All Blog
สำผัสอากาศหนาวที่เขาใหญ่ เที่ยววัดพระขาว ตลาดน้ำกลางดง


เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช

ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน


อากาศหนาวมาเยือน ยามที่เข้าสู่ฤดูแห่งการท่องเที่ยว หัวใจเต้นอยากจะไป
สำผัสกับความเย็นเต็มแก่ เอาละใกล้ๆนี่เลย เขาใหญ่ ขับรถไม่กี่ชัวโมงก็ถึง แถมมีที่พักฟรีอีกต่างหาก เริ่มด้วยการออกจากบ้านสายหน่อย เพราะขับ
สบายๆ ไปหาของกินแถววังน้อย ก็นี่เลย
ข้าวแกงบ้านสวน มีของกินให้เลือกพอสมควร เคยแต่ขับผ่าน เห็นรถเข้าไปจอดกันมากเหมือนกัน อันนี้เป็นสาขา 2



สภาพบรรยากาศภายใน มุมนี้คนน้อยหน่อย เพราะอยู่ห่างจากร้อนค้า ไม่อย่างนั้นเห็นแต่คนหมด



มีของโบราณให้เราชม ไว้รำลึกความหลัง



หรือจักรยาน คันนี้ เห็นแล้วก็นึกถึงคุณพ่อ เมื่อก่อนเคยเห็นขึ่จักรยานแบบนี้



หรือเป็นมุมร้านกาแฟ ก็ดูคลาสสิค ดีเหมือนกัน



ด้านข้าง มีทำน้ำตกเล็กๆ แนวนี้ก็ดูโบราณไปอีกแบบ


ร้านขนมไทย เขาก็มีนะ มีการทำโชว์ด้วย ชอบๆ



ตุ๊กตาอันนี้ก็น่ารัก



ก่อนออกก็ต้องเข้าห้องน้ำก่อน เนื่องจากเป็นคนที่ชอบไปสถานที่ต่างๆ แล้วชอบห้องน้ำสะอาด ถ้าที่ไหนไปแล้วสกปรกเราก็คงไม่ค่อยอยากเข้าเท่าไร
ก็ขอชมว่าสะอาด น่าเข้าเป็นที่สุด



รูปสุดท้ายก่อนออกเดินทางต่อไป เป็นสระบัวด้านข้างที่กิน น่าจะมีอาหารปลาให้เด็กๆด้วยนะ เห็นมีปลาหลายตัวเหมือนกัน ต้องเอาข้าวสวยที่มีอยู่โยนลงไปให้ เห็นปลาว่ายมากิน เด็กๆชอบกันใหญ่ ตกลงซื้อข้าวมาให้คนหรือ
ปลากินกันเนี่ย



กว่าจะเสร็จจากการเอาอาหารลงท้องก็เกือบเที่ยงแล้ว ร้อนสุดยอดเลยอากาศวันนี้ ต้องหาอะไรคลายร้อนหน่อยแล้ว

วิ่งมาสักพัก เลยอำเภอหนองแคไป มีทางเลี่ยงเมืองสระบุรี สามารถไปทางนครราชสีมาได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเข้าตัวเมือง แต่ควรวิ่งตอนกลางวัน เพราะทางเลี่ยงเมืองไม่มีไฟข้างทาง ตอนกลางคืนค่อนข้างมืด และบางจุดมี
ไฟแดงอีกต่างหาก ต้องระวัง วิ่งมาได้สักพักก็ถึงอำเภอมวกเหล็ก ก็นี่เลย น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ต้องมีน้ำให้เรากับเด็กๆคลายร้อนกันบ้างละ เพิ่งหมดหน้าฝน มันต้องมีน้ำให้เล่นแน่ๆ

เดิมคือวนอุทยานน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ได้มีการสำรวจและจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2523 โดยกองบำรุง กรมป่าไม้ มีเนื้อที่ในการจัดตั้งครั้งแรก 540 ไร่ ต่อมาในปี พ.ศ.2546 ได้มีการสำรวจพื้นที่ผนวกเพิ่มเติมเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ให้ความเห็นชอบและให้มีการเข้าควบคุมดูแลพื้นที่เพื่อเตรียมการในการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไป

สำหรับชื่อน้ำตกเจ็ดสาวน้อยได้มาจากชื่อหมู่บ้านที่อยู่ด้านทิศเหนือของน้ำตกที่มีชื่อว่า "บ้านสาวน้อย" เมื่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ามาสำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งวนอุทยานได้พบน้ำตกมีจำนวน 7 ชั้น ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้นจึงได้ตั้งชื่อน้ำตกว่า "น้ำตกเจ็ดสาวน้อย" ตามชื่อหมู่บ้านและจำนวนชั้นของน้ำตกที่ค้นพบ

จริงๆแล้วแหล่งท่องเที่ยวบริเวณนั้นก็มีอีกหลายที่เหมือนกัน เช่นอุโมงค์ต้นไม้ แล้วก็ไร่ทานตะวัน รวมทั้งสวนองุ่นด้วย แต่วันนี้ขอน้ำตกก่อนแล้วกัน

สงสัยวันนี้คงอากาศร้อนจริงๆ เข้าไปน้ำตกคนยังกับมด และใกล้กรุงเทพฯด้วย คนจึงเดินทางมาเพราะไม่ไกลมากนัก



สภาพน้ำตก มีหลายชั้น แต่เราคงเล่นอยู่ต้นๆและไปไหนไม่ได้ไกล ยังดีที่หินบริเวณน้ำตกไม่ลื่นมาก แต่ก็มีหินใต้น้ำมากพอสมควร เห็นเด็กบางคนกระโดดลงมาแล้วเสียวแทน เด็กๆ ทั้งเด็กเล็ก เด็กใหญ่ ชอบจังเลย ขอให้ได้ลงน้ำเถอะ มันเย็นสบาย



ใครไม่อยากเล่นน้ำ ก็มีให้พายเรือเล่นได้ แต่ราคาค่าเช่าเรือไม่รู้เท่าไร รู้แต่คิดเป็นชั่วโมง



เล่นน้ำจนเพลิน เวลาก็ล่วงเลยมาพอสมควร กว่าจะขึ้นกันได้ ก็ต้องเรียกขึ้น เพราะบ่ายแก่มากแล้ว เดี๋ยวเดินทางเข้าที่พักแถวเขาใหญ่มืด กลัวจะหาที่พักไม่พบ และอีกอย่างก็ไม่ชินทางด้วย

ไปถึงที่พัก เด็กๆ เห็นสระน้ำ เอาอีกแล้ว จะเล่นกันอีกแล้ว เลยปล่อยให้เล่นทั้งเย็นกับเช้าไปเลย ส่วนเราก็หามุมสงบ ดีกว่า



อากาศที่เขาใหญ่ช่วงนี้ยังไม่เย็นอย่างที่คาดหวัง จะเริ่มเย็นช่วงกลางดึก จนถึงเช้า มีหมอกบ้าง ลมพัดเย็นๆ พอพระอาทิตย์ขึ้นแสงแดดนำความร้อนมาก็หายหนาวแล้ว

ดอกไม้ยามเช้า ต้องรับอากาศเย็น พร้อมรับแสงอาทิตย์ สวยงามไปอีกแบบ



ตื่นแต่เช้า อากาศเย็นๆ มีหมอกพอประมาณ ไปเดินตลาดเช้า หาของกินสำหรับเด็กๆ แต่เสียดายไม่มีรูปให้ดู

กว่าจะออกเดินทางกลับ ก็เสียเวลากับการเล่นน้ำรอบเช้าอีกครั้ง ก็เลยพาเด็กๆ ไปดูช้างดีกว่า เห็นตอนมามีช้างอยู่ด้วย ก็ที่นี่เลย ศูนย์กิจกรรมช้างไทยเพื่อการอนุรักษ์



เด็กๆ สามารถให้อ้อยกับงวงช้างได้เลย ตอนแรกก็กลัว แต่เห็นผู้ใหญ่ให้กัน เลยมาแย่งเอาไปให้เองซะหลายเข่ง



ใครมีเวลา เขามีบริการขึ่ช้างพาชมด้วย แต่ไม่ได้ถามค่าบริการ
กว่าจะให้อาหารช้างเสร็จก็เกือบเที่ยงอีกแล้ว เหลือแต่อาหารคนนี่ละ ต้องหา
ที่ตุนใส่ท้องแล้ว

ตั้งใจไปที่ตลาดน้ำกลางดง แต่เห็นข้าวโพดไร่สุวรรณ เลยเข้าไปดู ว่าจะซื้อมารองท้องหน่อย ปรากฎว่าของหมด อดเลยเรา ต้องพี่งข้าวโพดข้างทาง ก็อร่อยเหมือนกัน

ตลาดน้ำกลางดง เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00น. ณ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
เป็นทางเดียวที่ไปวัดพระขาว หรือ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม แต่ก่อนถึงวัด
ให้เลี้ยวซ้าย เห็นว่าตลาดเพิ่งเปิดมาประมาณ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมานี่เอง

โดย Concept เป็นตลาดน้ำศิลปะ Art Floating Market แนวคิดความลงตัวในสไตล์ธรรมชาติ ติดขุนเขา

ตลาดน้ำกลางดงตั้งอยู่บนพื้นที่ 8-10 ไร่ ต้องการเน้นวิถีดั้งเดิมของคนกลางดง ไม่เปรียบเทียบกับตลาดน้ำอื่น เพราะไม่เหมือนกัน และมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เป็นตลาดน้ำที่มีสีสัน สดใส สดชื่นเมื่อนึกถึงศิลปะ เป็นตลาดน้ำที่ไม่มีรูปแบบเกิดจากจินตนาการ การจัดสวนเป็นแนวร่มรื่นแบบสวนอังกฤษ จึงมีมุมสวยๆเหมาะสำหรับคนรักการถ่ายภาพ

ภายในตลาดน้ำกลางดงแบ่งเป็น2ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่ทางผู้ดำเนินการตลาดน้ำกลางดงจัดสรรเอง เพราะเพิ่งเปิดใหม่ ต้องรออีกสักพักให้ตลาดเกิดก่อน ติดตลาดก่อน จึงจะมีส่วนที่2ตามมาในอนาคตซึ่งในส่วนที่2ก็คือการเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านนำอาหารการกินเข้ามาจำหน่ายภายในตลาดฟรี!โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อันนี้เป็นแนวคิดของผู้ก่อตั้ง

อันนี้เป็นป้ายบอกทาง ที่จะพาเข้าไปยังตลาดน้ำ ถ้าไม่มีป้ายนี้ รับรองหลง
และไม่กล้าเข้า เพราะอยู่ท่ามกลางขุนเขา



ก่อนเดินเข้าไปข้างใน จะมีร้านผลไม้ตรงประตูทางเข้า เราซื้อน้อยหน่ามากิน ยอมรับว่าหวานมาก ของขึ้นชื่อเขาทีเดียว



อันนี้เป็นป้ายบอกทาง เวลาเดินเข้า บรรยากาศร่มรื่น ไปด้วยต้นไม้นานาชนิด เหมาะแก่การกินอาหารและชื่นชมธรรมชาติจริงๆ หิวๆๆๆ



เหมือนสวนป่า ที่ให้ความเย็นสบาย มีน้ำไหลตามแนวหินด้วย



ก่อนอื่นไม่ดูอะไรแล้ว หาของกินก่อนดีกว่า เนื่องจากเป็นตลาดเกิดใหม่ ร้านอาจจะยังไม่มากนัก แต่ก็มีอยู่หลายร้านเหมือนกัน บางร้าน ถ้าคนสั่งมากหน่อย ต้องรอคิว ม่ายงั้นอด



น้องคนนี้ เขาขายสาคู เห็นจัดหน้าตาการจัดแล้วน่ากินเหมือนกัน หรือเพราะหิวกันแน่



หลังจากกินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ได้เวลาเดินดูของและถ่ายรูป
อ้าว แล้วลุงคนนี้เขามานั่งทำอะไรล่ะ ไม่หิวบ้างหรือ



ส่วนตุ๊กตาตัวนี้ก็น่ารักใช่หยอก อิอิ



นี่ก็เป็นอีก 1 ตัวที่ชอบ



มุมถ่ายรูป กับตู้รับจดหมาย



ต้นไม้ต้นนี้มีกระรอกด้วย



สภาพโดยรวม เหมาะกับการถ่ายรูป รับประทานอาหาร แต่ไม่รู้ว่าถ้ามีทัวร์ลง
หรือคนปริมาณมาก จะรองรับได้หรือไม่ อย่างน้อยเรื่องเก้าอี้นั่ง คิดว่าคงไม่เพียงพอ กับการรองรับคนปริมาณมาก แต่อย่างว่าล่ะ ตลาดเพิ่งเปิดใหม่ ก็มีโอกาสขยับขยายเมื่อมีคนมากขึ้น

หลังจากอิ่มหนำสำราญ และ ถ่ายรูปเป็นที่พอใจแล้ว ตอนออกให้เลี้ยวซ้าย
แวะไปไหว้พระ ที่วัดพระขาว มองเห็นมาแต่ไกล ตั้งแต่ทางเข้าแล้ว เพื่อเป็นศิริมงคลก่อนกลับบ้าน



วัดพระขาว หรือ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ตั้งอยู่บริเวณเขาสีเสียดอ้า หมู่บ้านกลางดง ทางฝั่งขวาของทางหลวงหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๑๕๐ มีทางแยกเข้าไปอิก ๒ กิโลเมตร มีถนนราดยางเข้าไปถึงวัด

วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรสีขาว ขนาดใหญ่ ชื่อว่า "พระพุทธสกลสีมามงคล" ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า หลวงพ่อขาว ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๗.๒๕ เมตร สูง ๔๕ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โดดเด่นอยู่บนยอดเขาสูงจากระดับพื้นดิน ๑๑๒ เมตร

ผู้ที่จะไปสักการะหลวงพ่อขาวอย่างใกล้ชิดแบบถึงที่ก็ต้องเดินขึ้นบันไดไป โดยมีให้เลือกทั้งบันไดด้านซ้ายและด้านขวา ที่จำนวนขั้นบันไดทั้ง 2 ด้าน นับรวมกันได้ 1,250 ขั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขมงคลที่ทางวัดนำมาจากจำนวนพระสงฆ์ที่มาประชุมกันมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชานั่นเอง

สำหรับผู้ที่มีศรัทธาแรงกล้า(และกำลังขาที่แข็งแรง)ก็เมื่อขึ้นไปนมัสการหลวงพ่อขาวเพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตแล้ว ก็ไม่ควรพลาดการชมวิวมุมสูงของเมืองโคราชที่บนนั้นด้วย นอกจากนี้บริเวณใกล้ๆกับที่ประดิษฐานหลวงพ่อขาวยังมีทางเดินป่าเล็กๆ ทอดยาวสู่“ถ้ำหมี” ที่หลวงปู่เมตตาหลวง(พระญาณสิทธาจารย์ ) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดพระขาวใช้ในการบำเพ็ญภาวนาอยู่เป็นประจำ

ส่วนผู้ที่มีศรัทธาแต่ไม่ค่อยจะมีแรง หรือเป็นประเภทไม่นิยมความสูง ในอุโบสถหรือบริเวณทางขึ้นเขาก็มีหลวงพ่อขาวจำลององค์เล็กไว้ให้ได้สักการะบูชา ซึ่งใครที่เดินทางจากกรุงเทพฯผ่านไปทางปากช่องหากมีโอกาสก็อย่าลืมแวะเวียนเข้าไปซึมซับธรรมชาติและธรรมะกันได้ที่วัดพระขาว ที่ถือเป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราสีมาที่เปรียบเสมือนประตูมงคลก่อนจะเดินทางเข้าสู่อีสานเลยทีเดียว

อันนี้เป็นองค์จำลอง ส่วนที่อยู่ด้านล่างให้กราบไหว้



ใครที่มีแรง ก็เชิญขึ้นไปกราบด้านบนได้เลย สังขารไปไม่ไหวแล้ว ขึ้นไปได้ประมาณ 100 ขั้น นั่งชมวิว แล้วก็ลงดีกว่า ขืนลากสังขารต่อไป สงสัยต้องคลานขึ้น ให้คนหนุ่มสาว เขาขึ้นกันไปเถอะ

มองจาก 100 ขั้นที่ขึ้นไป สูงเหมือนกันนี่หว่า



หลังลงมาได้ ก็ลงมาเดินดูบริเวณรอบๆ มีการจัดวางองค์พระ ให้กราบไหว้อีกหลายองค์เหมือนกัน



และแล้วก็ถึงเวลาเย็นมากแล้ว ต้องรีบเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้แล้ว เดี๋ยวจะมืด วันนี้รถเข้ากรุงเทพฯค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ จึงทำให้
การเดินทางช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ก็เดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ




Create Date : 15 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 6 มกราคม 2553 23:29:38 น.
Counter : 16359 Pageviews.

5 comments
  
ไปเที่ยวเขาใหญ่มา แวะทานข้าวที่ร้านนี้เหมือนกันค่ะ แต่ตอนเราไปคนเยอะมากๆๆๆ
ไว้จะมาชมต่อนะคะ
โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:58:00 น.
  
บนเขาใหญ่ช่วงนี้จะได้สัมผัสอากาศหนาวด้วยเหรอครับ ผมอยู่ปราจีนบุรี ช่วงนี้ร้อนสุดๆ เมื่อไหร่อากาศหนาวจะมาถึงเสียทีนะ
โดย: NET-MANIA วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:37:51 น.
  
ช่วงเช้าอากาศก็เริ่มเย็นแล้วนะครับ แต่สายๆ ก็ร้อนเหมือนเดิม
โดย: pd IP: 124.121.10.130 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:48:48 น.
  
ทั้งหมด 601 ขั้นค่ะขึ้นลงติดต่อกันขาสั่นเลย
โดย: ploy plza IP: 115.87.66.101 วันที่: 17 ตุลาคม 2556 เวลา:9:10:00 น.
  
👍👍👍👍👍👍👍
โดย: 🌽 IP: 1.20.208.157 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:23:34:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pd
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]