Group Blog
 
All blogs
 
อันดามันพัทยา@เกาะล้าน ทรายขาว น้ำใส แบบคาดไม่ถึง(3)

ต่อจากตอนที่ 2

ตอนที่ 2 เดินเที่ยวและถ่ายรูปหาดตาแหวน กับหาดสังวาลย์จนเย็น
ก็กลับมาที่บ้านฟ้าใส ระหว่างทางกลับก็เห็นร้านค้าเขาเผากุ้งกันอยู่
ด้วยความที่ทานเกี๊ยวซ่า โออิชิ ไปแค่กล่องเดียว ก็เลยหิวมากๆ


กลับมาถึงที่พักก็เลยรีบหยิบเมนูอาหาร ออกมาดูทันที



ที่บ้านฟ้าใสที่เราพัก จะไม่มีบริการอาหารทั้งเช้า กลางวัน เย็น
ต้องหาทานเอง หรือไม่ก็โทรสั่ง จะมาส่งถึงที่พักไม่เสียเงินเพิ่ม
แถมบางร้านอาจจะลดราคาให้ด้วย

ดูเมนูเสร็จก็โทรไปสอบถามก่อน เนื่องจากเราอยากทานกุ้งเผา
แต่ในเมนูไม่ได้บอกราคา ได้ความว่ากุ้งเผากิโลกรัมละ 450 บาท
ตอนเดินเข้าเห็นร้านที่เผาขายอยู่ไม่น่าจะถึง คุณณรงค์ใจดีมาก
ขับรถออกไปถามให้เรา ราคากิโลกรัมละ 350 บาท(ของสด)
ถ้าเผาด้วยและมีน้ำจิ้มให้ 400 บาท

เราเลยตัดสินใจเดินออกไปซื้อข้างนอก ไม่โทรสั่ง
ไหนๆ ออกมาแล้วก็ซื้อกับข้าวอย่างอื่นเข้าไปด้วยเลย
ก็เลยฝากท้องไว้กับครัวชลิตา ราคาอาหารก็ใกล้เคียงกับในเมนูที่บ้านพัก
ยังแอบคิดว่า จริงๆ แล้วก็คงเป็นร้านนั้นแหละ



พอสั่งเสร็จก็ให้เขาไปส่งที่บ้านฟ้าใส
เห็นโรตีของโปรดเลยแวะซื้อ ขายอันละ 10 บาทเป็นแบบธรรมดา



ก็เหมือนโรตีทั่วไป แต่การตีแป้งเป็นแผ่นจะแตกต่างนิดนึง
ตรงที่เขาตีแล้วก็พับๆ ให้มันเป็นหลายๆ ชั้น



ในที่สุดอาหารเย็นก็มาส่งถึงที่ เราทานกันที่ระเบียงหน้าบ้าน
ได้บรรยากาศริมทะเล โรแมนติกจริงๆ เพราะมีจุดตะเกียงด้วย

อาหารจะใส่กล่องโฟมมา ก็มาขอยืมจานชามที่บ้านใส่
ดูดีมีระดับขึ้นมาอีกหน่อย :D



มาดูกันว่าสั่งเมนูอะไรมาทานบ้าง
เมนูแรกเห็นแล้วอยากทานขึ้นมาทันที กุ้งเผาครึ่งกิโลกรัม
ราคา 200 บาท ถ้าทานโลนึงคงท้องแตกแน่ๆ

น้ำจิ้มอร่อยใช้ได้ กุ้งก็สดดี



ต้มยำรวมมิตร ราคา 120 บาท รสชาดพอใช้ได้
สั่งข้าวเปล่ามาด้วย 20 บาท(1 กล่องโฟมทั่วไป)



ข้าวผัดปู 1 จาน ราคา 50 บาท



ไข่ยัดไส้กุ้ง 80 บาท อันนี้ไม่ค่อยถูกปากเท่าไร
รวมราคามื้อนี้ 470 บาท ลดอีก 5% เพราะเป็นแขกบ้านฟ้าใส
อิ่มทั้งอาหารทั้งบรรยากาศ



เช้าวันใหม่ จากที่ Plan ไว้เมื่อวานว่าวันนี้จะต้องเล่นน้ำให้ได้
ก็เลยมาที่หาดตาแหวนอีกครั้ง จะสังเกตว่านักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยมี
ทรายที่หาดนี้ขาวละเอียด นิ่มเท้าดีจริงๆ



เก้าอี้ยังไม่มีใครจับจอง



สังเกตความขาวของทราย



ถ่ายห่วงยางอีกสักรูป เห็นใครๆ ก็ชอบถ่ายกัน



สังเกตว่าด้านหลังเป็นร้านขายของต่างๆ ทั้งร้านอาหารเสื้อผ้า ฯลฯ
ใครที่นั่งเตียงผ้าใบของร้านนั้นๆ จะมีสิทธิเข้าห้องน้ำฟรี

หาดนี้น้ำใสมากๆ



เดินสำรวจหาดกันก่อน ถอดรองเท้าไปเดินในทะเล
วันนี้ท้องฟ้าเปิด แดดแรงดีจริงๆ



ดูความใสของน้ำกันชัดๆ เห็นแล้วน่าลงไปดำผุดดำว่ายจริงๆ



แสงแดดสะท้อนกับพื้นทรายใต้น้ำ



น้ำใสๆ กับฟ้าใสๆ
ที่นี่ทรายละเอียด เดินถอดรองเท้าได้สบายเพราะไม่มีเศษปะการัง



เดินไปสำรวจด้านหาดสังวาลย์กันอีกครั้ง
วันนี้น้ำขึ้นมากกว่าเมื่อวาน แต่ยังคงความใสไม่เปลี่ยน



ใสจนเห็นก้อนหินในน้ำชัดเจน



ไม่บอกไม่รู้ว่านี่คือ เกาะล้านพัทยา
เพราะความไม่คาดหวังกับเกาะนี้ ทำให้รู้สึกว่าเกินคาดกับความสวย



คลื่นซัดเข้ามากระทบก้อนหินเป็นฟองขาวๆ



ใสๆ



ถึงแล้วหาดสังวาลย์ กะว่าจะมาเล่นน้ำที่หาดนี้
แต่ดูแล้วฝรั่งเต็มไปหมด เลยเปลี่ยนใจกลับไปเล่นหาดตาแหวนดีกว่า



แต่ไหนๆ ก็เดินมาแล้ว ลงไปแช่น้ำใสๆ สักหน่อย



ทรายขาว น้ำใส หินที่อยู่บริเวณนี้ค่อนข้างคมต้องระวัง
เด็กๆ ไม่ควรไปอยู่ใกล้หิน



กลับมาเล่นน้ำที่หาดตาแหวน โดยเช่าที่นั่งไว้วางของ
และเช่าห่วงยาง 1 ห่วง ราคาที่นั่งแบบธรรมดาๆ 20 บาท
ถ้าเป็นแถวหน้าที่เป็นแบบนอน 50 บาท ห่วงยาง 50 บาททั้งวัน

และก็ได้เวลากลับ กทม แล้ว ภาพหาดตาแหวนมุมสูง



กลับมาฝั่งพัทยาด้วยเรือรอบเที่ยง เห็นฝั่งพัทยาอยู่ข้างหน้า



เรือพานักท่องเที่ยวไปเกาะล้าน



ถึงฝั่งพัทยาแล้ว



ตึกมากมายบนฝั่ง



อีกสักมุม



ประภาคารเล็กๆ น่ารักดี



ถึงแล้ว พัทยาซิตี้



สะพานที่จะมายังท่าเรือ รถสองแถวมาจอดรอรับผู้โดยสาร
จะมาเฉพาะตอนที่มีรอบเรือมาเท่านั้น



แผนที่และรอบเรือไปหาดตาแหวน
เราว่าแผนที่มันไม่ค่อยมีรายละเอียดนะ เพราะไม่มีบางหาด
เช่นหาดตายาย กับหาดทองหลาง



จากท่าเรือ เราเข้ามาที่พักผู้โดยสารเพื่อรอรถตู้กลับ กทม
ซึ่งพี่ที่อยู่ที่ท่ารถตู้เป็นคนโทรให้รถตู้เข้ามารับ

ระหว่างนั้นก็ข้ามไปหาอะไรทานที่ 7 Eleven ตรงข้ามท่าเรือ
บริเวณนั้นก็มีของสดขาย ซึ่งถูกกว่าบนเกาะ
ซึ่งหากที่พักที่ไหนมีเตาให้ปิ้ง ย่างได้ ก็ซื้อจากทีนี่ไปได้



ด้านหน้าท่าเรือ ซึ่งเป็นสวนหย่อม



ป้ายท่าเรือ



สรุปทริปนี้ 2 วัน 1 คืนค่าใช้จ่ายคนละประมาณ 1500 บาท
ทะเลสวย ทรายขาว น้ำใส ที่พักน่ารัก เป็นอีก Trip นึงที่ประทับใจ
จะไปเกาะล้านอีกแน่นอนประมาณกลางเดือนนี้ ไว้จะมารีวิวอีกครั้ง

โพสหน้าจะมารีวิวบ้านพักอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมเลยค่ะ


ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม อย่าลืมแวะมาอีกนะคะ


Create Date : 08 ตุลาคม 2551
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 22:10:02 น. 7 comments
Counter : 3064 Pageviews.

 
เกาะล้านน้ำใสจัง
เกาะล้านน่าไปจังเลย


โรตีน่ากินจังเลย

Photobucket


โดย: chalawanman วันที่: 8 ตุลาคม 2551 เวลา:22:55:06 น.  

 
สวัสดีครับ..น่าไปมากๆถ้ามีโอกาศต้องไปให้ได้น้ำใสจริงๆเลยครับ..เคยไปแต่อ่าวไทยครับ


โดย: hmom (Roomphoto ) วันที่: 8 ตุลาคม 2551 เวลา:22:58:08 น.  

 
อยากกลับไปอีกบ้างจัง..


โดย: big (Trip.goth ) วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:13:59:42 น.  

 
ว้าววว สวยจังค่ะ


โดย: นู๋ที วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:13:45:50 น.  

 
อาหารสั่งทานอย่างไรคะ และมีจาน-ชาม-ช้อนให้หรือเปล่าคะ ส่วนเครื่องดื่มต้องซื้อเองหรือค และที่บ้านฟ้าใส ไม่มีบริการอาหารเลยใช่ไหมคะ จะได้จัดเตรียมให้ถูกต้อง


โดย: rose IP: 203.147.10.245 วันที่: 26 สิงหาคม 2552 เวลา:18:42:50 น.  

 
ไปมาแล้วค่ะ สวยกว่าที่คิดมาก คนพื้นที่บนเกาะน่ารักกว่าที่เสม็ดอีก เพราะรู้สึกว่าที่เสม็ดจะต้อนรับแต่ฝรั่งอ่ะ บนเกาะมีมอไซต์ให้เราเช่าขี่ทั้งวันสามร้อย น้ำมันเต็มถัง (ส่วนใหญ่จะให้เช่าที่ท่าหน้าบ้านค่ะ เวลาจะคืนก็โทรบอกเขาว่าเราจอดรถไว้ที่ไหน) ขี่ไปก็ตามหาหาดในแผ่นที่เจอบ้างหลงบ้าง พี่ๆวินมอไซต์รู้ว่าเราหลงหาหาดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีคนไปไม่เจอก็ตะโกนบอกทางเราโดยที่ยังไม่ทันถาม ส่วนเรื่องอาหารเราไปกินตรงท่าหน้าบ้านค่ะ แบบอาหารจานเดียวก้อไม่แพงมากนะ ไม่เกินห้าสิบ วันนั้นกินข้าวผัดกุ้งๆตั้งหกตัว ขนาดปาดกลาง คือต้องเข้าใจนะคะว่าหาดไหนได้รับความนิยม ราคาทุกอย่างก็จะแพงแตกต่างกันไป แล้วจะกลับไปอีกแน่นอน คุ้มจิงๆค่ะ ไปวันเดียวได้ไปคบเกือบทุกหาด และได้เที่ยวรอบเกาะด้วย


โดย: imgamgon IP: 110.49.128.181 วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:0:29:51 น.  

 
ขอแนะนำ ร้านอีก ร้านนึงค่ะ อยู่ในใจเราตลอดเลย


แนะนำร้านอาหาร พัทยา ร้านอาหาร ปูสดมาก (นามสมมุติ)
ชายหาด จอมเทียน

ได้ยินว่าเป็นร้านอาหารชื่อดัง เลยขอลองสักหน่อย
สั่งอาหารไปมากมาย อาหารจานแรกก็ถูกยกมาเสริฟ แต่กินไปสามสี่คำ แมลงวันเยอะมากๆ ต้องคอยใช้มือโบกไล่แมลงวันตลอดเวลา ถามพนักงาน ว่าทำไมแมลงวันเยอะขนาดนี้ เค้าบอกว่า “นี่เป็นหน้าแมลงวันให้ทำใจ”
ปัดไปได้สักพัก อาหารที่สั่งทยอยมา กองทัพแมลงวันก็เริ่มมาก ขึ้นเรื่อยๆจนน่ากลัว เริ่มรู้สึกว่ามือเดียวปัดไม่พอ ปัดทางซ้าย ทางขวาก็มา ปัดไม่ทัน สู้กับมันไม่ไหว ปัดกันจนเหนื่อย ก็ไร้ประโยชน์ แมลงวันพากัน ตอมลงไปในอาหารอยู่ดี นึกถึงหนอนแมลงวัน เลยต้องปลง รับประทานไม่ลง

เจ้าของร้านบอกว่า “คุณต้องทำใจ คนไทยกับแมลงวันเป็นของคู่กันไม่มีใครเอาชนะธรรมชาติได้ ”????

“คุณดูทำไมโต๊ะอื่นเค้ายังกินกันได้ ผมเปิดร้านมา สามสิบกว่าปีแล้ว”

เออจริง ด้วย …

หันไป มองโต๊ะอื่นเขา กินกันอย่างเอร็ดอร่อย เลยสงสัยว่าทำไมมันบุกมา
ตอมแต่โต๊ะเรา เราลอง เดินเข้าไปดูใกล้ๆ พระเจ้าช่วย !!! เห็นชัดๆว่า เค้านั่งกินกัน ท่ามกลางหมู่แมลงวันที่ตอมอาหาร เราเอามือไปโบกที่อาหารเค้า ฝูงแมลงวันก็บินฮือ ออกมาจากอาหารที่เค้ากำลังกินกันอยู่

ดีใจจังนึกว่า เราโดนอยู่โต๊ะเดียว -_-!

ตกลงนี่ เราบ้า หรือ พวกเขา เมา กันแน่ หรือเป็นเพราะตอนนั้นมีกันอยู่แค่สอง สาม โต๊ะ แมลงวันเลยรุมกันเป็นพิเศษ ถ้าเราโชคดี มาในวันที่มี ลูกค้าหลายๆโต๊ะ คงจะช่วยแชร์ๆ แมลงวัน กันไป คนละ สิบ ยี่สิบตัว

แต่ที่แน่ๆ เราไม่กล้ากินอาหารที่มีแมลงวันตอมมากมายขนาดนั้น ถ้าคุณ คิดว่าสี่ห้าตัว คุณกำลังคิดผิด เพราะมันมีเป็นร้อย แล้วในครัวจะขนาดไหนเนี่ย
เจ้าของร้านบอกว่า “คุณช่วยบอกวิธีกำจัดแมลงวันให้ผมหน่อย ถ้าตอบได้ ผมให้แสนนึง” เราบอกว่า คุณต้องรักษาความสะอาด ปิดถังขยะให้มิดชิด เค้ากลับไม่ฟังบอก “ทำไม่ได้ เป็นไปไม่ได้มันต้องมี เหมือนคุณห้ามไม่ให้เมืองไทยมียุงคุณทำได้ไหม” เราบอก นี่มันอาหารนะ ลูกค้าต้องอดทนเหรอ เค้าบอก “คุณเข้าใจมั้ยผมไม่ได้แกล้ง” (ตอบไม่ตรงคำถามเลย แล้วที่สำคัญเราแกล้งคุณเหรอ ที่กินไม่ได้) “ผมไม่สามารถ สั่งห้ามแมลงวันไม่ให้มาตอมอาหารคุณได้” (แต่เราก็ไม่สามารถกินอาหารที่มีแมลงวันตอมได้เหมือนกัน) เจ้าของร้านบอกว่า “คุณจะให้ผมทำยังไง ไหนคุณลองบอกผมสิ” เราพูดว่างั้นคุณบอกลูกค้าสิว่านี่เป็นหน้าแมลงวันนะ รับได้มั้ย ก่อนสั่งอาหาร ลูกค้าจะได้ทำใจล่วงหน้า หรือเตรียมตัวรับมือกับแมลงวันร้านคุณ เจ้าของบอก “ แล้วถ้าคุณเป็นผมหล่ะ คุณจะบอกลูกค้ามั้ย”

(อ้าว นี่คุณหลอกให้เราสั่งอาหารมากมาย แนะนำ ให้เราสั่งอาหารมาหลายเมนู มาวางเต็มโต๊ะให้แมลงวันร้านคุณ แย่งกิน เราผิดหรอเนี่ยที่เข้ามาสั่งอาหารร้านคุณ เวรกรรม)

เราเชื่อว่าถ้าคุณบริหารจัดการให้ดีกว่านี้ แมลงวันจะต้องน้อยลง จนเราพอกินอาหารได้บ้าง อย่างแน่นอน เราลองหา ในgoogle มีวิธีกำจัดแมลงวันมากมาย ถ้าคุณพยายามมันต้องลดลงบ้าง เพราะเท่าที่เคยทานร้านอาหารทะเลมาก็ยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้

แต่นี่ดูเหมือนคุณชินและทำใจรับสภาพ ว่าแมลงวันมันคู่กันกับอาหารทะเล ทั้งๆที่ความสะอาด สำคัญเท่ากับรสชาติของอาหาร คุณกลับไม่ยอมให้ความสำคัญ ไม่ยอมจัดการอะไรเลย
ลูกค้าต้องทนรับสภาพอย่างเดียว ถ้าคุณทำใจให้เป็นธรรม เห็นใจลูกค้าบ้าง คุณจะเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อคืออะไร
เจ้าของร้านบอก “คุณโกรธอะไรมาใช่ไหม แล้วมาลงที่ผมใช่ไหม”
จะบ้าตายเราเพิ่งตื่นนอนมาอารมณ์ดีๆแท้ๆ แสดงว่าคุณไม่ได้รู้สึกเลยว่ามันสกปรกมาก กลายเป็นเราที่เป็นคนแปลก ในสายตาคุณ
สุดท้ายเราทนรับสภาพไม่ไหว ต้องยอมจ่ายเงินทั้งๆที่ไม่ได้กินอาหารเลย เจ้าของร้านดูบิลแล้วบอกว่า “เงินแค่นี้คุณมีปัญหาทำไม คิดให้ดีก่อนมีปัญหานะ คิดให้ดี”

แต่เราคิดว่าคำพูดนี้น่าจะเป็นคำพูดของเรามากกว่า อีกอย่าง เงินไม่ใช่ปัญหา เพราะเราไม่ใช่พวกหลอกกินอาหารฟรี แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมต่างหากที่ถูกคุณเอาเปรียบแบบนี้ เจ้าของร้านบอก “คุณเข้าใจมั้ยของผมทำออกมาแล้ว ผมลงทุนไปแล้ว” เราพยักหน้าบอกเข้าใจ
เจ้าของร้าน กลับพูดว่า
“คุณไม่เข้าใจหรอก คุณคิดถึงแต่ตัวเอง” ( อ้าว แล้วทีคุณหล่ะจะให้เรากินอาหารที่มีแมลงวันบ้าเลือด ตั้งหน้าตั้งตากินอาหารแข่งกับเราหล่ะ ถ้าเราท้องเสีย ท้องร่วง เข้า โรงพยาบาล หล่ะ ใครๆก็รู้เข้า โรงพยาบาล ที ไม่ต่ำกว่าหมื่น )
คุณก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะคุณคิดถึงแต่ตัวเอง รู้แต่ว่าของคุณทำออกมาแล้ว คุณจะไม่ยอมขาดทุนเด็ดขาด ถ้าเป็นเมืองนอก ร้านคุณโดนสั่งปิดแน่
แต่จนใจ นี่เป็นประเทศไทย Thailand only T_T


อยากถามว่า ถ้าคุณซื้อแอร์มาใช้ที่บ้าน เกิดมันไม่เย็นขึ้นมา แล้วคนขายบอกคุณต้องทำใจ เมืองไทยมันเป็นเมืองร้อน คุณต้องทำใจ ผมไม่สามารถเปลี่ยนอุณหภูมิโลกได้ คุณจะรู้สึกยังไง คุณจะถามเค้ามั้ย ก็ในเมื่อคุณรู้ว่ามันเสีย แล้วคุณจะขายมาทำไม อาหารที่ทำออกมาแล้ว มีแมลงวันมาตอมอาหารมากมาย จนลูกค้ากินไม่ได้ก็ไม่ต่างกัน

เข้าใจว่าคุณลงทุนทำอาหารออกมาแล้ว แต่แมลงวันร้านคุณมันตอม จนสกปรกไปหมด กินก็กินไม่ได้ คุณยังจะขายให้เราอีกหรอ ทางร้านอ้างว่าเป็นความผิดเรา ที่เราเข้ามาสั่งอาหารเอง ถ้าเราไม่สั่งเขาก็ไม่ทำออกมา เฮ้อ….

ถ้าเจ้าของร้าน อยากจะขายอาหาร อย่างเดียว คิดว่าสภาพแวดล้อมบรรยากาศ ความสะอาด ในการทานอาหารไม่สำคัญ ล่ะก็ อย่าเปิดร้าน ให้คนนั่งทานจะดีกว่า ควรจะแนะนำให้ลูกค้าซื้อกลับบ้าน ไม่ใช่ปล่อยให้นั่งกินท่ามกลางฝูงแมลงวันแบบนั้น น่าจะมีจรรยาบรรณ สงสารสุขภาพลูกค้าบ้าง

ตอนแรกเราโกรธจนไม่ยอมจ่ายเงินแต่ คิดดูอีกทีคุณคงจะขาดทุนมากอย่างที่คุณว่า เลยยอมจ่ายเงินไป อาหารก็ต้องทิ้งไปทั้งหมดแบบนั้น เพราะไม่รู้จะเอาไปทำอะไร หรือ ไปฝากใครได้ ขนาดตัวเรา ยังไม่กล้ากิน

ไม่อยากมีบาปติดค้างต่อกัน แต่เวรกรรมที่คุณทำกับลูกค้านี่สิ ขอเชิญคุณรับตามสบาย เข็ดกับร้านอาหาร นี้ จริงๆ ต่อไปนี้ ขอเลือกร้าน ที่สะอาดเป็นหลัก อร่อยน้อยหน่อยดีกว่า จะได้กินไปคุยไปแบบสบายใจ ไม่ต้องคอยไล่แมลงวัน


โดย: แอน IP: 10.0.1.12, 58.9.5.28 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:34:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bombik
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





จำนวนผู้เข้าชม
Friends' blogs
[Add bombik's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.