Group Blog
 
All Blogs
 
การสร้างกระบวนการความคิด

อันนี้เปรี้ยวจริง 6 ปี มาแล้ว

*************************************

กระทู้นี้แตกประเด็นมาจาก B2451525

กระทู้นู๋ mind มีประโยชน์สำหรับผู้ต้องการประกอบธุรกิจมาก แต่เมื่ออ่านแล้ว แบมรู้สึกบางอย่างขึ้นมา จนคิดว่า น่าจะแตกประเด็นเป็นเรื่องใหม่ได้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เป็นรากฐานสำหรับการก้าวเดินไปสู่หลายสิ่งหลายอย่าง และคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นนอกเหนือจากผู้ต้องการประกอบธุรกิจเช่นกัน

ถ้าพวกเราเคยตั้งข้อสังเกต จะพบว่า ในโลกนี้ มีความรู้มากมายที่ได้รับการถ่ายทอดบอกต่อ หลายคนชอบที่จะแสวงหาความรู้ หลายคนสะสมหนังสือองค์ความรู้ หลายคนชอบรับฟังผู้รู้ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นไปเพื่อการพัฒนาตนเอง แต่... ไม่ใช่ทุกคนที่นำความรู้ที่ท่วมท้นนั้นไปสู่การสร้างกระบวนการความคิดเพื่อพัฒนาตนเองได้สำเร็จ ปรากฏการณ์ที่มักเห็นคือ เมื่อคนๆ หนึ่งตั้งเป้าหมายจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วพยายามแสวงหาความรู้ บางคนมีหนังสือกองโตอยู่หัวนอน บางคนอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วก็กลับมานั่ง งง กับตัวเอง เอ๊ะ หนังสือกองนี้บอกทุกอย่างที่เราควรจะคิดหมดแล้ว ทำไมเราถึงจับต้นชนปลายอะไรไม่ได้เลย จนถึงวันนี้ ยังไม่ได้เริ่มอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันเลย งง จริงๆ ไม่รู้จะเริ่มยังไง อะไรก่อน อะไรหลัง ไม่เข้าใจ...โอย.. งง นอนดีกว่า!

อืม สมัยเรียนโท แบมถูกปลูกฝัง ให้มีกระบวนการความคิด แบบหนึ่ง ซึ่งจนถึงวันนี้กระบวนการความคิดเช่นนี้ มันถูกหลอมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปซะแล้ว ในครั้งแรกที่แบมได้รับการสอน แบมรู้สึก ตึ้ง!! ปิ๊งป่อง!! รู้สึกเหมือน เออ เราเจอแล้ว

แบมเรียกมันว่า กระบวนการความคิด นายกทักษิณเรียกมันว่า ความคิดแบบบูรณาการ นักคิดบางท่าน เรียกมันว่า การคิดเชิงกลยุทธ์

1. เริ่มต้นความคิดที่เป้าหมาย : ถ้าใครสังเกต อาจพบว่า แบมเฝ้าถามผู้ตั้งกระทู้หลายๆ ท่าน ว่าเป้าหมายคุณคืออะไร? คุณตั้งใจจะมีอะไร ตั้งใจจะอยากได้อะไร ตั้งใจจะเป็นอะไร แบมใช้คำว่า “ตั้งใจ” แทนคำว่า “อยาก” เพราะความรู้สึกที่จะใช้กำหนดเป้าหมายนั้น แค่ความอยาก ไม่พอ แบมเชื่อว่า เป้าหมายคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ซึ่งควรจะชัดเจน สองเงื่อนไขที่ควรจะปรากฏในเป้าหมายคุณคือ อะไรและเมื่อไร ถ้าไม่ชัดเจน คุณเองก็อาจเสียเวลากับความคิดที่วนเวียนในสมองคุณ

2. ตั้งสมมติฐาน : ขั้นตอนนี้สำคัญเมื่อทราบเป้าหมาย แล้วคุณต้องตั้งสมมติฐานที่น่าจะนำสู่เป้าหมายได้ เช่น คุณอยากมีธุรกิจส่งออกผ้าไหมเป็นของตัวเอง คุณต้องตั้งสมมติฐานออกมาให้ได้ ว่าคุณต้องทำอะไรบ้าง ถึงจะทำให้เป้าหมายของคุณเป็นจริง ลิสต์ออกมาให้หมด เช่น “การมีความรู้ด้านการส่งออกน่าจะมีความสำคัญต่อการเริ่มธุรกิจส่งออกผ้าไหม” ความถูกต้องของการตั้งสมมติฐานเป็นสิ่งสำคัญ ทำอย่างไรถึงจะตั้งได้ถูกต้อง? แน่นอน คุณต้องค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับเป้าหมายคุณ อาจจะโดยหนังสือ ประสบการณ์ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่คุณต้องมีความรู้ความเข้าใจในเป้าหมาย เอาล่ะ ทีนี้ เห็นประโยชน์ของหนังสือกองใหญ่บนหัวเตียงแล้วใช่ไหม ทั้งหมดนั่น มีไว้เพื่อขั้นตอนนี้

3. ประเมินวิเคราะห์สภาพแวดล้อม : ก็เหมือนที่หลายๆ คนกล่าวถึง คือมีทั้ง สภาพแวดล้อมภายในคือตัวคุณเอง มีความพร้อมเรื่องอะไรบ้าง ขาดอะไรบ้าง และภายนอกคือ ตลาดซึ่งมีทั้งสภาวการณ์ของตลาด คู่แข่ง และลูกค้าที่คาดหวัง คุณจะใช้เครื่องมืออะไรประเมินวิเคราะห์ก็แล้วแต่ถนัด จะใช้ SWOT ก็ได้ จะใช้อย่างอื่นก็ไม่ว่ากัน

4. กำหนดทางเลือก : หลังจากผ่านขั้นตอนการประเมินวิเคราะห์สภาพแวดล้อมแล้ว คุณก็นำสมมติฐานที่คุณตั้งไว้ทั้งหลายมาเปรียบเทียบกัน หากพบว่าสมมติฐานข้อไหน คุณมีความพร้อมอยู่แล้วหรือสภาพแวดล้อมภายนอกอำนวยอยู่แล้ว ให้พักเก็บไว้ก่อน เป็นความสำคัญในระดับไม่เร่งด่วน ส่วนความสำคัญในระดับเร่งด่วนคือ สมมติฐานข้อที่คุณประเมินแล้วพบว่า คุณยังขาดอยู่ หรือ สภาพแวดล้อมภายนอกมีอุปสรรครออยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องเร่งจัดการให้ได้ก่อน ให้กำหนดสิ่งเหล่านั้น เป็นทางเลือกที่คุณจำเป็นต้องเริ่มทำก่อน เช่น ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ด้านการส่งออกมาก่อน แต่คุณไม่เคยมีความรู้ด้านการเงินเลย ความจำเป็นเร่งด่วนของการเริ่มธุรกิจส่งออกผ้าไหมของคุณ คือ แสวงหาความรู้เรื่องการจัดการการเงิน ถ้านโยบายรัฐส่งเสริมการส่งออก ค่าเงินบาทไม่แข็งตัวนัก ซึ่งผลตามมาก็คือ ทุกคนอยากเป็นผู้ส่งออก คุณต้องนึกออกว่าความจำเป็นเร่งด่วนของการจัดการสิ่งแวดล้อมภายนอก ไม่ใช่การหาตลาดเพราะคุณยืมมือรัฐบาลได้ แต่เป็นการวางกลยุทธ์เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าคุณให้ได้ เพราะคู่แข่งคุณมหาศาล

5. การวางแผน : ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าสิ่งที่คุณต้องทำมีอะไรบ้าง ก็ถึงขั้นตอนการวางแผนแล้ว ว่าคุณจะบริหารจัดการสิ่งที่คุณต้องทำอย่างไรบ้าง ทุกคนมีข้อจำกัดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านเวลา งบประมาณ บุคลากร หรือ อื่นๆ การวางแผนจึงต้องเป็นไปอย่างสอดคล้องกับข้อจำกัดของตัวเองด้วย เช่น คุณกำหนดเป้าหมายไว้ว่า ต้องมีธุรกิจส่งออกผ้าไหมให้ได้ภายใน 2 ปี และคุณจำเป็นต้องหาความรู้เรื่องการจัดการการเงิน และ วางกลยุทธ์สร้างความแตกต่างให้กับสินค้าคุณ แต่ทุกวันนี้คุณก็ต้องทำงานประจำหาเงินเลี้ยงชีพ คุณไม่มีเวลาและเงินมากพอไปเรียนเพิ่มเติม คุณก็อาจเลือกวิธีลัด หาความรู้จากตำราหนังสือ หรือถามผู้รู้ไป

*** สำหรับ ผู้ที่เคยชินกับการคิดเป็นกระบวนการเช่นนี้ ขั้นตอนที่ 1-5 อาจกินเวลา แค่ สิบนาทีก็มี หรือผู้ที่เริ่มฝึกคิดใหม่ๆ ก็อาจกินเวลานานกว่านั้นหน่อย ***

6. การดำเนินการ : วางแผนเสร็จแล้ว ก็เริ่มลงมือกันเสียที ในขั้นตอนนี้ อาจมีการปรับเปลี่ยน แผนที่วางไว้ก็ได้ ถ้าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป เช่น ถ้าคุณดันโดน Lay Off ขึ้นมา เวลาของคุณมีมากขึ้นแล้ว คุณอาจกลับกระบวนการความคิดของคุณ ไปที่ขั้นตอน ประเมินวิเคราะห์สภาพแวดล้อมใหม่อีกครั้ง กำหนดทางเลือกใหม่ แล้ววางแผนใหม่ แต่อย่างไรเสีย ต้องไม่ลืมเป้าหมายที่ต้อง ยึดมั่นคือ “ต้องมีธุรกิจส่งออกผ้าไหมให้ได้ภายใน 2 ปี”

7. ประเมินผลการดำเนินการ : ทำอะไรมันก็ต้องมีการประเมินผล อันไหนไม่พอ ไม่ดี ก็ต้องรีบปรับแก้ ไม่มีใครบอกว่า สิ่งที่เคยถูกเมื่อวาน จะเป็นสิ่งที่ถูกในวันนี้ สิ่งที่เคยสำเร็จเมื่อวาน จะเป็นสิ่งที่สำเร็จวันนี้ เพราะทุกสิ่งรอบตัวคุณเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หรือแม้แต่ใจคุณเองก็ตามเถอะ การประเมินผลช่วยให้เรามองเห็น ว่า การดำเนินการของเราทั้งหมดสามารถพาเราใกล้เข้าไปถึงเป้าหมายหรือไม่ แล้วถ้าพบว่า ไม่ได้พาเราเข้าใกล้เป้าหมายเลยล่ะ????? ไม่แปลกนี่ กลับกระบวนการความคิดคุณ ไปสู่ขั้นตอนตั้งแต่ตั้งสมมติฐานเลย ไล่มาเรื่อยๆ เลย ตรงไหนที่เราพลาด ตรงไหนที่เราคิดผิด แล้วปรับแก้เสีย


เขียนมายืดยาว สุดท้ายขอให้ผู้มีความตั้งใจจริง เดินไปถึงเป้าหมายของตน โดยไม่ติดกับ กับความคิดตัวเองอีกต่อไป เป้าหมายในที่นี้ ไม่ใช่เฉพาะเป้าหมายของชีวิต อาจเป็นเพียงเป้าหมายระยะสั้นๆ ก็ได้ เล็ก หรือ ใหญ่ก็ได้ การฝึกตั้งเป้าหมายให้กับทุกการกระทำ เป็นการเริ่มฝึกการสร้างกระบวนการความคิดที่ดี

จนถึงวันนี้ เพื่อนๆ แต่ละคนก็เดินทางผ่านชีวิตกันมาไกล บางคนทำเป้าหมายของตัวเองสำเร็จไปแล้วนับไม่ถ้วน บางคนหาเป้าหมายเจอแล้วและกำลังมุ่งมั่นเดินไปให้ถึง และ บางคน ก็ยังหาเป้าหมายไม่เจอ

ถามกันเล่นๆ พอเป็นพิธี ว่า หากเป็นเป้าหมายสูงสุดเรื่องการงานหรือการสร้างรายได้ ของชีวิตเพื่อนๆ ใน 7 ขั้นตอนที่ว่ามา เพื่อนๆ เดินทางถึงขั้นตอนไหนแล้ว มาแชร์กันหน่อย

ของแบมน่ะเหรอ อืม แบมถึงขั้นตอนที่ 6 อยู่นะ กำลังดำเนินการอยู่ แต่ทุกวันนี้ ก็มีการย้อนกลับกระบวนการความคิดในบางรายละเอียดเหมือนกัน เพราะสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป

รออ่านของคนอื่นอยู่ค่ะ อ้อ.. ขอบคุณที่ทนตาลายอ่านค่ะ


จากคุณ : bam_ka@ - [ 13 ก.ย. 46 04:05:13 ]



Create Date : 19 ธันวาคม 2551
Last Update : 19 ธันวาคม 2551 19:15:02 น. 2 comments
Counter : 396 Pageviews.

 
มาลงชื่อไว้ก่อน

เพราะเด๋วคงมีคนมาต่อคิวยาว ^_^



โดย: Marketing Crazy (bpcmarket ) วันที่: 19 ธันวาคม 2551 เวลา:19:27:21 น.  

 


โดย: wbj วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:16:47:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bam_ka@
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add bam_ka@'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.