงได้เลยเรื่องประสิทธิภาพการกันแดด
นอกจากจะกันรังสี UV ได้ครบถ้วนแล้วยังมีความเสถียรสูง
คือสารกันแดดจะคงประสิทธิภาพในการกันแดดได้ยาวนานตลอดวันอีกด้วย

-------------------------------------------------------------------


จุดขายอีกอย่างก็คือเป็นซุปเปอร์เซรั่มที่ช่วยบำรุงผิวไปในตัว
ด้วยส่วนผสมของ Tocopheryl Acetate (Vitamin E)
และ Phyllanthus Emblica Fruit Extract
 คือ มะขามป้อมอินเดีย (Himalayan Emblica/Indian Gooseberry)
ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ Anti-Oxidant ที่ช่วยในเรื่องฟื้นบำรุงผิว
ที่เสียจากการถูกทำร้ายจากแสงแดดและมลภาวะภายนอกต่างๆ
จึงช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น และสามารถฟื้นบำรุงและปกป้องตัวเองได้โดยธรรมชาติ

และตามคำเคลมเค้าบอกว่ามี DETOXYL COMPLEX
ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ผ่านการทดสอบแล้วในการปกป้องผิวจากมลภาวะ ฝุ่นควัน
แม้มีขนาดเล็กเพียง 2.5 ไมครอน (PM2.5) แต่ในส่วนนี้เค้าไม่แน่ใจว่าหมายถึงส่วนผสมใด

มีส่วนผสมของ Silica ช่วยซับความมันส่วนเกินทำให้รู้สึกลื่นสบายผิว

***มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในอันดับต้นๆเพื่อเป็นตัวทำละลาย
และช่วยให้เนื้อกันแดดบางเบาสบายผิวไม่เหนอะหนะ
ดังนั้นจึงแนะนำให้ลงสกินแคร์บำรุงผิวให้ชุ่มชื่นก่อน
เพื่อป้องกันไม่ให้แอลกอฮอล์ดึงความชุ่มชื่นออกไปจากผิวจนทำให้รู้สึกผิวแห้งลง

***มีส่วนผสมของสารให้ความเย็นในตระกูลเมนทอลอย่าง Menthoxypropanediol
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเย็นตอนที่ทาหรือหลังทาเท่าไหร่นะ
แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนผิวระคายเคืองง่ายควรเทสก่อนก็ดีจ้า

***มีส่วนผสมของน้ำหอม คนที่ผิวระคายเคืองง่ายควรเทสก่อนเช่นกัน



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อกันแดดสีขาวเมื่อปั๊มออกมามีความคงตัวไม่ไหลตามมือ
แต่เมื่อเกลี่ยจะแตกตัวออกเป็นเนื้อที่มีความลื่นแบบโลชั่น
เกลี่ยให้ซึมผิวได้ง่ายมากกกก จากเนื้อสีขาวที่เห็นในตอนแรก
จะกลายเป็นไม่มีสีแล้วซึมกลืนไปกับผิวเลยไม่ทิ้งคราบขาว
เนื้อจัดว่าบางเบาสุดๆ แทบไม่เหลือความเหนอะบนผิวเลย
เซ็ตตัวแห้งแมทท์ไม่ขึ้นเงา ตอนทาจะรู้สึกเย็นผิวเบาๆ
มีกลิ่นน้ำหอมสไตล์ลอรีอัลที่คุ้นเคย ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดระดับนึง
 หลังทามีกลิ่นเหลือติดผิวเล็กน้อย



วิธีใช้


สำหรับทาทั่วใบหน้า(ไม่รวมลำคอ)
กดกันแดดออกมาให้ยาวประมาณ 2 ข้อนิ้ว
เค้าจะวอร์มกันแดดให้กระจายตัวทั่วสองฝ่ามือ
แล้วทาลงบนแก้มซึ่งเป็นพื้นที่กว้างก่อน
แล้วที่เหลือค่อยลงบริเวณ T-Zone ที่มันง่าย
การทาแบบนี้จะช่วยให้ผิวไม่มันเยิ้มง่ายระหว่างวัน



เมื่อทั่วใบหน้าแล้วให้กดกันแดดออกมาอีกครั้งในปริมาณเท่าเดิม
แล้วทาให้ทั่วบริเวณลำคอและหลังใบหู

และสำหรับคนที่มีปัญหาฝ้ากระแบบเค้า
แนะนำให้แต้มกันแดดเพิ่มในจุดที่มีปัญหา
จะช่วยให้ฝ้ากระที่มีสีไม่เข้มขึ้น และช่วยให้ดูจางลงไวขึ้น
เมื่อใช้กันแดดควบคู่กับสกินแคร์ในกลุ่มไวท์เทนนิ่ง



จุดเด่นที่สุดสำหรับกันแดดตัวนี้นอกจากเรื่องของคุณสมบัติก็คือเรื่องเนื้อสัมผัสน
ถือว่าทำออกมาดีมาก เอาใจสาวไทยสุดๆเพราะเนื้อบางเบาขั้นเทพ
ทาแล้วซึมไวไม่เหนอะเซ็ตตัวแมทท์สุดพลังทำให้ไม่เสียเวลาตอนที่ทา
หลังลงกันแดดปุ๊บสามารถเมคอัพตามได้ทันที โดยที่ไม่ทำให้เบสเมคอัพจับตัวเป็นคราบ
สมกับที่ออกแบบมาเพื่อสาวในเมืองที่ใช้ชีวิตเร่งรีบต้องการอะไรไวๆอ่านะ



ในเรื่องของความมันลองเทสจากหลังมือ
ภาพซ้ายทากันแดดแล้วซับกระดาษซับมันลงไปทันที
จะเห็นว่าคราบมันติดออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจัดว่าน้อยมาก
และภาพขวาคือทาแล้วทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมงค่อยมาซับ
ปรากฏว่าไม่มีความมันใดๆออกมาเลย!



ทีนี้มาเทสบนหน้าที่มีเมคอัพหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
ขอบอกก่อนว่าส่วนตัวเค้าผิวค่อนข้างแห้ง
แต่เป็นคนลงสกินแคร์เยอะสิ่งโบกหลายขั้นตอน
และเมคอัพที่ใช้คือเป็นรองพื้นสูตรชุ่มชื่น

เมื่อซับมันออกมาผลที่ได้คือมีน้ำมันติดออกมาเล็กน้อย
แน่นอนว่าไม่ใช้น้ำมันจากผิวเค้า แต่มาจากเมคอัพซะมากกว่า
แต่โดยรวมก็ถือว่ามีความมันออกมาน้อยนะ
เมื่อเทียบกับระดับความฉ่ำของเมคอัพเค้า



เทียบ 3 แบบ จะเห็นว่าในเรื่องความมันตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีเลย



สภาพเมคอัพที่อยู่ในอากาศอบอ้าว
เพราะนั่งถ่ายงานอยู่หลังบ้าน ไร้แอร์ ไร้พัดลมใดๆ
ออกไปตากแดดมาพักนึงด้วย หน้ายังเด้งอยู่
ไม่มีอาการมันเยิ้มใดๆ มีแต่เหงื่อ แหะๆ



นอกจากเทสกับเมคอัพแล้วลองทาแล้วไปปั่นจักรยานมาด้วย
เห็นวิวธรรมชาติแบบนี้แต่ระหว่างปั่นบนถนนนี่อื้อหืมไม่อยากจะเซ่ด
ทั้งฝุ่น ทั้งควัน ทั้งท่อไอเสียรถ มาครบหมดเลย

สิ่งที่เค้าชอบมากเลยคือกันแดดตัวนี้เวลาเจอเหงื่อไม่ขึ้นคราบขาวเลย
หน้าดูไม่เยิ้มเท่าปกติที่ไปออกกำลังกายด้วย ทำให้สภาพหน้าสดดูไม่พัง

และหลังจากตากแดดลากยาวหลายชั่วโมงคือโอเคมาก
ไม่มีอาการแสบผิวใดๆ สีผิวไม่ได้เข้มขึ้น
(แต่ในภาพคือผิวแทนมาจากไปทะเลอยู่แล้วนะฮะ)



สรุปความรู้สึกหลังทดลองใช้

จุดเด่นมากๆที่เค้าว่าหลายคนน่าจะชอบเลยก็คือเท็กซ์เจอร์
ดีไซน์มาเอาใจสาวไทยโดยเฉพาะ จัดเป็นกันแดดกลุ่มที่ไม่มันเลย
ไม่เหนอะหนะ ให้ฟิลสบายผิว เซ็ตตัวไว รวดเร็วดีสามารถเมคอัพต่อได้ทันที
ใครเคยปฏิเสธการทากันแดดเพราะความมันเหนอะหนะควรลอง!

เค้าลองเทสกับเมคอัพหลายตัวก็ไม่จับตัวเป็นขุยเป็นก้อนหรือขึ้นเป็นคราบ
เค้าว่าคนผิวมัน-ผิวผสมน่าจะอินกับเนื้อแบบนี้เลยหล่ะ
แต่สำหรับผิวแห้งแบบเค้าด้วยความที่เซ็ตตัวแมทท์มาก
รวมถึงมีสารที่ช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน
จึงแนะนำว่าควรบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นมากหน่อยจะรู้สึกสบายผิวขึ้น
เพราะโดยส่วนตัวก็ไม่ชินกับความแมทท์ระดับนี้เท่าไหร่
เพราะจะติดนิสัยใช้อะไรที่เนื้อชุ่มๆมากกว่า

ส่วนตัวสำหรับเค้ากันแดดตัวนี้เหมาะจะใช้สำหรับวันที่ต้องอยู่เอาท์เตอร์ออกแดดจัด
หรือใช้ทาก่อนไปออกกำลังกาย เพราะเมื่อเจอเหงื่อแล้วไม่เยิ้มเป็นคราบขาวนี่หล่ะ



สรุปโดยรวมถือว่าเป็นกันแดดที่ปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ดีงามครบถ้วนจริงตามคำเคลม
มีสารบำรุงช่วยต้านอนุมูลอิสระ และช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ

เนื้อบางเบาไม่เหนอะเซ็ตตัวแมทท์จึงเหมาะสำหรับคนที่ผิวค่อนไปทางมันมากกว่า
ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงไม่วอก ไม่ลอย ไม่ทำให้รองพื้นเป็นคราบ
ช่วยคุมมันได้ระดับนึงสามารถใช้แทนเบสเมคอัพได้เลยในวันเร่งด่วน

เทียบจากคุณสมบัติกับราคาก็คือว่ามีความคุ้มค่าน่าลงทุน

แต่สำหรับคนที่ผิวระคายเคืองง่ายควรเทสก่อนเน่อ
เพราะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เมนทอล และน้ำหอมฮะ

Mhunoiii's Score

ประสิทธิภาพในการกันแดด 5/5

เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ 5/5

บำรุงผิว ให้ความชุ่มชื่น 2.5/5 (ไม่ถึงกับแห้งแต่ไม่ชุ่ม)

ไม่วอก ไม่ลอย ไม่เป็นคราบ 5/5

อ่อนโยนต่อผิว 2.5/5 (มีสารบำรุงแต่มีแอลกฮอล์และน้ำหอม)

ความพอใจเมื่อเทียบกับราคา 4.5/5


-------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by L'Oreal Paris
***All opinions are my own




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2559    
Last Update : 6 ธันวาคม 2559 10:49:41 น.
Counter : 5671 Pageviews.  

Review : La Clarée Moonlight บำรุงผิวให้กระจ่างใสอย่างอ่อนโยนด้วยไวท์เทนนิ่งออร์แกนิกจากฝรั่งเศส





สวัสดีค่า...บล็อคนี้มีรีวิวสกินแคร์ออร์แกนิกมาฝากกัน
สำหรับใครที่รักการดูแลผิวแบบเน้นส่วนผสมจากธรรมชาติที่ปลอดภัย
น่าจะคุ้นกันดีกับร้าน All About You ร้านของคุณแม่นิชคุณนั่นเอง
เป็นร้านที่รวมสกินแคร์ออร์แกนิกและเครื่องสำอางจากธรรมชาติแบรนด์ดังๆมาไว้ที่ร้าน
เพราะเค้ามีคอนเซ็ปต์อยากให้คนไทยได้มีแบรนด์ส่วนผสมธรรมชาติที่มีคุณภาพใช้
ร้านที่เว็บไซด์www.allaboutyou.co.thเพื่อให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสารธรรมชาติที่มีคุณภาพลดการใช้สารเคมีและสารสังเคราะห์ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวซึ่ง...

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: //www.jeban.com/viewtopic.php?t=189324
จะได้ลดการใช้สารเคมีและสารสังเคราะห์ต่างๆเพื่อสุขภาพผิวในระยะยาว
ซึ่งตอนนี้มีหลายสาขาเลยตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
สามารถเข้าไปเช็คสาขาใกล้บ้านได้ที่ >>> Store Location <<<
หรือใครไม่สะดวกเดินทางก็สามารถช้อปออนไลน์ได้ที่ www.allaboutyou.co.th ค่า
www.allaboutyou.co.th...

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: //www.jeban.com/viewtopic.php?t=18932จ้า



ทาง
All About You ได้ส่งสกินแคร์บำรุงผิวออร์แกนิกมาให้เค้าลอง
เป็นแบรนด์ออร์แกนิกชื่อดังอันดับต้นๆของฝรั่งเศสเลย

ชื่อแบรนด์ La Clarée ลาร์ คลาเร่

ที่มีจุดเด่นคือใช้ส่วนผสมหลัก 98-99% มาจากธรรมชาติเน้นๆ
โดยเป็นพืชที่ปลูกแบบออร์แกนิกด้วย ,
ไม่ทำการทดลองในสัตว์ (Cruelty Free)
และใช้ขวดแก้วที่สามารถนำไป Recycle ได้


ลาร์ คลาเร่ จะมีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มที่ตอบโจทย์แต่ละปัญหาผิว
เช่น Anti-Aging , Gentle , Smooth , Radiance ฯลฯ
แต่ที่นำมารีวิวให้ชมกันในบล็อคนี้คือกลุ่ม Moonlight Whitening
ที่ช่วยเรื่องปรับโทนสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นอย่างอ่อนโยนและช่วยปรับสมดุลให้ผิวหน้า
โดยในกลุ่มนี้จะมีผลิตภัณฑ์ด้วยกันทั้งหมด 3 ชิ้น
คือ Toner , Serum และ Face Cream



La Clarée Moonlight Whitening ใช้ส่วนผสมหลัก
เป็นสารสกัดจากพืชออร์แกนิกที่มีคุณสมบัติดังนี้...

- Bearberry Extract หรือ Alpha Arbutin
ช่วยยับยั้งและลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เซลล์ผิวหนังจึงช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้น

- Licorice root extracts
ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานินที่เซลล์ผิวหนัง เนื่องจากถูกกระตุ้นด้วยรังสี UVB
ช่วยลดแอนตี้ออกซิแดนซ์ ผิวจึงทนต่อรังสีและมลภาวะต่าง ๆ ได้ดี
 และมีคุณสมบัติลดอาการระคายเคือง

- Daisy Flower Extract 

ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้การผลิตเม็ดสีเมลานินน้อยลง

- Olive Leaf Extract
สารสกัดจากใบมะกอกอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
ที่มากกว่าวิตามินซีถึง 4 เท่า ต่อต้านการอักเสบ แก้ปัญหาสิว
ต่อต้านแบคทีเรีย และบรรเทาอาการติดเชื้อที่ผิว

- Edelweiss Extract
ดอกไม้สีขาวอยู่บนเทือกเขาแอลป์เหนือระดับน้ำทะเล
มีความทนทานต่อสภาพอากาศและรังสี UV
อุดมด้วยสาร Polyphenol  ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
ปกป้องผิวจากสภาวะแวดล้อมรวมทั้งแสงแดด โดยไม่ก่อให้การการระคายเคือง

- Lilac Extract
ให้ความชุ่มชื้นกับผิว ต่อต้านแบคทีเรีย
ทำให้ Lipid Layer บริเวณชั้นหนังกำพร้าแข็งแรงขึ้น จึงปกป้องผิวจากมลภาวะได้ดีขึ้น

- Aloevera
มีสาร Aloesin ที่ช่วยเสริมฤทธิ์ให้ Arbutin มีประสิทธิภาพ
ในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่จำเป็นในการใช้สร้างเม็ดสีเมลานิน
และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว รักษาอาการผิวไหม้ บรรเทาแผล
อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิว 




La Clarée Moonlight Toner

โทนเนอร์ให้ผิวกระจ่างใสอย่างอ่อนโยน
ส่วนผสม 98% มาจากธรรมชาติโดยเป็นพืชออร์แกนิก

-----------------------------------------------------------------

ขนาด 180ml ราคา 1,380 บาท



รายละเอียดส่วนผสม

ส่วนผสมหลักของโทนเนอร์จะเป็นสารสกัดจากใบมะกอก (Olive Leaf Extract)
ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ให้ความชุ่มชื่น ช่วยลดการอักเสบและการระคายเคืองของผิว
รองมาคือ Alpha Arbutin ที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่ใช้ในการสร้างเม็ดสีเมลานิน
ทำให้สีผิวสม่ำเสมอและดูกระจ่างใสมากขึ้น โดยความพิเศษคือ
เป็นอาร์บูตินที่ได้จาก Bearberry Extract (Alpha Arbutin) 2%
ที่เค้าเคลมมาว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่า Arbutin ทั่วไป 10 เท่า

***มีส่วนผสมของ Alcohol และ น้ำหอม
แต่ปริมาณแอลกอฮอล์ใส่มาน้อยกว่าสารให้ความชุ่มชื่นอย่าง Glycerin
โดยรวมจึงไม่น่ากังวลเรื่องทำให้ผิวแห้งลง




ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อโทนเนอร์สีเหลืองมีความใสแบบน้ำ
กลิ่นเป็นกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆสไตล์พืชธรรมชาติ

วิธีใช้

ใช้เป็นขั้นตอนแรกหลักการล้างหน้า
โดยปกติแล้วคำว่าโทนเนอร์เราจะคุ้นกับการนำมาใช้คู่กับสำลี
เช็ดไปบนหน้าเพื่อช่วยเรื่องความสะอาดเนอะ
แต่สำหรับตัวนี้เค้าว่าให้ฟิลแบบเอสเซนส์น้ำตบมากกว่านะ

สามารถใช้ได้หลายแบบจะใช้เป็นแบบโทนเนอร์ทั่วไป
คือพ่นสเปรย์ใส่สำลีให้ชุ่มแล้วเช็ดทั่วหน้าก็ได้
แต่ส่วนตัวเค้าผิวแห้งชอบพ่นสเปรย์ลงบนผิวหน้า
แล้วใช้มือตบเบาๆลงบนผิวให้โทนเนอร์ซึมผิวมากกว่า

หัวสเปรย์เค้าแรงดันค่อนข้างสูงพ่นให้ห่างหน้านิดนึงประมาณเกือบฟุต
กดสองปื้ดซ้าย-ขวา ก็ได้เนื้อโทนเนอร์ฉ่ำทั่วหน้าละฮะ
แต่ถ้าพ่นใส่สำลีต้องหลายปื้ดเหมือนกันกว่าจะทำให้สำลีฉ่ำได้ทั้งแผ่น
เค้าว่ามันเปลืองเลยชอบใช้แบบเอสเซนส์มากว่าอ่านะ Smiley

ความรู้สึกหลังใช้

เนื้อโทนเนอร์ให้ความรู้สึกลื่นเมื่อลูบไปบนผิว
จัดว่าซึมผิวได้ค่อนข้างไวตบๆบนผิวแป๊บเดียวซึมหมด

เมื่อซึมผิวแล้วจะเหลือความหนึบผิวเล็กน้อย ให้ความรู้สึกชุ่มชื่น
แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้รู้สึกเหนอะหนะนะ จับผิวจะรู้สึกว่านุ่มขึ้น
เค้าว่าให้ความรู้สึกในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นในแบบเอสเซนส์
ช่วยเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นถัดไป
มากกว่าจะเป็นโทนเนอร์ที่ใช้เพื่อการทำความสะอาดผิวนะ



La Clarée Moonlight Serum

เซรั่มเข้มข้นเพื่อผิวกระจ่างใสและลดริ้วรอยในหนึ่งเดียว
ส่วนผสม 99% มาจากธรรมชาติโดยเป็นพืชออร์แกนิก

-----------------------------------------------------------------

ขนาด 15 ml ราคา 2,080 บาท




รายละเอียดส่วนผสม

เซรั่มตัวนี้เคลมมาว่าเป็นแบบ 2in1
คือช่วยลดเลือนริ้วรอยด้วยและช่วยให้ผิวกระจ่างใสด้วย
โดยส่วนผสมหลักๆคือ Aloevera สารสกัดจากว่านหางจระเข้
ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวจึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
รองมาคือ Alpha Arbutin จาก Bearberry ที่ช่วยเรื่องยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน
ต่อด้วย
สารสกัดจากใบมะกอก (Olive Leaf Extract)
ช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ/การระคายเคือง

ความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เคยเห็น
คือปกติพวกสารสกัดจากธรรมชาติต่างๆเรามักจะเห็นใส่มาเป็นอันดับท้ายๆของส่วนผสม
ซึ่งหมายความว่าปริมาณที่ใส่มานั้นน้อยมากจดแทบไม่น่าคาดหวังผล
มักใส่มาเพื่อเป็นกิมมิกของแบรนด์ว่าได้ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ
แต่นี่คือเค้าใส่มาเยอะจริงไรจริงอยู่ในอันดับต้นๆเป็น Active Ingredients เลย เออเริ่ด!

***มีส่วนผสมของ Alcohol และ น้ำหอม
แต่ปริมาณแอลกอฮอล์ใส่มาน้อยกว่าสารให้ความชุ่มชื่น
อย่างสารสกัดจากว่านหางจระเข้และ Glycerin
โดยรวมจึงไม่น่ากังวลเรื่องทำให้ผิวแห้งลง



ลักษณะเนื้อและกลิ่น


เซรั่มสีเหลืองใส เนื้อมีความข้นกว่าโทนเนอร์เล็กน้อย
กลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆสไตล์พืชธรรมชาติเหมือนโทนเนอร์แต่กลิ่นจะอ่อนกว่า
หลังทาซึมผิวแทบไม่เหลือกลิ่นใดๆติดบนผิวเลย



วิธีใช้

ทาลงบนผิวหลังจากใช้โทนเนอร์เรียบร้อยแล้ว
โดยเค้าจะหยดใส่ฝ่ามือประมาณ 2-3 ดรอป
ทาลงให้ทั่วหน้าและลำคอ แล้วกดเบาๆให้ซึมผิว

ความรู้สึกหลังใช้


เป็นผลิตภัณฑ์ที่เค้าชอบสุดในกลุ่มนี้นะ
เนื้อเซรั่มบางเบาเหลวใสคล้ายน้ำเลย
แต่เวลาทาบนผิวแล้วให้ความรู้สึกชุ่มชื่นดีทันทีที่ทา
เซ็ตตัวบนผิวแล้วให้ฟิลที่ดีด้วย เป็นแบบฟิลม์บางๆเคลือบผิว
ที่เมื่อลูบไปบนผิวจะรู้สึกว่าผิวเรียบเนียนและลื่นขึ้น
เค้าว่าถ้าคนผิวมันหรือผิวผสมสามารถใช้ตัวนี้เดี่ยวๆแบบไม่ต้องลงมอยส์เจอร์ตามได้เลย

แต่รู้สึกว่าเค้าทำมาไซส์เล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับโทนเนอร์และครีม
หรือเพราะเค้าผิวแห้งเลยใช้เยอะก็ไม่รู้ เพราะเริ่มใช้ทุกอย่างมาพร้อมกัน
แต่เซรั่มเหลือแค่ก้นขวดเกือบถ่ายรูปไม่ทัน ทั้งๆที่อย่างอื่นพึ่งจะพร่องไปนิดเดียว แหะๆ



La Clarée Moonlight Face Care

ครีมบำรุงผิวเข้มข้นที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสและเนียนนุ่ม
ส่วนผสม 99% มาจากธรรมชาติโดยเป็นพืชออร์แกนิก

-----------------------------------------------------------------

ขนาด 50 ml ราคา 2,180 บาท




รายละเอียดส่วนผสม

บนบรรจุภัณฑ์ไม่ได้แสดงรายการส่วนผสมทั้งหมดให้ดูนะฮะ
แต่คร่าวๆที่เค้าใส่มาพวก Active Ingredients ก็เหมือนกับโทนเนอร์และเซรั่ม
แต่ที่เพิ่มมาก็คือกลุ่มของสารให้ความชุ่มชื่น ได้แก่
- Shea Butter : อุดมด้วยกรดไขมันให้ความชุ่มชื้นกับผิวและช่วยให้ผิวยืดหยุ่น
- Jojoba Oil : อุดมด้วยกรดไขมันและวิตามินหลายชนิด ช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพผิว
- Macadamia Oil : ให้ความชุ่มชื้นปกป้องผิว ลดผิวแตกลาย ซึมผิวดีไม่ทิ้งคราบมัน
- Sesame Oil : ให้ความชุ่มชื้น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิว



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อครีมสีขาวนวลๆ ลองซูมดูใกล้ๆจะเห็นว่าเนื้อมีประกายมุกผสมอยู่
 เนื้อดูข้นแต่พอเกลี่ยจะพบว่าเนื้อลื่นมากกกเกลี่ยง่ายมากคล้ายเนื้อโลชั่นเลย
กลิ่นก็ทำนองเดียวกันโทนเนอร์และเซรั่ม
แต่ถือว่ากลิ่นน้อยสุดๆเอาว่าไม่ตั้งใจดมคือแทบไม่ได้กลิ่นเลย

วิธีใช้

ใช้ทาเป็นมอยส์เจอร์ในขั้นตอนสุดท้าย ทาได้ทั้งเช้าและเย็น
ไม่แนะนำให้แต้ม 5 จุดแล้วเกลี่ยเพราะเนื้อมีความชุ่มชื่นมาก
การแต้มแบบ 5 จุด 3 จุดไปอยู่ตรงแนวทีโซนจะทำให้หน้ามันง่ายระหว่างวัน
แนะนำให้ป้ายครีมใส่มือแล้วประกอบสองมือวอร์มกระจายเนื้อครีม
จากนั้นลงที่แก้มซึ่งเป็นจุดที่ผิวแห้งง่ายก่อน ที่เหลือค่อยลงทีโซน
และสุดท้ายอย่าลืมทาลงมาที่คอด้วยนะฮะ

ความรู้สึกหลังใช้

จุดเด่นที่เค้าชอบคือความนุ่มละมุนของเนื้อครีมให้ฟิลดี๊ดีตอนที่ทา
และเด็ดตรงที่เป็นมอยส์เจอร์ในกลุ่มของไวท์เทนนิ่งที่ใส่ใจความชุ่มชื่นดีมากนะ
ส่วนใหญ่เค้าผิวแห้งจะไม่ค่อยใช้ไวท์เทนนิ่งเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยชุ่มผิว
หรือถ้าใช้ก็จะใช้แค่เซรั่มแล้วใช้มอยส์เจอร์อื่นต่างหากเอา
แต่ลองเซ็ตนี้เค้าใช้แค่เฟซครีมตัวนี้ไม่ได้ทาอย่างอื่นทับ
เรื่องความชุ่มชื่นบอกเลยว่าผิวแห้งแบบเค้าก็เอาอยู่

แต่ด้วยความที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื่นและมีออยหลายชนิด
หลังทาผิวจะรู้สึกนุ่มและชุ่มขึ้นทันทีแต่จะมีความหนึบผิวเล็กน้อยนะ
ต้องปรับปริมาณการใช้ตามสถาพผิวเอา
และถ้าทาตามวิธีที่บอกด้านบนเค้าว่าไม่น่ามีปัญหาเรื่องหน้าเยิ้มฮะ
และในเนื้อครีมจะมีประกายมุกผสมอยู่ทำให้หลังทาหน้าจะดูฉ่ำๆโกลว์ๆขึ้นทันทีด้วย



สรุปความรู้สึกหลังทดลองใช้ต่อเนื่อง


เค้าใช้เซ็ตนี้ต่อเนื่องมาประมาณ 3 สัปดาห์ พร่องไปตามที่เห็นเลย
โดยเฉพาะเซรั่มนี่แทบจะหมดขวดละ คาดว่าครบเดือนก็เกลี้ยงพอดี
ส่วนตัวเรื่องกระจ่างใสเอาจริงๆตอบยากเพราะไม่ได้อยู่ในช่วงผิวคล้ำกว่าปกติ
และเป็นคนทากันแดดสม่ำเสมอแม้ไม่ใช้ไวท์เทนนิ่งผิวก็ไม่ได้คล้ำเท่าไหร่อ่านะ

ที่รู้สึกคือผิวหน้าโดยรวมจะดูไม่ค่อยหมองไม่ค่อยล้า
ในเรื่องความชุ่มชื่นผิวแห้งให้ผ่าน!
จัดเป็นไวท์เทนนิ่งในไม่กี่ตัวเลยที่ประทับใจเรื่องชุ่มชื่น
ที่ทำเท็กซ์เจอร์มาดีเนื้อลื่นผิวทาง่าย และกลิ่นดีงามถูกจริตเค้าด้วย
เวลาทาได้กลิ่นสดชื่นอ่อนๆเหมือนได้อโรม่าไปในตัวผ่อนคลายดีนะ

ถ้ามองในเรื่องจุดด่างดำ เค้ามีรอยสิวระหว่างช่วงที่ลองพอดีประมาณสองวีคหลัง
ปกติหลังสิวหายปกติจะทิ้งรอยแดงรอยดำบ้าง แต่รอบนี้รอยแดงจางไว
และไม่ขึ้นเป็นรอยดำก็ถือว่าให้ผลลัพธ์ที่สังเกตได้โอเคเลย
เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีนะสำหรับใครที่อยากได้สกินแคร์
ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติเน้นๆ และเป็นไวท์เทนนิ่งที่อ่อนโยนต่อผิวดีด้วย

แต่สุดท้ายก็อย่าลืมว่าอยากใช้ไวท์เทนนิ่งให้เห็นผลนั้น
ต้องใช้ควบคู่กับการทากันแดดและเลี่ยงแดดด้วยนะคะ Smiley

-----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by All About You
***All opinions are my own
Information : //shop.allaboutyou.co.th/
https://www.facebook.com/AllAboutYouOrganics/




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2559    
Last Update : 2 ธันวาคม 2559 3:02:03 น.
Counter : 2761 Pageviews.  

Review : MizuMi Smooth Cleansing Water คลีนซิ่งน้ำเนื้อนุ่มลื่นเหมือนไม่ได้ใช้สำลี....จริงป่ะเนี่ย!









Cleansing Water
ในท้องตลาดตอนนี้นี่เรียกได้ว่ามีกันแทบทุกแบรนด์
จุดขายหลักๆยังไงก็ดึงเรื่องความสะอาดมาเป็นคีย์สำคัญ....เออก็คลีนซิ่งนี่เนาะ
แต่เค้าว่าเทคโนโลยีปัจจุบันก็สามารถให้ประสิทธิภาพเรื่องการดึงสิ่งสกปรกได้ดีพอๆกันจัดว่าสูสี
แต่
Cleansing Water ที่จะมารีวิวให้ชมกันในบล็อคนี้บอกเลยว่ามีความเก๋
ตรงที่เค้าชูโรงในเรื่องของ "ความนุ่มลื่น" นั่นก็คือเนื้อสัมผัสตอนที่ใช้
ว่ามีความแตกต่างถึงขั้นเหมือนไม่ได้ใช้สำลีเช็ดไปบนผิว!
เคลมมาขนาดนี้จะสัมผัสได้จริงขนาดไหนไปพิสูจน์ด้วยกันเลยค่ะ



MizuMi
Smooth Cleansing Water


----------------------------------------------

ขนาด
500ml ราคา 490  บาท

 มีจำหน่ายที่ Watsons, Tsuruha, Matsumoto Kiyoshi,
Eveandboy, Beautrium, Stardust, Beautymarket,
และ Siam Drug

***ช่วงเปิดตัวเค้ามีโปรลด 50% เหลือขวดละ 245 บาทอยู่
แต่เค้าไม่ชัวร์ว่าลดถึงเมื่อไหร่สอบถามเพิ่มเติม
ที่ //www.facebook.com/mizumiofficial ดูนะฮะ




จุดเด่นในเรื่องของส่วนผสม

เป็นสูตร “Smooth Water” ที่ให้เนื้อสัมผัสลื่นโดยที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันใดๆ
จึงไม่เหนียวเหนอะหนะ และช่วยลดแรงเสียดสีผิวที่เกิดจากการใช้สำลีได้
จึงช่วยลดโอกาสการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

 5-FREE ไม่มี ส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง 5 ชนิด
ได้แก่ น้ำหอม น้ำมัน แอลกอฮอล์ พาราเบน และสีสังเคราะห์

ผ่านการทดสอบความระคายเคือง
จากแพทย์ผิวหนัง (Dermatologically Tested)

เหมาะสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย เป็นสิว หรือเพิ่งทำเลเซอร์

ไม่มีสบู่และสารก่อฟอง (foaming agent)
ถ้าเป็นคลีนซิ่งที่มีส่วนผสมนี้เวลาเช็ดๆไปจะขึ้นเป็นฟอง

 Double Micellar ใช้สารทำความสะอาดไมเซลลาร์สองชนิด
ทำความสะอาดเมคอัพกันน้ำ และครีมกันแดดกันน้ำได้หมดจด
สารที่ใช้คือ PEG-6 Caprylic/capric Glycerides
เป็นสารลดแรงตึงผิวแบบไม่มีประจุ (non-ionic)
จัดเป็นสารทำความสะอาดในกลุ่มที่อ่อนโยนต่อผิว (ตัวเดียวกับ Bioderma)


มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื่นหลายสิ่ง
Glycol, Glycerin, Sodium Hyaluronate, Sodium PCA
เค้าคาดว่าน่าจะเป็นส่วนที่ช่วยให้ได้สัมผัสที่นุ่มลื่น

และมีสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง
คือ Bloccoli (
Brassica Oleracea Italica Extract),
Celery (Apium Graveolens Extract),
Chicory
(Cichorium Intybus Leaf Extract)

สารกันเสียที่ใช้
Caprylhydroxamic Acid ,
Phenoxyethanol , Disodium EDTA



ลักษณะเป็นขวดใสฝาเปิดปิดสีขาว
ของเค้าฝาเหมือนจะเผยอนิดๆแต่ปิดสนิทดี
เทสด้วยการพกใส่กระเป๋าเดินทางแล้วรอด



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เป็นน้ำสีขาวเหลวใสเหมือนน้ำเปล่าแต่จะมีความข้นกว่าเล็กน้อย
เมื่อสัมผัสผิวจะรู้สึกลื่นๆแต่ไม่ได้มีความมันใดๆ ไม่มีกลิ่นเพราะไม่มีน้ำหอม



ลองเทสกับเครื่องสำอางบนท้องแขนให้ดูกันก่อน

ภาพแรก : อายไลน์เนอร์แบบปากกาแบบกันน้ำ
ลิปสติกเนื้อแมทท์สูตรติดทน
อายไลน์เนอร์ดินสอแบบกลิตเตอร์สูตรกันน้ำเช่นกัน

ภาพที่สอง : สำลีหยดคลีนซิ่งให้ชุ่มทั้งสองด้าน
วางโปะไว้บนผิวแล้วใช้นิ้วกดแผ่นสำลีเบาๆสักครู่ให้คลีนซิ่งลงไปทำละลาย
แล้วปาดเช็ดออกครั้งเดียวพยายามให้น้ำหนักมือใกล้กันที่สุด
ทั้งสองด้านใช้สารทำความสะอาดตัวเดียวกันแต่ส่วนผสมอื่นต่างกัน
จะเห็นว่าในแผ่นสำลีจะมีการทำละลายของเครื่องสำอางที่ไม่เหมือนกัน
ถ้าเทียบจากปาดแรกคือเอาไลน์เนอร์เส้นสีน้ำตาลที่กันน้ำออกหมดทั้งคู่
แต่ลิป MizuMi ออกน้อยกว่านิดนึง แต่ข้อดีคือลิปที่หลุดออกมาไม่ขึ้นเป็นขุยๆ

ภาพที่สาม : ปาดเช็ดด้วยสำลีแผ่นเดิมด้านเดิมทั้งสองข้างประมาณ 3-4 ครั้ง
ก็ทำความสะอาดได้เกลี้ยงพอกันทั้งสองด้าน



ทีนี้มาคลีนบนผิวจริงให้ชมกันแบบครึ่งหน้าจะได้เทียบความต่าง
เค้าใช้สำลีในการคลีนบริเวณรอบดวงตา 1 แผ่น และริมฝีปาก 1 แผ่น
แต่จริงๆแล้วสำหรับคลีนซิ่งแบบนี้เค้าออกแบบมาเพื่อใช้กับผิวหน้า!
ไม่แนะนำให้ใช้รอบดวงตาเพราะผิวบริเวณนั้นบอบบาง
ควรใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับรอบดวงตาจะดีกว่า

เหตุผลว่าทำไมไม่แนะนำให้ใช้เช็ดรอบดวงตา >>>CLICK<<<

แต่เมคอัพที่เค้าแต่งไว้จัดว่าค่อนข้างน้อยมากโดยเฉพาะรอบดวงตา
เลยจะเทสเช็ดให้ดูกันเผื่อว่าฉุกเฉินมีขวดนี้ขวดเดียวจะใช้แทนได้ไหม



ตอนที่เช็ดไม่มีอาการแสบผิวหรือระคายเคืองแต่อย่างใด
ฟิลสัมผัสตอนเช็ดบอกเลยว่า"นุ่มลื่น" สมคำเคลมจริง
มันเป็นฟิลที่ต่างจากคลีนซิ่งตัวอื่นค่อนข้างชัดอยู่นะกับสัมผัสตอนลูบสำลีไปบนผิว
ยิ่งถ้าหยดชุ่มๆยิ่งรู้สึกเหมือนผิวหน้าของสำลีมันเรียบเนียนขึ้นลูบไปแล้วไม่บาดผิว
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรเลือกสำลีเนื้อละเอียดที่มีคุณภาพหน่อยนะคะคุณขา
และประเด็นอีกอย่างคือห้ามงก หยดน้อยๆสำลียังแห้งๆก็ไม่ช่วยอะไร
เค้าทำมาขวดใหญ่บึ้มอย่าไปกลัวเปลือง



ซูมให้ดูชัดๆกับความสามารถในการทำความสะอาดในหนึ่งปาดแรก
ก็ถือว่าดึงเครื่องสำอางออกมาให้เกือบหมดนะ อย่างปากนี่แทบเอาอยู่เลย
แต่ตาจะเห็นว่ามีไลน์เนอร์เหลืออยู่นิดหน่อยต้องเช็ดซ้ำอีกที

เทคนิคการเช็ดพวกติดทนกันน้ำคือต้องโปะไว้แป๊บนึงก่อนค่อยปาดลูบออก
ถ้าปาดลงไปแต่แรกมันจะเอาไม่ค่อยออกนะฮะ
เพราะคลีนซิ่งยังไม่ทันเข้าไปทำละลายอะไรเลย



สรุปการเช็ดครึ่งหน้าใช้สำลีสองแผ่นพลิกกลับด้าน
ก็สามารถคลีนเครื่องสำอางออกได้หมด

เอาว่าถ้าไม่มี Eye Remover จริงๆ เวลาเร่งด่วนก็ใช้แก้ขัดได้
แต่ย้ำว่าอย่างรอบดวงตาต้องเป็นเมพอัพแบบบางเบาสุดๆนะ

คนต่อขนตาที่ทาแต่อายแชโดวไรงี้ใช้ได้อยู่
คือมีไลน์เนอร์ได้นิดหน่อยก็พอได้ แต่ไม่ใช่เขียนอินเนอร์ ปัดมาสคาร่าไรพวกนั้น
เพราะถ้าเช็ดรอบดวงตาตรงๆแล้วเผลอเข้าตาก็แสบเบาๆอยู่หล่ะ
ก็อย่างที่บอกเนอะว่าเค้าทำมาสำหรับเช็ดผิวหน้าไม่ได้เน้นดวงตา



ผิวหลังเช็ดสะอาดนุ่มชุ่มชื่นดีเพราะเค้าใส่สารให้ความชุ่มชื่นมาหลายสิ่ง
ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะทำให้ผิวแห้งตึง แต่ผิวหลังเช็ดจะมีความหนึบเบาๆนะ
คือจับตบเบาๆบนผิวจะมีเนื้อแก้มหนึบติดออกมานิดนึง
ให้ฟิลเหมือนหลังใช้เอสเซนส์น้ำตบที่เนื้อบางเบาประมาณนั้น
เค้าว่าความรู้สึกแบบนี้คนผิวค่อนข้างแห้งแบบเค้าน่าจะชอบเพราะมันสบายผิวไม่ตีงดี



เช็ดทั่วหน้าเค้าใช้สำลีไป 5 แผ่น แบ่งเป็นด้านละ 2 แผ่น
แล้วใช้แผ่นสุดท้ายเช็ดเก็บรายละเอียดทั่วหน้าพลิกกลับสองด้าน
แต่จำนวนสำลีที่ใช้ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มของเมคอัพด้วยนะฮะ
เอาว่า
เช็ดไปจนกว่าสำลีจะไม่มีสีอะไรติดออกมาก็คือสะอาดดี



สรุปความรู้สึกหลังทดลองใช้

เป็นหนึ่งในคลีนซิ่งราคาน่าคบหา (โดยเฉพาะตอนลด 50%)
ที่ทำความสะอาดได้เกลี้ยงพอๆกับเคาท์เตอร์แบรนด์
ส่วนผสมจัดว่าอ่อนโยนต่อผิวดี มีสารให้ความชุ่มชื่นช่วยบำรุงผิว
จุดขายเรื่องความนุ่มลื่นก็ทำได้จริง รู้สึกถึงความแตกต่างได้ทันทีในครั้งแรกที่ลอง
ช่วยลดการเสียดสีระหว่างผิวกับสำลีได้ดี
ยิ่งใครแต่งหน้าทุกวันบอกเลยนะว่าสำคัญมาก
การเสียดสีบ่อยๆนี่หล่ะตัวการเกิดริ้วรอยชั้นดีเลย

แต่อาจจะมีความหนึบผิวเหลือเล็กน้อยหลังการใช้
ถ้าคนผิวมันที่คาดหวังเรื่องความแห้งสบายผิวอาจจะไม่ชิน
แต่ถ้าผิวแห้งแบบเค้าให้ผ่านเช็ดแล้วผิวนุ่มๆชุ่มๆดี

แต่ตามคำแนะนำหลังการเช็ดด้วย
Cleansing Water แล้ว
ก็ควรจะล้างออกด้วยโฟมล้างหน้า หรืออย่างน้อยด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งนึง
ไม่แนะนำให้เช็ดเดี่ยวๆแล้วทาสกินแคร์ตามนะฮะ



Mhunoiii's Score

ความสะอาด 4.5/5
(หักนิดนึงตรงไม่ได้เช็ดออกในทันทีต้องเช็ดซ้ำ)

อ่อนโยนต่อผิว 4.75/5

ความนุ่มลื่น 5/5
(สมคำเคลมเอาคะแนนเต็มไปเลย เช็ดละฟิน)

ความรู้สึกหลังใช้ ชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง 4.5/5
(หนึบเล็กน้อยหักคะแนนเผื่อสำหรับคนผิวมัน)

ความคุ้มค่าคุ้มราคา 5/5
(ยิ่งถ้ามีโปรลดด้วยแล้วคือดีงามสุดๆ)

จบแล้วค่าร่ายมาให้ยาวมากละเอียดยิบหวังว่าจะเป็นประโยชน์กันนะค้า
ขอบคุณทุกคนมากที่เข้ามาเยี่ยมชมค่า Smiley

-----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by MizuMi
***All opinions are my own
Information :
//www.facebook.com/mizumiofficial




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2559 9:00:26 น.
Counter : 4272 Pageviews.  

Preview : Garnier Sakura White Pink Program กระจ่างใสอมชมพูตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้แม้ใกล้5cmจริงหรือ?






 เทรนด์ผิวกระจ่างใสยังไงก็ยังคงอินอยู่เนอะสำหรับสาวไทย
แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากความข๊าว ขาว ซี๊ด ซีดแบบเดิมๆ
มาเป็นเทรนด์ผิวที่กระจ่างใสแต่ดูมีสุขภาพดี เนียนอมชมพูแบบมีเลือดฝาดแล้วนะ
ดังนั้นต่อให้เราไม่ได้มีพื้นฐานผิวที่ขาวเป็นหลอดนีออน
แต่เราก็สามารถมีผิวที่สวยและสุขภาพดีได้ Smiley



บล็อคนี้เลยมีสกินแคร์ในกลุ่มที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสและเนียนอมชมพูมาฝากกัน
กับ Garnier Sakura White Pink Program
ขั้นตอนบำรุงผิว 2 เสต็ป ด้วย
Pinkish Radiance Ultimate Serum และ
Pinkish Radiance & Poreless Serum Cream SPF21/PA+++


จุดเด่นของเซ็ตนี้คือไม่ได้เน้นบำรุงแค่เรื่องความขาว
แต่เน้นให้ทุกสีผิวสามารถดูกระจ่างใสขึ้นได้
พร้อมมีความอมชมพูแบบผิวสุขภาพดีและช่วยกระชับรูขุมขนด้วย
ซึ่งเค้าบอกว่าสามารถสัมผัสได้ทันทีหลังใช้
โดยสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการมองในระยะ 5 ซ.ม.!!!
เคลมมาแรงขนาดนี้อยากรู้ว่าทำได้จริงไหมไปพิสูจน์พร้อมๆกันค่ะ



Garnier
Sakura White Pink Program

Pinkish Radiance Ultimate Serum


------------------------------------------------------------

ขนาด 50 มล. ราคา 329 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

เซรั่มเข้มข้นเพื่อผิวกระจ่างใสอมชมพู ด้วยสูตรเนื้อเบาบางชุ่มชื้นพิเศษ
อุดมด้วยคุณค่าสารสกัดจากซากุระ และแคปซูลเพื่อผิวกระจ่างใส 5,000 แคปซูล
ช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึก พร้อมปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้นเพียงครั้งแรกที่ใช้
และให้ผิวเปล่งประกายมีออร่าใน 1 สัปดาห์



รายละเอียดส่วนผสม

สารในกลุ่มที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใสตัวหลักเลย
คือ Niacinamide หรือ Vitamin B3 ที่เราคุ้นเคยกันดี
ซึ่งช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้นด้วยการไปรบกวนการส่งผ่านเม็ดสีเมลานินที่ผลิตแล้ว
ไม่ให้ขึ้นไปบนชั้นผิวได้โดยง่าย และยังช่วยให้ปราการผิวแข็งแรงขึ้น
ด้วยการไปกระตุ้นการสร้างเซรามายด์และกรดไขมันต่างๆที่จำเป็นบนชั้นผิว
รวมถึงลดการอักเสบของผิว ให้ผิวคงความชุ่มชื่นได้ดี
จากส่วนผสมจัดว่าเป็นสารออกฤทธิ์ที่ใส่มาในอันดับต้นๆเลย
ก็น่าจะมีความเข้มข้นสูงในระดับที่น่าคาดหวังผลได้อยู่

รองมาก็มี Ascorbyl Glucoside (AA2G) อนุพันธ์ของวิตามินซีที่มีความเสถียรสูง
โดยจากจากวิจัยพบว่าถ้าใช้ร่วมกับ Niacinamide จะช่วยในเรื่องลดจุดด่างดำได้ดี

ส่วนผสมนางเอกที่เค้าชูเป็นจุดขายคือสารสกัดจากซากุระ
ในส่วนผสมคือ Prunus Yedoensis Leaf Extract (Sakura Extract)
ช่วยในเรื่องการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ใช้ในการผลิตเม็ดสีเมลานิน
ทำให้สีผิวสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้นเช่นกัน รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย
แต่ปริมาณเค้าใส่มาในลำดับค่อนไปทางท้ายๆเลยดังนั้นน่าจะใส่มาเป็นกิมมิกมากว่า
น่าคาดหวังผลจากส่วนผสมสองตัวด้านบนมากกว่าฮะ

มีส่วนผสมของ Salicylic Acid (BHA) ห้อยท้ายมานิดนึง
ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวแต่ปริมาณที่ใส่มาไม่น่ามีผลเท่าไหร่
ไม่น่ากังวลในเรื่องทำให้เกิดการระคายเคืองจ้า

***มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แต่ก็มีสารให้ความชุ่มชื่นมากกว่า
ส่วนตัวเค้าลองแล้วเท็กซ์เจอร์ค่อนข้างชุ่มดีเลย
ไม่น่ากังวลในเรื่องของทำให้ผิวแห้งลง แต่ก็มีส่วนผสมของน้ำหอมและสีด้วย
ดังนั้นใครผิวระคายเคืองง่ายแนะนำให้เทสก่อนก็ดีค่ะเพื่อความสบายใจ




แพ็คเกจจิ้งมาในรูปแบบขวดหัวปั๊มเค้าชอบนะใช้งานง่ายดี
สะอาดดีด้วยไม่ต้องกังวลเรื่องการปนเปื้อนของเชื้อโรค
แต่ว่ามาในขวดพลาสติกใสข้อดีคือมองเห็นเนื้อผลิตภัณฑ์ว่าใช้ไปแล้วแค่ไหน
แต่ข้อเสียคือไม่ป้องกันเนื้อเซรั่มจากการทำให้เสื่อมโดยแสงแดด
ดังนั้นควรเก็บไว้ในที่ที่ไม่โดนแดดส่องเน่อ



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เซรั่มเนื้อใสสีอมชมพูอ่อนๆมีส่วนผสมของแคปซูลเล็กๆสีขาวกระจายอยู่
เค้าบอกว่าเป็นแคปซูลสารสกัดซากุระกว่า 5,000 แคปซูลเลย
เนื้อเซรั่มมีความเข้มข้นปานกลางลักษณแบบเนื้อเจล
มีความลื่นผิวเกลี่ยง่ายมาก เมื่อเกลี่ยแคปซูลสีขาวจะแตกตัวออก
แล้วผสมลงไปกับเนื้อเจล สามารถซึมผิวได้ง่ายไม่เหนอะหนะ
หลังทาให้ฟิลแบบเป็นฟิลม์เคลือบผิวบางๆ จับแล้วจะรู้สึกผิวเรียบเนียนขึ้น
มีกลิ่นหอมสไตล์ฟลอรัลอ่อนๆ กลิ่นติดผิวจางๆไม่ชัดมาก
ใช้ทาก่อนทาครีม สามารถใช้ได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน



Garnier
Sakura White Pink Program

Pinkish Radiance & Poreless Serum Cream SPF21/PA+++


----------------------------------------------------------------------------

ขนาด 7 มล. 15 บาท
 18 มล. ราคา 109 บาท
และ 50 มล. ราคา 289 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

ครีมบำรุงผิวผสมสารกันแดด อุดมด้วยสารสกัดจากซากุระ
วิตามินบี 3 และวิตามินซีจี ช่วยให้ผิวกระจ่างใสลดเลือนจุดด่างดำ
และช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนดูกระชับทันที



รายละเอียดส่วนผสม

ส่วนผสมหลักที่เป็นสารออกฤทธิ์ที่ช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส
เหมือนกับตัวเซรั่มเป๊ะเลย ก็คือ Niacinamide (Vitamin B3),
Ascorbyl Glucoside (AA2G)
และ

Prunus Yedoensis Leaf Extract (Sakura Extract)

แต่มีส่วนผสมของสารกันแดดใส่มาด้วย คือ

Phenylbenzimidazole sulfonic acid (Ensulizole) : ป้องกันรังสี UVB
Octocrylene : ป้องกันรังสี UVB และ UVA-II
Butyl Methoxydibenzoylmethane (Avobenzone) : ป้องกันรังสี UVA-I และ UVA-II
Titanium Dioxide : ป้องกันรังสี UVB , UVA-I และ UVA-II

มีส่วนผสมของ Silica ช่วยดูดซับความมัน
และ Perlite ช่วยดูดซับความชื้น

***ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในกลุ่มที่จะทำให้ผิวระคายเคืองหรือแห้งลง
แต่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสี ดังนั้นผิวระคายเคืองง่ายควรเทสก่อนเช่นกัน




ครีมบรรจุมาในกระปุกแก้วทึบแสง
แนะนำให้ใช้ไม้พายสะอาดๆในการตักครีม
จะช่วยลดความเสื่ยงในการเจือปนของเชื้อโรคได้ดีกว่าใช้มือ



ลักษณะเนื้อและกลิ่น


เนื้อครีมสีขาวอมชมพู ดูจากรูปบนจะเห็นว่าเนื้อมีความหยุ่นๆ
เค้าว่าให้ฟิลคล้ายเจลลี่คือเอามือกดลงไปจะมีความเด้งๆ

ปาดออกมาเนื้อเหมือนจะข้นแต่ลื่นผิวนะเกลี่ยได้ง่าย
แต่ด้วยความที่ครีมมีสีขาวจะต้องค่อยๆเกลี่ยให้ซึมผิวจนหมด
ครีมจะช่วยปรับสีผิวให้ดูขาวขึ้นนิดนึงทันทีที่ทา
ดังนั้นควรใจเย็นค่อยๆเกลี่ยให้ทั่วทั้งหน้าและลำคอ
ระวังบริเวณกรอบหน้าและไรผมนิดนึงถ้าใช้เยอะไปอาจจะขึ้นเป็นคราบได้

เมื่อเซ็ตตัวจะให้เท็กซ์เจอร์แบบแมทท์
 ไม่ขึ้นเงาเพราะมีสารช่วยดูดซับความมันและความชื้น
กลิ่นหอมฟลอรัลอ่อนๆแบบเดียวกับเซรั่ม



เทียบบนผิวให้ดูก่อนและหลังทาเซรั่มแล้วตามด้วยครีม
นี่ซูมให้ดูเกินระยะ 5 ซ.ม.ที่เค้าเคลมไว้อีกนะ
จะสังเกตได้ว่าโทนสีผิวจะสว่างและอมชมพูขึ้นเล็กน้อย
เค้าว่าให้ฟิลเหมือนเวลาใช้เบสชมพูก่อนแต่งหน้า
เซ็ตตัวแล้วให้ลุคแมทท์ไม่เหนอะหนะ คนผิวมันผิวผสมน่าจะชอบหล่ะ
แต่ส่วนตัวเค้าผิวแห้งรู้สึกมันไม่ค่อยฉ่ำ อาจจะต้องทามอยส์เจอร์ข้นๆตามอีกตัว
หรือเลือกใช้กันแดดที่เนื้อชุ่มๆทาตามเอาฮะ



เทียบแบบครึ่งหน้าฝั่งที่ทาผิวดูผ่องกว่าเล็กน้อยเนอะ
แต่ก็ไม่ถึงกะขาวขึ้นอะไรขนาดนั้นนะ

ในส่วนของความอมชมพูผิวเค้าค่อนข้างเหลือง
เลยอาจจะดูยากหน่อยไม่ค่อยออกชมพูเท่าไหร่
แต่โดยรวมเหมือนสีผิวจะดูเฟรชขึ้น
และรูขุมขนหน้าแก้มจะดูเรียบเนียนมีความนัวขึ้นจิ๊ดนึงหล่ะ



ความรู้สึกหลังทดลองใช้

เค้าลองใช้คู่กันแค่สองตัวถ้าเทียบกับผิวแห้วแบบเค้า
ส่วนตัวรู้สึกว่าเนื้อไม่ชุ่มมากนักก็ตามสไตล์ไวท์เทนนิ่งอ่าเนอะ
แต่น่าจะเป็นฟิลแบบที่คนผิวมันผิวผสมชอบกันเพราะเซ็ตตัวแห้งแมทท์ดีไม่เหนอะหนะ

สำหรับคนที่ไม่แต่งหน้าแต่อยากให้หน้าดูผ่องขึ้น
คู่นี้จัดว่าเป็นสกินแคร์ที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการใช้เบสเลย
คือสามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้นเล็กน้อยและปรับโทนสีผิวให้เฟรชขึ้น
ช่วยลดความเหลืองของสีผิวได้ระดับนึง ไม่ได้ทำให้ผิวดูอมชมพูมากเกินไป
ทาสกินแคร์ทีเดียวหน้าเด้งขึ้นมาระดับนึงเลยก็ง่ายดีสำหรับวันด่วนๆ

สำหรับคนที่แต่งหน้าข้อดีคือใช้คู่นี้แล้วไม่ต้องทาเบสก็ได้
แต่ข้อควรระวังคือด้วยความที่ครีมเป็นสีขาวและเซ็ตตัวแมทท์
การลงเบสเมคอัพจึงต้องค่อยๆเกลี่ยโดยแนะนำให้แท็บเบาๆอย่างปาด
เค้าลองแล้วถ้าปาด รองพื้น/บีบี/แป้ง จะจับตัวกับครีมแล้วขึ้นขุยเล็กๆได้
แต่ถ้าแท็บเอาไม่มีปัญหาฮะ ก็ระวังเอาเนอะแต่งหน้าอย่าถูอย่าปาดจ้า

โดยรวมหลังทาทันทีก็ให้ผลลัพธ์ในเรื่องปรับโทนผิวและพรางรูขุมขนได้ในระดับนึง
เทียบกับการเป็นสกินแคร์ก็จัดว่าน้องๆเบสเมคอัพเลย
เท็กซ์เจอร์ก็ออกแบบมาให้ตอบโจทย์สภาพผิวและอากาศของบ้านเรา
ส่วนผลลัพธ์ในระยะยาวจากส่วนผสมก็สามารถคาดหวังผลเรื่องกระจ่างใสได้
แต่เรื่องอมชมพูอันนี้เค้าว่าต้องอยู่ที่สีผิวเดิมด้วยอ่าเน้อ



ก่อนจบไปขอฝากไว้ว่าสิ่งสำคัญสุดๆถ้าอยากใช้ไวท์เทนนิ่งให้เห็นผล
ก็คือการทากันแดดและเลี่ยงแดดทุกวัน
ถึงแม้สกินแคร์จะมีกันแดดผสมมาแล้วแต่ปริมาณที่เราทา
ก็ไม่มากพอที่จะช่วยกันแดดอันสุดแสนรุนแรงของเมืองไทยได้
ดังนั้นทากันแดดไปอีกชั้นและพยายามไม่ออกแดดจัดด้วยก็จะดีที่สุด

สุดท้ายดูแลภายนอกแล้วก็ควรดูแลจากภายในด้วย
อยากมีผิวอมชมพูการทานผักผลไม้ที่มีรงควัตถุสีแดงอย่างพวกมะเขือเทศก็ช่วยได้
รวมถึงการออกกำลังกายเป็นประจำก็จะช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดี
ผิวก็จะดูสดชื่นและมีเลือดฝาดด้วยเช่นกัน
ดังนั้นอยากสวยเป๊ะอย่าลืมดูแลตัวเองให้ครบทุกด้านกันนะค้า Smiley

-----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Garnier
***All opinions are my own
Information : //www.garnierthailand.com/
https://www.facebook.com/GarnierThailand




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2559    
Last Update : 3 ตุลาคม 2559 23:00:42 น.
Counter : 1957 Pageviews.  

Review : ลดผมร่วง เพิ่มผมใหม่ กับ CG210 เอสเซ้นส์บำรุงหนังศีรษะด้วยสารสกัดธรรมชาติจากฝรั่งเศส








.....ผมร่วง ผมบาง หัวเถิก หัวล้าน
เชื่อว่าเป็นหนึ่งในปัญหาอันดับต้นๆที่ทำให้ขาดความมั่นใจสุดๆ
ซึ่งสามารถพบปัญหานี้ได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย
บล็อคนี้เลยจะมารีวิวตัวช่วยสำหรับใครที่กำลังทุกข์ใจเรื่องนี้อยู่
แต่ก่อนจะไปชมรีวิวตัวช่วย มาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า
ว่าผมร่วงเป็นยังไง? และเกิดจากอะไร?



คุณกำลังประสบปัญหาผมร่วงอยู่หรือไม่ ?

เส้นผมของเรามีวงจรชีวิตอยู่โดยรูขุมขนบนหนังศีรษะที่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต
จะทำหน้าที่สร้างเส้นผมและสร้างเม็ดสีผม
โดยการเจริญเติบโตของเส้นผมจะหยุดลงเมื่อผมขาดการหล่อเลี้ยง
แล้วหลุดร่วงออกไปในระยะพักก่อนการงอกใหม่ของเส้นผม
หลังจากนั้นก็กลับมางอกใหม่วนเป็นลูปเป็นวัฏจักรแบบนี้

สำหรับปัญหาผมร่วงก็คือภาวะผมที่งอกใหม่
มีปริมาณน้อยกว่าผมที่ร่วงจึงทำให้ผมโดยรวมดูบางลง
ซึ่งปกติแล้วเส้นผมเราจะมีประมาณ 100,000-150,000 เส้น
ถ้าผมร่วงเกินวันละ 100-120 เส้น
คือคิดเป็น 0.1% ของเส้นผมทั้งหมด ถึงจะจัดว่าเป็นปัญหาผมร่วง


ผมร่วงเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ?

ในผู้ชายและผู้หญิงจะมีสาเหตุการร่วงของเส้นผมต่างกัน
ในผู้ชายมักจะเกิดจากภาวะผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน
ซึ่งมักจะพบการร่วงมากในบริเวณกลางศีรษะ

ส่วนในผู้หญิงโชคร้ายหน่อยเพราะเราจะมีปัจจัยในการร่วงมากกว่าผู้ชาย
อย่างผมร่วงตามฤดูกาล เช่น ช่วงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ใกล้หมดประจำเดือน
ง่ายๆก็คือช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากนั่นเอง

นอกจากปัจจัยภายในร่างกายเราแล้วปัจจัยภายนอกต่างๆก็ส่งผลให้ผมร่วงได้
ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด การทำเคมี การเซ็ตจัดทรง
การอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (ทำให้ขาดแร่ธาตุบางประเภท)
การสูบบุหรี่ การใช้ยาบางประเภท การหวีผมแรงๆ
ฯลฯ


วิธีการรักษาผมร่วงในปัจจุบัน


หลักๆแล้วแล้วอาการยังไม่รุนแรงมากการรักษาด้วยยาทาและยากิน
ก็ยังเป็นวิธีที่นิยมมากสุดแต่ก็มีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์บ้าง

 เช่น ยาประเภททากลุ่มไมนอกซิดิล เป็นยากระตุ้นเส้นผมระยะพักให้งอกใหม่
ผลข้างเคียงคือตัวยาเหนอะหนะและอาจระคายเคืองได้ทำให้เกิดผื่นที่หนังศีรษะ

หรือยาทานรักษาอาการผมร่วงในผู้ชายอย่างฟิแนสเตอไรด์
เป็นยาที่ช่วยลดฮอร์โมนเพศชายที่เป็นสาเหตุของผมร่วง
แต่ผลข้างเคียงอันนี้แรว๊งงงง....คือมีผลทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถนะทางเพศได้ Smiley

แต่ถ้าผมร่วงในระยะรุนแรงก็อาจต้องใช้วิธีการศัลยกรรมปลูกผม
ด้วยการปลูกถ่ายย้ายเซลล์รากผม ซึ่งนอกจากเจ็บตัวและราคาสูงแล้ว
ยังมีข้อจำกัดด้วยว่าจุดที่ทำการย้ายเซลล์จะต้องมีความหนาแน่นผมมากพออีกด้วย!

สุดท้ายคือวิธีที่ซอฟต์ที่สุดสำหรับคนเพิ่งเริ่มมีปัญหาผมร่วง
หรือต้องการดูแลไม่ให้ผมมีการร่วงเพิ่มไปกว่าเดิม
ก็คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสำหรับผมร่วงโดยเฉพาะ
การใช้เอสเซนส์บำรุงหนังศีรษะให้รากผมแข็งแรง และการทานอาหารเสริม

โดยวิธีนี้จะเห็นผลมากน้อยต่างกันแล้วแต่อาการและสาเหตุของการร่วงของเส้นผม
แต่ข้อดีคือไม่มีผลข้างเคียงและสามารถใช้ร่วมกับการรักษาผมร่วงด้วยวิธีอื่นๆได้

---------------------------------------------------------------------------------------------

ได้ทำความรู้จักกับปัญหาผมร่วงไปแล้วทีนี้มาชมรีวิวตัวช่วยกันค่ะ
ซึ่งตัวช่วยของเค้าจัดอยู่ในกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มของเอสเซ้นส์บำรุงหนังศีรษะ
 ไปชมรายละเอียดกันเลยค่า Smiley



CG 210
Anti-Hair Loss and Scalp Essence

ซีจี ทูเท็น แอนตี้ แฮร์ลอส แอนด์ สกัลป์ เอสเซนส์


----------------------------------------------------------------

ขนาด 80 ml (ใช้ได้ประมาณ 1 เดือน)
ราคา 1,590 บาท

หาซื้อได้ที่ร้าน Boots, LAB Pharmacy , P&F , Savedrug, U Care ,
iCare , PHARMAX , OGENKI
และร้านขายยาชั้นนำทั่วไป


รายละเอียดผลิตภัณฑ์


 เอสเซ้นส์บำรุงหนังศีรษะด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ
วิจัยพัฒนาและผลิตในประเทศฝรั่งเศส นำเข้ามาจำหน่ายในไทยโดยบริษัท Abbott
ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความไว้วางใจด้วยสูตร Hypoallergenic ที่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้
เพราะไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย สารแต่งสี และไกลคอล



โดยมีส่วนผสมหลักสกัดจากพืช 4 ชนิดเป็นสารสกัดลิขสิทธิ์ที่ชื่อว่า Cellium® 
ที่ได้รับการจัดอันดับเป็นผลิตภัณฑ์ลดการหลุดร่วงของเส้นผมที่ดีที่สุด
จากนิตยสาร Nikkei Health ในประเทศญี่ปุ่นในปี 2556
ด้วย 4 ผลลัพธ์....ลดผมร่วง เพิ่มผมใหม่ เส้นผมหนา
รากผมยึดเกาะศีรษะผมมีสุขภาพดีขึ้น



มีให้เลือก 2 สูตร
สีชมพู Women กลิ่นแบล็คเคอร์แรนท์
 และ สีเทา Men กลิ่นมินต์

แต่ทั้งสองสูตรส่วนผสมเหมือนกันเป๊ะๆ ต่างกันแค่กลิ่น
ดังนั้นไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถเลือกใช้สูตรไหนก็ได้
เลือกเอาจากกลิ่นที่ถูกจริตได้เลยฮะ ส่วนตัวเค้าชอบกลิ่นมินต์มากกกว่า
ให้ฟิลเย็นๆเบาๆสดชื่นดี แต่ทางแบรนด์บอกว่ากลิ่นแบล็คเคอร์แรนท์ขายดีกว่า
กลิ่นจะออกแนวหอมหวานๆคล้ายกลิ่นขนมอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบเนอะ



เปิดกล่องมาจะเจอขวดมีฝาปิดและมีก้านฉีดแยกมาต่างหาก
เวลาจะใช้ต้องประกอบก้านฉีดเข้าไปก่อน
เพราะต้องใช้ก้านสอดลงไปที่โคนผมเพื่อพ่นลงบนหนังศีรษะโดยตรง



ก้านฉีดของเค้าพ่นสเปรย์ออกมาให้ละเอียดดี
เป็นฝอยฟุ้งๆทำให้เวลาฉีดลงไปบนหนังศีรษะแล้วไม่จับตัวเป็นหยดๆ



ลักษณะเนื้อผลิตภัณฑ์

เนื้อเอสเซ้นส์ทั้งสองสูตรเหมือนกันอย่างที่บอกว่าต่างแค่กลิ่น
เป็นน้ำใสๆไม่มีสี มีความเข้มข้นกว่าน้ำเปล่านิดเดียว
หลังพ่นลงไปแล้วนวดเบาๆแป๊บเดียวก็ซึมลงหนังศีรษะหมด
จะเหลือฟิลชื้นๆเล็กน้อยถ้าลงตอนผมแห้ง แต่ทิ้งไว้สักพักก็แห้งหมด
ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทำให้ผมเหนียว หรือผมมัน

สามารถใช้ก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมได้
รวมถึงใช้ในคนที่ทำเคมีอย่างการทำสีหรือผมดัดได้
โดยไม่ทำให้สีเปลี่ยนหรือลอนดัดคลาย



วิธีใช้

เขย่าขวดก่อนแล้วสอดก้านฉีดเข้าไปที่โคนผม
พ่นเอสเซ้นส์ลงบนหนังศีรษะ ไม่พ่นบนผมนะฮะ
สเปรย์ 5-10 ครั้งให้ทั่ว หรือเน้นในจุดที่มีปัญหาผมร่วง
แล้วใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะเบาๆให้ซึม โดยไม่ต้องล้างออก
หลังใช้สามารถจัดแต่งทรงผมได้ตามปกติ

ใช้ได้ทั้งตอนผมเปียกหลังสระผมหรือตอนผมแห้ง
แนะนำให้ใช้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

หนึ่งขวดจะใช้ได้ประมาณ 30 วัน
ซึ่งทางแบรนด์แนะนำมาว่าเมื่อใช้ติดต่อกัน
 1-2 เดือนแรกจะเห็นผลเรื่องผมร่วงลดลง
และหลังจาก 3 เดือนจะสังเกตได้ว่ามีผมงอกใหม่และผมดูหนาขึ้น



มีวิธีใช้และผลลัพธ์แบบวิดีโอมาฝากด้วยฮะ
จะได้เห็นภาพขั้นตอนการใช้ชัดเจนมากขึ้นเนอะ Smiley



เมื่อตอนวันงานเปิดตัว
CG 210 Anti-Hair Loss and Scalp Essence
เค้าได้รับบริการตรวจหนังศีรษะด้วย ดีใจมากคือผลที่ได้ไม่มีปัญหาผมร่วง
หนึ่งรูขุมขนมีเส้นผมขึ้นมากกว่าหนึ่งเส้น ความหนาแน่นผมก็โอเค....โล่งอก Smiley

แต่เจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่าผู้หญิงอย่างเราถ้ายังไม่มีปัญหาก็โชคดีไป
แต่ควรบำรุงไว้ตั้งแต่เนิ่นๆก็ดีในจุดโคนผมด้านหน้า
เพื่อป้องกันอาการเถิกเมื่ออายุเพิ่มขึ้น และอีกจุดก็คือแนวแสกผม
โดยใช้เอสเซ้นส์เป็นประจำควบคู่กับการสลับแสกบ้าง

----------------------------------------------------------------------------------------

ด้วยความที่ตัวเองยังไม่มีปัญหาเรื่องผมร่วงเค้าเลยเอา
CG 210 ให้แฟนเทส
ซึ่งนางเริ่มมีปัญหาผมร่วงตั้งแต่ปีที่แล้ว สาเหตุหลักๆที่ช่วยกันวิเคราะห์
คาดว่าอย่างแรกคือพันธุกรรม เพราะพ่อของแฟนก็มีปัญหาผมร่วง
ปัจจัยต่อมาคือการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงเพราะนางผมหยักโศก
ผมจะยุ่งมากเลยใช้เจลหรือสเปรย์ต่อเนื่องมาหลายปี
และสุดท้ายคือการใช้แชมพูทั่วไปที่ไม่อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ
อันนี้เห็นชัดตอนไปเที่ยวทริปยาวๆแล้วนางใช้แชมพูตามโรงแรม
ผมจะร่วงแบบกระจุยกระจายสระแล้วเห็นผลเลยว่าร่วงออกมาเต็มมือ

เมื่อได้สาเหตุแล้วก็เริ่มปฎิบัติการต่อสู้ปัญหาผมร่วงกัน
ด้วยการลดปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่ทำให้เกิดผมร่วง
ซึ่งที่ผ่านมาก็คืองดใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงทุกชนิด
เลือกใช้แชมพูสำหรับผมร่วงโดยเฉพาะ
ทานอาหารเสริมในกลุ่มบำรุงรากผมอย่างพวกยีสต์ ซิงค์ ไบโอติน
และใช้
CG 210 ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ซึ่งแฟนเค้าใช้ต่อเนื่องมาเป็นเวลาสองเดือนครึ่ง ได้ผลลัพธ์ตามภาพด้านล่างเลยฮะ



ความรู้สึกหลังทดลองใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา 2.5 เดือน

ตั้งแต่อาทิตย์แรกที่ใช้นางบอกว่าเริ่มสังเกตได้เลยว่าผมร่วงลดลง
พอครบ 1-2 เดือนปริมาณผมที่ร่วงคือร่วงในระดับเท่ากับคนปกติละ

เมื่อเข้าช่วงสองเดือนครึ่งเกือบๆสามเดือนตามที่แบรนด์แนะนำ
คือจะเป็นช่วงที่เห็นผลเรื่องผมงอกใหม่
ส่วนตัวคือดูตาเปล่าทุกวันมันก็ชินตาเลยไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยน
แต่พอเอารูป Before กับ After ที่ถ่ายไว้มาเทียบเท่านั้นหล่ะ
เฮ้ยผลชัดเจนอยู่นะว่าตรงร่องผมและแนวขวัญดูแคบลง ผมดูเต็มขึ้น
ทั้งๆที่ภาพ After นี่คือแฟนเค้าเพิ่งตัดผม ผมจะสั้นกว่า Before
ถือว่าเห็นผลค่อนข้างไวใช้ได้เลย เป็นนิมิตรหมายที่ดีว่าผมจะกลับมาหนาขึ้นได้
แต่จะเห็นผลชัดกว่านี้คือต้องใช้ต่อเนื่องไปประมาณ 6 เดือนฮะ
ตอนนี้ใจชื้นขึ้นเริ่มมีความหวัง นางตั้งมั่นละว่าใช้ต่อแน่นอน Smiley

สรุป....เป็นเอสเซ้นส์ที่ใช้งานง่าย เนื้อบางเบาไม่เหนอะหนะ ซึมไว
มีกลิ่นให้เลือกตามความชอบ ใช้ได้ทั้งตอนผมแห้งและเปียก
เห็นผลค่อนข้างไว แต่แนะนำว่าต้องเลือกใช้แฮร์แคร์ที่อ่อนโยนกับเส้นผมควบคู่ด้วย
คือถ้าเราบำรุงอย่างเดียวแต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ผมร่วงมันก็จะเห็นผลได้ไม่เต็มที่อ่าน้า

แต่อย่างไรก็ตามอย่างที่ร่ายไปแล้วว่าสาเหตุของผมร่วงเกิดจากหลายสาเหตุมาก
ถ้าเกิดจากปัจจัยภายในอย่างพันธุกรรมหรือฮอร์โมนเราทำอะไรไม่ได้อ่าเนอะ
การใช้เอสเซ้นส์ก็ถือเป็นตัวช่วยทางนึงที่ทำให้รากผมแข็งแรงขึ้น
การหลุดร่วงของเส้นผมจึงลดลง แต่จะดีขึ้นกว่านี้ก็ต้องไปรักษากันที่ต้นเหตุด้วย
สำหรับหากใครที่ร่วงมากๆก็ควรปรึกษาแพยท์เพื่อหาวิธีรักษาที่เหมาะสมควบคู่กันไปค่ะ

หวังว่าบล็อคนี้จะเป็นประโยชน์กัน
สำหรับคนที่กำลังประสบปัญหาผมร่วงนะค้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า Smiley

--------------------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by
CG 210
***All opinions are my own
Information : https://web.facebook.com/CG210Thailand
//www.cg210thailand.com




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2559    
Last Update : 17 สิงหาคม 2559 15:43:25 น.
Counter : 7039 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 534 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.