Little drops of water, Little grains of sand Make the mighty Ocean, and the pleasant land. Little deeds of kindness, Little words of love Help to make Earth Happy, Like the Heven above.
Group Blog
 
All Blogs
 
นิยามของคำว่า "ครอบครัว"

วันนี้ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดมา ด้วยความขยันเลยไปหยิบหนังสือของวิชาที่จะเรียนในเทอมหน้ามาอ่าน ประมาณฟิตสุดๆ กะว่าต้องเอา A มาครองให้ได้


วิชานี้ชื่อว่า Home, school, and community ซึ่งดูๆชื่อกับหัวข้อในแต่ละบทแล้ว แหม...หมูๆน่า อ่านๆท่องๆก็น่าจะผ่านฉลุย ยิ่งเปิดมาบทแรก อ๊ะ...ว่าด้วยเรื่องนิยามของคำว่าครอบครัว ดูแล้วไม่น่ายาก แถมคนแต่งก็ใช้ศัพท์ง่ายๆ อ่านแล้วเข้าใจได้สบายๆไม่ต้องเปิดดิกมากเท่าไหร่


แต่...หลังจากอ่านไปได้ 2-3 หน้า ก็เริ่มเกิดอาการเครียด นั่นก็คือคนเขียนเค้าไม่ได้กล่าวตรงๆถึงนิยามของคำว่าครอบครัวแล้วจบ แต่เป็นการเล่าถึงสภาพครอบครัวของสังคมอเมริกัน ตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน ว่ามีโครงสร้างเปลี่ยนแปลงและแตกต่างไปอย่างไร รวมถึงสถิติการหย่าร้าง และการแต่งงานใหม่ครั้งที่ 2 แถมตามมาด้วยตัวเลขสถิติของการหย่าร้างของการแต่งงานครั้งที่ 2 ซึ่งต้องขอบอกว่ามันสูงมาจนน่าตกใจ (ฉะนั้น สาวไทยคนไหนคิดจะร่วมหอลงโลงกับหนุ่มอเมริกัน โปรดไตร่ตรองให้ดี)


และด้วยผลของปัญหาการหย่าร้างที่สูงปริ๊ด ประกอบกับความหลากหลายของเชื้อชาติในสังคมอเมริกันนี่เอง ทำให้นิยามของคำว่า "ครอบครัว" เดิมที่ว่า ครอบครัวหมายถึงกลุ่มคนที่มีความเกี่ยวดองกันทางสายเลือดหรือมีความผูกพันกัน เกิดเปลี่ยนแปลงไปเพราะโครงสร้างของครอบครัวในสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก


ในหนังสือที่อ่านนี้ ได้มีการยกตัวอย่างครอบครัวประเภทต่าง รวมถึงสถาณการณ์จำลองและบทสนทนาประจำวันของแต่ละครอบครัว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นครอบครัวที่มีปัญหาทั้งนั้นเลย อาทิเช่น single mom/dad, พ่อแม่วัย teen, ครอบครัวที่พ่อแม่ทิ้งลูกไป แล้วยกภาระให้ปู่ย่าตายายเป็นคนเลี้ยงเด็ก, ครอบครัวที่อยู่ด้วยกันเฉยๆ ไม่ได้จัดงานแต่งงาน, ครอบครัวผสม ประมาณแต่งงานรอบที่ 2 แล้วเอาลูกมาเลี้ยงรวมกัน, ครอบครัวที่ฐานะดีเยี่ยม แต่ไม่มีลูก ต้องไปรับลูกบุญธรรมมาเลี้ยง แต่เด็กดันเป็นเชื้อชาติที่แตกต่างกับพ่อแม่โดยสิ้นเชิง, ครอบครัวที่พ่อแม่มีพื้นฐานและเชื้อชาติแตกต่างกันเช่นคนขาวแต่งงานกับคนดำ และที่หนักๆคือ ครอบครัวที่เป็นกลุ่มรักร่วมเพศ ที่มีการรับเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม


ด้วยความที่ลักษณะของครอบครัวมีการเปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้เด็กๆเกิดอาการสับสน ว่าใครเป็นใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัวที่พ่อแม่แต่งงานครั้งที่ 2 เด็กกลุ่มนี้ก็จะมีพ่อแม่ 2 ชุด และเผลอๆ จะมีพี่น้องต่างสายเลือด รวมทั้งปู่ย่าตายายญาติพี่น้องที่งอกขึ้นมาอีกหลายคน


นอกจากนี้ด้วยสภาพเศรฐกิจและที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่แต่ละครอบครัวอยู่บ้านแยกเป็นครอบครัวเดี่ยวๆ กับกลายเป็นว่าบางครอบครัวเช่าบ้านอยู่รวมกันกับครอบครัวอื่นหรือคนอื่นๆในบ้านหรืออพาร์ทเม้นท์ที่มีหลายห้องนอน ในกรณีนี้ แต่ละครอบครัวมักจะมีการพึ่งพาอาศัยกันอยู่เสมอ และอาจทำให้เด็กๆเกิดการเข้าใจผิดไปได้ ซึ่งอันนี้ข้าพเจ้าเจอะมากับตัว เพราะตอนนี้ตัวเองก็เช่าทาวเฮ้าส์ขนาด 3 ห้องนอนอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ และลูกของ housemate อายุ 3 ขวบ ซึ่งเช่าบ้านอยู่ด้วยกันตอนนี้ ชอบบอกใครๆอย่างหน้าชื่นตาบานว่า

"We are 6 persons family."

ด้วยความภูมิใจว่าเราเป็นครอบครัวใหญ่

นอกจากนี้ทุกครั้งที่ต้องวาดรูปครอบครัวส่งครูที่โรงเรียน หนูน้อยนิโคลัสก็จะวาดรูปคน 6 คน โดยใส่รูปข้าพเจ้ารวมทั้ง housemate อีกคน พร้อมเขียนชื่อเสร็จสรรพ และที่หนักกว่าก็คือ คุณแม่ของนิโคลัส ซึ่งกำลังสอนให้ลูกสาวคนเล็กอายุ 9 เดือน หัดพูด โดยเริ่มจากการเรียกชื่อของ จขบ ก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่า

"ชื่อของเธอมันออกเสียงง่ายดี"

เลยกลายเป็นว่าเด็กๆในบ้านนี้ เรียกและเขียนชื่อของ จขบ ได้ก่อนชื่อของพ่อแม่ตัวเองซะอีก และด้วยเหตุนี้เจ้าหนูตัวน้อยทั้ง 2 คน จึงจัดการนับรวมเอาข้าพเจ้ากลายเป็นคนในครอบครัวไปแล้วด้วยซะงั้น


สรุปว่าด้วยเหตุผลต่างๆและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทั้งหลาย ทำให้นิยามของคำว่าครอบครัวนั้น เปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงๆ และหลังจากอ่านจบไปทั้งหมด 12 สถาณการณ์จำลอง จขบ จึงเกิดอาการมึนตึ๊บ ยิ่งพอเปิดมาเจอะแบบฝึกหัดท้ายบท อ่านโจทย์แล้วอยากจะร้องกริ๊ดดังๆ เป็นประมาณว่าให้วิเคราะห์ ว่าครอบครัวตัวอย่างทั้ง 12 ครอบครัว เป็นครอบครัวประเภทไหน แต่ละครอบครัวมีปัญหายังไงบ้าง ตามด้วยให้เขียนเล่าถึงครอบครัวตัวเอง ว่าไปตกในกลุ่มไหน มีปัญหาอะไร แล้วให้เขียนนิยามของคำว่าครอบครัวด้วยตัวเอง


และแล้ววหนังจากอ่านหนังสือไปได้ราว 2 ชม ยังไม่ทันจะจบบทดีเหลืออีกประมาณ 10 หน้า ด้วยความที่เครียดจัด เลยเป็นอันต้องหยุดพักไว้ก่อน เพราะบรรดาเหตุการณ์สมมุติที่เค้ายกตัวอย่างมา มันเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่ามีอยู่ทั่วไปในสังคม และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่พ่อแม่เป็นกลุ่มรักร่วมเพศเนี่ย ต้องยอมรับเลยว่า ส่วนตัวแล้วคิดไม่ออกเลยว่าจะอบรมเด็กที่อยู่ในครอบครัวแบบนี้ยังไง และที่หนักกว่าคือ จะต้องอธิบายยังไงให้เด็กคนอื่นๆเข้าใจถึงความแตกต่างของเด็กกลุ่มนี้


ไม่อยากจะคิดว่าพอเปิดเทอมแล้ว ต้องมานั่งอ่านและเรียนอย่างจริงจังกับปัญหาสังคมเหล่านี้ แล้วจะเป็นยังไง นอกจากนี้ต้องขอสารภาพเลยว่า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่อ่านหนังสือแล้วเกิดอาการอยาก "แหวะ" (แม้ว่ามันจะเป็นหนังสือเรียนก็เถอะ ไม่รู้ว่าอยากแหวะเพราะตัวเนื้อเรื่องมันเครียด หรือแหวะเพราะว่าตัวหนังสือภาษาอังกฤษมันเยอะเกินไป)


แต่อย่างน้อยๆ ในเรื่องเครียดๆ ก็ยังมีเรื่องดีๆอยู่ เพราะได้อ่านเจอะประโยคหนึ่งของคนแต่งเค้าเขียนตัวเน้นเอาไว้ เหมือนจะให้กำลังใจกับคนอ่านว่าอย่าได้เศร้าไปเลย ซึ่งแปลออกมาได้ประมาณว่า


"ไม่ว่าเราจะเกิดอยู่ในครอบครัวแบบไหนก็ตาม หากเราให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของคนในครอบครัว เราก็จะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขเช่นกัน"




Create Date : 27 มกราคม 2555
Last Update : 27 มกราคม 2555 13:52:23 น. 1 comments
Counter : 2328 Pageviews.

 
สุขสันต์วันเกิดนะคะ
ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงตลอดปี และตลอดไป

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: pantawan วันที่: 30 มกราคม 2555 เวลา:1:54:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Vitamin_C
Location :
Pasadena United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีค่ะ อากาศดี ก็อารมณ์ดีเนอะ .......^-^

คิดถึงบ้านที่เมืองไทยเป็นที่สุด
ถ้าไม่นับห้องสมุดๆเจ๋งๆกับพิพิธภัณฑ์ดีๆ กับอาหารหลากหลายเชื้อชาติให้กินได้ไม่ซ้ำทุกวันแล้วหล่ะก็ เมืองไทยชนะขาดในทุกกรณี ว่าแต่เมื่อไหร่ ห้องสมุดกับพิพิธภัณฑ์ของบ้านเราจะพัฒนาซักทีน้อ....


ถึงแม้ว่าบล๊อกนี้จะไม่ค่อยมีสาระ แต่เนื้อหาและข้อความทั้งหมด
รวมไปถึงรูปภาพที่ข้าพเจ้าเป็นผู้ถ่ายเอง ถือเป็นลิขสิทธิ์ ของสำนักพิมพ์บางกอกสาส์น จำกัด
ห้ามผู้ใดนำไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาติจากเจ้าของบล๊อก หรือ จากกองบรรณาธิการ

หากมีข้อสงสัยใดๆ กรุณาติดต่อหลังไมค์
หรือ
กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น 966/10 ซ.พระราม6 19 ถ.เพชรบุรี เขตราชเทวี กทม 10400
โทร 02-6137140
Email vitavitac@gmail.com
Friends' blogs
[Add Vitamin_C's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.