A Piece Of Love
Group Blog
 
All blogs
 

แล้วก็ถึงวันนี้ วันที่ฉันกลับรู้สึกว่า ทุกสิ่งซึ่งฉันต้องการ อยู่ที่เชียงราย บ้านของฉัน

1 สิงหาคม 2551

ฉันไม่ได้เขียนบันทึกนานมาก ไม่รู้สิ จู่ๆ ฉันก็ไม่สนุกที่จะเขียนอยู่พักหนึ่ง
ชีวิตนิ่งมาก ไม่มีเรื่องราวอะไร ตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมา ฉันจับเจ่าอยู่ในห้อง เป็นยามเฝ้าเมืองทอง แทบไม่ได้ออกไปไหนเลย
ไม่รู้ว่าอยู่ได้อย่างไร

แต่ตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว นานเกินไปแล้วกับความนิ่งและความสงบ ก่อนกลับไปอยู่เชียงราย ฉันจะพบเพื่อนให้มากที่สุด ทำงานให้มากที่สุด เขียนบันทึกให้มากที่สุด ไปสำนักพิมพ์นาครให้มากที่สุด

ฉันกระตือรือร้นที่จะกลับไปอยู่เชียงรายมาก มากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ฉันเดินออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 18 ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะไม่กลับไปอยู่ที่นั่น ฉันแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ฉันได้มา ฉันสูญเสียไป ฉันตามหาอีกครั้ง และปล่อยมันไปอีก
แล้วก็ถึงวันนี้ วันที่ฉันกลับรู้สึกว่า ทุกสิ่งซึ่งฉันต้องการ อยู่ที่เชียงราย บ้านของฉัน

พี่แหม่มคะ
พูขอบคุณพี่แหม่มมาก ก่อนหน้านี้พูไม่เคยจินตนาการถึงการกลับไปเป็นคนเชียงราย จนกระทั่งพี่แหม่มได้ให้ความคิดกับพู พี่แหม่มทำให้พูมองบ้านของตัวเองในสายตาใหม่ แล้วพูก็เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น

ปลายเดือนนี้พูจะกลับบ้านอีกครั้ง เพื่อนดูว่าจะจัดการกับโรงรถของแม่อย่างไร มาถึงตอนนี้ เราคงต้องยอมรับความจริง พูไม่มีทางสร้างบ้านได้ด้วยเงินแสนสองแสน
ราคาวัสดุถีบตัวสูงเหมือนกับสินค้าอื่นๆ นั่นแหละค่ะ
ทางที่ดีที่สุด ก็คือเอาเงินหนึ่งแสนบาทของพี่แหม่มไปเปลี่ยนโรงรถของแม่ให้เป็นอาณาจักรเล็กๆ ของพู

แม่พูมีโรงรถที่ใหญ่มาก หน้ากว้างราวสี่เมตรครึ่ง ยาวสิบสองเมตร แถมยังเหลือพื้นที่ด้านข้างและด้านหลัง เรามีโครงสร้างแล้ว ประหยัดไปได้หลายตังค์ค่ะ สิ่งที่ต้องทำคือฝ้าเพดานใหม่ ผนังอีกหนึ่งด้าน ทำพื้นใหม่ ทำห้องน้ำ และจัดสวนสวยๆ ข้างบ้าน พูลองคุยกับเพื่อน(สถาปนิก)แล้ว มันบอกว่า แค่นี้ก็น่าจะใช้เงินกว่าแสน
พูจะทำครัวเล็กๆ ด้วย(ถ้าเงินเหลือ) ต่ออินเตอร์เน็ต ติด UBC
ยังไงพูก็ลุยค่ะพี่แหม่ม พูเชื่อว่าพูสามารถจัดให้มันเป็นบ้านที่น่าอยู่ได้

พี่แหม่มต้องพาเอ้ไปเยี่ยมพูนะคะ

อุรุดา โควินท์




 

Create Date : 26 สิงหาคม 2551    
Last Update : 26 สิงหาคม 2551 13:56:17 น.
Counter : 165 Pageviews.  

วันแห่งความหลัง.....Chopper คันนั้น กับ ตัวฉันคนนี้

พี่แหม่มขา

เมื่อวานเป็นวันสาร์ทจีน เอ้เดินทางด่วนไปเพื่อไหว้บรรพบุรุษกับแม่ ทั้งๆ ที่งานแบกเอาไว้เต็มหลัง
พอถึงบ้าน เครื่องคอมที่เอ้ลง XP ลงไปใหม่ แต่ไร้สิ้นซึ่งโปรแกรมเวิร์ด เอ้จึงเบนหัวเข้าตลาด เพื่อไปทำธุระ พร้อมไปหาเบียร์ รับประทานกับ แบ็งค์ ในเมืองดีกว่า

แบ็งค์ เป็นรุ่นน้องที่คุยกันถูกคอมากๆ เรากินเบียร์ด้วยกันเสมอ เห็นหน้ากันไม่ได้ งานการไม่เป็นอันทำ เพราะเราคือคนพันธุ์เดียวกัน

แบ็งค์ จบ ม. บูรพา คณะศิลปกรรมฯ ทำร้านป้ายและตรายาง อยู่ในเมือง หลังผ่านชีวิตนักดนตรี ทำงานอัลบั้ม ในชื่อ วงก้านกล้วย เปิดร้านเหล้าของตัวเองชื่อ ตะแบง (ชื่อร้านก็บอกแล้วว่าต้องโดนผู้ใหญ่ (พ่อแม่เป็นครู) ห้ามไว้แหงแก๋
หลังจากนั้น ก็เป็นนักดนตรีกลางคืนอยู่ยาวนาน มากๆ เท่าที่เอ้ได้เจอ แต่ตอนนี้ไม่ได้เล่นตามร้าน เวลาช่วงหัวค่ำจึงกลับคืนมา
วันนี้นอกจากเอ้จะได้เจอแบ็งค์ เอ้ยังได้เจอวัตถุชนิดหนึ่งที่เอ้อยากสัมผัสมานาน
มันมาอยู่ตรงหน้าเอ้ เหมือนฝัน

มันเป็น ชอปเปอร์ Honda stead ดำขึ้นเงาวาวแวว จอดนิ่งเท่ และหล่ออยุ่ร้านของ แบ็งค์ เอ้รีบเดินขึ้นไปคล่อม ชอบใจ ท่อไอเสียที่แหลม เสียบคอทะลุ

ภาพความหลังกับชายหนุ่มคนหนึ่งผุดเข้ามาในห้วงมโนสำนึก เมื่อหนุ่มคนนั้น ขับรถรุ่นนี้มาหาเอ้ และเอ้ได้ขอทดลองขับ หลังลองเทสต์ ระบบเกียร์ และ คลัช คืนนั้นบนถนนรามคำแหง ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ตัดออก ถนนพระราม 6 เอ้ได้ซิ่ง ชอปเปอร์ท้ามฤตยูบนถนนในกรุงเทพเป็นครั้งแรก โดยไม่ได้ตั้งใจ

เหตุการณ์นานมากแล้ว แต่ความสนุก ยังรู้สึกสนุกมากๆ ได้ ทิ้งโค้งแบบไม่เกรงใจใคร
วันนี้พอได้เห็นรถรุ่นนี้ จึงจัดการสอบถามว่า “ของใครละ” แฮ่ๆๆ “ยืมขับได้ไหม” แฮ่ๆๆ “นิดเดียวน่า” คำตอบคือเป็นของ โบว์ พี่ชายแบ็งค์ ที่ซื้อแล้ว ไม่กล้าเอาเข้าบ้าน กลัวโดนด่า(พ่อแม่เป็นครู)
เอ้จึงทำข้อตกลงกันทันควัน
“พี่จะขับรถคันนี้ ให้แบ็งค์ขับรถของแบ็งค์ไปกับเพื่อน (ชื่อ แจ็ค)”
เราตั้งใจจะขับไปบางแสน โดยเอ้เที่ยวไป เอ้จะขับไปเอง แต่ตอนกลับคงจะขอเป็นคนซ้อน แจ็คทำ คาร์แคร์ อยู่ใกล้ๆ ร้านของแบ็งค์ แจ็คจบ รร. ช่างศิลป์ ที่ลาดกระบัง “ผมเรียนช่างศิลป์ 8 ปี แต่มาทำคาร์แคร์” แจ็ค หัวเราะเยาะชีวิตตัวเอง เอ้ แว่บความเจ็บปวดแปลบเข้ามาแวบหนึ่ง ก่อนจะเหยียบมันไว้ก่อน วันหลังค่อยคุยกันเรื่องนี้
เพราะเป็นห่วงการลงนามสนธิสัญญา ตกลงกันว่า ว่างตรงกันเมื่อไหร่ เราจะไปนั่งคุยกันริมทะเล ที่หาดวอนนภา (ชอบชื่อหาดนี้มากๆ) ซึ่งอาจจะต้องเป็นช่วงเทศกาลที่เศรษฐกิจของประเทศหยุดชะงัก ชาวประชาพากันดื่มนั่นแลเหมาะสมยิ่ง

เรา 3 คน ดื่มสักพักก็มีสมาชิกเพิ่มมากันทีละคน
จนคนสุดท้ายเป็นรุ่นใหญ่ ขับฮาร์เลย์ ถอยหลังเข้ามาจอด

เอ้นั่งคุยสักพักกำลังสนุกออกรส แม่โทรมาต่อว่า “กลับได้แล้ว จะไม่คุยกับแม่บ้างหรือไง” เอ้จึงรู้สึกผิดพลางบอกคนในวงว่า
“ไปก่อนนะ เดี๋ยวเจอกันใหม่ แม่รอ กินไม่อร่อยแล้ว”
ถือเป็นวันดีๆ ที่มีความสุข
พี่แหม่มคงเพลินอยู่เกาะช้าง
ชมพูก็คงยุ่งกับงานและแผนการทำบ้าน
หลังกลับจากเกาะช้าง เราคงได้เจอกันนะคะ


ด้วยรัก
เอ้
ถ้ำโชคชัย (ที่เดิม แต่หัวใจโบยบินไปไหนแล้ว)




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2551    
Last Update : 17 สิงหาคม 2551 17:40:17 น.
Counter : 169 Pageviews.  

กะลอจิ๊ สายใยรักแผ่นดินใหญ่

กะลอจิ๊ ของกินเล่นหน้าโรงงิ้ว

ลูกแม่ไหว

ลูกแม่ไหว ขอฝากเนื้อตัว ร่างกายและหัวใจไว้ด้วยนะคะ โดยมีเป้าเล็กคือ enjoy eating แต่เป้าใหญ่นิดนึง ก็เพื่อให้เรากินแล้วรู้ความเป็นมานิดๆ หน่อยๆ ของอาหารชาตินั้นๆ กินอาหารแล้ว จะได้รู้จักและเข้าใจในความหลากหลาย ความแตกต่างทางวัฒนธรรม อันจะก่อเกิดผลให้เราเข้าใจผู้คนต่างชาติต่างวัฒนธรรมได้มากขึ้น ไม่ใช่กินอาหารชาติเขาอยู่ทุกวัน แต่เหมาเป็นของเราไทยหมดเลย
ซึ่งลูกแม่ไหว จะพยายามไปขุดประเด็นนี้นำมาเสนอ เพราะไม่ต้องอะไรมากขนมไทยๆ เราตั้งหลายอย่าง หาใช่ของไทยไม่
ด้วยอาหารชนชาติจีน ที่ลูกแม่ไหว มีสายเลือดอยู่ส่วนหนึ่ง และลูกแม่ไหว ก็ยังมีจิตใจฝักใฝ่อาหารจีนๆ อยู่เสมอ โดยไม่รู้ตัว เพราะเมื่อใดก็ตามที่เลือกกินอาหาร ก็มักจะเป็นอาหารลื่นๆ อาหารตุ๋นๆ คาดว่าคงเพราะชื่นชอบอาหารตามก๋ง กินง่ายๆ บางทีก็ข้าวต้ม และคงหลงใหลรสชาติซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊ว ซึ่งเป็นตัวชูโรงเป็นส่วนผสมสำคัญในอาหารจีน
และนี่เลย ติ่มซำ อาหารโปรดปรานมากๆ แล้วบรรพบุรุษชาวจีน ยังได้พัฒนาทั้งวิธีการถนอมอาหารและวิธีการพิสดารมากมาย เรียกว่ามีทั้งอาหารชั้นสูงและอาหารที่ถือเป็นอาหารพื้นเมืองเดินกินกันได้เพลิดเพลิน
อย่าง กะลอจิ๊ นี่สันนิษฐานได้ว่า เป็นอาหารของมณฑลทางเหนือของจีน (เป่ยจิง และซานตง เรียกแบบคนจีน) ซึ่งนิยมอาหารประเภทแป้ง อาทิ พวกก๋วยเตี๋ยว ซาลาเปา หมั่นโถว เกี๊ยว ปาท่องโก๋ ฯลฯ ดูชื่อแล้ว เราคนไทยคุ้นเคยประหนึ่งว่าเป็นอาหารของเราไปแล้วทั้งนั้น
ส่วนติ่มซำของโปรดลูกแม่ไหวนี่เป็นอาหารยอดฮิตจากมณฑลทางใต้คือ กว่างตง หรือ กวางตุ้ง อาหารจีนที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุด เพราะมีชาวกวางตุ้งจำนวนมาก อพยพไปอยู่ในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ขณะที่มณฑลตะวันตกอย่าง เฉินตู และฉงชิ่ง นิยมอาหารรสจัด
พอคิดถึงอาหารจีน ตอนแรกว่าจะไปย่ำย่าน เยาวราช แต่ดูท่าจะท้องแตกแน่ เพราะเยาวราชมีร้านอาหารเยอะจริงๆ งั้นไว้รอล้างท้องก่อน ประกอบกับได้ขับรถเล่นไปดูตลาดบ้านใหม่ แปดริ้ว พลางสงสัยว่า ขนมอะไรกันนะ ชื่อ กะลอจิ๊ ชื่อน่ารักจัง เลยแวะไปถามคนขาย ก็เลยได้ประวัติมาว่า สมัยก่อนนั้นตลาดบ้านใหม่ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นชุมชนของคนจีนโบราณ ตั้งอยู่บนริมน้ำบางปะกง เป็นแหล่งเศรษฐกิจการค้า และมีความผสมผสานอย่างกลมกลืนของวัฒนธรรมไทย-จีน

ตลาดนี้เป็นการรื้อฟื้นชุมชนขึ้นมาให้มีชีวิตชีวา เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของทางจังหวัด แล้วยังเป็นถนนสายวัฒนธรรมที่มีรถรางให้บริการอีกด้วย โดยตั้งต้นกันที่วัดหลวงพ่อโสธร มาสิ้นสุดที่ตลาดบ้านใหม่ แต่ถ้าสนใจบรรยากาศคึกคักแนะนำให้ไปวัดเสาร์-อาทิตย์ แต่ถ้าต้องการสุขสงบก็วันธรรมดา แต่รถรางและเรือจากหน้าวัดรู้สึกว่าจะมีแค่เสาร์อาทิตย์


ขนม กะลอจิ๊ แห่งตลาดบ้านใหม่ น่าสนใจตั้งแต่เจ้าของร้านเลยทีเดียว น้อง ปอ ธนนท์ชนก กักสุวรรณ ถือเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ริเริ่ม เมื่อมีโครงการคืนชีวิตให้ตลาดบ้านใหม่เมื่อปี 2547 จึงเริ่มต้นคิดทำกะลอจิ๊ เพราะมีย่าเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจ ย่าของน้องปอเป็นคนทำขนมไทย และกะลอจิ๊ ก็เป็นขนมชนิดหนึ่งที่ย่าทำให้กิน และสมัยยังเด็กเธอได้เห็นขนมกะลอจิ๊ เวลามีงิ้วเล่น ก็จะมีกะลอจิ๊ เดินขายตามโรงงิ้ว เป็นอาหารกินเล่น กินไปดูงิ้วไป ชื่อก็มีความหมายดี กะลอ หมายถึง กระบุง ส่วน จิ๊ หมายถึง เงิน กะลอจิ๊ จึงเป็นขนมมงคลที่ใช้ในงานแต่งงานแบบจีนอีกด้วย
เธอบอกว่าพยายามทดลองใช้แป้ง ข้าวจ้าว ¼ แป้งข้าวเหนียว3/4 ทอดในกระทะแบนๆ กินกับน้ำตาลกับงา แบบถั่วแปบของไทยเรา เพียงแต่กะลอจิ๊กรอบนอกนุ่มใน
กะลอจิ๊ เท่าที่สืบมา มีขายอยู่ที่เยาวราชอีกเจ้าหนึ่ง และในแปดริ้วเอง ก็มีในตลาดบ่อบัว กับที่ตลาดหัวหิน มอง น้องปอ แล้ว เธอไม่ต่างอะไรกับการเริ่มต้นของนักธุรกิจสาว ที่หวังเติบโต และไม่แน่เธออาจจะมีกิจการที่ใหญ่โตขึ้น เพราะเธอรู้จักปรับตัวตามกลไกการตลาด
“ถ้ามีคนเยอะ ก็จะมีรสใบเตย ข้าวโพด ด้วย แต่ช่วงนี้คนไม่มาก ก็เลยทำแค่สองอย่างคือเป็นแป้งธรรมดากับแบบใส่งาอย่างที่เห็น ”
อีกทั้งพยายามดัดแปลงใส่งาดำเข้ามา“คิดขึ้นมาเองว่า งาดำมีประโยชน์กับร่างกายในการช่วยย่อย ”ในร้านของเธอมีแฟนหนุ่ม ซึ่งรับหน้าที่ดูแล กะลอจิ๊ จึงดูเหมือนเธอคือนักสร้างกิจการ ปั้นแบรนด์ แล้วหาคนดูแล โดยตอนนี้เธอดูแลร้านห่อหมกใบจาก ที่ตั้งอยู่เคียงข้างกัน ถือเป็นการเปิดตลาดพร้อมคำถามว่า
“ทำไมห่อหมกต้องย่างในใบตองอย่างเดียว อยู่ในใบจากก็มีกลิ่นหอมเหมือนกัน”
อีกทั้งร้านกะลอจิ๊ แห่งนี้ น่าแปลกใจตรงที่มีป้ายถึง 2 อัน ช่างดูลึกล้ำมีความเป็นมา
ลูกแม่ไหวเข้าใจถึงความกตัญญูรู้คุณ ซึ่งไม่ใช่แค่กตัญญูต่อบุคคลเท่านั้น แต่บางคนกับรถคันเก่าที่ทำให้เขามีวันนี้ เขาปิดทองดูแลอย่างดีไว้ในบ้าน ขณะที่มีกำลังซื้อรถคันใหม่ น้อง ปอ ก็เช่นกัน เธอบอกว่า เริ่มแรกเราใช้ป้ายอันเก่านี้ แม้เราจะทำป้ายใหม่แล้ว แต่เราก็ทิ้งป้ายเก่าไม่ลง “ประมาณว่าเอาไว้เตือนใจ” อือม์ ซึ้งใจจริงๆ
นอกจากน้อง ปอ และแฟนหนุ่มที่ช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง แล้วยังมีลูกมือหนุ่มๆ หน้าเหี้ยม แต่นิสัยแสนน่ารัก ถือเป็นภาพขัดแย้งอย่างลงตัวของร้านกะลอจิ๊ แห่งตลาดบ้านใหม่ ที่คุณไปเยือนจะได้เห็นแฟนหนุ่มของน้องปอ ที่สักเต็มตัว แต่ดูแลขนมที่แฟนสาวสร้างมันขึ้นมา
ไปถึงตลาดบ้านใหม่ ถ้าเจอกะลอจิ๊ ก็ซื้อติดมือมาฝากเพื่อนหรือญาติได้ ร้านน้องปอ อยู่ติดกับร้านป้าหนู แล้วยังมีร้านริมน้ำอีกหลายร้าน โดยสามารถมาได้ทั้งทางรถอยู่บนถนนศุภกิจ (ทางไปบางน้ำเปรี้ยว) และ ทางเรือโดยขึ้นจากหน้าวัดโสธร
แต่วันนั้นลูกแม่ไหวจากน้องปอมาด้วยความอิ่มใจ ที่เราได้รู้จักคนดีๆ อีกคนหนึ่งในชีวิต ว่างเมื่อไหร่ จะไปเยี่ยมนะน้องปอ
สนใจกะลอจิ๊ หรือเรื่องราว ตลอดจนเส้นทางไปตลาดบ้านใหม่ สอบถาม น้องปอได้ที่ โทรศัพท์ 086 -816-7371




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2551 0:23:42 น.
Counter : 335 Pageviews.  

มาประกวดบท (สนทนา) รักออนไลน์กันเถอะ



ณ ห้องสนทนาออนไลน์ห้องหนึ่ง ของ หญิงไทย และหนุ่มพม่า ห่างกันไม่มาก
แค่ ย่างกุ้ง-กรุงเทพ

หนุ่มพม่า>ไฮ
สาวไทย >เดียร์
>มีข่าวอะไรไหม
>มีผู้หญิงไทยคนหนึ่งพยายามจะฆ่าตัวตาย
>ทำไมละ?
>เธอว่า เธอเจ็บปวดมากจากการคิดถึงคนรัก ตอนนี้ตำรวจกำลังเจรจา จะตายหรืออยู่ อะไรดีกว่ากัน คุณช่วยให้เหตุผลให้เธอมีชีวิตอยู่หน่อยได้ไหม
>ได้สิ
ในการที่จะมีชีวิตที่สงบ เธอต้องลดความปรารถนา ความรัก ความโลภ และกิเลส เธอต้องอุทิศชีวิตตามคำสอนของพระพุทธองค์ และความมีสมาธิ นั่นละ เธอจึงจะมีความสุขสงบในใจที่แท้จริง
ถัดจากนั้น เธอจะต้องพยายามหาหนทางไปสู่อิสรภาพท้ายสุด มันเป็นเรื่องยากมาก แต่ นิพพาน เป็นเหตุผลที่ดีที่สุด ในการที่ศาสนาพุทธยังคงอยู่ได้จนทุกวันนี้

>โอเค เธอตัดสินใจไม่ฆ่าตัวตายแล้ว เธอว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไป

>อย่ามีชีวิตเพื่อความรักเท่านั้น
>อย่ามีชีวิตเพื่อตนเอง เพราะมันมีหนทางมากกว่านั้น
>จงมีชีวิตอยู่เพื่อมนุษย์ชาติทั้งหมด
>มันจึงจะเป็นการใช้ชีวิตที่คุ้มค่าบนโลกใบนี้

>ฉันรักคุณ
>ผมก็รักคุณเช่นกัน เจอกันคืนนี้นะ
>ค่ะ
>ผมต้องไปแล้ว บาย
>บาย
>kiss u
>kiss u too



เอื้อเฟื้อไอเดียบท(สนทนา)รักโดย Pat Latt









 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2551 14:24:35 น.
Counter : 213 Pageviews.  

คุณอยากรู้ไหม คนรักของคุณ เป็นคนรักเก่าของใคร?

คนรักของคุณ เป็นคนรักเก่าของใคร?

วงดนตรีวงใหม่ขึ้นเล่น วงนี้มีแซกโซโฟนบรรเลงเย็นๆ จิตใจของเธอล่องลอย
ในเพลงบรรเลง มีเรื่องเล่าจากน้องสาวคนนี้ เป็นดั่งเนื้อร้อง
เป็นบทเพลงช้ำรัก ผสมผสานกับบาดแผลและ
คำถามจากมโนสำนึกของเรวดีดังกังวาน คลอไปกับเสียงดนตรี

"แล้วในร้านนี้ ล่ะ
เขาคนนั้นเป็นคนรักเก่าของเธอคนโน้น
เธอคนนั้นเป็นคนรักเก่าของเขาคนนี้
เราต่างหมุนเวียนพบปะคนรักเก่าของคนอื่นๆ
จูบที่เหมือนกัน
บทรักที่ไม่เห็นต่างกัน

เพราะความจำเจทำให้เราต้องหมุนเวียนถ่ายเทคนรักเก่า
คนรักเก่ากลายเป็นมรดกตกทอด
เก่าของเธอ ใหม่ของฉัน
ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนรักเก่าของโต๊ะโน้น
เขาจะลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ บทรักของเธอไหม
แล้วบทรักอันจริงใจของฉันละ
ขาดตกบกพร่องตรงไหนหรือเปล่า"

เธอจึงต้องปฏิบัติกับคนรักในอนาคต ให้หยาดเยิ้มที่สุด
เพราะเมื่อใดที่เราต่างเป็นคนรักเก่าของกันและกัน เขาจะไม่สามารถไปเปรียบกับใครได้เลย...

(จาก เรื่องสั้น -คนรักเก่า- ของปรารถนา รัตนะ “หนังสือ ด้วยอุ้งมือของโลก”)

แล้วคุณอยากรู้ไหม คนรักของคุณเป็นคนรักเก่าของใคร?!?




 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2551 17:37:09 น.
Counter : 178 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Valentine's Month


 
jangar
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




a piece of love เป็นพื้นที่สนทนาออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยน ทัศนะ ความเป็นไปของชีวิตในทุกด้าน ของ ผู้หญิง 3 คน คือ สุมิตรา จันทร์เงา (แหม่ม) , อุรุดา โควินท์ (พู) และ ปรารถนา รัตนะ (เอ้)

และพร้อมแลกเปลี่ยนกับทุกท่านในทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นความรัก ชีวิต ความผิดหวัง สมหวัง ครอบครัว หรือปัญหาใดๆ เพื่อให้ทุกท่านรู้ว่า ในโลกอ้างว้าง มุมนี้เป็นดั่ง ชิ้นส่วนความรัก ความห่วงหา เป็นมิตรภาพแท้ บนโลกออนไลน์ ที่(เขาว่า)เป็นความลวง
Friends' blogs
[Add jangar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.