All Blog
ตลาดน้ำคลองสระบัว และ เวทีละครพื้นบ้าน อยุธยา


ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ

เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา


วันนี้วันหยุดติดต่อกัน 3 วัน แต่ไม่รู้จะไปไหน เนื่องจากไปกันหมด ต้องอยู่เฝ้าบ้าน อย่างน้อยกลางคืนก็มีคนอยู่บ้านบ้าง แถมอากาศเป็นใจฝนตกตลอดคืน นอนอยู่บ้านดีกว่า

ตื่นเช้าวันหยุด ว่าจะตื่นสาย ให้หายคิดถึง เหมือนบุญมี แต่กรรมบัง ก็เจ้าลูก
คนเล็ก กลัวพ่อไม่ตื่นเลยปลุกซะแต่เช้า นี่ละหนา คนเป็นพ่อ

และแล้ววันนี้ก็หาเรื่องเที่ยวดีกว่า อยากไปตลาดน้ำ แล้วก็ไหว้พระด้วย
เอ ไปที่ไหนดี ใช่แล้ว อยุธยาดีกว่า ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถไปเองใช้เวลาไม่นาน แล้วกว่าจะคิดได้ ก็ปาเข้าไป เกือบจะพระฉันเพลแล้ว

เริ่มต้นด้วยการวิ่งออกจากบ้านเส้นวิภาวดี ตรงไปออกพหลโยธิน ไปเลี้ยวซ้ายเข้าทางที่ไปนครสวรรค์ วิ่งไปได้สักระยะ มีป้ายบอกทางเลี้ยวเข้าอยุธยาเลย ตรงเข้าตัวเมือง หาป้ายที่ชี้ไป วัดหน้าพระเมรุ พอไปถึงใกล้ๆ
จะมีป้ายบอกตลอดทาง แต่ป้ายไม่ใหญ่นัก

ทางเข้าตลาดน้ำ จะมีที่จอดรถฟรี เพื่อจอดรถแล้วเดินเข้าไปยังตลาดน้ำ แต่ก่อนถึงเห็นมีแต่คนกวักมือเรียก เข้ามาจอดรถที่บ้าน เสียค่าจอด 20 บาท นี่ละหนา เมื่อมีการท่องเที่ยว ก็จะมีอาชีพให้กับชาวบ้าน แต่เราไม่จอดหรอก ชอบของฟรี อิอิ

ตัวตลาดน้ำอยุธยา คลองสระบัว ตั้งอยู่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นอกเกาะเมืองด้านทิศเหนือ (ทุ่งขวัญ) และอยู่ใจกลางสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ คือ อนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดหน้าพระเมรุ และเพนียดคล้องช้าง

จะเปิดให้บริการทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 17.30 น.

และมีการแสดง "เวทีละครพื้นบ้าน" พร้อมการขับเสภาให้ได้ชมกัน วันละ 5 รอบ ดังต่อไปนี้

รอบที่ 1 : 11.00 น.
รอบที่ 2 : 12.30 น.
รอบที่ 3 : 14.00 น.
รอบที่ 4 : 15.30 น.
รอบที่ 5 : 17.00 น.

เรื่อง พระสุธน-มโนราห์ ตอน พรานบุญจับนางมโนราห์, ไกรทองพิชิตชาละวัน, คัทธนกุมารชาดก, จันทโครพ ตอน เปิดผอบพบนางโมรา, สังข์ทอง ตอน รจนาเลือกคู่, ลิลิตพระลอ ตอน พระลอตามไก่ฟ้า, เสน่หากากี

แต่ตอนที่เราไปถึงก็บ่ายแล้ว การแสดงจะเริ่มบ่าย 2 รีบจับจองที่นั่ง และหาของกินได้เลย

อันนี้หลังจากจอดรถ เป็นทางเดินเข้าไป่ที่ตลาด



ก่อนทางเข้า พบเจ้าตัวนี้ก่อนเลย เด็กๆตื่นเต้น เพราะไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็น
ตัวสีนี้บ่อยนัก และ เดี๋ยวนี้ สัตว์ประเภทนี้ต่อไปต้องอนุรักษ์เอาไว้ จะค่อยๆ
หายจากเราไปทีละนิด จริงๆแล้วคนเราไม่น่าเอาชื่อมันมาแทนความโง่เขลา
น่าจะเห็นความดีของมันในด้านความขยัน ขันแข็ง มากกว่านะ




ก่อนจะซื้อของกินอะไร ต้องแลกคูปองเสียก่อน ประเดิมด้วยร้านแรกเลย ขนมน่ากินเชียว



เรื่องรสชาด คงยังบอกไม่ได้ เพราะเป็นครั้งแรก ไว้ทานครบหลายร้านก่อน
แล้วจะมาบอก



อันนี้ก็ทอดมันในกระทง น่ากิน สวยงามด้วยดอกกล้วยไม้ไปอีกแบบ



ส่วนเรื่องราคา เราว่าแพงไปนิด น่าจะลดราคาลงมาหน่อย ราคาเท่ากับขายในกรุงเทพฯเลย ถ้าส่งเสริมการท่องเที่ยว ค่าครองชีพต่างจังหวัดมันก็ถูกกว่ากรุงเทพฯอยู่แล้ว น่าจะลดราคาให้นักท่องเที่ยวประทับใจ หรือว่านี่คือเมืองท่องเที่ยว

ที่นั่งกินเป็นเก้าอี้แคร่ไม้ไผ่ เข้ากับบรรยากาศบ้านนา น้ำก็ดูสะอาด มีการถ่ายเท สามารถเอาขาลงไปแกว่งเล่น เย็นสบาย ถ้าไม่กลัวจรเข้ก็เอา แต่ไม่ต้องกลัวหรอก เพราะเขามีไกรทองมาปราบอยู่แล้ว อย่างน้อยถ้ามีมันต้องกิน
นักแสดงก่อนดิ นึกเข้าข้างตัวเอง อิอิ



และแล้ว ก็ถึงเวลาช่วงบ่าย 2 ที่รอคอย หลังจากกินอิ่ม พร้อมการแสดง อะไรจะมีความสุขขนาดนั้น วันนี้มีโอกาสได้ดูเรื่อง ไกรทอง
มาดู พระเอก กับ นางเอกก่อน สวยงาม ทั้งนักแสดง และ บรรยากาศ



อันนี้ ชาละวัน กับ ตัวตลก อิอิ แสดงได้น่ารัก ขำจริงๆ ขอปรบมือให้



ทุ่มเทงานสร้างจริงๆ ตอนนี้ ชาละวัน เป็นต่อ ไกรทอง หรือถูก ไกรทองถึงหางเนี่ย ร้องจากๆๆๆ



ส่วนไกรทอง จะเอาคืนยังไง ไปดูกันเอาเองนะ ขอบอก มานเสียวๆๆๆ ..........


หลังจบการแสดงแล้ว อย่าลืมปรบมือให้กับนักแสดงด้วยละ เป็นกำลังใจที่ดี



หลังจากอิ่มแล้ว แดดร่ม ลมตก ก็ได้ไหว้พระเสียที ก็วัดนี้เลย



วัดมงคลบพิตร จะมี พระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย
หน้าตักกว้าง 9.55 ม. สูง 12.45 ม.
ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด
สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น
สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโปรดเกล้าฯให้ย้ายจากทิศ ตอ.
นอกพระราชวังมาไว้ทางด้านทิศ ตต. ( ปัจจุบัน )
และโปรดเกล้าฯให้ก่อมณฑปสวมไว้
สมเด็จพระเจ้าเสือ เมื่ออสุนีบาตตกลงมาต้องยอดมณฑปพระมงคลบพิตร ( พ.ศ. 2249 ) ไฟไหม้ทำให้ส่วนบนขององค์พระมงคลบพิตรเสียหาย
จึงโปรดเกล้าฯให้ซ่อมแซมใหม่แปลงหลังคายอดมณฑปเป็นมหาวิหาร
และต่อพระเศียรพระมงคลบพิตร
สมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ( พ.ศ. 2285–2286 )
คราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310
วิหารพระมงคลบพิตรถูกข้าศึกเผาเครื่องบนโดนพระเมาฬีและพระกรขวาของพระมงคลบพิตรหัก รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้การปฏิสังขรณ์ใหม่
บริเวณข้างวิหารทางทิศตะวันออก ให้ใช้เป็นที่สำหรับสร้างพระเมรุพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ / เจ้านาย เหมือนสนามหลวงในกรุงเทพฯ

ความสวยงามขององค์พระ



อีกอัน ที่ครั้งหน้า จะแวะไป คือ เพนียดคล้องช้าง เนื่องจากเย็นมากแล้ว
เลยไม่มีโอกาสพาเด็กๆ เข้าไปดู ได้แต่ดูห่างๆ จากที่ถามมารู้สึกว่าจะคิดค่าบริการนั่งช้าง 10 นาที พาเดินดูบริเวณนั้น ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ไว้โอกาสหน้าจะมี Review เพิ่มเติม





Create Date : 24 ตุลาคม 2552
Last Update : 6 มกราคม 2553 23:34:01 น.
Counter : 977 Pageviews.

4 comments
  
ชอบมากครับที่นี่
โดย: คนขับช้า วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:45:53 น.
  
ขอบคุณเจ้าของกระทู้ครับ
โดย: คนเคยผ่านมหาสมุทร IP: 58.8.187.12 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:38:41 น.
  
เคยคุยกับผู้จัดการตลาดครับได้ความว่าเรื่องราคาอาหารจะเขาพยายามทำให้ถูกลงอยู่ ตอนนี้พยายามเน้นใช้วัตถุดิบที่ดี หลายอย่างต้องซื้อจากกรุงเทพ แล้วเหมารถมาส่งกันเลยเพราะวัตถุดิบหลายอย่างไม่สามารถหาได้จากอยุธยา หรือ คุณภาพไม่ดีเท่าจากกรุงเทพครับ

นอกจากนั้นแล้วรายได้จากค่าอาหารบางส่วนก็นำมาจ้างพนักงานส่วนต่างๆและนักแสดงซึ่งแต่ละคนเป็นนักแสดงมีออาชีพไม่ใช่เด็กนักเรียน เพื่อให้ได้ผลงานที่ออกมาดีคุ้มค่ากับเวลาที่ลูกค้าต้องเดินทางมาดูครับ ดนตรีกับคนขับเสภา (อ.ไพศาล วงษ์ศิริ) ก็มาบรรเลงให้ขมกันตลอดวันครับ

เลยทำให้อาหารดูแพงไปบ้าง ผมว่าอันนี้ก็ต้องเห็นใจเขานะครับ แพงกว่านิดหน่อย 5 - 10 บาท แต่เหมือนเราไปเที่ยวครับ และช่วยสนับสนุนสิ่งดีๆให้อยู่คู่กับบ้านเมืองเราไปอีกนานๆครับ
โดย: โอ๊ต IP: 222.123.160.154 วันที่: 13 มกราคม 2553 เวลา:13:09:40 น.
  
ขอบคุณครับที่เข้ามาอธิบาย เพื่อนๆจะได้รู้สาเหตุ
โดย: pd IP: 203.144.144.164 วันที่: 8 มีนาคม 2553 เวลา:21:26:10 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pd
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]