2014-04-05 Istanbul : Topkapi Palace, Hagia Sophia, Blue Mosque & Grand Bazaar
กลับถึงบ้านเมื่อวานตอนบ่าย (2014-05-03) แม้แต่กระเป๋าเดินทางก็ไม่ได้เปิด  วางไว้ข้างบันได... อาบน้ำ, นอน... ตื่นมากินข้าว... อาบน้ำอีกรอบ, นอน... เหนื่อยมากมาย  วันนี้พยายามขจัดความขี้เกียจแล้วเริ่มลงมือเขียนบล๊อก...

บล๊อกก่อนหน้าตามลิงค์นะฮัฟ..

2014-04-04 Istanbul - ไปเที่ยวอิสตันบูลกัน


2014-04-05 Istanbul : Topkapi Palace, Hagia Sophia, Blue Mosque & Grand Bazaar

วันนี้โปรแกรมทัวร์ยาวเหยียด, เห็นแล้วเริ่มขี้เกียจเลย... หลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปทานอาหารเช้า ก็ชุมนุมกันที่บาร์ข้างล๊อบบี้  เพราะเป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของกลุ่ม... คนที่มาเที่ยวแยกย้ายกันมาจากหลายที่  ไกด์จึงต้องแนะนำโปรแกรมทัวร์และให้ลูกทัวร์แนะนำตัวเอง  เพราะจากนี้ไปอีกสองอาทิตย์กว่าๆ จะต้องใช้เวลาร่วมกัน จึงต้องวางกฎเกณฑ์เพื่อให้เข้าใจตรงกัน  

เก้าโมงล้อหมุน  สถานที่แรกที่ไปเยื่อนคือ พระราชวังทอปกะปิ  ถ้าจะเทียบไปแล้วก็เหมือนพระราชวังต้องห้ามที่กรุงปักกิ่ง  เพราะในเขตพระราชวังจะแบ่งเป็นเขตสำหรับว่าราชการ, ราชวังชั้นใน และส่วนของฮาเรม... ผู้คนต่างเข้าใจคำว่าฮาเรมผิดไปจากความหมายเดิม  ซึ่งหมายถึง ต้องห้าม  คือเขตที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้า  อันนี้ฟังคล่าวๆ มาจากไกด์  ผิดถูกอย่างไรคงต้องโทษเราที่ภาษาอังกฤษได้เท่านี้อ่ะ...




ทางเข้าพระราชวัง Topkapi...ยังเช้าอยู่เลยแต่นักท่องเที่ยวก็แห่กันมาแล้วอ่ะ  




ทางเข้าพระราชวังชั้นใน




ช่วงนี้มีการบำรุงรักษา  มีหลายอาคารทำกำลังซ่อมแซม  ซึ่งโดยมากยังเปิดให้เข้าชม  แต่บางอาคารเช่นหอสมุดต้องปิดห้ามคนเข้าไปเพราะซ่อมแซมทั้งโครงสร้าง




วิวจากสวนหลังพระราชวัง  ที่เห็นเป็นอิสตันบูลฝั่งเอเชีย  ส่วนเราอยู่ฝั่งยุโรป




อาคารที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์  ไฮไลท์อยู่ที่กริชทอปกะปิที่ประดับด้วยเพชรพลอยสวยงาม... และอีกชิ้นเป็นเพชรทอปกะปิ 82 กะรัต  เสียดายเขาห้ามถ่ายภาพด้านใน



ส่วนของฮาเรม


หลังจากชมพระราชวังและพิพิธภัณฑ์ทอปกะปิเสร็จ ก็เดินไปชม Hagia Sophia ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก... Hagia Sophia สร้างเพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์  ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า  มีการย้ายระฆังออก, แท่นบูชาและรูปปั้นต่างๆ ออกและสร้างสัญญลักษณ์ทางศาสนาอิสลามขึ้นมาแทน  และใช้เป็นสุเหร่าหลักของอิสตันบูลมานานกว่าห้าร้อยปี  ในปัจจุบันได้จัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว




ป้ายบอกทางไป Hagia Sophia ป้ายบอกทางเป็นภาษาตุรกี คือ Ayasofya มาที่นี่อาจงงได้ง่ายๆ เพราะภาษาตุรกีใช้ตัวอักษรเหมือนภาษาอังกฤษ  แต่ดัดแปลงเป็นภาษาตุรกี เช่น Boutique ก็สะกดเป็น Butik อะไรทำนองนั้น...



ภาพโมเสคพระคริสต์ด้านบนของประตูทางเข้า อลังการงานสร้างจริงๆ




ภาพนี้ถ่ายจากชั้นสองซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดหินวนขึ้นมา  ถ้าเป็นตึกสมัยใหม่เพดานสูงนี่ก็คงประมาณชั้นสี่เห็นจะได้  โดมนี้เป็นศิลปะแบบไบแซนไทน์, เคยเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาประมาณพันกว่าปีก่อนที่จะถูกเขี่ยอันดับทิ้งจากโบสถ์ที่สร้างในยุคหลัง  ถ้าใครสนใจเข้าไปอ่านเพิ่มในวิกิพีเดีย, แนะนำให้เข้าไปอ่านภาษาอังกฤษ เพราะข้อมูลในวิกิพีเดียภาษาไทยมีน้อยมาก




Comnenus Mosaic หนึ่งในภาพโมเสคที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้




ร้าน Pudding Shop Lale Restaurant แนะนำโดยไกด์ของเรา  ที่จริงแถวนั้นมีร้านอาหารเยอะมาก  แต่พอไกด์แนะนำ  เกือบทุกคนในกลุ่มก็แห่กันไปทาน




เคียบับเนื้อแกะที่นี่อร่อยมากมาย...




จุดหมายถัดไปคือ Sultan Ahmed Mosque  แต่นักท่องเที่ยวจะรู้จักในชื่อ Blue Mosque ทั้งนี้เพราะด้านในสุเหร่าตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำเงิน  ศิลปะการตกแต่งเป็นแบบออตโตมัน  แต่ก็ผสมศิลปะไบแซนไทน์มาด้วยทั้งนี้เพราะอิทธิพลของ Hagia Sophia ที่อยู่ใกล้ๆ กัน




สำหรับชาวมุสลิมแล้ว ก่อนเข้าสุเหร่าต้องชำระล้างสิ่งสกปรกเพื่อทำให้ร่างกายสะอาด  มุมนี้ถ่ายก่อนทางขึ้น




ทางขึ้นมีคนต่อแถวยาวมาก  ก่อนถึงมีป้ายและหุ่นแสดงเพื่อให้ผู้มาเยือนแต่งตัวให้เหมาะสม... ส่วนพี่หัวเหม่งในภาพคือ Mr.Okan ทัวร์ไกด์ของเรา




ภายในใหญ่โตมโหฬาร  ตกแต่งอย่างสวยงาม...




มีรั้วกั้นนักท่องเที่ยวไม่ให้เข้าไปยุ่มย่ามในส่วนที่ผู้คนทำพิธีละหมาด




ปิดท้ายทัวร์ของวันนี้ด้วย Grand Bazaar ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก  ทั้งตลาดอยู่ใต้ชายคา มี 61 ซอย, มีร้านค้า 3,000 ร้าน




เราเข้าไปเดินชมแต่ไม่ได้ซื้ออะไรเพราะไม่อยากต่อราคา.. ที่ตลาดแห่งนี้ต้องต่อราคาเก่งถึงจะได้ของราคาถูก... 



Create Date : 08 เมษายน 2557
Last Update : 4 พฤษภาคม 2557 17:16:42 น.
Counter : 960 Pageviews.

0 comment
2014-04-04 Istanbul - ไปเที่ยวอิสตันบูลกัน
2014-04-04 Istanbul - ไปเที่ยวอิสตันบูลกัน

ตั้งใจว่าจะเขียนบล๊อกหลายทริปมาแล้ว แต่จนแล้วจนรอดหลังจากกลับจากทริปก็ไม่ได้เขียนซักที ดังนั้นทริป นี้จึงตั้งใจว่าจะเขียนวันต่อวันไปเลย... แต่นี่มาเที่ยวได้สามวันแล้วเพิ่งได้ลงมือเขียน...ขี้เกียจมากมายเลยทีเดียว

ทริปนี้เป็นทริปประเทศตุรกี โดยซื้อทัวร์มา 18 วัน และเช่ารถขับเที่ยวเองอีก 10 วัน ก่อนมาก็เป็นกังวลเรื่องวีซ่า เท่าที่อ่านบล็อกอื่นๆมาเห็นบอกว่าไม่ต้องทำวีซ่า แต่เวปท่องเที่ยวบางเวปก็บอกว่าต้องทำวีซ่า ก่อนเดินทางหนึ่งอาทิตย์เลยโทร.ไปถามที่สถานทูตตุรกี เพื่อความแน่ใจ นี่คือเวปลิงค์ของสถานทูต //bangkok.emb.mfa.gov.tr/ นี่คือเบอร์โทรศัพท์ ที่โทร.ไปถาม 02-355-5486 ตอนโทร.ไปคนรับสายเป็นชาวต่างชาติ พอได้ยินเราพูดภาษาไทยเขาก็โอนสายไปให้เจ้าหน้าที่ชาวไทย สรุปว่า คนไทยที่ไปเที่ยวตุรกีภายใน 30 วันไม่ต้องทำวีซ่า แต่ถ้าจะไปเที่ยวนานกว่านั้นก็ต้องเตรียมเอกสารและทำวีซ่าเพื่อจะได้อยู่นานขี้น เราวางแผนไว้ 30วันพอดี (รวมวันที่เราเดินทางเข้า และออกประเทศ) เลยไม่ต้องขอวีซ่า

2014-04-03 เดินทางจากเชียงใหม่ไปสนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอินกระเป๋าให้มาส่งถึงตุรกีจะได้ไม่ยุ่งยากและเสียเวลาขนกระเป๋าตอนเปลี่ยนเครื่อง ผ่านด่าน ตม. ที่เชียงใหม่เลย ก็สะดวกเข้าไปใหญ่ ตามสโลแกนของเราเลย... อะไรยากๆ เราไม่ทำอิ..อิ.. เครื่องออกทุ่มยี่สิบถึงสองทุ่มครึ่ง ต่อเครื่องที่สุวรรณภูมิตอนห้าทุ่มครึ่ง ถึงสนามบินอาตาเติร์ก อิสตันบูล ตอน ตีห้าครึ่ง  พอลงเครื่องแล้วก็เดินตามชาวบ้านชาวช่องเขาไปทำเรื่องเข้าเมือง  ที่นี่เราไม่ต้องไปเข้าช่อง ตม. ที่ลงตราวีซ่า  แต่ให้ไปช่อง Passport Control  ซึ่งแถวสั้นมากๆ เพราะเขาแค่เช็คพาสปอร์ตและลงวันที่ถึงวันที่เราอยู่ได้  ส่วนแถวของช่องวีซ่ายาวมากๆ 

พอได้กระเป๋าก็ลากไปทางออก  ตอนแรกจะขึ้นแท็กซี่ แต่เดินผ่านประชาสัมพันธ์สนามบินเลยถามวิธีเข้าเมืองวิธีอื่น เขาไม่แนะนำรถไฟใต้ดินเพราะต้องต่อหลายสาย (คงเห็นกระเป๋าพะรุงพะรัง)เลยแนะนำให้ไปรถบัส ชื่อHavatas ถ้าอยากไปวิธีอื่นเข้าไปอ่านได้ที่  //www.turkeytravelplanner.com/go/Istanbul/Transport/airport2taksim.html

รถบัสจอดแถวๆ Taksimซึ่งเป็นจัตุรัสที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีที่พักและร้านค้ามากมาย และอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอื่นๆในอิสตันบูล เราศึกษาเส้นทางและทำเครื่องหมายไว้ในแอปแผนที่ ‘MapsWithMe’ อุตส่าห์เจียดเงิน 4.99 เหรียญซื้อมาใช้เลยทีเดียว.. พอลงรถบัสก็หาจุดที่ตัวเองอยู่ไม่เจอ...อยู่ๆแอปก็ไม่ทำงาน เห็นแต่แผนที่และจุดที่มาร์คไว้ เลยต้องถามทางแท็กซี่ที่มาหาลูกค้าตอนลงรถ และเขาก็ตอบด้วยดี ไม่มีเกี่ยงงอน... ปรากฏว่า โรงแรมอยู่ห่างออกไปแค่ร้อยห้าสิบเมตร เราพักที่โรงแรม Titanic เข้าไปเช็คได้ที่นี่ //www.titanic.com.tr/default-en.html โรงแรมประมาณสามดาวกว่าๆ ห้องพักสะอาดห้องไม่โอ่โถงหรูหราอะไร แต่ก็ไม่แคบจนอึดอัด เสียดายอยู่ชั้นสาม วิวเป็นตึกเพื่อนบ้าน เนื่องจากมาถึงเช้ามากเลยต้องรอที่ล๊อบบี้จนกว่าเก้าโมงถึงเช็คอินได้  นั่งสัปหงก ไม่ได้ออกไปเดินสำรวจพื้นที่เพราะเพลียมากมาย  ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไร  และเวลาที่นี่ก็ช้ากว่าเมืองไทยสี่ชั่วโมง  ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องเจ็ทเลค  พอเช็คอินตอนเก้าโมงก็อาบน้ำแล้วหลับไปเลย  



พอเดินออกมาหน้าสนามบินก็เจอแก๊งสจ๊วตและแอร์โฮสเตสยื่นจับกลุ่มกันสูบบุหรี่... เสียภาพลักษณ์หมด, เราเลยจอยซะเลย  อั้นมาตั้งนาน



ลงรถบัสมาก็ถ่ายภาพแรกเลย... ที่จริงพยายามถ่ายภาพจากบนรถแล้วหล่ะ  แต่ไม่ดีสักภาพเพราะยังไม่สว่าง ภาพออกมาเบลอๆ มัวๆ 



ภาพห้องพักที่โรงแรม Titanic ราคาต้องไปเช็คเองเพราะค่าห้องรวมอยู่ในแพ็คเก็จทัวร์



ห้องน้ำสะอาดน่าใช้มากมาย... ที่สำคัญน้ำไหลแรงสะใจมากมาย.. ฝักบัวอยู่ติดเพดาน  เจอแสงไฟสะท้อนจากกระจกเลยเห็นไม่ค่อยชัด


ตื่นมาอีกทีก็เที่ยง  ออกไปหาอะไรทานที่จตุรัสทักซิมซึ่งอยู่ห่างออกไปสามบล็อกกะดูก็ประมาณสี่ร้อยเมตร สั่งเคบาบ Kebab รวมเป็นชุดมาทาน มีทั้งเคียบัฟเนื้อ, ไก่, แกะ, แตงดอง,ข้าวหุงกะทิ และ Pide คิดว่าออกเสียงว่า พี-เด้ไม่แน่ใจเหมือนกัน  เป็นแผ่นขนมปังกลมๆอร่อยดี  แต่แพงไปหน่อย  จานสำหรับสองคนราคา 75 Lira เราตีว่า 1 L. = 15B.  หรือ2L. =1USD จะได้ง่ายๆ  แต่เศษเงินถ้าคิดรวมๆ กันแล้วหลายตังค์เชียว



หน้าร้านมีโต๊ะนั่ง แต่มีคนสูบบุหรี่   คนที่นี่สูบบุหรี่จัดมาก  เรายอมแพ้เลยไปนั่งข้างใน



Mix kebab สำหรับสองที่, จานใหญ่มาก แต่ก็หมดอ่ะ...



Turkish tea อันเลื่องชื่อ


ทานเสร็จก็เดินเล่นที่Istaklal Ave. เป็นถนนเรียบรถรางจากจัตุรัสทักซิม ไม่เห็นมีอะไรมากมาย ไม่มีแผงลอยให้จับจ่าย แต่คนเดินกันเยอะแยะไปหมด  เดินได้ครึ่งทางก็กลับ เพราะเมื่อยขาแล้ว มาถึงโรงแรมสี่โมงกว่าๆ อาบน้ำ แล้วนอนเลย ไม่ได้ทานข้าวเย็นเพราะง่วงมากๆ


The Republic Monument ที่จตุรัสทักซิม Taksim


รถรางที่ Istaklal Avenue คนพลุกพล่านมากมาย



ตรอกซอกซอยมีร้านอาหารอยู่เต็มไปหมด


จบวันแรกที่อีิสตันบูล  ที่จริงอยากเขียนให้จบทั้งสามวันจะได้อัพทูเดท  แต่ไปเที่ยวมาทั้งวันเหนื่อยมากมาย  ขอผลัดนิดนึง... แล้วจะพยายามเขียนให้ทันวันต่อวัน...





Create Date : 07 เมษายน 2557
Last Update : 4 พฤษภาคม 2557 17:21:27 น.
Counter : 4308 Pageviews.

8 comment
1  2  

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend