L3980312 ผมเป็นคนหลังไมค์ไปว่าคุณน้ำตาลก้อนกลมเองแหละ
หมายเหตุ กระทู้โดนลบไปแล้ว แต่ข้าพเจ้ากู้มาให้ดูจาก temporary internet files จากคอมพ์ของข้าพเจ้า เพื่อให้ขามุง ดูกันให้เต็มที่






ผมเป็นคนหลังไมค์ไปว่าคุณน้ำตาลก้อนกลมเองแหละ

เผอิญไม่ค่อยได้เข้ามา แต่วันนี้ได้เข้ามาแล้วเห็นกระทู้นี้
//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L3959524/L3959524.html
ก็ไม่แก้ตัวอะไร มันเป็นไปตามนั้น
คือรู้ครับว่าเป็นสมาชิกแล้วโพสต์รูปได้
แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องทำบ่อยขนาดนั้น มันเปลืองเนื้อที่ เปลืองเวลาโหลด
เวลาไม่ค่อยมี จะเข้ามาอ่านกระทู้พันธ์ทิพย์เพื่อหาความรู้
กลับต้องมารอโหลดรูปนั้นรูปนี้
ไม่ใช่คุณน้ำตาลคนเดียวนะ มีอีกหลายคน แต่วันนั้นแจ็กพอตไปลงที่น้องเค้า
ขอโทษละกัน
ปล ผมก็เลี้ยงแมวนะ

จากคุณ : ilovepitbullverymuch - [ 26 ธ.ค. 48 17:57:56 ]


ความคิดเห็นที่ 1

ผมว่าคุณมีหลายล็อกอิน แค่ใช้ชื่อนี้ไปด่าน้องเค้าเฉย ๆ

จากคุณ : Mr.DogGie - [ 26 ธ.ค. 48 18:04:12 ]


ความคิดเห็นที่ 2

มารับทราบจ้า

แต่ไม่ค่อยแมนนะคะผู้ชายที่หลังไมค์มาว่าผู้หญิงเนี่ย


อ้อ....แล้วจาหลังไมค์มาหาเราป่ะเนี่ย

จากคุณ : นางฟ้าเรนเจอร์ - [ 26 ธ.ค. 48 18:04:15 ]


ความคิดเห็นที่ 3

ขอโทษก็ดีแล้ว

จากคุณ : gg1234k - [ 26 ธ.ค. 48 18:04:31 ]


ความคิดเห็นที่ 4

...


อืม เห็นชื่อคุณเจ้าของทู้แล้ว
ว่าจะบอกอยู่พอดี ว่าใช่คนที่ว่าคุณน้ำตาลก้อนกลมป่าว
เพราะจำได้ว่า ชื่อลงท้ายด้วย verymuch


แล้วว่าแต่ว่า ตกลงที่ข้อมูลมันโหลดช้า
เพราะคนโพสต์รูปเหรอคะ
แล้วทำไมไม่โทษเนตที่ตัวเองใช้บ้างล่ะคะ
ถ้ามันช้าไม่ทันใจก็เปลี่ยนไปใช้ไอ้ที่มันเร็วๆ หน่อยดิ


ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ แต่ต้องเริ่มที่ตัวเองก่อนค่ะ


ปล. ถ้าไม่พอใจไร ด่าไปหลังไมค์โลด


...
แก้ไขเมื่อ 26 ธ.ค. 48 18:11:46

แก้ไขเมื่อ 26 ธ.ค. 48 18:10:50

จากคุณ : ป้ายนี้ยกเลิก - [ 26 ธ.ค. 48 18:04:48 ]


ความคิดเห็นที่ 5

ขอโทษละกัน <<< เต็มใจกว่านี้หน่อยก็ดีนะคะ

เราว่าคุณต่อว่าเค้าค่อนข้างแรง
และดูแล้วเหตุผลคุณไร้สาระค่ะ

จากคุณ : NICE130 - [ 26 ธ.ค. 48 18:09:17 ]


ความคิดเห็นที่ 6

ไร้สาระในแบบของพวกคุณ แต่สำหรับผมไม่ครับ

จากคุณ : ilovepitbullverymuch - [ 26 ธ.ค. 48 18:14:17 ]


ความคิดเห็นที่ 7

ถ้าอย่างนั้น คุณคงต้องหลังไมค์ไปว่าอีกหลายคนล่ะค่ะ ...

จากคุณ : อาซิ่ม - [ 26 ธ.ค. 48 18:17:17 ]


ความคิดเห็นที่ 8

ว่าใครก็ว่า เหอะครับ..

แต่ เฮีย 3X หง่ะ ..ผมขอนะเรื่องรูป อย่าว่าแกเลย..

จากคุณ : อภิมหาอัครบัตรผ่าน - [ 26 ธ.ค. 48 18:21:16 A:203.113.50.141 X:203.151.140.118 TicketID:002560 ]


ความคิดเห็นที่ 9

ผมว่าคุณไร้สาระวะ กะอีแค่โพรสรูป

จากคุณ : ไม่มากไม่น้อย - [ 26 ธ.ค. 48 18:25:15 ]


ความคิดเห็นที่ 10

ผมเข้าใจครับว่าคุณ จขกท. อารมณ์เสียจากการรอดาวน์โหลดรูปต่างๆนานๆ

คุณ จขกท. ขอโทษแล้วก็เป็นสิ่งดีครับ ทุกคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้นล่ะฮะ แล้วก็คงจะมีสไตล์การขอโทษที่แตกต่างกัน

เรามาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเถอะนะครับทุกๆท่าน

จากคุณ : แกงอ่อมชวนชิม - [ 26 ธ.ค. 48 18:25:24 ]


ความคิดเห็นที่ 11

แค่รูปมันไม่ทำให้กระทู้โหลดช้าหรอกค่ะ
มันไม่ได้ช้ามากมายอะไรขนาดนั้น
...ไม่ใช่ 50ความเห็นมีซะ 50 รูป ซะเมื่อไหร่ !!!


มันช้าที่เน็ทบ้านคุณหน่ะ เปลี่ยนเน็ทใหม่ดีกว่า
อย่าได้เที่ยวพาลที่เน็ทช้า แล้วด่าคนอื่นเค้า

เน็ทช้า แล้วพาลด่าคนอื่น มันสะเหร่อ อีเดียท ค่ะ !!!

จากคุณ : NICE130 - [ 26 ธ.ค. 48 18:27:00 ]


ความคิดเห็นที่ 12

คลิกไปที่อมยิ้ม ก็รู้แล้วเป็นคนยังไง

จากคุณ : ไม่มากไม่น้อย - [ 26 ธ.ค. 48 18:30:30 ]


ความคิดเห็นที่ 13

ถ้าเราเป็นน้องคนที่โดนว่า เราจะตอบคำขอโทษของคุณว่า "ไม่เป็นไรค่ะ"

จากคุณ : สาวใช้ ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์ - [ 26 ธ.ค. 48 18:32:19 ]


ความคิดเห็นที่ 14

ป้า nice นี่ ท่าทางโมโหกว่าน้องที่ถูกว่าอีกนะ
หางานอดิเรกอะไรทำบ้างนะ จะได้ไม่หงุดหงิด

วัยทองก็แบบนี่ล่ะนะ

จากคุณ : ilovepitbullverymuch - [ 26 ธ.ค. 48 18:32:21 ]


ความคิดเห็นที่ 15

ถ้าไม่อยากโหลดรูปคุณก็เซ็ตให้ไม่ต้องโหลดรูปสิครับคุณ ie เซ็ตให้ไม่แสดงภาพได้ คุณนี่ท่าจะทำอะไรตรงเหลือเกินนะผมว่า ก่อนจะว่าใครลองแก้ที่ตัวเองก่อนดีกว่าครับ บางอย่างแค่ขี้ผงบังตาถ้าทำไม่ได้ก็ค่อยว่ากันครับถามคนที่รู้เอาก็ได้ ดีกว่าที่จะไปเที่ยวว่าคนอื่นก่อนเนี่ยมันไม่เป็นการอันควรเท่าไหรหรอกครับ ปัญหาแค่นี้จิ๊บ ๆ ครับ

จากคุณ : ให้ทำยังไง - [ 26 ธ.ค. 48 18:33:03 ]


ความคิดเห็นที่ 16

55555 ....

คุณ ilovepitbullverymuch ดูแลตัวเองเถอะค่ะ
เราว่าคุณน่าจะห่วงตัวเองให้มาก ๆ
น่าสงสารจัง

เห็นใจค่ะ

จากคุณ : NICE130 - [ 26 ธ.ค. 48 18:35:54 ]


ความคิดเห็นที่ 17

เข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวของคุณ ilovepitbullverymuch
... อึ้งไปเลย ไม่เคยเจอใครแนะนำตัวได้หยาบคายขนาดนี้มาก่อน

แก้ตกหล่นจ๊ะ
แก้ไขเมื่อ 26 ธ.ค. 48 18:42:31


จากคุณ : Mr.DogGie - [ 26 ธ.ค. 48 18:39:35 ]


ความคิดเห็นที่ 18

แค่หลังไมค์ไปบอกแบบสุภาพก็น่าจะโอเคแล้ว

จากคุณ : ห่าน - [ 26 ธ.ค. 48 18:39:41 A:203.107.217.61 X: TicketID:083161 ]


ความคิดเห็นที่ 19

--[จิ้มเข้าไปในอมยิ้ม]--


เอ่อ ไม่น่าเลยกรู ซวยเลย - -"

ผมยังงงอยู่ โหลดภาพมันเกี่ยวไรกับกระทู้ช้า เพราะยังไงๆ
ไอ้ช่อง คคห.มันก็ขึ้นมาก่อนอยู่แล้ว
ถ้าเนทเร็ว รูปมันมาเร็ว
ถ้าเนทช้า รูปมันก็มาช้า
ถ้าไม่อยากรอโหลดรูป ไม่อยากดูรูป
คุณก็อ่านผ่านไปเลยสิ จะไปรอดูมันทำไม

แล้วกระทู้นึง ถ้ามันไม่ใช่กระทู้โพสต์รูป
รูปมันก็ไม่ได้เยอะอะไร

ถ้าหากว่า การอ่านกระทู้ที่ภายในกระทู้นั้น
มีรูปที่สื่อถึงตัวเค้าอยู่แค่ไม่กี่คน อ่ะ เต็มที่ 10 คน
จาก 100 คคห.ในกระทุ้นั้น มันทำให้การอ่านกระทู้
ของคุณเป็นไปอย่างยากลำบากนักละก็

แนะนำให้เปลี่ยนเนทใหม่ครับ ให้มันไวขึ้นอีกนิดนึง

ผมว่ามันน่าจะช่วยได้

แล้วไอ้รูปพวกนี้ ทางพันทิพ เค้าก็มีช่องให้
ใส่ลงตรงข้างล่างช่องแสดงความคิดเห็นอยู่แล้ว

ไม่ได้ต้อง ใส่ login 10 ชั้น เข้าไปถึงจะโพสต์ได้ซะหน่อย
ใครมีอมยิ้ม เค้าอยากจะใส่รูปมาด้วย มันก็สิทธิ์ของเค้า

คุณไปว่าน้องเค้า มันก็สิทธิ์ของคุณเหมือนกัน เพียงแต่ว่า

"วาจานั้น มันรุนแรงไปหน่อยแค่นั้นเอง"

ผมว่า ก่อนที่คุณจะไปว่าคนอื่น คุณปรับทัศนคติส่วนตัวของคุณเองก่อน


จะดีไหมครับ

จากคุณ : สมันน้อย เบอร์ 14 - [ 26 ธ.ค. 48 18:48:22 ]


ความคิดเห็นที่ 20

.









จากคุณ : โซล-เมท - [ 26 ธ.ค. 48 18:59:28 ]


ความคิดเห็นที่ 21

เข้ามา..ขัน คห.17
5555

สมควรครับ...จุ้นไม่เข้าเรื่อง
แก้ไขเมื่อ 26 ธ.ค. 48 19:03:40


จากคุณ : ร็อคเล็กๆ - [ 26 ธ.ค. 48 19:02:57 ]


ความคิดเห็นที่ 22

จขกท...


ไม่น่ามีชีวิตอยู่ในสังคมออนไลน์ที่ดีอย่างpantipเลยนะค่ะ


ไปสู่ที่ชอบเถอะค่ะ


ขนาดเราเป็นบัตรผ่านเรายังรู้สึกแย่กับคุณมาก ๆ เลยอ่า


อยากด่าเรา ก็ คงไม่ได้ด่าหรอก เพราะเราไม่มีหลังไมค์ อิอิ


ปล.จขกท.ยังมีคนคบอยู่รึเปล้าอ่า


เป็นห่วงจัง

จากคุณ : ... - [ 26 ธ.ค. 48 19:04:54 A:58.9.142.216 X: TicketID:113630 ]


ความคิดเห็นที่ 23

ดูแมน ดี สำหรับเรา
กล้า ทำ กล้า รับ ก๊ O.K

ออกมา แบบนี้ รับรองเพียบ ค่ะ จขกท.


แต่ขอโทษ ดิฉันไม่น่า กด อมยิ้ม ดูข้อมูลส่วนตัวของคุณเลย
ด้วยความอยากรู้ อยากเห๊น กับตา ตัวเอง ขอโทษค่ะ
ไม่ได้มีเจตนา จริง ดูของเรามั่งซิ ไม่แพ้คุณน๊ะ

จากคุณ : แพรวขวัญ - [ 26 ธ.ค. 48 19:05:31 ]


ความคิดเห็นที่ 24

คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบ มีสิทธิ์ที่จะทักท้วง แต่ไม่ใช่ไปด่าน้องเขาแบบนี้ข้อความที่คุณใช้มันบ่งบอกถึงอะไรในตัวคุณได้หลายอย่างเลยนะ...

แต่ก็ยังดีที่ออกมายอมรับและขอโทษ...

อยากรู้จังว่าวันๆ คุณหลังไมค์ไปด่ากี่คนเนี่ย...

จากคุณ : ผมชื่อต้น - [ 26 ธ.ค. 48 19:08:30 ]


ความคิดเห็นที่ 25

รูปประชด






จากคุณ : Blue Lighthouse - [ 26 ธ.ค. 48 19:10:46 ]


ความคิดเห็นที่ 26

นึกว่าจะจบด้วยดี อย่างว่าสันดานคน

จากคุณ : Jamba_juice - [ 26 ธ.ค. 48 19:11:29 ]






ความคิดเห็นที่ 27

.


จากคุณ : โซล-เมท - [ 26 ธ.ค. 48 19:16:48 ]


ความคิดเห็นที่ 28

เชื่อคนง่ายค่ะ
เลยคลิกเข้าไปในอมยิ้มของคุณ จขกท. มั่ง

...
...
อึ้งค่ะ

งง ๆ เหมือนถูกด่าแฮะ

จากคุณ : lanseh - [ 26 ธ.ค. 48 19:18:29 ]


ความคิดเห็นที่ 29

//น่าจะจบด้วยดี ถ้าไม่รู้ว่า หลังอมยิ้มก็เป็น ซะอย่างนี้ เหอะ//

แต๊งกิ้ว ด็อกกี้ เราเลยไม่ทันไปจิ้มอมยิ้ม


ปล.ดีนะ ที่แค่เค้าโพสรูปในกระทู้สวนลุมแล้วคุณ ตามไปด่า ถ้าไปอ่านกระทู้ เฉลิมไทย ไม่ต้องตามด่ากันกันทุกล็อกอินเหรอ

เออ....สงสัยอย่าง เสียดายเวลาโหลดรูป แต่มีเวลาไปด่าคนอื่นแฮะ

จากคุณ : มินเอง - [ 26 ธ.ค. 48 19:19:00 ]


ความคิดเห็นที่ 30

โลกไซเบอร์ ถ้าคุณมาแบบดี คุณก็จะได้สิ่งที่ดีกลับไป

ถ้ามาแบบไม่ดี ไม่ว่าคุณจะเก็บกดมาจากโลกของความจริงยังไง ..ในโลกใบนี้ คุณก็จะเจอกับความเลวร้ายไม่ต่างกัน

แล้วทีนี้ จะหนีไปอยู่ในโลกใบไหนอีกคะ..

จากคุณ : khorbfaa - [ 26 ธ.ค. 48 19:28:43 ]


ความคิดเห็นที่ 31

อืม ๆ แบบนี้นี่เอง

จากคุณ : อาตี๋อินเตอร์ - [ 26 ธ.ค. 48 19:29:31 ]


ความคิดเห็นที่ 32

เราว่าให้เว็บมาสเตอร์หลังไมค์มาบอกดีป่าวค่ะ ถ้ามันเปลืองพื้นที
เรากลับชอบนะคนที่พิมพ์ข้อความแล้วก็โพสรูป มันไม่ดูแห้ง ๆอะค่ะ





จากคุณ : ตุ้มมิน - [ 26 ธ.ค. 48 19:30:39 ]


ความคิดเห็นที่ 33

มาเห็นใจน้องนำตาลค่ะ อย่างน้อยน้องก็รู้แล้วว่าโดนกระทำอย่างไม่ชอบธรรม ตอนแรกว่าจะเตือนจขกทให้ใจเย็นๆ แต่เจอข้อความหลังไมค์คุณแล้วอึ้งค่ะ

จากคุณ : รู้ดีกว่าครู - [ 26 ธ.ค. 48 19:40:14 A:83.65.247.238 X: TicketID:111218 ]


ความคิดเห็นที่ 34

จริง ๆ ก็เบื่อเหมือนกันนะ พวกโพสท์รูปเนี่ย
จะโพสท์ทำไม เพื่อเป็นเอกลักษณ์อะไรแบบนี้เหรอ
เพื่อ....????
เปลืองเนื้อที่จริงแหละ โพสท์แต่พองามเหอะ
เราก็คิดเหมือน จขกท.นะ แต่เราปอดแหก
ไม่กล้าบอก แต่วันนี้ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ขอแจมเหอะ
เห็นใจคนเน็ตช้าไม่มีตังค์เปลี่ยนยี่ห้อมั่งเหอะนะ

ปล.ไม่รับหลังไมค์ด่าหรือชม รับแต่หลังไมค์มาจีบเท่านั้น
(แหวะ)

จากคุณ : i-am-oui - [ 26 ธ.ค. 48 19:40:27 ]


ความคิดเห็นที่ 35

ผมว่า จขกท มีปัญหาทางจิต

จากคุณ : Dr.slump - [ 26 ธ.ค. 48 19:46:18 ]


ความคิดเห็นที่ 36

เข้ามาขํา #27 55555555

จากคุณ : >'' Comfortable ''< - [ 26 ธ.ค. 48 19:50:01 ]


ความคิดเห็นที่ 37

ไม่ออกความเห็น
แค่เห็นหลังไมค์ก็อึ้งกิมกี่ไปเลยง่ะ

จากคุณ : พะยูนอ้วน - [ 26 ธ.ค. 48 19:59:22 ]


ความคิดเห็นที่ 38

กาก

จากคุณ : UselessRomance - [ 26 ธ.ค. 48 20:08:36 ]


ความคิดเห็นที่ 39

ขอใช้คำพูดที่ใครๆมักจะพูดกันหน่อย ถึงว่าผมจะไม่ค่อยชอบประโยคนี้ก็ตาม "นี่เป็นเวปสาธารณะครับ ใครจะโพสอะไรก็ได้ ตราบที่ยังไม่ผิดกติกาของเวป"

ระหว่างโหลดรูปนี่ ข้อความในกระทู้มันไม่ขึ้นหรอครับ หรือว่าคุณอารมณ์เสียที่รอดูรูปนานไปหน่อย ถ้าจะเตือนกัน ก็น่าจะพูดกันดีๆ ไม่ใช่ก็ไปต่อว่าเขาเเล้ว ทำตัวเหมือนพวกเก็บกด มีปัญหาทางอารมณ์ไปได้ ลูกผู้ชายหน่อยสิครับ ออกมาประกาศตัวเพราะอีกกระทู้หนึ่งเขารู้เเล้วว่าเป็นคุณ ไม่ใช่อยากออกมาสารภาพเพราะความเป็นลูกผู้ชายหรอก ถ้าลูกผู้ชายจริงก็คงไม่ด่าผู้หญิงตั้งเเต่เเรกหรอก

ใจกว้างหน่อยสิครับ ท่าทางขี้หงุดหงิดนะครับคุณเนี่ย รู้จักให้อภัยกับสิ่งที่เล็กน้อยมาก อย่าเก็บมาเเค้นเคืองเสียทุกอย่าง เดี๋ยวจะเป็นบ้าไปเสีย ไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่ เเต่เหมือนวุฒิภาวะต่ำไปหน่อย

เสียดาย รูปพุงตูหายไปแล้ว ไม่งั้นจะโพสในกระทู้นี้ด้วย
แก้ไขเมื่อ 26 ธ.ค. 48 20:25:05

จากคุณ : พุงพุ้ย - [ 26 ธ.ค. 48 20:15:34 ]


ความคิดเห็นที่ 40

เราก็อยากจะบอกเหมือนกันบางรูปมันซ้ำๆกัน

ขนาดรูปใหญ่เกินมันก็ไม่สวยด้วยอะ

เอาแบบนานๆที่มีก็ไม่ว่า แต่บางครั้งเราว่าไม่จำเป็นอะ

ถ้าจะเอารูปมาใส่เพื่อแสดงเป็นเอกลักษณ์

ตั้งใจจะเอารูปนี้จริงๆ ก็ขอให้ย่อขนาดเอาประมาณยิ้มหวาน

เราว่ากำลังดีนะ อย่าให้มันเต็มจอมากไป

เราก็ว่ามันไม่สวยแถมช้าอีก

ปล. เราไม่ได้คนมีเงินเยอะขนาดติดไฮสปีดอะ
นอกจากเล่นที่ทำงานก็ไม่มีเวลาอีก
เดินทางสายกลางดีที่สุด
บางเรื่องก็อยากให้ฟังความคิดเห็นคนอื่นบาง
ถ้าไม่ดีจริงก็ยอมรับกันหน่อย

จากคุณ : โทโมกะ - [ 26 ธ.ค. 48 20:18:58 ]


ความคิดเห็นที่ 41

to คห 34

ค่ะ สำหรับเพื่อเป็นเอกลักษณ์ ใครจะว่าไงไม่รู้งิ
แล้วก็ บางทีเราอยากกลับไปอ่านกระทู้เดิมที่เคยให้ความเห็นเอาไว้ เราจำไม่ค่อยได้ ว่าอ่านไปถึง คห ไหนแล้ว

ก็เลยใช้รูป ไว้เป็นสัญลักษณ์อะค่ะ ว่าถึงไหนแล้ว
ถ้ารบกวนใครก็ขอโทดด้วยแล้วกัน

****************************
to จขกท
โทดที ที่โพสรูป แต่ไงก็คงไม่เลิก









จากคุณ : น้ำแข็งเผา - [ 26 ธ.ค. 48 20:21:41 ]


ความคิดเห็นที่ 42

จขกท. สงสัยมาล่อเป้าอ่ะ เหงาเหรอจ๊ะ ลบๆไปเหอะกระทู้แบบเนี้ย

จากคุณ : marshmallow - [ 26 ธ.ค. 48 20:22:33 ]


ความคิดเห็นที่ 43

ซวยเลยเรา ดันจิ้มหลังไมค์จขกท.ไปก่อนที่จะเห็นคคหที่

17 เต็มสองลูกตาเลย เป็นคนหยาบคายจริง ๆ

ขำคุณ โซล-เมท คคห.ที่ 27 เข้าใจทำ

จากคุณ : gg1234k - [ 26 ธ.ค. 48 20:23:29 ]


ความคิดเห็นที่ 44

คุณสามเอ็กซ์ ไม่เข้ามาโพสต์ภาพในกระทู้นี้มั่งเหรอ

ขอภาพใหญ่ๆ เลยค่ะ หุหุ ชอบ



แก้ไขเมื่อ 26 ธ.ค. 48 20:25:56

จากคุณ : แพนด้ามหาภัย - [ 26 ธ.ค. 48 20:25:30 ]


ความคิดเห็นที่ 45

ผมเองก็รำคาญพวกที่โพสรูปซ้ำๆ ปัญญาอ่อน แปะทุกท้ายความเห็นตัวเอง

ก็ไม่เข้าใจว่า จะทำไปทำไม กลัวคนเขาจะไม่รู้ว่า ตัวเองมาแล้วรึไงครับ
สงสัยจะมีปมด้อย หรือ ขาดการได้รับการยอมรับจากเพื่อนฝูง
ถึงต้อง พรีเซนต์ตัวเอง อย่างสุดฤทธิ์ ให้เตะตาคนเข้าไว้

ผมเองก็รำคาญไอ้รูปบ้าบอพวกนี้เหมือนกัน เพียงแต่ว่า ผมคงไม่หลังไมค์ไปด่าใคร
เพราะไม่มีนิสัยแบบนั้น

จากคุณ : ช่างไฟ - [ 26 ธ.ค. 48 20:27:25 ]



ความคิดเห็นที่ 46

เราเห็นเหมือนคุณช่างไฟ
เน็ตเราดีและแรงนะ
เพียงแต่เห็นใจคนเน็ตช้า และไม่มีตังค์เปลี่ยน
แต่เราก็ไม่ชอบ จขกท.ที่ไปด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง
พูดกันนิดๆ ดีๆ ก็ได้ว่าให้ลดขนาดรูปหน่อย

จากคุณ : mrs_ricken - [ 26 ธ.ค. 48 20:34:31 ]


ความคิดเห็นที่ 47

555 เหมือน คห.34 กับ 40 (...และ 45 กับ 46 ด้วย 555)

แต่ปอดแหกด้วยคน ~

แต่ถ้ารูปธรรมดาๆ เราก็พยายามทำเป็นข้ามๆ ไปนะ
แต่รูปที่เรารำคาญเนี่ย ดันเป็นที่รักของคนส่วนใหญ่ แล้วก็มักจะใหญ่ซะด้วยสิ หึหึหึ
แก้ไขเมื่อ 26 ธ.ค. 48 20:38:03

จากคุณ : BIAS (สาวแว่นเลี้ยวซ้าย) - [ 26 ธ.ค. 48 20:36:48 ]


ความคิดเห็นที่ 48

ไม่มีความเห็นเรื่องโพสต์รูปค่ะ


แต่เผลอจิ้มอมยิ้มคุณ จขกท ไป อึ้งค่ะ อึ้ง !!!

จากคุณ : =U_U= PoRpLe - [ 26 ธ.ค. 48 20:37:08 ]


ความคิดเห็นที่ 49

ของเรานี่แล้วแต่ถ้ามีคนมาโพสต์รูปน่ารักๆ ก็ดูแล้วสบายตาดี แต่ถ้าโพสต์รูปซ้ำๆ และใหญ่มากๆ ก็จะรู้สึกดูแล้ว..เอ่อ..กึ๊กเหมือนกัน แต่ก็คงไม่กล้าไปด่าหลังไมค์หรอกและคงไม่ใช่คำพูดหยาบๆ อีกหล่ะ

จากคุณ : . - [ 26 ธ.ค. 48 20:50:55 A:206.197.217.20 X: TicketID:111979 ]


ความคิดเห็นที่ 50

ผมว่าถ้าคุณไม่ชอบ
น่าจะไปร้องเรียนกับผู้ดูแลมากกว่านะครับ
ไปด่าคนอื่นเสียหายแบบนั้นทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้คุณเลย
มันไม่ถูกนะ อย่างน้อยเขาก็ผู้หญิงนะครับ

จากคุณ : ErShiYi - [ 26 ธ.ค. 48 20:51:24 ]



Create Date : 29 ธันวาคม 2548
Last Update : 29 ธันวาคม 2548 13:19:41 น.
Counter : 346 Pageviews.

7 comment
เหตุผลที่ทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบผู้ชายดี ๆ
ที่มา //www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L3943897/L3943897.html

เหตุผลที่ทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบผู้ชายดี ๆ


วันนี้ขอเสนอเรื่อง .... ทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบผู้ชายดี ๆ คิดว่าจริงรึเปล่า


คำถามนี้ไม่ใช่คำถามที่แปลกเมื่อได้ยินได้ฟังหรอก..
เป็นคำถามปกติธรรมดาที่แทบจะได้ยินทุกเมื่อเชื่อวัน..

ผู้ชายหลายคนมักจะตั้งคำถามแบบนี้เสมอๆ ยิ่งเมื่อเห็นผู้หญิงที่ตัวเองชอบไปเลือกคบกับไอ้หนุ่มที่ท่าทางเจ้าชู้
และไม่น่าไว้วางใจสักนิดเดียว แทนที่จะเลือกคบกับตัวเขา..

ถึงแม้ว่าผู้ชายทั้งหลายละทิ้งอคติ.._ที่มองว่าตัวเองดีกว่าชาวบ้านเสมอ_ไปแล้วก็ตาม

แต่คำถามนี้ก็ยังคงไม่หายไปจากโลกง่ายๆ.. เพราะว่าความเข้าใจในความ "ดี"
ที่ผู้หญิงและผู้ชายมองนั้นแตกต่างกันไป...

ผู้ชายมักจะมองว่าผู้ชายที่ดี ที่ผู้หญิงควรจะเลือกคือ
* *_ผู้ชายที่เรียบร้อย ไม่เจ้าชู้ ไม่ยุ่งกับอบายมุข
เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้หญิงพอใจที่จะเลือกเป็นคู่ครอง

ทว่า.. ผู้ชายมองอะไรที่ตื้นเขินเกินไป

ในความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงทุกคนจะให้คำจำกัดความของคำว่า "ดี" คือ

* ผู้ชายที่รักเธอจริงและแสดงออกว่าเธอเป็นคนสำคัญ มีความเป็นผู้นำรวมทั้งฉลาดพอที่จะต่อกรกับเธอได้ *

จะเห็นได้ว่าคำว่า "ดี" ที่ผู้หญิงกับผู้ชายคิดนั้น แทบจะหาความเกี่ยวข้องกันไม่ได้เลย..

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมผู้ชายหลายคน ถึงไม่อาจยอมรับการตัดสินใจเลือกคบกับใครสักคนของผู้หญิงได้

เพราะว่าเธอเลือกผู้ชายที่ไม่ดีในสายตาเขา แต่เป็นผู้ชายที่ดีในสายตาของเธอ..

ในอีกกรณีหนึ่ง..

ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์แบบเพียบพร้อมทุกประการก็เจอกับปัญหานี้เช่นกัน

แต่ไม่ใช่เพราะว่าคำว่า "ดี"

หากแต่เป็นเพราะ_ความสมบูรณ์แบบของเขา_ต่างหาก ที่ทำให้ผู้หญิงไม่กล้าเลือกผู้ชายคนนี้มาเป็นคู่ครอง...

ผู้ชายที่เป็นคนดีเกินไปนั้น ทำให้ผู้หญิงอึดอัดทั้งกายและใจในการที่จะอยู่ด้วย
มากกว่าผู้ชายที่มีข้อบกพร่องบ้าง
เพราะว่าผู้หญิงก็รู้ตัวดีอยู่ว่าตัวเองนั้นไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบเท่าไหร่นัก

ถ้าผู้ชายที่เธอคบด้วยเป็นคนสมบูรณ์แบบเกินไป ก็จะทำให้เธอขาดความมั่นใจ
และไม่สามารถแสดง ตัวตนที่แท้จริงที่มีข้อบกพร่อง ต่อหน้าเขาได้
เพราะว่าเขาสมบูรณ์แบบเสียจนเธอไม่คิดว่าเขาจะเข้าใจเรื่องบกพร่อง
ในบางครั้งเขายังทำลายความมั่นใจในตัวผู้หญิงได้อย่างไม่รู้ตัว

และสุดท้ายคือ
ผู้หญิงกลัวที่จะ สูญเสียเขาไปเมื่อเขารู้จักเธอมากพอ ...
เมื่อรู้ว่าเธอไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่เขาอยากได้..
ดังนั้นผู้หญิงเลยเลือกที่จะไม่สนใจผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ต้นเสียดีกว่า

โดยเนื้อแท้แล้ว
ไม่มีใครอยากได้คู่ครองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนเลวหรอก..ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย
เราทุกคนต่างก็เสาะหาคนดีๆกันทั้งนั้น
ดังนั้นสิ่งที่จะสามารถผูกมัดอีกฝ่ายหนึ่งไว้ได้คือ..
จงทำตัวเหมือนหนังสือที่มองภายนอกแล้วน่าสนใจ..
เปิดมาอ่านภายในแล้ววางไม่ลง..
แต่อ่านเท่าไรก็ไม่สามารถหาตอนจบได้พบ

..................................................................


ผู้ชายดีๆ (ทำงานเก่ง เรียนเก่ง ขยัน ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่
ไม่ยุ่งเกี่ยวอบายมุข ไม่เจ้าชู้ Perfect !!!)
มักจะเป็นคนดีจริงๆครับ แบบว่าดีในเรื่องที่เค้าสนใจ
แต่มักจะด้อยในเรื่องที่เพศตรงข้ามสนใจ (ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี-_-')

จนอาจจะละเลยหรือหลงลืมการกระทำบางอย่างที่ควรจะทำกับเพศตรงข้ามไปโดยไม่รู้ตัว

ผู้ชายที่ไม่ค่อยจะดี (กินเหล้า สูบบุหรี่ เจ้าชู้ เรียนพอเอาตัวรอดได้ ทำงานไปวันๆ เจ้าชู้นิดๆ เพลย์บอยหน่อยๆ)
ส่วนมากมักจะรู้ในสิ่งที่ผู้หญิงต้องการ และดูน่าค้นหา น่าเปิดอ่าน

ถ้าเปรียบเป็นปกหนังสือ

ผู้ชายดีๆก็จะเหมือนหนังสือดีๆทั่วๆไป เช่น หนังสือให้ความรู้
เชิงวิชาการ หรืออะไรเทือกๆนี้ ออกแบบปกได้ไม่น่าสนใจ
แต่เนื้อหาข้างในแน่นปึ้ก เหมาะที่จะไว้ใช้อ้างอิงได้ตลอดเวลา
ไม่ค่อยน่าหยิบมาอ่าน อยากอ่านก็ต่อเมื่อมีเรื่องเดือดร้อน
หรือมีความจำเป็นที่จะต้องอ่านเท่านั้น

ผู้ชายที่ไม่ค่อยจะดี ก็เหมือนปกหนังสือที่ออกแบบได้โดดเด่น แปลก แหวกแนว
น่าหยิบมาอ่านจากแผงหนังสือที่มีทั้งหนังสือปกสวยๆและไม่สวยเบียดๆกันอยู่
ออกแบบปกได้สวย แต่หาสาระอะไรไม่ค่อยจะได้ อ่านเอาสนุก
อ่านเพื่อความบันเทิง แต่เมื่ออ่านจบแล้ว
ก็ยังอยากที่จะหยิบมาอ่านซ้ำอีก

แต่...

ผู้ชายที่เลวสุดๆ (อบายมุขทุกอย่าง เอาหมด ค้ายาเสพติด เจ้าชู้มาก
งานการไม่ทำ ขี้เกียจ เรียนไม่ จบซักที่ ฯลฯ)

ผมว่าอย่างนี้ ก็คงไม่มีใครเอาเหมือนกันอ่ะครับ

ปล. ผมว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้อยากจะมีแฟนรวยเว่อร์หรอก
คือไม่จำเป็นหรอกที่จะต้องเรียนดี ทำงานเก่ง

แต่ผมว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ ขอเพียงอยู่ได้โดย_ไม่มีหนี้สิน_
ไม่ต้องรวยเว่อร์ รวยล้นฟ้า ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง จนลืมคนข้างหลัง
เธออาจจะต้องการแค่ ใครซักคนที่คุยภาษาเดียวกัน ความคิดคล้ายๆกัน
ทำให้ เธอหัวเราะได้ ยิ้มได้ _ปลอบใจเธอยามเธอผิดหวัง_ ให้กำลังใจเธอ
เมื่อเธอท้อแท้ _เป็นห่วงเป็นใย ดูแลเธอ ยามที่เธอป่วย_
บ้านไม่เล็กไม่ใหญ่สักหลังหนึ่ง ก็น่าจะเพียงพอแล้ว...

ขอยืมคำป้าตู่มาหน่อยครับ

*"บ้านใหญ่โตจะมีความหมายอะไร ถ้าคนในบ้านไม่ยิ้มให้กัน/"/*

แต่คนเราก็เหมือนมีโรคจิต

*เวลาเห็นอะไรดีๆ มักจะเผลอจ้องจับผิดเสมอ***
ซึ่งเมื่อไรก้อตาม ที่เห็นอะไรที่ผิด เล็กๆ น้อยๆ
รอยข่วนเล็กๆ บนแจกันราคาแพง
ดูจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน

ในขณะเดียวกัน
*ผู้ชายที่หลายๆ คนมองไม่ดี***
*หากทำอะไรน่าประทับใจเพียงครั้งเดียว***
*มันจะทำให้จดจำไปชั่วชีวิต***

-----------------------------------------------------------
แฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.......... ชอบจิงๆฮะ บทความนี้.........

จากคุณ : buzzispice - [ 11 ธ.ค. 48 07:50:02 ]



Create Date : 11 ธันวาคม 2548
Last Update : 13 มีนาคม 2551 20:27:02 น.
Counter : 378 Pageviews.

3 comment
กระทุ้แนะนำสวนลุม => จุดเริ่มต้นที่ไม่น่าเชื่อว่าจะนำไปสู่จุดจบของความรัก
ที่มา

//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L3882531/L3882531.html


จุดเริ่มต้นที่ไม่น่าเชื่อว่าจะนำไปสู่จุดจบของความรัก ให้อ่านเป็นอุทาหรณ์ ขออย่าให้ใครต้องซ้ำรอยอีกเลย

หมู่นี้เห็นคนมีปัญหาในความรักเข้ามา post บ่อยปัญหาก็คล้ายๆกัน ถามคำถามเหมือนๆกัน เราเลยอยากเล่าเรื่องนี้โดยหวังว่ามันอาจจะพอมีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นให้กับคนที่อ่านบ้าง อยากให้เรื่องของเราเป็นอุทาหรณ์ในเรื่องความรัก ขอให้ใครที่กำลังคิดจะมีพฤติกรรมแบบที่อดีตสามีเราเคยทำได้เก็บเรื่องนี้ไปเตือนใจด้วย ขอให้คนที่มีนิสัยแบบเราและเคยเรียกร้องเวลาจากคนรักได้เก็บเอาไปคิดว่าตัวเองจะต้องเปลี่ยนอะไรไหมเพื่อป้องกันไม่ให้ความรักต้องจบลงอย่างนี้................ขอให้อย่าได้มีใครต้องเจ็บช้ำกับความรักเหมือนเราอีกเลย

เรื่องที่จะเล่ายาวนะคะ จะค่อยๆพิมพ์ลงเป็นส่วนๆจะได้อ่านง่ายๆ

หลังจากเลิกรากันไปเราก็ได้มีโอกาสถามเขาถึงข้อที่สงสัยมานานว่าเขาไปมีความรักใหม่กับผู้หญิงคนนี้ได้ยังไงทั้งๆที่เขาก็ยังอยู่กับเรา ที่เรายิ่งสงสัยที่สุดก็คือว่าการที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกแล้วก็ไปมีอะไรกันได้เลยน่ะมันเป็นไปได้ยังไง

และใครที่เคยมีคำถามว่า
- รักแท้ในอินเตอร์เน็ตมีจริงรึเปล่า
- ผู้ชายแคร์เรื่องความบริสุทธิ์ของผู้หญิงหรือเปล่า
- ผู้หญิงที่ผู้ชายจะเลือกมาเป็นคู่ ต้องเป็นยังไง
- คนที่มีแฟน/เมียแล้ว จะรักคนใหม่ได้อีกยังไง
- เราสามารถรักคนสองคนได้ในเวลาเดียวกันจริงหรือ
- คนที่นอกใจเนี่ยเขาคิดยังไง
- คนที่เป็นกิ๊ก ชู้ เมียน้อย เขาคิดยังไงถึงเป็น
- เรื่องของความรักใช้หัวใจหรือเหตุผล
- รักเกิดได้ยังไง
- คบกันมานานทำไมเลิกกันได้
- ทำไมคนเราต้องนอกใจ
- และก็อีกหลายๆคำถามที่เกี่ยวกับรัก เกี่ยวกับการนอกใจ เกี่ยวกับมือที่สาม

อยากให้อ่านดูนะ

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 12:29:46 ]


ความคิดเห็นที่ 1

เขาเข้าเว็บหาคู่เพราะเพื่อนๆที่ทำงานเขาเล่นกันแล้วมาชวน ก็เลยเข้าไปซะหน่อยหาเพื่อนคุยสนุกๆเล่นๆ ผู้หญิงใหม่ของเขาก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงหลายคนที่เขาคุยด้วย ตัวเขาเองก็ไม่ได้ปิดบังอะไรว่าแต่งงานแล้วเพราะเขาแค่หาเพื่อนคุยเอาสนุกเท่านั้น กับคนใหม่ของเขานี้เขาบอกว่าคุยเอ็มกันเรื่อยๆต่อมาก็แลกรูปแลกเบอร์โทร คุยกันได้สักเกือบปีเธอก็ทะเลาะกับแม่บุญธรรมเลยหนีออกจากบ้านที่เชียงใหม่ลงมาอยู่กับแม่จริงที่กรุงเทพ ก่อนเธอลงมาก็โทรมาหาเขาบอกว่าจะลงมาที่นี่เลยนัดเจอกันโดยให้เขาไปรับเธอที่บ้าน

เราถามเขาว่าแล้วทำไมถึงไปนอนกันได้เลยทั้งๆที่เพิ่งจะเจอครั้งแรก เขาก็บอกว่าเขาคิดว่าผู้หญิงที่รู้จักกันทางเน็ตแล้วนัดเจอกับผู้ชายก็พร้อมที่จะมีอะไรกันอยู่แล้ว อีกทั้งผู้หญิงคนนี้แฟนเธอก็ทำงานอยู่กรุงเทพแต่ไม่ยักกะนัดเจอแฟนตั้งแต่วันแรกที่มาถึงกลับมานัดเขาแทนแสดงว่าให้ท่าชัวร์ เขาบอกว่าเขาคิดอย่างนี้จริงๆตอนนั้นแล้วก็ไม่ได้คิดถึงเราว่าจะเสียใจไหมเพราะเขาคิดว่ามันก็แค่ครั้งเดียวจบ เขาสามารถจัดการได้

พอเขาไปรับเธอที่บ้านเขาก็ถามเธอว่าจะไปไหน เธอตอบว่าไปไหนก็ได้ เขาก็เลยพาเข้าโรงแรมเธอก็ไม่ขัดขืนด้วย (เราเดาว่าในความคิดของผู้ชายก็คงคิดว่าเปิดโอกาสขนาดนี้ใครไม่เอาก็โง่แล้วก็เลยทำ) เขาบอกว่าตอนนั้นเขาคิดว่าเธอใจง่าย แล้วก็ไม่ได้ติดใจอะไรใน sex ที่มีกันหรอกเขาว่าก็ธรรมดา

เราถามเขาว่าตอนที่คุยกันน่ะคุยเรื่องอะไรกัน จีบกันรึเปล่า เขาก็ว่าไม่มีเลย ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะชวนคุยซะมากกว่าก็คุยกันธรรมดาเรื่องทั่วไป ผู้หญิงคนนี้อายุน้อยกว่าเขา 4 ปี ตอนที่เริ่มคุยเธอเพิ่งเรียนจบก็เป็นแบบเด็กวัยรุ่นชวนคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป เล่าเรื่องปัญหาตัวเองบ้าง เขาก็ฟังแล้วก็ให้คำปรึกษา แต่เขาบอกว่าไม่ได้คุยบ่อยเลยนะ

หลังจากวันนั้นแล้วเขาก็มีไปนอนกับเธออีกครั้งเดียวก่อนเธอกลับเชียงใหม่ เราก็ถามเขาว่าแล้วเขาได้ถามเธอไหมว่าทำไมยอมมานอนกับเขาง่ายๆ เขาก็ว่าตอนครั้งที่สองเธอบอกว่าที่ยอมเขาครั้งแรกน่ะเพราะเธอรู้สึกรักเขาตั้งแต่ที่ได้คุยกันแล้ว ตัวเขาในตอนนั้นก็ไม่เชื่อหรอกว่าเธอพูดจริงเพราะเธอก็มีแฟนอยู่แล้ว ก็คิดแค่ว่าเดี๋ยวเธอก็กลับไปคงไม่ได้เจอกันอีก เขายังคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงง่ายอยู่ดี

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 12:36:11 ]


ความคิดเห็นที่ 8

หลังจากเขาไปมีอะไรกับเธอ เขาก็ไม่ยอมนอนกับเราอ้างว่าทำงานเครียดและก็เหนื่อยเราก็เชื่อประกอบกับตอนนั้นเราเองก็เห็นว่างานเขาก็เยอะจริงๆ แต่เหตุผลที่จริงที่เขาเพิ่งบอกเราทีหลังก็คือเขาอยากให้แน่ใจว่าตัวเขาไม่ติดโรคเพราะถึงจะใส่ถุงแต่เขาก็ไม่มั่นใจ เขาเลยคิดว่ารอให้มันผ่านไปสักสามเดือนก่อนแล้วกัน เขาบอกเราว่าตั้งแต่เธอคนนั้นกลับไปเขาก็ไม่ได้ติดต่ออีกเลย แล้วเวลาก็ผ่านไปจวนๆสามเดือนเขามีคดีที่ต้องขึ้นไปทำที่เชียงใหม่งานนี้ทำให้เขาต้องขึ้นเชียงใหม่เดือนละครั้งไปทีก็อาทิตย์นึง ใช้เวลาสี่เดือนกว่าคดีจะเสร็จ

พอเขาขึ้นเชียงใหม่เขาก็ลองโทรหาผู้หญิงคนนั้นดูบอกว่าตอนนี้เขาอยู่เชียงใหม่พักอยู่ที่โรงแรมนี้ๆนะ ปรากฎว่าเธอก็ก็มาหาเขาถึงห้องที่โรงแรมเลย เขายอมรับว่าด้วยความที่เขาไม่ได้นอนกับเรานานอารมณ์มันก็สะสม sex ครั้งนั้นจึงเป็นอะไรที่สุดยอดมากสำหรับเขา แล้วความสัมพันธ์ของเขากับเธอก็ดำเนินมาเรื่อยๆจากนั้นเป็นต้นมา

ตอนที่เขาไปทำงานก็มีเพื่อนที่ทำงานไปช่วยงานด้วยอีกคน เขาขอให้เพื่อนคนนี้ออกไปรอข้างนอกก่อนตอนที่ผู้หญิงคนนี้มา เพื่อนคนนี้ก็ให้ความร่วมมือด้วยไม่ว่าอะไรทั้งๆที่ก็รู้อยู่ว่าเขามีเมียแล้ว แถมกลับมายังมาเล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟังกันแบบสนุกๆว่าคงมันส์หยดกันมากเพราะเพื่อนคนนี้ออกไปสามทุ่มกลับมาตอนตีสอง เจอถุงยางอยู่ในถังขยะตั้งสี่อัน เราไม่เข้าใจโลกของผุ้ชายเลยเรื่องพวกนี้มันน่ายกย่องนักใช่ไหม (อันนี้เรามารู้ทีหลังเพราะมีเพื่อนที่ทำงานเขาที่อยากให้เราตัดใจจากสามีให้ได้เลยมาเล่าให้เราฟังอีกที)

ช่วงที่เขาไม่นอนกับเรา เราก็พยายามเริ่มเองนะเพราะเราว่าผู้ชายต้องปลดปล่อยแต่เขาปฏิเสธเราตลอดบอกว่าเหนื่อย งานยุ่งจนไม่มีอารมณ์ เปลี่ยนสถานที่ไปเที่ยวกันก็บอกว่าอุตส่าห์มาเที่ยวก็ขอพักผ่อนให้เต็มที่แล้วกันก็เลยเอาแต่นอน ตอนนั้นเราไม่ระแวงเลยแม้แต่น้อยว่าเขามีคนอื่นเพราะเขาก็ยังทำตัวเหมือนเดิมมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นที่เปลี่ยนไป

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 12:50:37 ]


ความคิดเห็นที่ 11

ตั้งแต่สามีไม่ยอมมีอะไรกับเรา เราก็หงุดหงิดง่ายมากขึ้น วีนใส่เขาบ่อยๆ เริ่มงอแงอยากให้เขาอยู่กับเราให้มากที่สุดให้นานที่สุด ไม่อยากให้เขาต้องติวเนติฯ ไม่อยากให้เขาต้องไปอยู่เวรที่ออฟฟิศ เรามาคิดได้ทีหลังว่าคงเป็นเพราะเราเก็บกดเรื่องอย่างว่าและจิตใต้สำนึกเราคงเริ่มเตือนตัวเองว่าเขาไม่รักเราแล้ว เราจึงเรียกร้องให้เขาตามใจเรามากๆอยู่กับเรามากๆเพื่อให้เรารู้สึกได้ว่าเขายังรักเราอยู่ นี่ เ ป็ น ส า เ ห ตุ ที่ ทำ ใ ห้ เ ข า ยิ่ ง เ บื่ อ เ ร า ม า ก ขึ้ น

พอหมดคดีเขาก็บอกเราว่าต้องไปติวสอบเนติฯทุกวันอาทิตย์ แต่จริงๆไม่ได้ไปติวหรอกเขาบินไปหาผู้หญิงคนนั้น

เขามีอะไรกันเป็นปีโดยที่เราไม่ระแคะระคายเลย เราถามเขาว่าแล้วไปรักเธอคนนี้ตั้งแต่ตอนไหน เขาบอกว่าผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาประทับใจตรงที่เธอไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด เธอบอกเลิกแฟน เลิกติดต่อผู้ชายคนอื่นๆที่เธอเคยคุยสมัยลงเว็บหาคู่ เลิกเที่ยวกลางคืน(ถ้าไปก็เอาเขาไปด้วย) บอกรหัสให้เขาเช็คอีเมล์เธอได้หมด เอามือถือให้เขาดูทุกครั้งว่าไม่มีเบอร์ผู้ชายอื่น เธอบอกว่านอกจากแฟนเก่าแล้วเธอไม่เคยไปนอนกับผู้ชายคนไหนนอกจากเค้า

เขาเริ่มคุยกับเธอมากขึ้น นั่งแชทกันทั้งวันหรือถ้าไม่ออนไลน์ก็คุยโทรศัพท์ตั้งแต่ไปถึงออฟฟิศจนกลับบ้าน เพื่อนที่ทำงานเขาเคยถามเขาว่า คุยอะไรกันนักกันหนานะทั้งวันทุกวัน เขาเล่าให้เราฟังว่าเขาซักประวัติผู้หญิงคนนี้เรียกว่าเอากันตั้งแต่เกิดจนปัจจุบัน รู้ทุกอย่างละเอียดยิบ แล้วเธอก็คุยเก่งสรรหาเรื่องโน่นนี่มาคุยได้ตลอด ค่าโทรของเขาเดือนนึงจากพันกว่าๆ กระโดดมาเป็นสามพัน เคยเกือบๆห้าพันก็มี แต่เราก็ยังไม่เอะใจเพราะเขาเคยเล่าให้ฟังว่าที่ออฟฟิศไม่ให้ใช้เครื่องที่นั่นโทรออก พวกทนายต้องใช้มือถือของใครของมันโทรกันเอง พอเราถามค่าโทรเยอะจังเขาก็ว่าคุยงานนาน

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 13:14:23 ]


ความคิดเห็นที่ 17

เขายังประทับใจเธอตรงที่เธอได้เห็นด้านเลวของเขาแล้วก็ยังรับได้

- เขาสูบบุหรี่(เขาหลอกเราว่าเลิกแล้วเพราะรู้ว่าเราไม่ชอบ ตั้งแต่คบกันมาเขาไม่เคยสูบให้เราเห็นเลย เพิ่งรู้ว่าเขาไม่ได้เลิกหรอกเวลาอยู่ที่ทำงานก็สูบเป็นปกติเพราะเพื่อนสูบกันทุกคนเลยอดไม่ไหว เขาเก่งมากที่ปิดได้เป็นสิบๆปี)

- เขาพาเธอเข้าโรงแรมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากัน

- รับได้เรื่องรสนิยมทางเพศที่เขาบอกว่าไม่กล้าทำกับเราเพราะกลัวเรารับไม่ได้ เช่น ถ่ายรูปเวลามีอะไรกันเก็บไว้ในมือถือมั่ง ส่งทางเมล์บ้าง ส่งรูปเปลือยหากันและกันเพื่อมี sex phone (ตอนที่เราไปเจอภาพพวกนี้ในมือถือเขาที่เราไม่เคยเช็คมาก่อนเลย เราแทบล้มทั้งยืน แต่เราก็ยังทำร้ายตัวเองต่อด้วยการไปเช็คอีเมล์เขาที่ไม่เคยเช็คเลยเช่นกันจนไปเจอว่าเขาแอบเปิดเมล์ชื่ออื่นแต่ไม่บอกเราเพื่อเอาไว้ส่งรูปเก็บรูปที่ถ่ายกันไว้โดยเฉพาะ เราดูรูปไปก็น้ำตาไหลอยู่หน้าคอม)

นอกจากประทับใจแล้วเขาก็ยังสงสารเธอเพราะเธอบอกว่ารักเขาจริงๆ ขอยอมเป็นเมียน้อย รักแท้ย่อมไม่สมหวังเธอทนได้ ขอให้เขาอย่าเลิกกับเราเพราะเธอผิดเองที่เข้ามาทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่สมควร เธอเคยขอเลิกกับเขาเหมือนกันแต่สุดท้ายก็กลับมาเพราะเธอบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา ขอให้เขาขึ้นเชียงใหม่ไปหาเธอบ้างแค่นี้เธอก็พอใจแล้ว

สุดท้ายเขาก็รักเธอมากขึ้นๆจนหมดรักเราไปเมื่อไรก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีเขาก็อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอไปซะแล้วแต่จะเลิกกับเรา เราก็ไม่ผิดอะไร เขายอมรับว่าอยู่กับเธอคนนั้นมันรู้สึกตื่นเต้นมีชีวิตชีวา มันคิดถึงอยากเจออยากเห็นหน้าตลอดเวลา

เราสองคนก็อยู่กันมานานแล้วคบกันมาสิบกว่าปี ความรู้สึกรักที่หวือหวาแบบแรกรักมันไม่มีแล้ว เราที่อายุเข้าเลขสามกับผู้หญิงอีกคนที่อายุน้อยกว่าเรามากก็ย่อมต่างกันแน่นอน(เราอายุมากกว่าแฟน) เคยมีคนพูดว่าของลักลอบกับของตายน่ะความรู้สึกมันต่างกัน อีกทั้งมันยังเป็นรักทางไกลไม่ได้เจอกันทุกวันความรู้สึกมันก็ยิ่งรุนแรง ที่เขารู้สึกรักเธอคนนั้นมากมายก็คงจะมีปัจจัยเหล่านี้ประกอบด้วย

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 13:36:27 ]


ความคิดเห็นที่ 30

เราไม่เคยนึกถึงเรื่องรสนิยมทางเพศที่หวือหวา แบบถ่ายรูป, sex phone, SMS ข้อความเร่าร้อน เช่น ได้อยู่ด้วยกันสองวันมีความสุขมากค่ะ แล้วมาอีกนะ รอ...อยู่

เราทะนงตัวเองว่าที่เป็นอยู่มันก็เพียงพอแล้ว เราไม่เคยนึกจะสร้างอารมณ์ด้วยวิธีการแบบที่เขาทำ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำไปว่าเขาจะอยากทำเหมือนคนอื่นทั้งๆที่เราเองก็บอกเสมอว่าเรื่อง sex นี้สำคัญมากไม่พอใจเราตรงไหนให้บอก

เราเป็นแบบต้องบอกไม่แสวงหามาเสนอเอง อันนี้ก็อยากจะฝากให้คุณผู้หญิงทั้งหลายไปพิจารณาเอาเองว่าในเรื่องนี้ควรจะต้องปรับปรุงอะไรไหม

ตอนที่เรารู้รสนิยมที่เขาสองคนทำกัน เราเฝ้าถามตัวเองว่านี่เราผิดใช่ไหมที่บกพร่อง นี่คือสิ่งที่เขาควรจะทำกันใช่ไหมเพื่อไม่ให้ความรักมันจืดจางลง แต่ก็เห็นว่าเคยมีคนตั้งกระทู้เรื่องนี้อยู่เหมือนกันและก็มีคนทำกันด้วย เรื่องแบบนี้มันคงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างอารมณ์รักให้มีความตื่นเต้นไม่เบื่อได้จริงๆ

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 14:47:58 ]


ความคิดเห็นที่ 39

ในที่สุดเราก็ทนไม่ได้ต้องโทรหาเธอ คุณคหที่ 33 อยากรู้ความเห็นของผู้หญิงที่เข้ามาทั้งๆที่รู้ว่าผู้ชายมีแฟนแล้วลองอ่านดูนะ อาจจะเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้นว่าเขาคิดยังไง

เรา : ขอสาย(ชื่อเธอ)ค่ะ
เธอ : ที่นี่ไม่มีคนชื่อนี้
เรา : อย่าโกหกเลยค่ะ ก็ห้องนี้เขาเป็นคนจ่ายค่าเช่าให้นี่นา สวัสดีค่ะนี่เป็นครั้งแรกที่เราได้คุยกัน น่าจะเดาได้ว่าพี่เป็นใคร
เธอ : (เงียบ)
เรา : พี่ไม่ได้โทรมาราวีอะไร เพราะรู้ว่าเรื่องอย่างนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง แต่พี่อยากรู้มานานแล้วว่าทำไมน้องถึงยอมนอนกับเขาได้ทั้งๆที่เจอกันครั้งแรก ขอโทษนะคะที่ถามเพราะไม่เข้าใจจริงๆว่ามันเป็นไปได้ยังไง
เธอ : ก็อย่างนี้แหละค่ะผู้หญิงไม่ดี
เรา : ทั้งๆที่รู้ว่าเขาแต่งงานแล้วเนี่ยนะ
เธอ : (เงียบ)
เรา : แล้วน้องจะให้พี่ทำยังไง ทำใจรับน้องให้เป็นเมียน้อยเหมือนอย่างที่น้องเคยฝากบอกมาทางสามีพี่อย่างนั้นใช่ไหมคะ
เธอ : หนูรักเขา
เรา : น้องคะพี่ถามจริงๆเถอะ น้องมาขอแบ่งเขากับพี่ น้องแน่ใจเหรอคะว่าไม่ใช่อยากให้เขาไปอยู่กับน้องที่โน่นเลย เขาเคยบอกพี่ว่าน้องอยากให้เขาไปอยู่ที่โน่นไม่ใช่เหรอคะ แต่เขาไปไม่ได้เพราะยังต้องทำงานอยู่ทางนี้
เธอ : (เงียบไปพักหนึ่ง) หนูเคยขอเลิกแล้วแต่พี่เขาไม่ยอม
เรา : น้องคะเคยขอเลิกเขาจริงๆหรือเปล่าคะ เขาก็เล่าให้พี่ฟังว่าน้องขอเลิกแต่ก็กลับมาขอคืนดีอีกบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขาไงคะ แล้วถ้าใจน้องเห็นว่ามันผิดจริงอยากจะเลิกจริงๆ น้องกลับมาทำไมคะ ถ้าอยากเลิกจริงถึงเขาจะง้อก็อย่ายอมสิคะ น้องยังสาว ยังสวย ทำไมต้องมาเลือกผู้ชายที่มีเมียแล้ว น้องอยากให้พี่ทำยังไงบอกมาเลยดีกว่า
เธอ : ไม่ทราบค่ะ
เรา : (เงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้ว)
เธอ : พี่คะหนูจะเลิกกับเขาค่ะ คราวนี้หนูจะไปจริงๆ
เรา : ถ้าน้องไปจริงพี่ก็ขอบคุณและขออโหสิกรรมให้นะคะ ขอให้น้องได้เจอผู้ชายที่ดีกว่าสามีพี่ ได้เจอคนที่เขารักและพร้อมจะยกย่องให้เกียรติน้องได้จริงๆในเร็ววันนะคะ
เธอ : ขอบคุณค่ะ

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 15:03:42 ]


ความคิดเห็นที่ 48

6 โมงเช้าวันรุ่งขึ้นเธอโทรหาสามีเรา เราก็ไปนั่งฟังอยู่ข้างๆด้วย สามีเดินหนีเราก็เดินตาม เราเดาได้ว่าเธอคงเล่าที่เราโทรไป

สามี : ........ไม่ใช่......พี่ไม่เคยอยากมีเขา..........พี่รักหนูคนเดียว...........พี่ไม่รักเขาอีกแล้ว.........เดี๋ยวพี่จะบอกพ่อ พี่ไม่แคร์อะไรอีกแล้ว........ช่างมันพี่ไม่สน............พี่จะเลิกกับเขาแล้วไปอยู่กับหนู...........พี่แคร์หนูคนเดียว.........ฯลฯ

เรายืนฟังสามีพูด น้ำตาก็ไหลตลอดเวลา นึกถึงอดีตที่เขาเคยตามจีบเรา ความดีใจของเขาตอนที่เราตกลงรับรัก คำรักต่างๆนานาที่เขาเคยบอกเรา นึกถึงตอนที่รักกันเรามีความสุขกันยังไงบ้าง นึกถึงวันที่เขาได้เราครั้งแรกแล้วเขาบอกเราว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งเรา นึกถึงไดอารี่และจดหมายรักที่เขาเขียนถึงเรา นึกถึงตอนที่เราไปเที่ยวด้วยกัน นึกถึงตอนที่เราร้องไห้ด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน นึกถึงวันแต่งงานของเรา คำที่เขาพูดในงานแต่ง วันที่เขาพาเราไปจดทะเบียน ความทรงจำเหล่านี้มันไหลพรูเข้ามาไม่หยุด เราจำทุกอย่างได้ชัดเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ใครที่เคยรักกันมาก รักกันมานาน แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็หมดใจไปมีใหม่นั้น แล้วเฝ้าถามตัวเองว่าเป็นไปได้ยังไง เกิดขึ้นได้ยังไง เขาทำได้ยังไงไม่เข้าใจ ฯลฯ

เราอยากบอกให้รู้ว่า ใดๆในโลกมันไม่เที่ยงจริงๆ เขาเคยรักเรามากมายจนใครๆก็อิจฉา แต่พอเขาหมดใจดูคำที่เขาพูดสิ

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 15:18:19 ]


ความคิดเห็นที่ 80

พอสามีวางหูก็หันมาพูดกับเราว่าเธอขอเลิกกับเขา แต่เขาไม่ยอมเขาจะขึ้นไปง้อผู้หญิงคนนั้นให้กลับมา เราก็เลยถามว่าง้อให้เขากลับมาแล้วจะได้อะไร สามีบอกว่าเขาจะหย่ากับเรา เขารักเธอไม่ได้รักเราอีกแล้ว

ทั้งๆที่เราก็มีเตรียมทำใจไว้แล้วว่าสุดท้ายเราคงหย่าให้เขาเพราะรู้ตัวแล้วว่าเขาหมดรักและรู้ด้วยว่าเขาไม่มีวันเลิกกันหรอก เรากำลังทำใจและเตรียมตัวหาที่อยู่ใหม่ไปด้วยแต่นี่มันกะทันหันมาก เรายังทำใจให้เข้มแข็งไม่ได้เลย

เราร้องไห้อ้อนวอนขอให้เขาอย่าไป เราจะไม่ไปยุ่งกับคนที่เขารักอีกแล้ว เรายอมให้เขามีเธอคนนั้นเป็นเมียน้อยก็ได้ เราไม่ได้ต้องการให้เขากลับมารักเราเหมือนเดิม เราขอแค่ให้เราได้อยู่ดูแลได้อยู่ข้างๆได้เห็นเขาได้เป็นคนปรนนิบัติยามเขาเจ็บป่วยก็พอ เขาจะโทรหาเธอคนนั้นเมื่อไรก็ได้เราไม่ว่า เขาก็บอกว่า ถ้ า เ ข า ยั ง อ ยู่ กั บ เ ร า เ ธ อ ค น นั้ น ก็ จ ะ เ ป็ น ทุ ก ข์

เขาเข้าไปเก็บกระเป๋าเดินออกมา

เขา : ผมไปแล้วนะ
(เราเอาไดอารี่ออกมาให้เขาดู น้ำตาก็ไหลๆๆเต็มหน้าไปหมด)
เรา : จำได้ไหมว่าเรารักกันผ่านอะไรมาด้วยกันมากแค่ไหน จำได้ไหมวันแรกที่เธอได้ชั้นเธอบอกกับชั้นว่ายังไง
เขา : ลืมผมและไปหาผู้ชายคนใหม่ซะเถอะ ผมไม่ดีพอ คุณเลือกคนผิดแล้ว
เรา : ชั้นยกโทษให้เธอ ชั้นไม่โกรธไม่เกลียดเธอ อย่าทิ้งชั้นไป ชั้นรักเธอ อย่าไปเลยนะ แล้วชั้นจะอยู่ยังไง
เขา : โกรธผม เกลียดผมเถอะ ผมมันไม่ดีเอง ขอโทษที่ทำร้ายคุณแบบนี้ ชาติหน้าผมจะชดใช้ให้นะ
เรา : นี่เราเลิกกันจริงๆแล้วใช่ไหม....เธอไม่ให้โอกาสชั้นแล้วใช่ไหม....ชั้นรักเธอจริงๆ.......อยากอยู่ดูแลเธอไปจนแก่จนเฒ่า......ไม่เคยนึกเลยว่าเราต้องเลิกกัน
เขา : (น้ำตาคลอ)ผมก็ไม่เคยนึกว่าเรื่องของเรามันจะจบลงอย่างนี้ ไม่เคยคิดที่จะเลิกถึงได้แต่งงาน เคยนึกว่าเราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต
(เรารู้แล้วว่าเขาไม่เปลี่ยนใจ เลยขอกอดเขาเป็นครั้งสุดท้าย)
เรา : ชั้นรักเธอ ชั้นรักเธอ ดูแลตัวเองด้วยนะ ขอให้เธอมีความสุขกับเขานะ ลาก่อน

แล้วเขาก็ไป เราตามเขาไปจนถึงปากซอยที่เขาไปเรียกแท๊กซี่ เดินไปร้องไห้ไป แล้วก็ร้องไห้มาตลอดจนทุกวันนี้แต่ก็ค่อยๆน้อยลงๆไปตามกาลเวลา ตอนที่เขาไปแรกๆเรารู้สึกตัวมันโหวงๆ ใจก็ลอยไม่ค่อยมีสติ ดีที่มีคนมาอยู่เป็นเพื่อน มองไปทางไหนในบ้านก็มีแต่ความทรงจำเกี่ยวกับเขาเต็มไปหมด ไปตรงไหนก็มีแต่ที่ที่เคยไปกับเขา เจอคนรู้จักเข้ามาทักก็มักจะถามถึงเขาด้วยเพราะเราสองคนไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด บ้านข้างๆเห็นเขาหายไปนานก็ถาม เราไม่รู้จะตอบยังไงดีก็เลยโกหกไปว่าได้งานต่างจังหวัดเขาจ้างให้ไปว่าความ 1 ปี

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 16:04:14 ]


ความคิดเห็นที่ 123

เพิ่งเห็นว่าขึ้นกระทู้แนะนำไปแล้วเหรอเนี่ย

ขอโทษนะคะที่เรื่องของเรายาวมากเลยแต่เราอยากให้รายละเอียดเพราะว่ามันจะทำให้เห็นถึงคำตอบของคำถามทั้งหลายที่เราเขียนไว้ในความเห็นที่ 1
__________________________________________

บริษัทที่เราทำงานอยู่ก็ดันมาปิดกิจการ เราต้องตกงานในเวลาไม่นานหลังจากที่เขาทิ้งเราไป ทางบ้านเรายิ่งกลัวเราเครียดมากเลยส่งน้องให้มาอยู่เป็นเพื่อนด้วย ทั้งน้องทั้งเพื่อนเราผลัดกันมาดูแลเราใหญ่เลยช่วงนั้น ทำให้เราได้เห็นว่ามีใครอีกหลายคนที่ยังรักเรา ความรักจากครอบครัวและเพื่อนๆช่วยเราไว้มากจริงๆ

ยอมรับว่าความรู้สึกอยากตายก็มีวูบๆเข้ามาบ้างเวลาที่เราจิตใจอ่อนแอมากๆ แต่เราก็พยายามไม่ฟุ้งซ่าน พยายามทำใจให้เข้มแข็ง...........พยายาม.......แล้วก็พยายาม.........อดทน.........แล้วก็........อดทน

กว่าจะผ่านช่วงนั้นมาได้เราย่ำแย่มากจริงๆ ช่วงไหนทำใจได้ก็ไม่ทุรนทุราย ปลงได้ว่าทุกอย่างในโลกล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ช่วงไหนทำไม่ได้ก็โทรไปตัดพ้อต่อว่าเขา ยิ่งเห็นว่าเขายังรักกันได้ดีอยู่ก็ยิ่งเจ็บปวด

ตอนที่เราคุมใจตัวเองไม่ได้นี่แย่จริงๆค่ะ ทำอะไรแย่ๆไปเยอะจากนางเอกก็กลายร่างเป็นนางมารได้ในพริบตา เราไปเรียกร้องค่าเลี้ยงดูจากเขาแต่เขาบอกไม่มีให้ แต่เรารู้มาว่าเขายังนั่งเครื่องไปหากันบ่อยๆเราก็วีนใส่เขา ไหนบอกไม่มีเงินแล้วทำไมยังจ่ายค่าเครื่องบินได้ เขาตอบกลับมาว่า นั่นเป็นความสุขของเขากับผู้หญิงคนนั้น เขายินดีจ่าย โอ้โหเราร้องห่มร้องไห้เป็นบ้าไปเลยช้ำใจจริงๆ

แล้วเราก็ได้โทรไปหาผู้หญิงคนนั้นด้วยหลังจากสามีออกจากบ้านไปไม่นาน เรากะแล้วว่าเธอไม่เลิกกับเขาหรอกถ้าเขาไปง้อแล้วก็จริงตามคาด เราถามเธอว่าไหนบอกว่าไปไง เธอบอกว่า......ก็ตอนนี้เขาไม่มีใครแล้วนี่คะ พี่คิดว่าเป็นเพราะหนูเหรอคะเขาถึงทิ้งพี่ไป พี่เขาบอกว่าถึงไม่มีหนูเขาก็จะเลิกกับพี่อยู่แล้ว......

พิมพ์ช้าหน่อยนะคะ นึกว่าทำใจได้แล้วแต่ก็ยังอดร้องไห้ไม่ได้

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 17:03:17 ]


ความคิดเห็นที่ 135

เราอยากให้เรื่องเราเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่อยากจะเล่นกับไฟ แล้วคิดว่าตัวเองแน่พอที่จะจัดการได้แบบที่สามีเราเคยเป็นมาก่อน แค่เริ่มคิดมันก็นำไปสู่การกระทำได้ง่ายๆแล้ว ดูสามีเราสิเขาเองยังไม่คิดเลยว่าเรื่องจะบานปลายไปถึงขนาดนี้ในตอนแรก

เราอยากจะวิงวอนให้คนในสังคมอย่าได้สนับสนุนการกระทำที่ไร้ศีลธรรม แบบเพื่อนๆของสามีเราที่ชักชวนเขาเข้าเว็บหาคู่ รู้ว่าเขามีกิ๊กก็ไม่มีการตักเตือนแถมยังเปิดโอกาสให้เขามีอะไรกันได้ง่ายๆ แล้วก็เอามาคุยเป็นเรื่องสนุกทำนองว่าเก่งด้วยเป็นการส่งเสริมความคิดอย่างผิดๆ เพื่อนเขารู้จักเราทุกคนแต่ไม่มีใครเตือนเราให้รู้ถึงสัญญาณอันตรายนี้เลย กลับปล่อยให้เขาถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น (ที่มาบอกทีหลังก็เพราะสงสารหรืออาจจะสมเพชที่เราไม่ยอมตัดใจจากเขาเสียที)

พี่ที่ทำงานเขาพอรู้ว่าเขาเลิกกับเราก็พูดกับเขาว่าเขาโง่ไปให้เมียรู้ทำไมแอบมีเงียบๆก็ได้ไม่เห็นเป็นไร หัวหน้าเขาก็มีเมียน้อยแถมยังเคยพูดในงานแต่งเราด้วยนะว่าแต่งงานก็เหมือนตกนรก ออฟฟิศที่มีแต่ผู้ชายมันเป็นอย่างนี้เหรอกินเหล้าสูบบุหรี่เที่ยวผู้หญิงหรือสามีเราซวยเองได้ที่ทำงานที่สังคมไม่ดี

เราอยากจะบอกว่ายังมีผู้ชายที่ไม่แคร์อะไรเลยนอกจากความรักล้วนๆอย่างสามีเราคนหนึ่งล่ะ เขาทำให้เรารู้ว่าเรามีความเชื่อที่ผิดว่า

- ผู้ชายชอบผู้หญิงบริสุทธิ์มากกว่า..........แต่สำหรับเขาขอเพียงแค่รักเรื่องนี้ไม่สำคัญ
- คนที่ชอบอะไรเหมือนๆกันจะไปกันได้ด้วยดี..........เขากับเราชอบอะไรเหมือนๆกัน ไม่เที่ยวกลางคืนชอบธรรมชาติชอบความสงบ อ่านหนังสือเหมือนๆกัน ฟังเพลงแนวเดียวกันพวก easy listening ชอบของเก่า แต่เขากับผู้หญิงคนนั้นเขาบอกว่าไม่มีอะไรที่ชอบเหมือนกันเลย เธอเที่ยวกลางคืน ชอบเต้นรำ ไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่งตัวเก่ง ฟังเพลงแดนซ์ ไม่ชอบของเก่า
- อุปนิสัยความชอบส่วนตัวเปลี่ยนยาก..........เขาไม่ชอบเข้าผับหรือเธค ไม่ชอบร้องคาราโอเกะเพราะเขาไม่ชอบที่เสียงดัง แต่เขาก็เปลี่ยนเมื่อเจอเธอ เราเจอสลิปที่เขาไปรูดเป็นชื่อบาร์แห่งหนึ่งรูดตอนตีสอง พอถามเขาเขาก็ยอมรับว่าไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนั้น ไปทั้งผับ เธค คาราโอเกะน่ะแหละ เรางงไปเลยเพราะเขาไม่ชอบเที่ยวพวกนี้จริงๆแต่ก่อนเราลากให้เข้ายังไงก็ไม่ไป ชวนไปเกะก็ไม่เอา

เขาบอกเราว่าเขาก็เหมือนกับเพลงของแบล็คเฮดที่ร้องว่า...เธอไม่จำเป็นต้องดีที่สุดแต่ว่าเธอสำคัญที่สุดสำหรับฉัน...เขาไม่แคร์ว่าเธอจะเป็นยังไงมาก่อนในอดีตขอแค่ว่าปัจจุบันนี้เธอรักเขาก็พอแล้ว

ถ้าใครถามเราว่ารักแท้ในเน็ตมีจริงรึเปล่า เราตอบได้เต็มปากเลยว่ามี

สามีเรายอมทิ้งความสบาย(อยู่กับเราเราเลี้ยง รถก็ใช้ของเรา เพราะเขาไม่ค่อยมีเงินมาตั้งแต่ที่คบเป็นแฟนแล้ว ทำงานก็ไม่มีเงินเดือนอาศัยเรียกค่าแรงจากแต่ละคดีที่เข้ามาซึ่งรายได้มันก็น้อย) ทุกวันนี้เขาอาศัยนอนที่ห้องนอนแม่บ้าน(ซึ่งลาออกไปพอดี)ที่ออฟฟิศ จะไปหาลูกความหรือไปศาลก็ต้องคอยอาศัยติดรถคนอื่นที่เขาผ่านไปด้วย พ่อเขารู้เรื่องมาร้องไห้ทั้งน้ำตาให้เขากลับมาหาเรา อย่าไปหลงผิด เขาก็ไม่ฟังยอมตัดขาดไม่เอาพ่อแม่พี่น้อง ทุกอย่างทำเพื่อผู้หญิงคนนั้น คนเราจะยอมลำบากเพื่ออะไรอีกเล่าถ้าไม่ใช่เพราะรัก

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 17:27:46 ]


ความคิดเห็นที่ 150

สิ่งที่ทำให้เขาเบื่อเราก็คือเรื่องเวลาที่เราต้องการจากเขามากตั้งแต่แต่งงานมา เราไม่อยากให้เขากลับบ้านดึก ไม่ชอบให้เขาเกรงใจเจ้านายเวลาเจ้านายเอาเขาไปเป็นเพื่อนกินเหล้า ไม่อยากให้เขาต้องอยู่เวรที่ออฟฟิศเพื่อเงินไม่กี่บาท

เราไม่รู้ตัวเลยว่าความต้องการของเราสองคนมันเริ่มสวนทางกันตั้งแต่เมื่อไร

เขาอยากจะมีเวลาส่วนตัวที่ไม่ได้อยู่กับเรา เราก็งงทีแต่ก่อนรักกันใหม่ๆเราก็บอกให้เขาไปมีเวลาส่วนตัวไปอยู่กับเพื่อนบ้างเถอะอย่ามาแปะติดกับเรานักเลยเราอยากมีเวลาเป็นของเราบ้าง เขาก็ไม่ไปบอกว่าแค่ได้อยู่กับเราเขาก็มีความสุขแล้วคนอื่นเขาไม่ต้องการ ไม่ยอมให้เราไปอยู่กับเพื่อนเรียกร้องเวลาจากเรามากจนสุดท้ายชีวิตเรามีแต่เขา ผ่านไปสิบกว่าปีเขาก็มาบอกว่าเขาอยากได้เวลาส่วนตัว

เขาบอกว่าอยากอยู่กับเพื่อนบ้าง ที่ทำงานเขาผู้ชายเยอะตั้งวงกินเหล้ากันทุกวันหลังเลิกงาน เราถามว่าอาทิตย์นึงทำงาน 6 วันๆนึงก็อยู่ที่ออฟฟิศไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมงเราไม่เข้าใจว่ายังอยู่ยังคุยกันไม่พอหรือไง ในหนึ่งวันนี่เราสามีภรรยาได้เจอได้คุยกันยังไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ คนเรามีชีวิตอยู่ที่ทำงานมากกว่าที่บ้านซะอีก รู้ไหมว่ากลับมาเห็นบ้านปิดไฟมืดแล้วมันเหงาขนาดไหน

ในความคิดเราเมื่อแต่งงานแล้วครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อนเองเมื่อมีครอบครัวเขาก็ต้องกลับไปดูแลเอาใจใส่ครอบครัวเช่นกันไม่ใช่หรือเพราะคนที่จะอยู่กับเราไปจนตายคือครอบครัว

ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงอยากมีเวลาให้ตัวเอง ตอนที่เราแต่งงานกันเขาเพิ่งจะเริ่มทำงาน ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่เรียนมาตลอด(โทกับเนฯ) เขาเลยไม่มีสังคมมีแต่เรา ก็เลยตัวแปะติดกันกับเราตลอดเวลา พอได้ทำงานเขามีเพื่อนเขาสนุก เขาเริ่มชีวิตการทำงานช้าไป ในขณะที่เราจบตรีปุ๊บทำงานปั๊บ เราสนุกพอแล้ว

ตอนที่แต่งงานเรามาถึงจุดที่ต้องการครอบครัวแล้ว แต่เขาไม่ใช่

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 17:56:26 ]


ความคิดเห็นที่ 190

สามีติดต่อเรามาทีหลังว่าเรื่องหย่าให้เลื่อนไปก่อน รอให้เขาสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาผ่านก่อนแล้วกัน เพราะถ้าหย่าตอนนี้เขากลัวมีผลกระทบ

เรายังไม่มีลูกเพราะเขาอยากให้เขามั่นคงเรื่องงานก่อนจึงกะว่าถ้าเขาสอบผ่านแล้วค่อยมี

ที่เขาไม่นอนกับเราตอนแรกๆก็เพราะกลัวเราติดโรค แต่ตอนหลังไม่ใช่แล้ว เพราะเขาบอกเราว่าเขาไม่อยากทำให้เธอคนนั้นเสียใจถ้ารู้ว่ามามีอะไรกับเรา เธอคนนั้นเองก็ถามเขาตลอดว่ามีอะไรกับเรารึยัง เพราะเธอคงไม่มั่นใจว่าเขารักเธอจริง ตรงนี้เรานับถือเขานะว่ารักและซื่อสัตย์กับเธอคนนั้นจริงๆ และเขาก็ใจเด็ดพอที่จะไม่เอาเปรียบร่างกายเราไม่ว่าเราจะปลุกอารมณ์เขายังไงก็ตาม(ตอนที่เรายังไม่รู้เรื่อง)

เคยอ่านหนังสือเจอว่าผู้หญิงที่มาเป็นเมียน้อยเพราะขาดความอบอุ่น ผู้ชายที่แต่งงานแล้วมีภาพพจน์ของครอบครัวดูน่าอบอุ่น และเขาคงเป็นคนดีถึงมีคนเอา เคสของเราใช่เลยค่ะ

ผู้หญิงคนนั้นเขาไม่ต้องการเงินทองเพราะเขามีธุรกิจที่บ้าน จบการศึกษาปริญญาตรี แต่ขาดความอบอุ่น พ่อแม่เลิกกันตั้งแต่ยังเล็ก พี่สาวแม่เลยรับเขาเป็นลูกบุญธรรม เราเข้าใจว่าเขาโหยหาความรัก อยากได้คนมาเอาใจใส่ดูแล ที่เขาเลิกกับแฟนเก่าก็เพราะไม่เอาใจแบบที่สามีเราทำ

สามีเราเขาเป็นคนสุภาพ เงียบๆไม่ค่อยพูดแต่พูดทีก็ยิงมุกหน้าตาย ทำเอาคนหัวเราะกันครืน นี่เป็นเสน่ห์ของเขา เวลารักนะเขาจะดูแลเอาใจใส่ดีมากดีจริงๆริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม เวลาเราทำงานเหนื่อยๆก็มานวดขาให้ ตามใจและเอาใจทุกอย่าง ก่อนที่เขาจะได้งานทำเขาก็ซักผ้ารีดผ้าให้เราด้วยเพราะเราทำงานนอกบ้านไม่มีเวลา เป็นสามีในฝันจริงๆ เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงตัดใจจากเขาไม่ได้ เวลาดีก็เป็นพ่อพระเลยเรียกว่าถ้าอุ้มเราเดินได้ก็คงอุ้มไปแล้ว แต่หมดรักแล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเลย

ที่เขาเป็นไปได้ขนาดนี้ เราคิดว่ามาจากเพื่อนรอบข้างด้วยส่วนหนึ่งที่มองว่ากิ๊กไม่ใช่เรื่องผิดที่จะมี แต่คนพวกนั้นเขาเชี่ยวชาญกว่าสามีเราแยกแยะออกว่าอันไหนจริงอันไหนฝัน แต่สามีเราแยกไม่ได้เพราะพื้นฐานจิตใจเป็นคนที่ทำอะไรตามหัวใจตัวเองมากกว่าที่จะมานั่งคิดถึงเหตุผล เขาไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์แต่เขาไม่รู้ตัวแถมมั่นใจตัวเองอย่างผิดๆว่าตัวนั้นแน่จัดการเรื่องได้เหมือนที่เพื่อนคนอื่นๆเขาทำกัน สุดท้ายเขาก็ปล่อยใจให้เตลิดไปตามอารมณ์จนถอนตัวไม่ขึ้น

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 20:13:01 ]


ความคิดเห็นที่ 193

จุดเริ่มต้นแค่จากความเอาเล่นๆสนุกๆของเขากลับบานปลายเลยเถิดเป็นเรื่องราวที่เราได้เล่าให้ฟัง เจ้าตัวคนทำเองก็ยังไม่คาดคิดว่าแค่ความคิดฟันแล้วทิ้งในตอนแรกจะกลายเป็นจุดจบของความรักกับคนที่เขาเคยคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดไป

เราแยกกันอยู่กับเขามา 4 เดือนแล้ว เวลาก็ช่วยให้ทำใจได้มากขึ้น กำลังใจที่เราได้จากเพื่อนๆใน pantip ตอนที่เรามาตั้งกระทู้เวลามีปัญหาก็ช่วยเราได้เยอะ ขอบคุณมากจริงๆทั้งๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเลยแท้ๆ

เราไม่คิดว่าเรากับเขาจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกแล้ว เพราะครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันเขาโกรธเรามากที่เราโทรไปฟ้องแม่ผู้หญิงคนนั้นจนทำให้แม่โกรธไม่ยอมคุยกับลูกสาว ตอนนั้นเราเกิดฟุ้งซ่านคุมใจไม่ได้ อยากให้เขาเจ็บไม่อยากให้เขามีความสุข อยากจะแก้แค้น บอกแล้วว่าเวลาคุมไม่อยู่เราก็เป็นนางมาร

เขาพูดกับเราว่า “ต่อไปไม่ต้องมาให้เห็นหน้ากันอีก ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ไม่มีวันทำลายความรักของเขากับเธอได้ ถึงเขาเลิกกับผู้หญิงคนนี้เขาก็ไม่มีวันกลับมาหาเรา”

เรานั่งร้องไห้อยู่สามชั่วโมง เพราะตอนนั้นเรายังรักเขาตัดใจไม่ได้ทำใจไม่ได้ เราอยู่คนเดียว(เพื่อนกับน้องไม่อยู่แล้ว)ก็เริ่มกลัวว่าจะคิดสั้นเลยเก็บกระเป๋าเข้าวัดบวชชีไป 3 วัน ตอนออกมาตัวเบาใจเบาไปแยะ เราคิดว่าเรายังโชคดีที่น้อมเอาธรรมะมาอยู่ในใจได้ ถึงเรายังไม่หาย 100% แต่เราก็เชื่อว่าเวลาที่ผ่านไปจะช่วยให้เราดีขึ้นเรื่อยๆเอง

เราไม่ต้องการอะไรจากเขา ค่าเลี้ยงดูก็ไม่เอาแล้ว เราอโหสิกรรมให้เขากับเธอคนนั้น ไม่อยากติดหนี้อะไรกันอีก อยากชดใช้กรรมให้หมด พ่อแม่เราอาจจะเสียใจถ้ารู้ว่าเราไม่เอาอะไรจากเขาเลยเพราะตอนแต่งก็ไม่ได้เรียกสินสอดเนื่องจากบ้านเขาตอนนั้นมีปัญหาการเงิน

พ่อแม่เรายกเราให้เขาโดยไม่เอาอะไรสักบาทเพราะเห็นว่าเขาเป็นคนดีรักและดูแลเรามาตั้งนานขนาดเราไปเรียนเมืองนอกเขาก็ยังไม่เปลี่ยนใจ เราเชื่อว่าสุดท้ายแล้วพ่อกับแม่คงเข้าใจเราถ้าเราจะเดินออกไปตัวเปล่า

ถ้าเรื่องของเราจะสามารถช่วยให้คู่รักหลายๆคู่ระวังและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตรัก ไม่ทำร้ายหัวใจกันและกัน ช่วยเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังทุกข์ เราจะดีใจมากเพราะเราไม่อยากเห็นใครต้องมาเจ็บช้ำกับความรัก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีความสุขกันทุกคน

วันนี้วันลอยกระทง เราเคยลอยกับเขาทุกปี ตอนไปเรียนนอกก็ยังกลับมาลอยกับเขา งานนี้จะเป็นเทศกาลแรกที่เราจะไม่มีเขาร่วมหัวเราะอยู่ข้างๆอีกต่อไป รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน แต่เราเชื่อว่าไม่ว่าจะอีกกี่เทศกาลเราก็จะค่อยๆคุ้นเคยขึ้นที่จะฉลองโดยไม่มีเขา

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้น...ตั้งอยู่....แล้วก็ดับไป

ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจนะคะ เราจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆแน่นอน

จากคุณ : kittykitten - [ 16 พ.ย. 48 20:27:12 ]


ความคิดเห็นที่ 393

ขอบคุณทุกความเห็นและทุกกำลังใจที่มีให้นะคะ ทั้งหน้าไมค์หลังไมค์เลย ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

มีหลายคนที่อ่านแล้วอาจจะรู้สึกขยาดกับความรัก อยากจะบอกว่าอย่ากลัวที่จะรักเลยค่ะ แต่ขอให้รักอย่างไม่ประมาทและมีสติรู้ตามจริงไปด้วยเท่านั้นแหละค่ะ

ดีใจค่ะที่เรื่องนี้ได้ให้แง่คิด ให้บทเรียน ให้สติ ให้อุทาหรณ์ย้อนมองดูตัวเองได้แก่คนอ่านสมกับความตั้งใจของเรา

สำหรับคนที่ขอนำไปเผยแพร่เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจผู้อื่นหรือคิดว่าอาจจะพอมีประโยชน์แก่คนในสังคม เรายินดีค่ะ ขออนุโมทนาในจิตอันเป็นกุศลด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องหย่าที่หลายๆคนแนะนำนั้น เราคงต้องขอโทษที่ต้องทำตัวเป็นนางเอกช่วยผู้ร้ายต่อไป ^__^ เพราะเราได้อโหสิกรรมให้เขาไปแล้วและเราก็อยากเห็นเขามีอนาคตที่ดี ถ้าเขาได้ดีเราก็ยินดีด้วย

มีคนให้ความเห็นเรื่องคุณพ่อของเขาไว้ว่าที่พ่อเขาร้องไห้ขอให้ลูกกลับมาหาเราเพราะเขากลัวลูกเขาลำบากไม่ได้ห่วงตัวเราเลย เราเข้าใจดีค่ะว่าเรื่องนี้เป็นธรรมดาโลกที่พ่อแม่ย่อมอยากเห็นลูกตัวเองได้ดีมีอนาคต อันนี้ก็เป็นอีกข้อที่ทำให้เราอยากจะช่วยให้เขาได้ดีเพราะคุณพ่อเขาคงเสียใจถ้าเขาหมดอนาคต เรารักและเคารพพ่อเขาเหมือนพ่อแม่เรา เราทำร้ายจิตใจท่านไม่ลงหรอกแค่นี้ท่านก็เสียใจจะแย่อยู่แล้วที่ลูกท่านทำตัวอย่างนี้

พ่อแม่รักเราที่สุดจริงๆค่ะอย่างที่เพื่อนๆบอกมา ยิ่งพอเกิดปัญหานี้ขึ้นทำให้เรายิ่งมองเห็นและรู้สึกได้ชัดมากว่าท่านรักเราแค่ไหน ปกติเราก็ดูแลท่านอยู่แล้วแต่ตอนนี้มี option เพิ่มตรงที่พาท่านเข้าวัดทำบุญตามเราไปด้วย อยากให้ท่านสบายทั้งโลกนี้โลกหน้าเลย

ส่วนประเด็นที่ว่าไม่อยากให้วงการยุติธรรมต้องแปดเปื้อนนั้น เราก็เข้าใจนะ แต่อยากปล่อยให้เป็นเรื่องของบุญทำกรรมแต่งมากกว่าค่ะ ถ้าเขามีชะตาที่จะได้ไม่ว่าจะขัดขวางยังไงเขาก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเขาจะไม่ได้ต่อให้เขาฉลาดขนาดไหนเขาก็ไม่ได้หรอกค่ะ

มีหลายคนที่ไม่อยากให้เราลืมธรรมะ ขอบอกว่าไม่ต้องห่วงนะคะ เราได้โอกาสทองแล้วจะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปง่ายๆหรอกค่ะ จะขอสะสมบุญไปเรื่อยๆเพราะเห็นแล้วว่าการเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นทุกข์อย่างไร (ขอแอบธรรมะธัมโมหน่อยนะ หุหุ ^__^ )

ถ้าใครมีปัญหาอยากจะปรึกษาอะไรกับเราก็ยินดีนะคะ หลังไมค์มาได้เลย แต่เรื่องเงินคงลำบากนะเพราะเราก็ยังเอาตัวไม่รอดเหมียนกัน - -"

จากคุณ : kittykitten - [ 17 พ.ย. 48 15:07:33 ]





Create Date : 08 ธันวาคม 2548
Last Update : 27 ธันวาคม 2548 14:01:29 น.
Counter : 347 Pageviews.

6 comment
### ประสบการณ์ "ถูกด่า" หลังไมค์ ###



หมายเหตุ กระทู้โดนลบไปแล้ว แต่ข้าพเจ้ากู้มาให้ดูจาก temporary internet files จากคอมพ์ของข้าพเจ้า เพื่อให้ขามุง ดูกันให้เต็มที่

===================

### ประสบการณ์ "ถูกด่า" หลังไมค์ ###
ใครเคยมีประสบการณ์แบบนี้บ้างคะ

เรายังไม่เคยมีประสบการณ์และคงไม่อยากมี

จะมีก็เพียงหลังไมค์มาถามอายุ ?? (สงสัยเอาไปซื้อหวย)

หรือมาผูกไมตรีตามประสาคนคิดเหมือนกัน...

จากคุณ : atom ant - [ 8 ต.ค. 48 09:05:07 ]




ความคิดเห็นที่ 1

Scary...

จากคุณ : Kua Kua Jung - [ 8 ต.ค. 48 09:19:20 A:172.193.111.234 X: TicketID:103443 ]
---------------------


ความคิดเห็นที่ 2

ไม่เคยเหมือนกันค่ะ คนในพันติ้บน่าจะมีวัยวุฒิและคุณวุฒิพอสมควรน่ะค่ะ

จากคุณ : nobra - [ 8 ต.ค. 48 09:29:50 ]
---------------------


ความคิดเห็นที่ 3

เคยค่ะ คนแถวๆนี้อ่ะ เป็นผู้ชายปากจัดที่เค้าร่ำลือกัน เล่นเอางงเลย

จากคุณ : >>>แม่มดน้อย ร้อยลีลา<<< - [ 8 ต.ค. 48 09:59:36 ]
---------------------


ความคิดเห็นที่ 4

ไม่เคยเจอค่ะ แต่เพื่อนๆที่นี่ที่เวลาหลังไมค์มา ก็น่ารักกันทั้งนั้นนะคะ มีไมตรีจิตให้มา เราก็รับไว้และเราไม่ลืมที่จะส่งไมตรีจิตคืนด้วย..เหมือนความเห็นที่ 2 ค่ะ...

จากคุณ : coffee or tea or me ? (jariya ka.) - [ 8 ต.ค. 48 09:59:42 ]
---------------------


ความคิดเห็นที่ 5

ไม่เคยค่ะ มีแต่หลังไมค์น่ารักๆ มา

จากคุณ : Cool_Kookai - [ 8 ต.ค. 48 10:00:59 ]
---------------------


ความคิดเห็นที่ 6

ไม่เคยครับและคิดว่าคงไม่ทำกันยกเว้นว่า คนถูกด่าสมควรโดนจริงๆ ทำไมหรือครับ เพราะพอจะหลังไมค์ได้ต้องเป็นสมาชิก และเชคได้ว่าเป็นสมาชิกคนไหน
แต่ที่เคยคือโดนว่าเล็กน้อยในBlog เพราะเวลาแสดงความเห็นในบลอคจะไม่ปรากฎ login name บางทีเลยทำให้เค้ากล้าพอที่จะว่าเรามากขึ้นเพราะคิดว่าคนพวกนี้ภายนอกจะแหย มาก แต่พอคิดว่าคนอื่นไม่รู้ว่าเค้าเป็นใครก็เลยเกิดความกล้าที่จะว่าใครขึ้นมา

จากคุณ : apotheker - [ 8 ต.ค. 48 10:03:35 ]
---------------------


ความคิดเห็นที่ 7

เคยค้าาาา
ก้อวิธีตอบกระทู้ของอิฉันมันกวนนี่คะ
แล้วเวลาตอบเราตอบจะตอบเฉพาะคำถามที่เจ้าของเขาถาม
ไม่ได้อธิบายที่มาที่ไปของชีวิตเรา
ที่โดนมากที่สุดก็เรื่อง...
ภูมิใจในตัวสามีเหลือเกิน เพราะตัวเองไม่ได้ทำงานทั้งที่เรียนมาสูง
แต่มานั่งให้สามีหาเลี้ยง...
โดนเลยคุณ โดนต่อว่า
จะเป็นตัวอย่างอันไม่ดี งอมืองอเท้าแล้วเที่ยวภูมิใจ เรียนมาสูงเสียเปล่าไม่ใช้วิชาความรู้
ให้เป็นประโยชน์ บลา บลา บลา...
ก็นั่งขำๆ เอ๊อ คนเรานี่แปลก อ่านคำตอบแค่ไม่กี่กระทู้ ไม่รู้จักมักจี่กัน
สามารถคิดได้กว้างขวางขนาดนี้ สงสัยจะเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิด
...
อิฉันต้องบอกในทุกคำตอบมั้ย
ว่าอิฉันตั้งท้อง อายุก้อมาก มันจำเป็นที่ต้องเลือกระหว่างลูกกับงาน
แล้วงานที่ทำก็พอดีหมดสัญญา
คนที่ถามเขาจะอยากรู้มั้ยละนั่น หึหึหึ

จากคุณ : noo-uan - [ 8 ต.ค. 48 10:10:51 ]
---------------------


ความคิดเห็นที่ 8

จะมีก็เมื่อมีประเด็นกับใครในกระทู้ใดๆนะคะ

แต่ปกติไม่มีหรอก หลังไมค์มีแต่เพื่อนส่งมาแจ้งว่า Update Blog แล้ว

กะช่วงเทศกาลต่างๆที่ส่งมา่อวยพรกันล่ะ

จากคุณ : kwan2402 - [ 8 ต.ค. 48 10:19:33 ]
---------------------

ความคิดเห็นที่ 9

เคยเหมือนกันค่ะ
แต่เรา ฉะ ซะหนีไปไหนแล้วไม่รู้

เราไม่ใช่คนขวางโลก ยอมรับความคิดคนอื่นเสมอ
ถึงบางครั้งไม่เห็นด้วย แต่ก็เคารพความคิดของเขา

แต่เขาเล่นพูดจาหยาบคาย

ขอโทษเถอะค่ะ ญาติก็ไม่ใช่ ดิฉันจะเอาไว้หรอคะ
( ญาติ ดิฉันกวนมาก ๆ ยังไม่เอาไว้เลย )

จากคุณ : อยากน่ารักน้อยลง - [ 8 ต.ค. 48 10:20:47 ]
---------------------


ความคิดเห็นที่ 10

เสียวอยู่ทุกวันค่ะ 555555555555

จากคุณ : สาวแว่นเลี้ยวซ้าย - [ 8 ต.ค. 48 10:20:58 ]
---------------------



Create Date : 09 ตุลาคม 2548
Last Update : 29 ธันวาคม 2548 13:32:30 น.
Counter : 481 Pageviews.

8 comment
This Life --- Holiday in Thailand #4



หมายเหตุ กระทู้โดนลบไปแล้ว แต่ข้าพเจ้ากู้มาให้ดูจาก temporary internet files จากคอมพ์ของข้าพเจ้า เพื่อให้ขามุง ดูกันให้เต็มที่




Kevin Lee – This Life --- Holiday in Thailand #4
ในขณะที่เขียนเรื่องมาเล่านี้สปอนเซอร์เจ้าเก่าของผมได้ติดต่อไปทางการบินไทยเพื่อให้ตั๋วฟรีอีกรอบหนึ่งสำหรับเดินทางไปในที่ที่ไม่เคยไปครับ ผมควรเล่าเรื่องนี้ให้จบ จบก่อนที่จะเตรียมตัวเดินทางไปเมืองที่เคยฝันเอาไว้เมื่อตอนเป็นเด็ก คือเมืองที่ว่ากันว่ามีแต่ผู้คนอบอุ่น เมืองที่ได้ชื่อแปลตามภาษาปอตุกีส ว่า “สายน้ำแห่งเดือนมกราคม” ริโอ เดอ จาเนโร่ (บราซิล) และหวังว่าคงจะมีเรื่องทะยอยมาเล่าสู่กันฟังอีก ถ้าหากยังมีคนติดตามอ่านกันอยู่นะครับ

มีเหตุผลดีๆ หลายอย่างที่ผมชอบทะเลเมืองไทย ถึงแม้ว่าออสเตรเลียที่มีขอบของประเทศล้อมรอบไปด้วยทะเลซึ่งรวมระยะความยาวแล้วเป็นหมื่นๆ ไมล์ มีเกาะแก่ง ส่วนเว้าส่วนโค้งเยอะแยะ แต่ทะเลที่นี่ไม่เหมือนทะเลเมืองไทยครับ ไม่เหมือนตรงไหนหว่า หลายคนอาจจะสงสัย ประการสำคัญเลยคืออุณหภูมิของน้ำครับ ในฤดูซัมเมอร์ของออสเตรเลียนั้นโดยฉะเพาะเมลเบิร์นแล้วที่แดดออกบ้างไม่ออกบ้าง น้ำทะเลนั้นเย็นเจี๊ยบเลย อย่าว่าแต่ให้ลงเลยครับ แค่เดินรอบๆ ชายหาดก็ขนหนาวลุกแล้ว ทางกลางของประเทศแถบเมืองซิดนี่ย์-วอล็องก็อง หรือตอนบนขึ้นไปค่อยยังชั่วหน่อยพอจะลงอาบได้ เหนือขึ้นไปทางรัฐควีนสแลนด์แถบโกล์ดโค้สต์ ก็เริ่มดีเลย แต่ว่าค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าไปเมืองไทยอีก เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เท่ากัน

พ้นฤดูร้อนแล้วนอกนั้นก็อย่าฝันเลยครับที่จะลงเล่นน้ำทะเลได้ แค่ไปเดินชายหาดก็ต้องใส่เสื้อกันหนาวแล้ว จะมาให้ถอดเสื้อเดินโทงๆ เหมือนที่ชายหาดบ้านเรา โนเวย์ครับ... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

เมืองไทยตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรขึ้นไปนิดหน่อย อยู่ในโซนร้อนความเจ๋งของอุณภูมิน้ำมันเหมาะพอดีครับ และระยะเวลาที่ลงเล่นได้นั้นมียาวนานเกือบตลอดปี สวรรค์ไหนจะเพอร์เฟ็ค ทีนี้เข้าใจรึยังครับว่าทำไมฝรั่งถึงไปทะเลที่เมืองไทยกันครับ ผมอยู่ออสเตรเลียยังชื่นชมขนาดนี้นะครับ ลองนึกเอาเองว่าพวกที่มาจากยุโรปที่ประเทศของพวกเค้าหนาวเย็นตลอดปีตลอดชาติจะชื่นชมขนาดไหน

นอกจากนั้นแล้วยังมีเหตุผลอื่นๆ อีกครับ เช่นว่าอาหาร เครื่องดื่มที่ราคาถูก สีของน้ำทะเลหรือแม้แต่อัธยาศรัยของผู้คนชาวบ้านที่บนเกาะ ความชื้นในอากาศ สิ่งเหล่านี้รวมๆ กันเข้ามันทำให้เกิดบรรยากาศของเมืองนอกครับ แทนที่จะเป็นอะไรเดิมๆ แห้งๆ เหมือนที่เจออยู่ทุกวัน

น้องหทัยรัตน์กับผมก็ดั้นด้นมาถึงบ้านเพจนได้ เราจัดการฝากรถไว้กับที่จอดรถของท่าเรือ แล้วจัดการหอบกระเป๋าสัมภาระทุกอย่างไปตีตั๋วเรือข้ามฟากครับ อ่าวที่เราเลือกนั้นคืออ่าวลุงหวัง เป็นอ่าวเล็กๆ ใกล้กับอ่าววงเดือน

ในระหว่างที่รอเรือออกจากท่านั้นเราได้พากันไปชอปปิ้งหาซื้อสิ่งของที่จำเป็นเมื่ออยู่บนเกาะ ราคาที่ฝั่งนี้จะถูกกว่ามากไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามครับ ท่านที่ไปมาแล้วคงรู้ดี และท่านที่ยังไม่ได้ไปก็พอเดาออกนะครับ สิ่งที่จำเป็นที่สุดของผมนั้นบอกตรงๆ ว่าเหล้าครับ สารหล่อลื่นสังคมที่ผมขาดไม่ได้ มันเป็นสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงจินตนาการ ขับส่งพลังความคิดและสรรหาถ้อยคำมาถักร้อยกลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือ เพื่อให้คนได้อ่านกัน ไม่ใช่ผมคนเดียวนะครับที่เป็นแบบนี้ เมื่อตะก่อนโน้นสมัยรัตนโกสินทร์ มหากวีสุนทรภู่ของเมืองไทยที่เคยอยู่ห่างออกไปจากจุดนี้อีกไม่กี่กิโลที่อำเภอแกลง ท่านก็เคยหลงในฤทธิของสุราเมรัยเหมือนกัน

ผมแยกเกรดเหล้าง่ายๆ ในการดื่มให้คล่องคอ ถ้าเป็นเหล้าที่หมักบ่มน้อยปีก็จะผสมโค๊กดีกว่า ถ้าอายุการหมักบ่มนานๆ นั้นผมผสมน้ำเปล่าหรือโซดามากกว่า เหล้าสามัญประจำบาร์เหล้าในบ้านผมนั้นส่วนมากจะเป็น ชิวาส หรือ เกลนฟินิช สองอย่างนี้ที่ดื่มเป็นประจำ นอกนั้นก็จิบบ้างเป็นครั้งคราวเรียงลำดับนุ่มและแพงมากลงไปตามลำดับพอจัดได้ดังนี้ ตะกูลจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ก็มีเจ๋งสุดเลย ฉลากน้ำเงิน(บลูเลเบิล) รองลงมาคือฉลากเขียว(กรีนเลเบิล) ฉลากทอง(โกล์ดเลเบิล) แล้วก็มาปลายแถวคือ แบล๊กกับเรดที่ต้องดื่มผสมโค๊ก

การที่จิบเหล้านุ่มนั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะเขียนให้ได้สำนวนนุ่มละมุลสายตาผู้อ่านนะครับ เมื่อเปรียบเทียบกับยุคก่อนถึงแม้ในยุคของมหากวีสุนทรภู่ท่านมีแต่เหล้าขาวเหล้าป่าเป็นส่วนใหญ่ แต่เหตุไฉนถ้อยคำในเรื่องช่างไพเราะเสียทั้งกระเบียดนิ้ว ของเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับการฝึกฝน เค้าว่ากันอย่างงั้นครับผม

แล้วเราก็ได้ลงเรือข้ามฟากไปสู่เกาะเสม็ด จากนั้นเราสองก็จัดแจงหาที่พักเราเลือกเอาบังกะโลที่มีห้องติดกันสองห้องอยู่ในหลังเดียวกันเพื่อความสะดวกในการมองหากัน วันนั้นเป็นวันอากาศร้อน ร้อนแบบสุดๆ จนผมต้องถอดเสื้อออกไปเดินชายหาดกับน้องหทัยรัตน์ วันนั้นเป็นวันที่คนเดินกันไม่มากเนื่องจากเป็นวันกลางสัปดาห์เข้าใจว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังคงสาละวนกับการทำมาหากินอยู่

เราสองคนเดินไปจนพ้นหาดทราย เราเดินคุยกันไปเรื่อยๆ ไม่รู้สึกเบื่อ ท้ายสุดพ้นเขตของบ้านเรือนและที่พักของชาวเกาะเราไปหยุดพักเอาที่โขดหินกลุ่มหนึ่ง หทัยรัตน์เดินมาจนเหนื่อยร้อน เธอขอลงแช่น้ำสักพักซึ่งผมก็ไม่ขัด ว่าแล้วเราสองคนก็ค่อยๆ เดินลัดเลี้ยวไปตามทางซอกเล็กไปสู่น้ำทะเลที่ใสเย็น น้ำที่นี่ใสมากจนมองเห็นปลาตัวเล็กๆ เวียนว่ายเกาะกันเป็นกลุ่ม สิ่งหนึ่งที่คิดแล้วคิดอีกว่าจะบรรยายในที่นี้ดีหรือไม่ ชั่งอกชั่งใจนานอยู่เหมือนกันว่าผมจะอธิบายเรือนร่างของผู้หญิงในแง่ของศิลปะกันไม่ชัดเจน เพราะอย่างมากแล้วผมก็แค่เคยเห็น Wet T-Shirt Competitions ในผับก็มาเท่านั้น (เป็นการแข่งขันของฝรั่ง ที่สาวๆ จะทำให้เสื้อยืดที่ใส่เปียกปอน เพื่อให้แนบกระชับกับเนื้อและทำให้เห็นส่วนนูนต่างๆ)

แต่ในที่นี้เธออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นทะเล ธรรมชาติในเวลานี้ช่างเป็นแบล๊กกราวน์ให้เธอโดดเด่นเหลือเกินในช่วงปลายปากกาฝืดแบบนี้ผมนึกถึงใครไม่ออก จึงขอลอกข้อเขียนของเฒ่าหัวงูนักเขียนประจำของหนังสือในเครือมติชนที่หลายๆ คนยกย่องให้เป็นเกจินู๊ด นิวัต กองเพียร เคยเขียนบรรยายไว้ให้กับใครบางคนว่า “ภาพที่เธอเปียกปอนไปทั้งร่างนั้น ทำให้มองเห็นเนินเนื้ออันเต่งตั่งชวนสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง ทรวงอกที่กระชับเกือบจะเกินงามนั้นเข้ากับรอยยิ้มและสายตาที่ยั่วยวน ขนอุยที่มองเห็นอยู่ไรๆ ทำให้ดูมีเสน่ห์เข้ากับสีผิวอันเนียนเรียบ กางเกงขาสั้นกับเรียวขาที่ต่อเติมจากสะโพกอันกลมกลึงทำให้ชวนมองไปหมดทุกอณูขุมขน...”

ผมขึ้นมาจากน้ำก่อนหทัยรัตน์เพื่อไม่ให้เธอจับพิรุธได้ ผมทำใจอยู่นานจนทุกอย่างเข้าที่เข้าทางผมจึง
โล่งอกไปที เพราะช่วงเวลาที่ผมสังเกตเธออยู่นั้นหัวใจมันพองโตไปหมด และไม่แน่ใจด้วยว่าเฉพาะแค่หัวใจรึเปล่า....

เย็นนี้ผมมีนัดดินเน่อร์กับคุณหทัยรัตน์ ---โปรดติดตามตอนจบครับ

จากคุณ : K L YUTA - [ 20 ก.ย. 48 19:31:51 A:144.137.52.163 X: TicketID:107941 ]




Create Date : 26 กันยายน 2548
Last Update : 29 ธันวาคม 2548 13:33:07 น.
Counter : 325 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  

la-la-bell
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ตอนนี้เลี้ยงหลานเป็นงานอดิเรก เลี้ยงจนมีคนหาว่าลูกหรือเปล่านี่ เห่อที่สุด

ในรูปก็เราเองค่ะ ตอนประมาณ 4-5 ขวบได้ ตุ๊กตาแพนด้าตัวนี้ก็ยังอยู่ค่ะ แต่มอมแมมมาก ฮ่าๆๆๆ


ตอนนี้ตั้งเป้าอยากลดน้ำหนัก 15 ก.ก. จะสู้ต่อไปค่ะ

All Blog