All Blog
เดินป่ากิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ดูหมีแพนด้า สวนสัตว์เชียงใหม่


ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า

บุปผาชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์


เดือนนี้เขียนเรื่องราวช้าไปนิด และเป็นเดือนสุดท้ายของปี ธันวาคม นั่นเองอากาศตอนนี้ควรจะเย็นสบายแล้วสินะ แต่ทำไมกรุงเทพฯร้อนเช่นนี้ และกลางเดือนนี้เราก็มีโอกาสไปสัมผัสความหนาวเย็นยังจังหวัดเชียงใหม่ ตามกระแส ที่หน้าหนาวต้องขึ้นเหนือ สินะ..

ทริปนี้ไปสายการบินราคาประหยัด ก็นกแอร์ นี่ยังไง แต่เราก็ชอบนะ
ได้ไปขึ้นที่สนามบินดอนเมือง ไม่ต้องไปถึงสุวรรณภูมิ เพราะการเดินทางที่สะดวก และ ความคุ้นเคยดีสำหรับหลายๆคน อีกอย่างที่พักเราก็อยู่ใกล้สนามบินดินเมืองมากกว่าสุวรรณภูมิ การเดินทางจึงช่ำชองกว่า

เด็กๆ ชอบสีที่ทาบนเครื่องบินลำนี้มากเลย จริงๆแล้ว ทำไมทุกสายการบินไม่ทาสีให้มันสวยงามเหมือนสายการบินนี้นะ



เรามีเวลาแค่ 2 คืน 3 วัน กว่าจะออกเดินทางก็เย็นวันศุกร์แล้ว ลงที่สนามบินเชียงใหม่ มืดพอดี คืนแรกตะลุยราตรีกันก่อนเลย ไม่รู้จะรีบนอนที่โรงแรมไปทำไม มาทั้งทีก็ได้มีโอกาสไปเดินไนท์พลาซ่า มีของมากมาย แต่เราว่าไม่ต่างอะไรกับจตุจักร เอาไว้ขายนักท่องเที่ยว ซื้อของก็อย่าลืมต่อแล้วกันนะ มารู้ทีหลังเจ็บใจเปล่าๆ



ถ้าอยู่ใกล้หน่อย ก็เรียกรถ 2 แถวแดงเลยครับ คนมากๆ ก็ถามเหมาเขา ยิ่งใครอู้คำเมืองเป็น ราคาก็อาจจะต่างกัน แต่ก็สนุกดี

อันนี้เป็นป้ายราคาร้านโรตี ชื่อดัง เพื่อนๆบอกว่าถ้ามาเดินต้องไปซื้อกิน เห็นคนยืนต่อคิวกัน เอ้าลองดูสักหน่อย



คนขายเขาก็ทำแบบใจเย็นนะ พี่คิวยาวมากแล้วนะ หิวด้วย กลิ่นมันหอมจริงๆ



อยู่ใกล้กันกันตลาดอนุสาร เดินเข้าไปดู เผื่อซื้อของฝากกับคนทางบ้าน



มีของน่ารัก สำหรับเด็กๆ หลายอย่าง ผ้าใหม และของฝากอื่นๆ ให้เลือกชม



เดินจนเมื่อยแล้ว ไม่เห็นอากาศมันจะเย็นมากมายเลย เดินมากๆร้อนอีกต่างหาก ว่าแล้วก็กลับที่พัก อาบน้ำนอนให้สบายใจ พรุ่งนี้มีภาระกิจแต่เช้า

อันนี้เป็นรุปที่พัก อันแสบอบอุ่น



หลังจากสะสมพลังเต็มที่กับคืนแรกแล้ว ตื่นเช้ามาด้วยอากาศกำลังเย็นสบาย ต้องรีบกินมื้อเช้า เพราะต้องรีบออกเดินทาง จุดหมายปลายทางคือ ดอยอินทนนท์ ซึ่งต้องใช้เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยุ่ในท้องที่ อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทอง และอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศไทยมีสภาพป่าเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำปิงที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่าง ๆ โดนเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีเนื้อที่ ประมาณ 482 ตารางกิโลเมตร หรือ 301,500 ไร่

เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” คำว่าดอยหลวงหมายถึง ภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า “ดอยอ่างกา” เมื่อครั้งที่ป่าไม้ทางภาคเหนือยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าผู้ครอบครองนครต่างๆ นั้นในสมัยพระเจ้าอินทรวิชยานนท์เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ พระองค์เป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของป่าไม้เป็นอันมาก โดยเฉพาะ“ดอยหลวง” พระองค์มีความหวงแหนเป็นพิเศษ ขณะที่ยังมีพระชนม์อยู่ได้สั่งไว้ว่าหากสิ้นพระชนม์ไปแล้วก็ขอให้แบ่งเอาอัฐิส่วนหนึ่งไปบรรจุไว้ บนยอดดอยหลวงด้วย ต่อมา คำว่าดอยหลวงก็ถูกเปลี่ยนเป็น “ดอยอินทนนท์” ตามพระนามของเจ้าผู้ครองนครนั้น และเมื่อขึ้นไปบนยอดเขาสูงนี้ จะเห็นสถูปบรรจุพระอัฐิของพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ประดิษฐาน

สภาพทางขึ้นดอย ราดยางอย่างดี ไม่มีหลุม มีบ่อ แต่ทางขึ้นเขามันคดเคี้ยว เลี้ยวไปมา เมื่อก่อนเคยคิดจะขับรถขึ้นดอยเอง แต่เปลี่ยนใจแล้ว นั่งไปให้มีผู้ชำนาญทางพาไปดีกว่า



พี่เขาขับยังกับเพิ่งทะเลาะกับเมียมา ไม่ห่วงชีวิตเราบ้างเลย แต่คงเป็นเพราะขับจนชินทาง และต้องอาศัยแรงในการขึ้นเนิน เลยใส่ไม่ค่อยยั้ง และเราก็มาถึงด่านทางเข้า แวะซื้อดอกไม้เพื่อขึ้นไปไหว้ข้างบน และ เข้าห้องน้ำ



อัตราค่าขึ้นดอย



หลังจากใช้เวลาอีกสักพักจากด่าน ในที่สุดเราก็ได้ขึ้นมาอยู่จุดสูงสุดเรียบ
ร้อยแล้ว อากาศเย็นสมใจอยาก แต่ยังไม่ถึงกับหายใจเป็นไอ



มองลงมาอันนี้เป็นสถานีอะไรไม่รู้



ดูจากสภาพของต้นไม้แล้ว ที่นี่จะต้องหนาวเย็นตลอดปี มีความชื้นสะสม ถึงทำให้ต้นไม้มีสภาพอยู่อย่างนี้ได้



มีทางให้เดินชมป่าไม้ ความชุ่มชื้น หลอกให้เราตายใจ ของจริงกำลังจะมาแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม รองเท้าผ้าใบเป็นสิ่งสำคัญ



อุณหภูมิสำหรับวันนี้



หลังจากนั้น ความประทับใจ จริงๆ มันอยู่ที่นี่ครับ



สภาพที่จอดรถ สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ใครพาแฟนมาด้วย จะรักกันจริง หรือ เลิกกันก็อีงานนี้ละ อิอิ พูดเล่นนะ



เป็นเส้นทางศึกษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ ใครมาเป็นกลุ่ม เขามีพี่ๆ ทหารพาเดินไม่ต้องกลัวหลง มีทางเดินตลอด เป็นไกท์อธิบายรายละเอียดต่างๆ ต้นไม้ประเภทไหน เป็นอย่างไร อันไหนเป็นยา อันไหนกินได้ ฟังเพลิน จนลืมเหนื่อยเลยละ



เดินมาได้สักพัก อากาศก็เย็นดี แต่ทำไม่เหงื่อท่วมตัวเลย แสงแดดก็ส่องเข้ามาใต้ต้นไม้เป็นระยะ ๆ ตามแต่ต้นไหนใหญ่ สูง ก็ได้รับแสงไป



เอ้าเดินกันเข้าไป หลงหรือเปล่าเนี่ย



ในฤดูฝนเขาจะปิด ไม่ให้ใครเดิน เพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ ให้เวลาพักผ่อนสำหรับขุนเขาอันกว้างใหญ่ เป็นปอดของพวกเราต่อไปได้พักฟื้น

จุดนี้หลังจากเดินมาได้ระยะหนึ่ง ตื่นเต้น เพราะไม่คิดว่าจะมีน้ำตกเล็กๆ ที่สวยงามอยู่ท่ามกลางการเดินป่า ให้แวะถ่ายรูป ชมความสวยงามของสายน้ำที่ตกมาจากตาน้ำ รวมเป็นลำธาร ไหลมารวมกันเป็นน้ำตกอันสวยงาม



ความสมบูรณ์ของป่า และ ลำน้ำที่อุดมไปด้วยหญ้าใต้น้ำ และ กระแสน้ำไหลแรง สดใส สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของป่าแห่งดอยอินทนนท์อยู่



ความชื้นทำให้พืชชนิดเล็กที่เกาะตามต้นไม้เจริญเติบโต



อันนี้เป็นอะไรไม่รู้ ลืมถามพี่ทหารที่เป็นไกท์นำทาง



แมลงก็สีสวยงาม



ก่อนออกจากป่า ความเขียวชะอุ่มของต้นไม้ก็ยังมีให้เห็น แต่ลักษณะลำต้นจะไม่สูงเหมือนช่วงแรก จะค่อยๆ เตี้ยลง



การเดินป่ากิ่วแม่ปานนี้ จะมีบริเวณให้เดินอยู่ 2 ลักษณะ คือ ความสมบูรณ์ของป่า กันขุนเขา จากที่ผ่านมา เดินขึ้นลงตามเนินต่างๆ และ ออกมายังทุ่งกว้าง ที่ไม่มีต้นไม้ ณ ครั้งแรกที่ได้สัมผัส หลังจากออกจากป่า มันรู้สึกโล่งไปหมด กับความเมื่อยล้าที่ผ่านมา ประทับใจเป็นที่สุด



รูปนี้เป็นป่าที่เราเพิ่งออกมานี่เอง



เอ้าร่วมกันถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อย



มองย้อนกลับไปยังป่าที่ได้จากมา มีหมอกลอยมาสัมผัสถึงความเย็นของอากาศ และความสวยงามของธรรมชาติ



กำลังที่เคยอ่อนล้า เริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้น เพราะสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า มันน่าดูกว่าสิ่งที่เราได้ผ่านมา ในที่สุดก็ถึงจุดชมวิว ณ สันเขา มองลงไปอีกด้านมีแต่หมอกปกคลุม



อีกสักรูป ตรงที่มีหมอกนั่นละ คือที่เราจะเดินไปอันดับต่อมา



หมอกจะพัดมาเป็นระยะ ตามแรงลมที่พัดผ่านบนสันเขา บางจุดเมื่อไม่มีหมอกก็สามารถเห็นภูเขาได้อย่างชัดเจน เพิ่มความเสียว ให้เกิดความระมัดระวังยิ่งขึ้น



เห็นกันชัดๆ จุดที่เราเดินกันไป



นี่อีกรูป ต้องใช้ความระมัดระวัง พลาดอาจไม่ได้กลับมาอีกได้



Safety เขาก็มีนะ แต่ห้ามเดินแซงกัน และมีเป็นะระยะ แต่แน่นหนาดี รับรองไม่ตก



เดินผ่านมา จะเห็นกุหลาบพันปี จะขึ้นอยู่บริเวณสันเขา ไม่มีใครกล้าที่จะลงไปถ่ายรูปใกล้ๆ



ไม่เป็นไร มีบางต้นที่อยู่ใกล้กว่า ซูมให้เห็นดอกกันใกล้ๆ



อันนี้เป็นจุดชมวิวแห่งที่ 2



มองไปยังจุดที่เรากำลังจะไป



หลังจากนั้นก็เดินเข้าป่าอีกสักรอบเพื่อกลับมายังทางเข้า แต่เป็นการเดินแบบวงกลมซึ่งไม่ซ้ำทางเดิม ทำให้ไม่น่าเบื่อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง กับระยะทางไม่กี่กิโล



แล้วคุณจะได้รูปนี้มาแบบประทับใจ และ ภูมิใจที่ครั้งหนึ่งเคยผ่านมาแล้ว






คอยภาคต่อไปครับ



Create Date : 02 มกราคม 2553
Last Update : 8 มกราคม 2553 0:04:48 น.
Counter : 1770 Pageviews.

2 comments
  
ใหนๆ ก็สร้างที่พัก บันได ทางเดินแล้ว ทำไมไม่สร้างอาคารหรือห้องน้ำด้วยเสียเลยล่ะคุณ จะได้สะดวกๆไงนะ สร้างทั้งทีก็ให้สะดวกๆไปเลย "นี่เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติหรือครับ"
โดย: คนกันเอง IP: 118.172.95.21 วันที่: 15 สิงหาคม 2553 เวลา:14:49:17 น.
  
บันไดจะมีแค่ช่วงแรกครับ ที่เหลือเป็นทางเดินดินล้วนๆ ดังนั้นหน้าฝนหมดสิทธิเดินครับ ตอนแรกก็ไม่คิดมาก่อนว่าขึ้นไปบนสุดแล้วจะสวยขนาดนี้ เพราะเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ มีแต่ป่า แต่ยังดีได้พี่ทหารเขาคอยอธิบายรายละเอียดต้นไม้ต่างๆ พอพ้นป่าไป คิดว่าคุ้มมากๆครับ การเดินทางไม่เหมาะสำหรับคนมีอายุ เพราะเหนื่อยเอาเรื่อง รองเท้าที่ใช้ผ้าใบเหมาะสุด
โดย: pd วันที่: 15 สิงหาคม 2553 เวลา:20:10:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pd
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]