Group Blog
 
All Blogs
 
วิกฤตินี้ใครก่อ?

จากความเห็นที่ 64 กระทู้ "อุบล.....หนาวมาก" //www.pantip.com/cafe/silom/topic/B7337347/B7337347.html

**********************************************

ความคิดเห็นที่ 64

แบมได้รับโทรศัพท์จากผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารมีสาขาในเครือ 4 สาขา เป็นบุคคลที่ในอดีต แบมได้เคยใช้คำว่า "เฮง" กับเค้า อันเนื่องจากว่า เมื่อซัก อืม....เท่าไรหว่า 7 ปีที่แล้ว ผู้บริหารท่านนี้เพิ่งจบโท MBA มาจากอเมริกา ด้วยความที่ทราบว่าแบมอยู่ในธุรกิจ restaurant เค้าจึงเชิญแบมไปนั่งฟังเค้าบ่นว่า หลังจากเค้ากลับมาไทย ก็ได้เข้าไปบริหารกิจการของครอบครัว แล้วรู้สึกว่า มันไม่ใช่ตัวเค้าเลย แบมก็ถามว่า แล้วคุณอยากทำอะไร เค้าบอก เค้าอยากทำร้านอาหาร แบมก็ขำถามไปว่า อ้อ ที่เชิญมาคุยเนี่ย เพราะโดนที่บ้านถล่มมาใช่ไหม เค้าขำถามว่ารู้ได้ไง แบมบอก เออ คือแบมเนี่ยมีบุญน่ะ เวลาเพื่อนมีสุข มักไม่ค่อยคิดถึงแบมหรอก 55555

ด้วยการยืนยันหนักแน่น ว่าอยากทำจริงๆ มาขอคำปรึกษา แบมฟังก็เออ ความคิดดีนะคะ น่าจะเข้าท่า แต่แบมฝากสิ่งที่เค้าจำเป็นต้องรู้ให้ไปศึกษาต่อเพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ แต่คนที่กำลังฝันหนักๆ น่ะนะ หูมันอื้อนะ ฟังอะไรก็จำไม่ค่อยได้หรอก เค้าจำได้แต่สิ่งที่เค้าฝัน อยากบอกคนอื่นแต่สิ่งที่เค้าอยากได้ อ่ะ แบมก็นั่งฟังไป ก่อนกลับย้ำว่า แบมซีเรียสนะ เรื่องทั้งหมดนี้ คุณจำเป็นต้องรู้นะ กลับบ้านไปนึกในใจว่า ขอให้มีปาฏิหารย์ให้เค้าจำสิ่งที่เราพูดไว้ซักนิด

ความ "เฮง" มันเริ่มก็เมื่อแบมขับรถผ่านไปเจอที่อยู่ที่หนึ่ง เฮ๊ย ที่มันดีมาก นึกถึงร้านอาหารรูปแบบที่เค้าอยากทำ โทรไปบอกว่า ศึกษาไปถึงไหนแล้ว แบมเจอที่อยู่ที่หนึ่งนะ มาดูสิ เค้าดีใจมาก รีบมาดู แบมบอก ที่นี้เหมาะมาก ถ้าคุณบริหารจัดการแบบมีประสิทธิภาพตามที่เคยบอก แบมเชื่อว่า กำไรจะดี รีบๆ ไปศึกษาเสีย มีอะไรไม่เข้าใจมาถาม ผ่านไปสามวัน โดยไม่มีการโทรมาถามอะไร มีแต่โทรมาบอกว่า วางเงินมัดจำไปแล้ว

ความ "เฮง" เริ่มตอกย้ำใส่ความคิดเค้า เมื่อพบว่า การเปิดร้านตรงที่นั้น ทำให้รายได้ไหลมาเทมา ตลอด 5 ปี ช่วงเวลานั้นถ้าเราไม่ค่อยได้เจอกันเพราะต่างคนต่างยุ่ง และถ้าเจอกัน เค้าก็จะปฏิเสธการพูดเรื่องงานเพราะเจอแบมไม่อยากเครียด ด้วยสถานะมิตรไกลๆ แบมทำได้แค่ย้ำว่า บริหารจัดการดีดีนะคะ ขณะนี้ คุณ "เฮง" จริงๆ แต่อย่าติดกับภาพลวงของยอดขาย มันไม่ใช่เรื่องจริง

ขึ้นปีที่ 6 เค้าเชื่อมั่นในความ "เฮง" ของตัวเอง จนแปลไปว่า "เฮง" คือ "เก่ง" เค้ากอบกำไรทั้งหมดที่ได้จากร้านนี้ บวกกับการขอกู้อีกมากกว่า 20 ล้าน เพื่อเปิดโปรเจคร้านอาหารที่ 2 ผลปรากฎว่า งบก่อสร้างร้านบานปลายออกไป เค้าต้องดึงเงินบางส่วนของครอบครัวมาช่วย ความเครียดเริ่มมาเยือนเค้า แต่เค้ายังเชื่อมั่นร้านสาขาที่ 1 และเชื่อมั่นมากกว่ากับการร้านสาขาที่ 2 ที่กำลังจะเปิดตัว

เมื่อสาขาที่ 2 เปิดตัว สถานการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะตรงกับยุคของบ้านเมืองซึ่งเริ่มส่อเค้าวุ่นวาย นักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเค้าหายวูบ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ร้านสาขาที่ 1 เริ่มมีทีท่าว่าจะไม่ได้รับการต่อสัญญา

สิ่งที่เค้าทำคือ โทรหาแบม (บอกแล้วว่าแบมมีบุญ -_-') และเป็นครั้งแรกที่แบมขออนุญาตดูตัวเลขทั้งหมดของกิจการเค้า ตัวเลขของสาขาที่ 1 ทำแบมช็อคมาก เพราะแม้ว่าความเฮงจะสร้างยอดขายอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อมาหักลบกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการแล้ว ระดับกำไรที่เค้าได้มาตลอด 5 ปีนั้น เป็นอะไรที่ แบมต้องเงยหน้าขึ้นมาถามเค้าว่า คุณรู้ระดับกำไรของชาวโลกที่อยู่ในธุรกิจนี้ไหม ว่าเค้าได้มากกว่าคุณ 1 เท่า ในใจแบมเสียดายอย่างยิ่งที่เค้าไม่รู้ค่าของความเฮงที่ได้รับ หากเค้าซีเรียสกับการบริหารจัดการมากกว่านี้ แบมประเมินว่า เค้าอาจไม่ต้องกู้เงินเพื่อสร้างสาขาที่ 2 ด้วยซ้ำ

ข่าวร้ายกว่านั้น คือ ตั้งแต่ปีที่ 1-5 แม้ว่ายอดขายจะปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ระดับกำไรกลับมีทิศทางตรงข้าม และ ข่าวร้ายที่สุดคือ เค้าในฐานะผู้บริหารกลับคิดว่านั่นคือสิ่งปกติ และตัดสินใจลงทุนเพิ่มเปิดสาขา 2 เพื่อที่จะพบว่า ความเฮง บางครั้งนั้นเกิดขึ้นในชีวิตคนได้เพียงครั้งเดียว

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ล่อแหลมของทั้งสองสาขา อันนั้นเป็นปัญหาที่ต้องแก้ แต่พร้อมกันนั้น เราต้องบริหารโอกาสใหม่ด้วยเพื่อลดความเสี่ยง แบมให้ใช้แนวทางเปิดแหล่งรับรายได้โดยไม่ลงทุน เค้าไม่เข้าใจ แบมให้นึกถึงการเปิดร้านอาหารในลักษณะที่เจ้าของพื้นที่เก็บค่าเช่าเป็น GP เค้าบอก ที่ผ่านมามีเสนอมารายห้างมาก แต่ปฏิเสธหมด เพราะไม่คิดว่าจะเป็นทางแก้ แบมยืนยันว่าเป็นทางแก้ หากเข้าใจการตลาดหลายๆ เรื่อง เช่น การตั้งราคาสินค้า และใช้เทคนิคส่งเสริมการขาย ยังไง ก็มีกำไร เก็บตรงนั้นไว้ลดความเสี่ยง สองเดือนต่อมา เค้าจึงเปิดอีก 2 สาขาเล็กๆ ที่ห้างดัง ยอดขายของสองสาขารวมกันเท่ากับสาขาแรก แต่กลับมีอัตรากำไรที่มากกว่า เค้าโทรมาขอบคุณ และตามให้แบมกลับไปแก้ปัญหาของสาขาที่ 1 และ 2

ด้วยความเป็นมิตร แบมกลับไปนั่งดูตัวเลขสองสาขาแรกอีกครั้ง สำหรับสาขาที่ 1 แบมยังยืนยันว่า ต้องรื้อการบริหารจัดการ เค้าตอบว่า ทุกคนก็ "ทำแบบที่เคยทำ" นะ ยังมีกำไรเหลือนิดหน่อย ให้แบมโฟกัสที่สาขาที่ 2 อืม...ได้ สาขาที่ 2 หนักหนามาก หมดปัญญาผลักยอดขาย เนื่องจากนักท่องเที่ยวหายวูบเกลี้ยงจากสถานการณ์รุนแรงในบ้านเมือง แบมแนะนำให้ลดค่าใช้จ่ายลงจนถึงที่สุด แต่ให้ระวังเรื่องแตะเส้นประสิทธิภาพ ไม่ต้องหวังกำไร ให้เลี้ยงตัวเองได้ไม่ต้องควักเงินออกจากกระเป๋าอีกเป็นพอ ส่วนดอกเบี้ยต้องผ่อนแบงค์นั้น ไปหาเอาจาก 3 สาขาที่เหลือเถิด สาขาที่ 2 นี้ แบมแนะนำให้ประกาศขาย

เค้าเคืองแบมไปหลายเดือน อยู่ดีดีมาให้เค้าทิ้งฝัน ในมุมของแบม ฝันนั้นหยิบขึ้นมาสร้างใหม่เมื่อไรก็ได้ ตราบใดที่ยังไม่หยุดฝัน แต่เมื่อใดที่มันกลายเป็นฝันร้าย คุณต้องตัดใจทิ้งมันก่อนที่มันจะลุกลามหลอนชีวิตที่เหลือของคุณ



นั่นคือเรื่องที่ผ่านมา วันนี้แบมได้รับโทรศัพท์จากเค้าอีกครั้ง เพื่อที่จะบอกแบมว่า เค้าเข้าใจเจตนาทีแบมหมายถึงแล้ว และได้ประกาศขายร้านแล้ว เพราะมันเริ่มกัดกินชีวิตที่เหลือของเค้าแล้ว เค้าต้องเดินไปขอผ่อนผันกับธนาคาร ต่อมาก็ไปขอกู้เพิ่มแต่ธนาคารไม่ให้ เค้าเริ่มใช้เงินนอกระบบ ต้องยืมเงินพ่อแม่ ยืมเงินเพื่อน เค้าไม่ไหวแล้ว ส่วนสาขาที่ 1 ให้แบมช่วยเข้ามาดูหน่อยได้ไหม เพราะเดือนล่าสุดบรรทัดสุดท้ายของงบกลายเป็น "ติดลบ" แล้ว เค้าเห็นว่า ทีมงานต้องรื้อวิธีคิด และ ไม่สามารถ "ทำแบบที่เคยทำ" ต่อไปได้อีกแล้ว


ที่แบมเขียนมายืดยาว ตั้งใจมากที่จะให้เห็นรายละเอียดว่า ความ"หนาว" นั้น หากเกิดกับใคร มันมิใช่เรื่องบังเอิญ มันเกิดขึ้นจาก จริตของคุณ สติของคุณ อัตตาของคุณ ทิฐิของคุณ วิธีคิดของคุณ และ ทัศนคติของคุณ ไม่มีใครทำให้เราหนาวได้ นอกจากตัวเราเอง


แน่นอน แบมก็ยังคงสถานะเป็นมิตรที่ดีของเค้า แบมจึงยังต้องช่วยเหลือเค้าเท่าที่แบมจะสามารถต่อไป และเนื่องจากแบมไม่ใช่เทวดา แบมไม่สามารถเสกให้ใครหลุดจากความเคยชินในการ "ทำแบบที่เคยทำ" แบมจึงไม่แน่ใจเลยว่า จะช่วยให้เค้าสามารถรักษากิจการของเค้าไว้ได้ไหม ผู้ที่สำคัญที่สุดสำหรับนิทานเรื่องนี้ น่าจะเป็นใจของเค้าเองที่ต้องสั่งให้ตัวเองหลุดจากการ "ทำแบบที่เคยทำ" ให้ได้เสียก่อน แบมภาวนาว่า สิ่งที่แบมจะพูด จะบอก กับเค้า ต่อจากนี้ไป จะทำให้เค้าคิด ตรึกตรอง และ ตอบกับตัวเองให้ได้ ว่าถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลงตนแล้วหรือยัง

จากคุณ : bam_ka@ - [ 23 ธ.ค. 51 19:42:50 ]

: คนบ้านสามขา101ฯ., คุณไข่เป็ด, saifan, ต้นจั่น, สาวน้อยร้อยแปด, ไซโค เสก


Create Date : 25 มกราคม 2552
Last Update : 25 มกราคม 2552 1:51:02 น. 2 comments
Counter : 322 Pageviews.

 



โดย: ความเจ็บปวด วันที่: 25 มกราคม 2552 เวลา:3:11:24 น.  

 
ศึกษารายละเอียดในเว็บไซด์นี้ อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้

//www.i-amagel.com/leader.php?id=salakchit


โดย: pjpaphs วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:13:24:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bam_ka@
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add bam_ka@'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.