Group Blog
 
All Blogs
 

ความเชื่อกับการกินเพื่อลดน้ำหนัก


เพราะความเชื่อผิดๆ แท้ๆ ที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่สำเร็จ แต่ต่อไปนี้สาวๆ จะไม่หลงอยู่กับความคิดผิดๆ อีก เพราะเราเอาความจริงมาตีแผ่ให้รู้กัน

1. ความเชื่อ ดื่มน้ำชาร้อนๆ ช่วยสลายไขมัน
ความจริง : ชาสมุนไพรทั่วไปมีส่วนผสมของสารโพลีฟีนอล สารนี้ช่วยละลายไขมันในเส้นเลือดได้จริงๆ แต่ไม่ได้ช่วยให้สาวๆ ผอมได้ แต่จะช่วยให้คุณไม่เป็นโรคหลอดเลือดอุดตันมากกว่า

2. ความเชื่อ การอดข้าวช่วยให้ผอมลง
ความจริง : ความเชื่อนี้ผิดมาก เพราะเมื่อเราอดอาหาร ร่างกายก็จะหิวจัด และเมื่อเราทานอาหารมื้อต่อไปร่างกายเราก็จะรีบดูดซึ มน้ำตาลจากอาหารมื้อ นั้นเอาไว้มากกว่าเดิม เพื่อเตรียมรับมือกับการอดอาหารครั้งหน้า สาวๆ ที่อดข้าวจึงจะอ้วนง่ายกว่าปกติ

3. ความเชื่อ มันฝรั่งทำให้อ้วน
ความจริง : มันฝรั่งเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนซึ่งจะใ ห้พลังงานสูง แต่ถ้าทานคู่กับผัก เส้นใยจากผักก็จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลจากมันฝร ั่งช้าลง จึงไม่อ้วนอย่างที่คิดกัน

4. ความเชื่อ ขนมปังกรอบไม่ทำให้อ้วน
ความจริง : ที่จริงแล้วขนมปังกรอบนี่ล่ะคือตัวการทำให้เราอ้วนยิ ่งกว่าขนมปังปอนด์เสีย อีก เพราะขนมปังกรอบมีไขมันและแคลอรีมากกว่าขนมปังปอนด์ ขนมปังกรอบ 5 ชิ้น มีแคลอรีถึง 200 กิโลแคลอรี แถมเวลากินขนมปังกรอบเรามักจะเคี้ยวเพลินจนเผลอกินเข ้าไปไม่ต่ำกว่าสิบชิ้น ลองดูสิว่ามันน่ะกี่แคลอรี่

5. ความเชื่อ ขนมปังขาวทำให้อ้วนเพราะมีแคลอรีสูงกว่าขนมปังโฮลวีต
ความจริง : ที่จริงไม่ว่าจะขนมปังขาวหรือโฮทวีตก็มีแคลอรีใกล้เคียงกัน แต่ขนมปังโฮลวีตจะมีเส้นใจอาหารมากกว่า ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงาน น้ำหนักตัวของเราจึงลดลงมากกว่าการกินขนมปังขาว ที่สำคัญในขนมปังโฮลวีตมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกา ยมากกว่าขนมปังขาวอย่าง เทียบกันไม่ได้เลย

6. ความเชื่อ ดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้น้ำหนักลด
ความจริง : การดื่มน้ำก่อนทานข้าวไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลด แต่จะช่วยให้คุณอิ่มจนทานอาหารได้น้อยลง และการดื่มน้ำก็ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราขับน้ำและขอ งเสียในร่างกายออกมา น้ำหนักที่หายไปก็คือน้ำหนักของน้ำกับของเสียในพังเร านี่เอง

7. ความเชื่อ ครีมข้นมีแคลอรีมากกว่าครีมแบบใส
ความจริง : ไม่ว่าจะเป็นครีมข้นหรือครีมใส จะมีจำนวนไขมันเท่ากันคือ 30 %

8. ความเชื่อ ถ้าเลิกกินหมูจะทำให้น้ำหนักลด
ความจริง : ที่จริงเนื้อหมูส่วนที่เอามาทำอาหารจะมีไขมันเพียงแค ่ 7% เท่านั้น สาวๆ จึงกินได้อย่างสบายใจไม่ต้องห่วงเรื่องอ้วน แต่ผลิตภัณฑ์จากหมูที่จะทำให้คุณอ้วนจริงๆ น่ะมันคือหมูติดมัน เบคอน แฮม ไส้กรอกมากกว่า เพราะของพวกนี้จะทำมาจากเศษเนื้อกับมันหมูล้วนๆ

9. ความเชื่อ อยากลดความอ้วนต้องทานผลไม้
ความจริง : ถ้าคุณทานผลไม้อย่างเดียวโดยไม่ทานอาหารมื้อหลัก ไม่ว่าจะกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงแค่ไหนยังไงก็ต้องผอม แต่ถ้ายังกินอาหารหลักอยู่ก็ควรเลือกทานผลไม้ที่มีน้ ำตาลไม่สูงมาก ไม่อย่างนั้นน้ำตาลจากผลไม้ก็ทำให้เราอ้วนได้เหมือนก ัน

10. ความเชื่อ น้ำมันมะกอกมีแคลอรีน้อยกว่าน้ำมันถั่วลิสง
ความจริง : ไม่ว่าจะน้ำมันชนิดไหนก็มีไขมัน 100% เท่ากันหมด แต่ที่แตกต่างกันก็คือน้ำมันมะกอกสรรพคุณในการต้านอน ุมูลอิสระ จึงเข้าไปสลายไขมันในหลอดเลือดได้ ซึ่งอันนี้น้ำมันถั่วลิสงยังทำไม่ได้

ที่มา spicy




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2553 22:31:57 น.
Counter : 131 Pageviews.  

ข้อควรรู้ ก่อนการ Scrub ผิว


ใครที่ชอบทำสครับผิวบ่อยๆ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มี 8 ข้อควรรู้ก่อนจะทำสครับผิวมาบอกกัน...

1. ความถี่ที่เหมาะสมในการใช้สครับ คือ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อเปิดโอกาสให้กระบวนการผลิตเซลล์ผิวใหม่ได้ทำงาน ในการสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไป

2. ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการสครับผิวหน้ามากที่สุด คือ เวลากลางคืน เพราะในขณะที่หลับผิวจะได้รับการซ่อมแซม และฟื้นตัวจากการสูญเสียน้ำมันหลังจากการสครับ

3. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์สครับผิวที่มีเนื้อขรุขระ โดยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสกัดจากพืชประเภทข้ าว เพราะเม็ดสครับที่ได้จะมีขนาดที่เล็กกว่า จึงไม่ขีดข่วน และทำอันตรายต่อผิว ทั้งนี้ จากการวิจัยเชิงเคมีของ The International Dermal Institute ยังระบุว่า กรดไฟติกและกรดเฟอรูลิค ซึ่งเป็นส่วนผสมในรำข้าวจะช่วยย่อยสลายเซลล์ผิวที่เส ื่อมสภาพอย่างอ่อนละมุน ในขณะเดียวกันก็จะช่วยเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่อย่าง เต็มประสิทธิภาพ ผิวจึงเนียนใส มีสุขภาพดี นอกจากนี้การใช้สำลีแผ่น หรือการถูผลิตภัณฑ์สครับลงบนมือที่เปียกน้ำก่อนนำไปข ัดผิวหน้าอย่างเบา ๆ ยังสามารถช่วยลดการเสียดสีของเม็ดสครับกับผิวได้อีกด ้วย

4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวประเภทใดประเภทหนึ่งเท ่านั้น นั่นคือ หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นกายภาพ ก็ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเคมีควบคู่กันไป เพื่อหลีกเลี่ยงการขจัดเซลล์ผิวในปริมาณที่มากเกินไป

5. สำหรับคนที่มีปัญหาผิวเป็นสิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดไกรโคลิค (AHA) หรือซาลิไซลิค (BHA) ซึ่งการวิจัยพบว่าสารทั้ง 2 ชนิดนี้ไม่เพียงช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างมีปร ะสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจน รวมถึงกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และชะลอกระบวนการผลิตเม็ดสีผิวอีกด้วย แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สครับที่อ อกแบบโดยเฉพาะสำหรับผิวเป็นสิว

6. หากรู้ว่าต้องไปในสถานที่ที่มีแดดจัด เช่น ชายทะเล ควรหลีกเลี่ยงการสครับผิวอย่างน้อย 48 ชั่วโมง

7. หลังจากสครับผิว สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่าของสารป้องกันแสงแดดไม ่ต่ำกว่า SPF 15

8. สำหรับผู้ที่ใช้บริการผลัดเซลล์ผิวตามศูนย์บริการด้า นความงามต่างๆ ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวอย่างน้อย 2 วัน และต้องไม่ลืมที่จะปกป้องผิวด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด และทางที่ดีควรอยู่ในที่ร่มเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์

รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองนำคำแนะนำไปปฏิบัติตามกันได้

ที่มา เดลินิวส์




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2553 23:08:09 น.
Counter : 73 Pageviews.  

วิธีคืนความสดชื่นยามเช้า


วันนี้นำวิธีคืนความสดชื่นยามเช้ามาฝาก เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการออกไปปฏิบัติภารกิจ ในแต่ละวัน

1. หลังจากตื่นนอนให้เริ่มต้นด้วยการดื่มน้ำ เพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

2. ยืดกล้ามเนื้อ ประมาณ 10 นาที เน้นออกกำลังกายในส่วนที่แต่ละคนต้องใช้งานบ่อย เช่น หนุ่ม-สาวออฟฟิต อาจต้องเน้นบริเวณหัวไหล่ คอ เป็นต้น นอกจากจะเป็นการกระตุ้นร่างกายให้ตื่นแล้ว ยังช่วยให้สมองปลอดโปร่งด้วย (ว่ากันว่าการออกกำลังกายช่วงเช้า จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมองได้มากทีเดียว)

3. มาถึงอาหารมื้อเช้า ซึ่งถือเป็นมื้อสำคัญเพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้พร้อมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดวัน แต่สำหรับวันที่เร่งรีบแล้วล่ะก็ กล้วย 1 ลูกช่วยได้ ถ้าให้ดีควรเป็นกล้วยน้ำว้า เพราะมีคุณค่าให้ทั้งโปรตีนและวิตามิน ตรงกันข้ามการอดอาหารเช้าจะเป็นการถ่วงสมองให้ตื่นสา ย

4. ปิดท้ายด้วยการดื่มน้ำผลไม้ ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี และเพิ่มความกระชุ่มกระชวย แต่สำหรับใครที่ชอบน้ำสมุนไพร ขอแนะนำเป็นน้ำขิงอุ่น ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า และช่วยปรับสมดุลของร่างกาย

หลักปฏิบัติเพียงเท่านี้ ก็ทำให้ร่างกายมีพลังงานในการทำกิจกรรมได้ตลอดวันแล้ว

ที่มา สยามดารา




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2553 22:32:37 น.
Counter : 82 Pageviews.  

กินอาหารเพิ่ม Collagen


คนที่รักสวยรักงาม จึงพยายามสรรหาสารพัดวิธีเพื่อเพิ่มคอลลาเจนให้คงความเต่งตึงอยู่เสมอ
พออายุมากขึ้น คอลลาเจนใต้ผิวหนังลดลง ผิวพรรณก็เริ่มเ่ยวย่น โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่ปรากฏริ้วรอย ตีนกา อย่างชัดเจน ดังนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ. สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกว่า คอลลาเจนเปรียบเสมือนโครงกระดูกของผิว พออายุมากขึ้น คอลลาเจนมักจะหายไป ทำให้เกิดริ้วรอย หรือตีนกา
ความ จริงคนเราไม่จำเป็นต้องไปกินคอลลาเจนที่เป็นขวด หรือเป็นเม็ด ซึ่งมีราคาแพงก็ได้ เพราะกินเข้าไปแล้ว ก็โดนน้ำย่อยทำการย่อย หลังจากนั้นก็จะถ่ายออกมากลายเป็นปัสสาวะที่แสนแพง น่าเสียดายเปล่า ๆ

วิธีป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจน ง่ายๆ คือหลีก เลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ตัวการของความแก่ คนที่ไม่อยากแก่เร็วอย่ากินแป้งและน้ำตาลเยอะ หลีกเลี่ยงแสงยูวี เพราะจะทำให้คอลลาเจนรวน จับกันสะเปะสะปะ แทนที่จะยืดหยุ่นก็เป็นเสมือนยางที่เสื่อมสภาพ ทำให้เปราะและเ่ยวง่าย ที่สำคัญควรรับประทานอาหารเติมคอลลาเจนให้กับร่างกายสำหรับอาหารที่มีคอลลาเจน เช่น ปลาทะเลน้ำลึก ปลาทู ปลากระเบน กระดูกปลาฉลาม ซึ่งคอลลาเจนจะพบในกระดูกของปลา หรือ พบบริเวณตาปลา มีลักษณะเป็นเหมือนวุ้น ๆ ใส ๆ หรือจะเอากระดูกอ่อนไก่ และหมูมาต้มน้ำซุปก็จะได้คอลลาเจนเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าเวลาต้มขาหมู หรือต้มกระดูกหมู ข้น ๆ พอทิ้งไว้นาน ๆ จะกลายเป็นวุ้น นั่นแหละคือคอลลาเจน วิธีสังเกตว่าอันไหนไขมันอันไหนคอลลาเจน คือ ไขมันมักจะลอยอยู่ข้างบน ส่วนคอลลาเจนจะจมอยู่ข้างล่างเป็นวุ้นใส ๆ

ถ้ากลัว ไม่กล้ากินคอลลาเจนจากสัตว์ ก็ยังมีคอลลาเจนจากพืชผัก ผลไม้ เช่น สาหร่ายทะเล เทา หรือเตา ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืด เห็ดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเข็มทอง เห็ดหูหนู หัวบุก ถั่วเหลือง แตงกวา ขึ้น ฉ่าย มะกอก ส้มโอ แก้วมังกร แอปเปิล แต่คอลลาเจนที่พบในพืชผัก ผลไม้ จะน้อยกว่าที่พบในสัตว์

ทั้งนี้คอลลาเจนที่ได้จากธรรมชาติจะสามารถดูดซึมได้ด ี แต่ต้องมีวิตามินซีอยู่ด้วย ดังนั้นท่องจำไว้ให้ขึ้นใจว่าถ้า เรากินคอลลาเจนเข้าไปเพียว ๆ โดยไม่กินอาหารที่มีวิตามินซีตามเข้าไปด้วย คอลลาเจนจะถูกน้ำย่อยสับ ๆๆๆ กลายเป็นกากออกมาหมด ถ้ากินเข้าไป 100 อาจจะเหลือแค่ 10
เพราะฉะนั้นถ้ากินคอลลาเจนจาก สัตว์ หรือจากอาหารเสริม ที่ไม่มีวิตามินซี ก็ควรกินวิตามินซีร่วมด้วย เช่น กินผลไม้อย่าง ฝรั่ง หรือกินผักอย่างกระหล่ำปลีก็ได้ ส่วนผลไม้มีวิตามินซีอยู่แล้ว ก็จะช่วยดึงคอลลาเจนตัวมันเองเข้าไปด้วย

ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ สำหรับการเพิ่มคอลลาเจน ด้วยอาหารที่คุณหมอกฤษดา แนะนำ เพียงเท่านี้ริ้วรอย ตีนกา ก็จะมาเยือนท่านช้าลง

ที่มา เดลินิวส์




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2553 22:24:57 น.
Counter : 87 Pageviews.  

บำรุงผิวด้วย Fruit Lotion


ใครอยากมีผิวสวยแบบง่าย ๆ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีบำรุงผิวด้วยโลชั่นผลไม ้ที่ทำเองได้โดยไม่ยุ่งยากมาฝากกัน..

การบำรุงผิวหน้าด้วยการ ใช้มะละกอสุกบดละเอียดประมาณ 2 ช้อนชา พอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำวันละครั้ง ผิวหน้าจะเนียนขึ้น และช่วยลดริ้วร้อยได้ด้วย

โลชั่นน้ำผลไม้ ใช้น้ำแตงกวา มะเขือเทศ มะนาว และแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน ใช้สำลีแต้มส่วนผสมเช็ดเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า น้ำผลไม้ผสมสูตรนี้จะช่วย สมานผิวและกระชับรูขุมขนเหมือนกับการใช้โทนเนอร์

มอยส์เจอไรเซอร์น้ำผึ้ง ใช้น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา อุ่นด้วย ไฟอ่อน ๆ ประมาณ ครึ่งนาที จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงเช็ดออกด้วยสำลีแล้วล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น จะรู้สึกว่าผิวหน้านุ่มเนียนขึ้น วิธีนี้ช่วยกำจัดสิวหัวดำและจุลินทรีย์ที่หมักหมมอยู ่ตามขุมชนได้หมดจด ช่วยให้เลือดลม เดินดีขึ้นด้วย

โลชั่นน้ำนมผสมเปลือกกล้วยหอม ใช้เปลือกกล้วยหอมสุก 1 ผล ล้างให้สะอาดแล้ว หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำนมสดลงไปประมาณครึ่งถ้วย บดให้ละเอียดเข้ากัน ใช้แทน โลชั่นสำหรับผิวแห้งหรือเกรียมแดด ทั้งยังช่วยขจัดฝุ่นละออง ที่คั่งค้างอยู่ตามผิวหน้า ด้วย โลชั่นน้ำนมเปลือกกล้วยนี้สามารถใส่ขวดเข้าตู้เย็นเก ็บไว้ใช้ได้นาน

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากมีผิวสวยก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้

ที่มา เดลินิวส์




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 13:08:07 น.
Counter : 124 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

quosego
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add quosego's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.