Group Blog
 
All Blogs
 

เตือน! พ่อแม่ทำงานเป็นกะๆ ลูกอาจโตช้า




การศึกษาล่าสุด ตีพิมพ์ลงในวารสารการพัฒนาเด็ก (journal of child development) นำความวิตกมายังแม่ที่เป็น แพทย์ พยาบาล หรือผู้ที่ทำงานกลางคืน หรือเปลี่ยนกะอยู่เรื่อยๆ เพราะพบว่า มีเวลาฝึกพัฒนาการลูกแย่กว่าผู้ที่ทำงานปกติชัดเจน

ซึ่งจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย โดย Han หัวหน้าคณะศึกษากล่าวว่า "เราทราบว่า การทำงานในเวลาผิดธรรมชาติ ทำให้ร่างกายเรามีการปรับ โดยจะมีอาการง่วงนอนในเวลากลางวัน และเมื่อแม่ง่วงนอน ก็ไม่อาจจะสอนอะไรเด็กได้มากนัก"การศึกษา กระทำโดยแบบสอบถามและสังเกต เด็กจากครอบครัว 700 คน ที่แม่ทำงานเต็มเวลา และเด็กอายุภายใน 3 ขวบแรก แบ่งเป็นครึ่งหนึ่งที่แม่ทำงานในเวลากลางวันปกติ อีกครึ่ง แม่ทำงานเป็นกะ หรือทำงานกลางคืน

พบว่า เด็กที่แม่ทำงานกลางคืน หรือทำงานเป็นกะ มีพัฒนาการ ทางด้านภาษา ความเข้าใจ ความจำ การแก้ปัญหา แย่กว่าเด็กที่แม่ทำงานในเวลาปกติชัดเจน และยิ่งกว่านั้นก็คือ ผลกระทบที่แย่นี้ พอๆกันกับการที่แม่เด็กมีการศึกษาต่ำ หรือแม่มีฐานะยากจน

ผู้หญิงทำงาน บางครั้งมีเวลาน้อยที่บ้าน และมีงานที่จะต้องทำอีกมากมายในลิสต์รายการ และบางครั้ง เวลาไม่พอที่จะทำได้ทั้งหมด ดังนั้น จึงต้องจัดการกับงานที่สำคัญที่สุดก่อน คือเด็ก ๆ ก่อนที่จะทำงานบ้าน เราต้องรู้ว่าเราไม่สามารถทำงานทุกอย่างได้หมด อาจต้องปล่อยงานที่สำคัญน้อยที่สุดไปบ้างเช่น ตัดหญ้า

จากการวิจัยพบว่า แม่ที่ทำงานในเวลาผิดธรรมดา มักจะไม่ค่อยให้ลูกไปสถานเลี้ยงเด็ก แต่ในความเป็นจริง สถานเลี้ยงเด็กบาง ที่ เสริมสร้างพัฒนาการให้เด็กมากกว่าแม่ที่ไม่มีเวลาคุยด้วยเสียอีก ดังนั้น ถ้าหากเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนเวลา หรือออกจากงาน การส่งเด็กไปสถานเลี้ยงก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่เลว

แต่ทั้งนี้นั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องพิถีพิถันในการเลือกสถาน รับเลี้ยงเด็กที่มีมาตรฐาน และใส่ใจเด็กจริง ๆ ด้วยนะคะ เพราะว่าวัยเด็กนั้นถือเป็นวัยที่สำคัญฯมาก ๆ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่พัฒนาการต่าง ๆ ในร่างกายเขาจะเจริญเติบโต และจดจำได้มากที่สุดค่ะ


ที่มา : women.sanook.com




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2553    
Last Update : 20 มิถุนายน 2553 17:54:52 น.
Counter : 352 Pageviews.  

เตือน! ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบ กลืนกินยาสีฟัน


ที่หลายคนสงสัยคำเตือนว่า “เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ไม่ควรกินหรือกลืน” นั้น อย่างที่บอกในยาสีฟันมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ การกลืนกินบ่อย ๆ อาจทำให้เด็กได้รับฟลูออไรด์มากจนเกินไป จนทำให้ฟันตกกระได้ ในขณะที่ฟันแท้กำลังสร้างตัว นอกจากนี้ในยาสีฟันยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น สารกันบูด สารขัดฟัน สารช่วยให้เกิดฟอง สารยึดเกาะ สารปรุงรสและกลิ่น สารคงความชื้น สารแต่งสี อาจทำให้เกิดอันตราย หรือแพ้ยาสีฟันได้ ดังนั้นจึงไม่ควรกลืนกินเข้าไป หลังแปรงฟันควรจะบ้วนออกให้หมด

แม้ว่ายาสีฟันส่วนใหญ่จะผ่านการสอบแล้วว่ามีความปลอดภัย แต่สิ่งที่ยังเป็นกังวล คือ ยาสีฟันมีกลิ่นหอม รสหวานอร่อย เด็กบางคนอาจกลืนกินเข้าไป เพราะฉะนั้นในเด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ ในการแปรงฟันจะใช้ยาสีฟันเพียงนิดเดียว แค่แตะแปรงสีฟัน หรือเด็กโตกว่านั้น 3 ขวบ อาจใช้ยาสีฟันแค่เม็ดถั่วเขียว

โดยหลักเด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบ พ่อแม่ต้องเป็นคนบีบยาสีฟันให้ และต้องเป็นคนแปรงฟันให้ ส่วนเด็กอายุ 7-11 ขวบ พ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิด ว่าแปรงฟันสะอาดทั่วถึงหรือไม่?

ถ้าเด็กใช้ยาสีฟันสำหรับผู้ใหญ่จะเกิดผลเสียอย่างไร? รองศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิงวัชราภรณ์ กล่าวว่า โดยหลักไม่ควรใช้ เว้นแต่อายุ 6 ขวบขึ้นไป เพราะจะเกิดผลเสียอย่างที่บอก คือ การกลืนกินยาสีฟัน ทำ ให้ได้รับปริมาณ ฟลูออไรด์มากจนเกินไป เพราะ ในชีวิตประจำวันเด็กอาจได้รับฟลูออไรด์จากทางอื่นด้วย เช่น การรับประทานอาหาร ยาเม็ดฟลูออไรด์

จะแก้ปัญหาเด็กที่กลืนกินยาสีฟันอย่างไร? รองศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิงวัชราภรณ์ กล่าวว่า อาจจะใช้ยาสีฟันสำหรับเด็กที่ไม่มีฟลูออไรด์เป็นส่วนผสม หรือไม่ใช้ยาสีฟันเลยก็ได้ เพราะการแปรงฟันธรรมดาด้วยน้ำเปล่าอย่างถูกวิธีหลังอาหารอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ก็สามารถทำความสะอาดซอกฟันและเหงือกให้สะอาด ป้อง กันฟันผุได้ ส่วนการใช้ยาสีฟันก็เพื่อช่วยให้การแปรงฟันสะดวก รสชาติดีขึ้นเท่านั้น จะเห็นได้ว่า ผู้ใหญ่บางคนยังแปรงฟันโดยใช้เกลืออยู่เลย

อันตรายจากยาสีฟันมีหรือไม่? รองศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิงวัชราภรณ์ กล่าวว่า ในบางคนอาจเกิดการแพ้ได้ เช่น ทำให้ปากแห้ง เป็นแผล ก็ต้องเปลี่ยนยาสีฟันไปใช้ยี่ห้ออื่น ส่วนใหญ่จะดีขึ้น


ที่มา : นสพ.เดลินิวส์




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2553    
Last Update : 20 มิถุนายน 2553 17:46:34 น.
Counter : 119 Pageviews.  

ประโยชน์จากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่


การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ประโยชน์สำหรับลูกน้อย: น้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดที่ลูกต้องการสำหรับในช่วง 6 เดือนแรกของการเริ่มต้นชีวิต เนื่องจากมีสารอาหารพิเศษที่เรียกว่าพรีไบโอติก ซึ่งเป็นแบคทีเรียในกระเพาะอาหารที่มีประโยชน์ แบคทีเรียเหล่านี้จะช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคและการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น ช่วยให้ทารกเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข สุขภาพดี และพร้อมที่จะเรียนรู้ทุกสิ่งรอบตัว และยังมีกรดไขมันที่ช่วยพัฒนาสมองของลูกด้วย เลี้ยงลูก

เหตุใดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงดีสำหรับทารก: นมแม่เป็นสารอาหารที่เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง - มีสารอาหารครบถ้วนและแอนติบอดี้ที่จำเป็นต่อร่างกายของลูกน้อย - การวิจัยระบุว่านมแม่ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานและลูคีเมียในเด็ก - การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและหูและการ แพ้ต่างๆ เช่น หอบหืดและผื่นผิวหนังอักเสบ - นอกจากนี้ การวิจัยยังแนะนำด้วยว่าเด็กที่กินนมแม่จะมีระดับความดันเลือดที่ดีกว่าเด็ก ทั่วไป และมีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคอ้วนในผู้ใหญ่น้อยกว่าเด็กที่กินนมวัว

เพราะเหตุใดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงดีสำหรับคุณ: น้ำนมแม่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและยังมีอุณหภูมิที่เหมาะสมคงที่อยู่เสมอ - เมื่อคุณให้ลูกกินนมแม่ ร่างกายของคุณจะหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน หรือที่เรียกว่าฮอร์โมนแห่งความรัก ( love hormone) ซึ่งช่วยสร้าง ความผูกพันกับลูก - คุณแม่ที่ให้ลูกกินนมของตนจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและ มะเร็งรังไข่ก่อนวัยหมดประจำเดือน รวมถึงภาวะกระดูกพรุนด้วย ( osteoporosis) - การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกินที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้รูปร่างคุณมีสัดส่วนดังเดิมรวดเร็วขึ้น - น้ำนมแม่มีพร้อมเสมอทุกที่ทุกเวลา และไม่จำเป็นต้องล้างขวดนมให้ยุ่งยาก

ที่มา : Dumex




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2553    
Last Update : 20 มิถุนายน 2553 17:38:55 น.
Counter : 83 Pageviews.  

คอร์สเตรียมคลอด

คอร์สเตรียมคลอด มีประโยชน์อย่างไร? การเตรียมตัวสำหรับการคลอด: คุณจะได้เรียนรู้วิธีการออก กำลังกายที่ช่วยดูแลรักษารูปร่างให้เหมาะสมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ตลอดจนเทคนิคการหายใจ ส่วนว่าที่คุณพ่อก็จะได้ฝึกวิธีนวดที่มีประโยชน์เพื่อช่วยให้คุณแม่รู้สึก ผ่อนคลายทั้งก่อนคลอดและหลังคลอด สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเจ็บท้องคลอดและการคลอดบุตร: คอร์ส เตรียมคลอด จะให้ความรู้เกี่ยวกับอาการ เจ็บท้องคลอดและการคลอดบุตร ทั้งหมด รวมถึงรายละเอียดทางการแพทย์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการคลอด และนอกจากนี้ คอร์สเตรียมคลอด ยังช่วยให้คุณสามารถค้นหาวิธีรับมือกับความแปรปรวนทางอารมณ์และการเปลี่ยน แปลงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณเองและสามีในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดด้วย เตรียมคลอด, คลอด, ตั้งครรภ์ วิธีรับมือกับการเจ็บท้องคลอดและการคลอดบุตร: ว่าที่คุณ แม่จะได้เรียนรู้ท่าคลอดในลักษณะต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้ พร้อมกับได้ลองซักซ้อมท่าคลอดแบบต่างๆ ก่อนที่จะถึงวันคลอดจริง นอกจากนี้ ว่าที่คุณแม่ยังจะได้ทราบถึงวิธี การผ่อนคลายอาการเจ็บท้องคลอด รวมทั้งเรียนรู้สถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างที่เจ็บท้องคลอดและฝึกคิดหาวิธีรับมือไว้ล่วงหน้า การเตรียมพร้อมเพื่อเป็นคุณแม่มือใหม่: คอร์สเตรียมคลอด จะช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นคุณแม่มือใหม่ให้แก่คุณ ทั้งในด้านอารมณ์และทักษะในการดูแลลูก และเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้รับคำแนะนำจากสูติแพทย์หรือพยาบาลผดุงครรภ์และยัง ไม่รวมถึงคุณแม่ที่มีประสบการณ์ท่านอื่นๆที่อาจอยู่ในชั้นเรียนเดียวกัน ที่จะมีแบ่งปันความรู้สึกและความคิดเห็น ช่วยให้คุณแม่ได้พบปะผู้คนในสังคมเดียวกันอีกด้วย: เพื่อนๆ ของคุณทุกคนอาจไม่ได้ตั้งครรภ์กันทุกคน ดังนั้น พวกเขาจึงอาจไม่เข้าใจถึงความรู้สึกของการเป็นว่าที่คุณแม่ได้อย่างแท้จริง ดังนั้น ชั้นเรียนนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่คุณจะได้พูดคุยกับว่าที่คุณแม่และ คุณพ่อท่านอื่นๆ ที่มีความกังวลและข้อสงสัยเช่นเดียวกับคุณ และในเวลาต่อมา คุณแม่หลายๆ ท่านก็อาจติดต่อกันและกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้อีกด้วย สิ่งสำคัญก็คือคุณแม่ต้องจองคอร์สไว้ล่วงหน้า โดยส่วนใหญ่คอร์สเตรียมคลอดจะเปิดอบรมเป็นเวลา 6 ถึง 8 สัปดาห์ ในช่วงเดือนท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ บางแห่ง ก็แบ่งเป็น 2 ช่วง คือหลังตั้งครรภ์และก่อนคลอด อย่างไรก็ตาม คุณสามารถจองที่เรียนได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 12 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งว่าที่คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะทำเช่นนี้ ขอแนะนำให้คุณจดไว้ในสมุดบันทึก และดูรายละเอียดคร่าวๆ เพื่อเตรียมไว้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของการตั้งครรภ์ คอร์สเตรียมคลอด มีแบบไหนบ้าง: ว่าที่คุณแม่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้าร่วมคอร์สเตรียมคลอดได้ เพราะส่วนใหญ่คอร์สเตรียมคลอดจะมีคอร์สแบบ 2 ภาษาและคุณแม่สามารถเลือกรับบริการในโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ได้โดยไม่เสียค่า ใช้จ่ายใดๆ อย่างไรก็ตาม คอร์สเตรียมคลอด ไม่ได้เปิดให้บริการในทุกๆ พื้นที่ของประเทศ เพื่อสิทธิประโยชน์ของคุณแม่จึงควรตรวจสอบสถานที่ที่เปิดให้บริการ พร้อมสอบถามวันเวลาที่เหมาะสมในการเข้าเรียนเพื่อสุขภาพครรภ์ของคุณแม่และ ลูกน้อยเมื่อเริ่มฝากครรภ์ - คุณอาจเลือกคอร์สเตรียมคลอดที่เปิดให้บริการในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขของโรงพยาบาลนั้นๆ - หลักสูตรอบรมสำหรับว่าที่คุณแม่มีอยู่เป็นจำนวนมากจนน่าประหลาดใจและแนวทาง การให้ความรู้ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละชั้นเรียนและผู้ฝึกสอนแต่ละคน อย่างเช่น คอร์สเตรียมคลอดบางแห่ง คุณพ่อสามารถเข้าร่วมเรียนได้ด้วย แต่บางแห่งก็จะต้อนรับเฉพาะว่าที่คุณแม่เท่านั้น นอกจากนี้ คอร์สเตรียมคลอดแต่ละแห่งจะเปิดให้บริการในช่วงเวลาที่ต่างกันไป เพื่อรองรับความต้องการของว่าที่คุณแม่ที่มีเวลาว่างต่างกัน โดยบางแห่งจะเปิดให้บริการในช่วงบ่ายและบางแห่งจะเปิดบริการในช่วงเย็นหรือ บางแห่งอาจเปิดให้บริการตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ชั้นเรียนสำหรับว่าที่คุณแม่ที่เปิดให้บริการโดยโรงพยาบาลรัฐและ เอกชน ใครเป็นผู้ให้ความรู้ ชั้นเรียนสำหรับว่าที่คุณแม่ที่เปิดให้บริการโดยเอกชนมีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องศึกษาข้อมูลของแต่ละแห่งเสียก่อน เพื่อหาชั้นเรียนและผู้ให้ความรู้ที่คุณเข้าเรียนด้วยได้อย่างสบายใจ เตรียมคลอด, คลอด, ตั้งครรภ์ คอร์สเตรียมคลอดสำหรับคุณแม่โดยเฉพาะ: เหมาะสำหรับว่า ที่คุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวหรือว่าที่คุณแม่ที่ต้องการเข้าเรียนเพียง ลำพัง คอร์สเรียนเหล่านี้ มักเปิดโอกาสให้ว่าที่คุณแม่ได้เรียนรู้เรื่องที่ละเอียดลึกซึ้งขึ้นไปอีก ซึ่งว่าที่คุณพ่ออาจไม่เข้าใจหากเข้าชั้นเรียนด้วย - คอร์สเตรียมคลอดสำหรับคุณแม่และคุณพ่อ : หากเพื่อนยาม คลอดของคุณ ( birth partner) คือสามีของคุณเอง คอร์สเตรียมคลอดสำหรับคู่สามีภรรยาจะช่วยให้คุณทั้งสองได้เตรียมความพร้อม สำหรับการคลอดและให้คุณทั้งสองได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้ว่าที่คุณพ่อได้คลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับการคลอดและรู้สึก ว่าเขาได้มีส่วนร่วมกับการตั้งครรภ์มากขึ้นด้วย ซึ่งพบว่า ว่าที่คุณพ่อส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จากการเข้าเรียนตรงที่ได้แลกเปลี่ยน ประสบการณ์และความรู้สึกที่คล้ายคลึงกันกับว่าที่คุณพ่อท่านอื่นๆ ด้วย - ชั้นเรียนสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งที่สองหรือครั้งที่สาม : นอก จากนี้ ยังมีชั้นเรียนสำหรับทบทวนความจำสำหรับคุณแม่ที่เคยมีลูกแล้ว และโดยส่วนใหญ่มักจะมีบริการดูแลเด็กจัดเตรียมไว้ให้ด้วย โดยส่วนใหญ่ ชั้นเรียนเหล่านี้จะช่วยเสริมความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับการเจ็บท้องคลอดและการคลอด หรือพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่ทำให้รู้สึกกังวลใจในการตั้งครรภ์ครั้งนี้ - ทำความรู้จักกับสภาพแวดล้อมในการคลอด : ปัจจุบัน ว่าที่คุณแม่จำนวนมากมีโอกาสเข้าเยี่ยมชมสถานที่สำหรับทำคลอดในโรงพยาบาลที่ จะคลอดลูกน้อย การได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่ทำคลอดจริงจะช่วยให้ว่าที่คุณแม่สามารถเห็นภาพของ สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น - การออกกำลังกายในน้ำ: การอยู่ในน้ำจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในขณะที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากน้ำจะช่วยพยุงตัวและครรภ์ของคุณไว้ทำให้คุณสามารถเคลื่อนไหวและออก กำลังกายได้อย่างเป็นอิสระ คุณสามารถเข้าร่วมการออกกำลังกายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ช่วงแรก เริ่มของการตั้งครรภ์ จนกระทั่งถุงน้ำคร่ำแตก อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมชั้นเรียนสำหรับว่าที่คุณแม่อย่างสม่ำเสมอยังคงเป็นความคิดที่ดี เพื่อจะได้รับข้อมูลและความช่วยเหลือต่างๆ มากมาย เสริมสร้างความแข็งแรง: ชั้นเรียนเสริมสร้างความแข็งแรง ก่อนคลอดจะมุ่งเน้นไปที่การใช้โยคะเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้าม เนื้อส่วนต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจมากขึ้นก่อนคลอดลูก คุณจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เทคนิคการหายใจและการผ่อนคลายเพื่อลดความกังวล ที่สำคัญคือจะต้องหาครูฝึกสอนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีและไว้วางใจได้ ขอคำแนะนำ: หากคุณต้องการคำแนะนำเรื่องคอร์สเตรียมคลอด สามารถติดต่อสอบถามโรงพยาบาลสำหรับข้อมูลคอร์สเรียนได้

ที่มา : Dumex




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2553    
Last Update : 20 มิถุนายน 2553 17:29:05 น.
Counter : 150 Pageviews.  

ควรให้ลูกกินนมบ่อยแค่ไหน?

คำตอบอยู่ที่ตัวลูก อย่าพยามยามยึดตารางเวลาการกินนมแม่ในช่วงเริ่มต้น แต่ควรให้ลูกกินนมตามความต้องการ เพราะจะช่วยตัดสินว่าลูกกินนมเพียงพอหรือยังได้ดีที่สุด ลองสังเกตดู แล้วพฤติกรรมการกินนมของลูกจะปรากฎให้เห็นเอง คุณไม่จำเป็นต้องให้นมลูกเป็นเวลา เพราะอาจทำให้ลูกทำตามเป็นกิจวัตรประจำวัน ก่อนที่คุณจะรู้ตัว การให้ลูกกินนมบ่อยๆ ทารกแรกเกิดจะต้องการกินนมปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง คือประมาณทุก 2-3 ชั่วโมงในช่วงเริ่มต้น เนื่องจากนมแม่ย่อยง่ายมากและกระเพาะอาหารของลูกยังเล็กอยู่ ที่สำคัญคือต้องให้ลูกกินนมมื้อดึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสัปดาห์แรกๆ เนื่องจากลูกต้องการอาหารและอีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อรักษาปริมาณน้ำนมให้มี อยู่ คุณแม่หลายคนรู้สึกกังวลว่าลูกได้รับน้ำนมเพียงพอหรือไม่ ถ้าลูกมีพลังงานเต็มเปี่ยมและรู้สึกตื่นตัว ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล แต่ถ้ายังกังวล คุณอาจดูคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในหัวข้อข้อมูลและคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง ได้ที่นี่ ความต้องการของลูกที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อลูกโตขึ้น เขาอาจดูดนมนานขึ้นแต่ไม่ถี่เท่าช่วงแรกๆ เว้นแต่ว่าจะอยู่ในช่วงโตเร็ว ยิ่งลูกดูดนมมากเท่าใด คุณก็จะยิ่งมีน้ำนมเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น อย่าตกใจถ้าดูเหมือนว่าลูกกินนมตลอดเวลา เพราะร่างกายของคุณจะปรับตัวเพื่อให้มีนมตามที่ลูกต้องการ

ที่มา : Dumex




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2553    
Last Update : 20 มิถุนายน 2553 17:21:23 น.
Counter : 122 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  

quosego
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add quosego's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.