All Blog
สัมผัสดินแดน ท้องทะเล ตรัง... ปลูกหญ้าให้ปลาพยูน



เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง
หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา
เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล
เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา


คราวนี้ได้มีโอกาสลงใต้กันบ้างละ แต่ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูการมรสุม ก็หวั่นอยู่ว่า
ไปเที่ยวคราวนี้จะสนุกหรือเปล่า เริ่มกันเลย โดยสายการบินนกแอร์ ชอบจริงๆ ขึ้นแถวดอนเมือง เดินทางไม่ไกลจากบ้านมากนัก ออกเดินทางแต่เช้ามืด เหินฟ้าสู่ จ.ตรัง วันนี้เป็นวันที่ฟ้าแจ่มใส หลังจากกลางคืนมีฝนตกต้อนรับ
ล่วงหน้าแล้ว



ถึงตรังแต่เช้า กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง เช้านี้เราไป ร้าน พงษ์โอชา ตามคำแนะนำ กวาดทุกอย่างที่ขวางหน้า ชิมอาหารเช้าเมืองตรัง ติ่มซำ ชา แกแฟ หมูย่าง โจ๊ก ปลาท่องโก๋ ขนมจีนปักใต้ โรตี ก่อนตะลุยเมืองตรังกัน



ขอบอก อิ่มจริงๆ แต่รสชาดร้านนี้ ก็ไม่ถึงกับประทับใจนัก เป็นแบบพื้นๆมากกว่า คงแล้วแต่คนชอบ ปากใครปากมัน

ลำดับต่อไป เดินทางสู่ "สวนพฤษศาสตร์ทุ่งค่าย" เป็นป่าผืนใหญ่ รวบรวมพันธ์ไม้ท้องถิ่นจำนวนมากไว้ให้ชม เหมาะสำหรับคนรักธรรมชาติ มีเวลาเดินดูพันธ์ไม้แปลกๆที่ไม่เคยเห็น และสิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาด คือ การเดินบนสะพานชมเรือนยอดของต้นไม้ โดยมีระดับความสูงหลายระดับ เชื่อมต่อกันเป็นหอคอย ต่อเนื่อง ทั้งสนุก ทั้งเสียว



หอคอยจะมีประมาณ 6 หอเดินต่อเนื่อง ไล่ระดับบนยอดไม้



กว่าจะเดินเสร็จ ก็บ่ายเข้าไปแล้ว หิวอีกแล้ว คราวนี้ เป็นร้านอาหาร สวนสุดาพร เพราะเราหิว หรือเปล่าไม่รู้ อร่อยจริงๆ ยิ่ง เมี่ยง... ชอบมาก แถมทางร้านมีการจัดสวน อยู่กับธรรมชาติดี เสียดาย ฝนตกพร่ำๆ เลยได้มาเท่านี



คราวนี้ถึงกิจกรรมที่แสนสนุก ทรมาน นึกในใจทำไมเราต้องทำทุลักกทุเลอย่างนี้ โดยเดินทางสู่หาดปากเมงชายฝั่งทะเล เพื่อทำกิจกรรม การปลูกหญ้าชะเงาเพื่อเป็นแหล่งอาหารปลาพยูน ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธ์แล้ว โดยพบมากบริเวณ ท้องทะเล จ.ตรัง ประจวบกับว่าฝนเจ้ากรรมไม่ยอมเลิกตก พรำๆ ตลอดทาง

ในใจก็นึกว่าเหมือนการปลูกป่าชายเลน พวกต้นโกงกาง ลุยไปถึงก็ปักๆ กันได้เลย แต่ความสนุกคือ เดินทางผ่านชายหาด ด้วยเท้าเปล่า มีทั้งเปลีอกหอยมากมาย ผ่านเนินดิน ต้องปีนข้ามต้นไม้ เข้าผ่านป่าโกงกาง เพื่อไปโผล่ออกมาอีกอ่าวหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ปลูกหญ่านั่นเอง

เสียดายเนื่องจากฝนตกมาก และ สมบุกสมบัน เลยไม่ได้มีโอกาสเอากล้องไปด้วย มีเพียงแค่รูปต้นหญ้าทะเลที่พี่วิทยากรมาแนะนำการปลูกเท่านั้น

หญ้าทะเลเป็นพืชที่สังเคราะห์แสงได้เอง องค์ประกอบของต้นมีทั้งใบ ต้นและราก เหมาะที่จะเป็นแหล่งอนุบาล แหล่งหลบภัย และแหล่งอาหารสำหรับสัตว์น้ำหลายชนิดไม่แพ้ระบบนิเวศปะการัง หรือระบบนิเวศป่าชายเลนเลย รวมถึงแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการพังทลายของหน้าดินได้อีกด้วย



หาดนี้เป็นหาดเดียวกับที่จัดงาน วิวาห์ใต้สมุทร ตอนวันวาเลนไทน์ นั่นละ

กว่าจะเสร็จกิจกรรมก็เย็นมากแล้ว เข้าโรงแรมเลยดีกว่า ที่พักของเรา 2 คืน
คือ อนันตรา สิเกา รีสอร์ท แอนด์ สปา บริเวณหาดปากเมง อาบน้ำ นอนหลับให้สบาย ส่วนอาหารมื้อค่ำที่ ร้าน เลตรัง อร่อยกับอาหารพื้นเมือง เช่น ผัดเมียง ผัดกุ้งเสียบ น้ำพริกกุ้งเสียบ ... เสียดายรีบจนลืมเอากล้องไปด้วย

เช้าวันใหม่ ตื่นมาแต่เช้าด้วยความพร้อมของสภาพร่างกายเตรียมลุยวันต่อไปเย้... วันนี้ได้ลงทะเลแล้ว นั่งเรือประมงดัดแปลง ก็เสียวอยู่เหมือนกัน เวลาโดนคลื่นจากลำอื่นซัดเข้ากระแทกตัวเรือ วันนี้ดำไปดำน้ำชมปะการังและฝูงปลาหลากสี ที่เกาะเชือก และ เกาะม้ากัน

สังเกตุท้องฟ้าวันนี้มีเค้าของฝน แต่โชคดี ไม่มีฝนตกสักนิด แดดออกเป็นพักๆ



ใครว่ายน้ำไม่เป็น แต่ใจรัก ก็เกาะห่วงยาง โดยมีไกท์ลากพาไปดูปะการังและปลาชนิดต่างๆ ลงไปดำดูปลากันอย่างสนุกสนาน แต่เราว่ามาไกลขนาดนี้มันน่าจะสวยกว่านี้ สภาพปะกาลังมีตายเสียส่วนมาก ปลาการ์ตูนก็มีน้อย
ถ้าเทียบกับความคาดหวังที่คาดไว้



อาหารกลางวันก็ทานกันบนเรือนั่นละ เป็นมื้อที่อร่อยมากที่สุด ทั้งๆที่เป็นอาหารพื้นบ้าน แต่ด้วยความหิว มีอะไรก็ต้องกินไว้ก่อน เพราะสถานที่ต่อไป
คือ ถ้ำมรกต ซึ่งเป็น Unseen in Thailand ด้วยโดยเป็นถ้ำที่อยู่บนเกาะมุกต์ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ถ้ำมรกต ถ้ำมหัศจรรย์กลางทะเล จะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น ปากถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ การเข้าออกจะต้องลอยคอในน้ำ ลอดถ้ำอันมืดมิด ผ่านเส้นทางคดโค้ง น่าตื่นเต้น confirm ว่าตื่นเต้นมาก เพราะตอนเข้าจะมีคลื่นซัดเข้าถ้ำตลอด แต่ผนังถ้ำจะเต็มไปด้วยเปลือกหอยนางรม ซึ่งคมมาก ระยะทางความยาวก็อยู่ที่ประมาณ 80 เมตร เข้าแถวเรียง 1 ตามคนนำทางที่ช่ำชอง เมื่อพ้นปากถ้ำจะเจอหาดทรายเล็กๆ สีขาว เม็ดทรายละเอียดยิบ เงยหน้ามองดูด้านบนของถ้ำ จะเห็นท้องฟ้าสีครามเป็นหลังคา รู้สึกคล้ายว่าเราได้ยืนอยู่ในบ้าน เพราะเราจะเห็นภูผาสูงลับฟ้าล้อมรอบทิศทาง คล้ายกับฟ้าเป็นเสมือนหลังคาบ้าน ต้นไม้ที่เกาะอยู่ตามหน้าผาสูงชัน บางต้นมีขนาดใหญ่มาก เกาะตามหน้าผาชัน ดอกไม้ป่าก็มีให้เห็นเป็นระยะๆ โพรงที่ลอดเข้าถ้ำมรกตจะอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของตัวเกาะ เมื่อแสงอาทิตย์ทำมุมพอเหมาะทั้งเกาะ เวิ้งของถ้ำก็จกลายเป็นสีเขียวมรกตงดงามมาก



กว่าจะรอดชีวิตมาได้ ก็บ่ายแก่ๆแล้ว เดินทางกลับที่พัก อาบน้ำ นอนหลับให้สบาย ตื่นมามื้อค่ำนี้ เราไปที่ร้านยกยอ ชิมเมนูซีฟู๊ด ปูม้านึ่ง หอยชักตีน และ อื่นๆ



เช้าวันใหม่ วันนี้คงต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้วสินะ มีเวลาซื้อของฝาก แล เดินสำรวจโรงแรม ซึ่งเมื่อวานก็สำรวจมา 1 รอบแล้ว แต่วันนี้มีเวลามากขึ้น เริ่มด้วยบรรยากาศภายในห้องกันก่อนเลย



บริเวณด้านนอก มองออกจากห้อง และ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่



ด้านนอกของห้องพัก มีสระขนาดเล็กอยู่กับที่พักด้วย



อีกมุมหนึ่งภายในบริเวณ ซึ่งกว้างขวางมาก



มุมสปา กับ ฟิตเนส ก็มี



บรรยากาศภายในโรงแรมก็มี



คราวนี้มาดูบริเวณชายหาดกันบ้าง



น่านอนพักผ่อนจริงๆ



คราวนี้ก็เตรียมของฝากเมืองตรัง กลับบ้าน ของขึ้นชื่อก็จะเป็นพวกหมูย่าง ขนมเค๊ก ... แต่เจ้าอร่อยต้องซื้อกันตอนเช้า เพราะของจะหมดเร็วมาก คนตรังท่าทางจะชอบกินหวาน หมูย่างเลยหวานขนาด

และแล้วก็ได้เวลาเหินฟ้า กลับบ้านเราเสียที ใช้เวลาบินจากตรังกลับกรุงเทพฯ ประมาณ 1 ชั่วโมง ทริปการเดินทางครั้งนี้ 3 วัน 2 คืน อันแสนสนุก ตื่นเต้น ทรหด เปียกปอน และ เปียกโชก ทั้งน้ำทะเล และ น้ำฝน




Create Date : 17 สิงหาคม 2554
Last Update : 6 กันยายน 2554 22:08:57 น.
Counter : 1274 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pd
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]