พราวฝัน
 
พฤษภาคม 2553
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
20 พฤษภาคม 2553
 
 

บันทึกหนึ่ง...ถึงเรื่อง 'หนังสือ'


ในช่วงที่วิกฤตการณ์ว้าวุ่นโกลาหลของบ้านเมืองกำลังดำเนินไปอย่างนี้..
ภาวะความเครียดของคนเรียนคนทำงานที่มีอยู่เดิมตามวิถีประจำวันก็เพิ่มปริมาณขึ้นไปอีกเป็นเท่าทวี
สภาพอากาศที่ร้อนระอุพาหงุดหงิดรำคาญใจได้ง่ายๆอยู่แล้วก็กลับร้อนแรงแสบผิวยิ่งขึ้น
ด้วยเพลิงกิเลสในใจของคนบางกลุ่มที่ไม่เพียงเกิดปะทุขึ้นในใจ...
แต่ยังปล่อยให้มันเผาทำลายความดีงามในหัวใจตัวเองจนแทบไม่เหลือ
และซ้ำร้ายไปกว่านั้น...ยังปล่อยเพลิงไฟนั้นลุกลามออกมาเผาทำลายชีวิตเพื่อนร่วมชาติสร้างความวุ่นวาย ลามปามไปทั่ว...
ฉันเองก็ได้แต่ภาวนาว่าเรื่องราวร้ายๆเหล่านี้มันจะสงบลงในเร็ววัน...



หันหน้าคุยกันดีๆ จับมือกันด้วยสันติ...ไม่ดีกว่าหรือไงนะ?



จากที่ฉันเองเคยเขียนเอาไว้ในบล็อกที่แล้วว่า...
ช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงสอบ summative ครั้งแรกของการเรียนปี ๓
และจะกลับมาเจอเพื่อนๆอีกครั้งเมื่อสอบเสร็จ ซึ่งตอนนี้ก็ครบกำหนดนั้นแล้ว...
แต่ปรากฏว่าการสอบครั้งแรกของฉันยังไม่เสร็จสิ้นเลย ด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นซึ่งทำให้ ศอฉ.ออกมาประกาศให้สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์เป็นวันหยุดราชการ...
การสอบวิชา 'เภสัชวิทยา' ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งรายวิชาก็เลยต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ฉันมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว  และยังได้กลับมาอยู่บ้านต่างจังหวัดหลายวันเลย


ก่อนหน้าที่จะกลับมา...ฉันได้มีโอกาสไปเดินเล่น 'ร้านหนังสือนายอินทร์' หลังจากที่ไม่ได้ไปมาพักใหญ่ๆ
คราวนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันไปเยือนสาขาฝั่งท่าพระจันทร์ แทนที่จะตรงไปยังร้านใต้ตึกพระศรีฯ ในรั้วศิริราชอย่างเคย...
เหตุเพราะคุณเพื่อนสนิทเป็นคนชวนไปเดินเล่นกันฝั่งโน้น เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง และมีแผนไปหยิบสอยหนังสือมาไว้ในครอบครองสักเล่มสองเล่ม...
สุดท้ายฉันก็เลยได้อะไรดีๆติดไม้ติดมือและหัวใจกลับมาด้วยเหมือนกัน...



จิตใจที่ปั่นป่วน ตึงเครียดเล็กน้อย ทั้งจากเรื่องสอบ สถานการณ์บ้านเมือง อีกทั้งเรื่องหัวใจ...ในวันนั้น

ทำให้ทันทีที่ฉันก้าวเข้าไปในร้านหนังสือ...ก็สัมผัสได้ถึง 'ความสงบสุข' อวลอยู่รอบกาย
ภายในร้านมีผู้คนอยู่ไม่มากนัก เปิดเพลงทำนองนุ่มๆคลอไปด้วย...ขับกล่อมจิตใจให้ชื่นบานขึ้นมา...
ช่างเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ชวนพักพิง ช่วยชะลอจังหวะก้าวของชีวิตให้ช้าลง...จริงๆ

ฉันเริ่มสอดส่ายสายตาสำรวจ 'หนังสือ' หน้าใหม่ที่วางเรียงรายอยู่บนแผง...
ไล่เรียงทำความรู้จักอย่าง 'ผิวเผิน' จาก 'ปก'
หนังสือบางเล่มหน้าตาสวยเด่น สรรพคุณน่าสนใจ จนต้องหยิบจับมาดูนิดๆหน่อยๆ...
แต่ใจก็ยังรู้สึกว่า 'ไม่ใช่' เพราะยังไม่มีอารมณ์อยากจะอ่านหนังสือแนวนั้นบางเล่มก็ได้แต่มองเล็งๆเอาไว้ เคยได้ยินชื่อมาหนาหู และคิดว่าอยากอ่านแต่ ณ ตอนนั้นยังไม่รู้สึกว่าอยากอ่านเป็นที่สุด บอกตัวเองว่าไว้มีโอกาสแล้วจะหามาอ่านดูก็แล้วกัน
จึงเดินผ่านไป...พบและทำความรู้จักหนังสือเล่มอื่นๆ...


จริงๆแล้ว...ฉันก็ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรชัดเจน...
ไม่ได้เอารายชื่อหนังสือที่เคยอยากได้ติดตัวมาด้วย
แต่การได้ไล่ทำความรู้จักหนังสืออย่างนี้ก็เป็นเรืองสนุก เหมือนอยู่ในโลกเล็กๆที่ฉันอยากจะท่องไปสำรวจไปเรื่อยๆอย่างใจเย็น... เพื่อทำความรู้จักกับ 'เพื่อนใหม่' มากหน้าหลายตา
บรรดาเพื่อนๆที่นี่...ล้วนดูจริงใจ น่าคบหา มากด้วยความรู้ ความบันเทิงที่พร้อมแบ่งปัน
ถ้าฉันได้เลือกเพื่อนที่ดูน่าคบหา...มาทำความรู้จักเป็นการส่วนตัวอีกสักหน่อย ฉันเชื่อว่าฉันจะได้เพื่อนที่แสนดีเพิ่มขึ้นจากที่นี่อย่างไม่ยากเย็น เพื่อนที่ไว้ใจได้ ซื่อตรง และทำให้ฉันมองโลกกว้างขึ้น...

นี่แหละนะ...ทำไมฉันถึงรัก 'หนังสือ'

และชอบไปเดิน 'ร้านหนังสือ'









ฉันพบผลงานล่าสุดของคุณนิ้วกลมที่ฉันสนใจอยากลองอ่านดู ('บุกคนสำคัญ')
แต่ก็คิดว่าเพื่อนสนิทมีแล้วเดี๋ยวขอยืมมาอ่านเอาละกันนะ...



เจอหนังสือ How to ในเรื่องของความรักที่น่าสนใจ แต่ก็นึกได้ว่า ฉันค่อนข้างรู้ดีในเรื่อง 'วิธีการ' อยู่แล้ว มากพอแล้ว และยังผ่านพ้นช่วงแห่งการแสวงหา 'คนที่ใช่' หรือจะเรียกว่าอยู่ในช่วง 'พัก' ก็ได้มั้ง...

จากนั้นฉันก็ยังพบกับหนังสือชีวิตหมอหลายเล่ม ซึ่งเป็นแนวที่ฉันเคยอ่าน และค่อนข้างชอบ มันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ฉันจะต้องเผชิญในวันข้างหน้า และก็รู้สึกอยากอ่านขึ้นมาช่วงนี้ แต่ก็กลัวอ่านเล่มที่เจอแล้วจะผิดหวัง...



หลังจากการเดินเปิดหูเปิดตา...เก็บรายละเอียดเพื่อนหน้าใหม่พักหนึ่ง...
ผ่านเลยหนังสือที่เหมือนจะอยากได้แต่ยังไม่อยากซื้อเหล่านั้นไป, ฉันก็ได้พบเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่ง...
มีชื่อว่า 'ความลับในความรัก (Conditions of Love : The Philosophy of Intimacy)'
เป็นหนังสือปรัชญาความรัก งานแปลของ
คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา
จากงานเขียนของ John Armstrong
คำโปรยของหนังสือมีว่า 'ถ้าความรักทำให้ตาบอด หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ตาสว่าง'
จริงอยู่ฉันคิดมาอยู่แล้วว่า พอแล้วกับหนังสือรักๆประเภท How to หรือ สอนให้รู้จักความรัก
แต่หนังสือแนว 'ปรัชญา' นั้นมันให้อะไรมากกว่านั้น...มันไม่เหมือนกันเสียทีเดียวหรอก...
ฉันกำลังโหยหาอยากอ่านอะไรที่เป็นสัจธรรม ความจริง หรือทฤษฎีที่ถูกตั้งขึ้นแต่มีความหนักแน่นพอเพียง
อยากทำความเข้าใจมูลเหตุต้นตอของกระบวนการทางด้านความรู้สึก จิตใจ และความรักอยู่พอดี...
ที่สำคัญมันเป็นจังหวะที่ฉันอยากเขียนหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา ซึ่งต้องอาศัยที่ปรึกษาหรือแหล่งอ้างอิงที่ดี เพื่อมาวิเคราะห์ความรู้สึกจากประสบการณ์ของฉันที่ฉันกำลังจะใส่ลงไปงานเขียน เพื่อให้ทั้งตัวเองและคนอ่านเข้าใจถูกทางและชัดเจนยิ่งขึ้น...
ฉันจึงลังเลอยู่เพียง 2-3 นาทีก่อนตัดสินใจฉวยคว้าหนังสือเล่มนี้เอาไว้ด้วยอาการ 'หลงเสน่ห์' เข้าแล้ว
มันเป็นหนังสือเล่มเดียวในวันนั้นที่ฉันคว้าติดตัวกลับมาด้วย






แม้ 'วันหยุดกะทันหัน' แบบนี้จะเป็นอะไรที่ฉันและใครๆก็ไม่เห็นด้วย
แต่ก็นับเป็นจังหวะดีที่ฉันได้พักจิตพักใจและค่อยๆซึมซับความคิดจากเพื่อนใหม่ที่ฉันพาติดตัวกลับมาบ้าน...
การอ่านหนังสือดีๆสักเล่มนี่มันทำให้ทั้งความสงบและความสุขแก่หัวใจจริงๆ

นอกจากหนังสือเล่มดังกล่าวแล้ว
กลับมาบ้าน...ฉันก็นึกขึ้นได้ว่ามีหนังสืออีกเล่มวางนอนรออยู่นานแล้ว
'ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน' ...หนังสือของคุณ วินทร์ เลียววาริณ  ที่คนสำคัญคนหนึ่งแนะนำให้อ่าน...
ช่างเข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองยามนี้เสียเหลือเกิน...

มากไปกว่านั้น...แม่ยังได้ซื้อหนังสือไว้ให้ฉันสองเล่มทีเดียว
เป็นหนังสือแนว How to สร้างกำลังใจและความสุขในความโสด!
'เพื่อนใหม่' มากมายเสียขนาดนี้ ฉันเลยอดที่จะเขียนหัวข้อนี้ไม่ได้อย่างไรล่ะ...

จะว่าไปแล้ว...การทำความรู้จักกับหนังสือต่างๆก็คงเหมือนกับการทำความรู้จักผู้คน...
หลายครั้งที่มีคนนำหนังสือมาเปรียบเปรยกับความรัก...
ว่าการจะเลือกใครสักคนมาคบก็เหมือนกับการเลือกหนังสือมาอ่านสักเล่ม
เราจะมองมันที่ปก ที่ชื่อ หรือ ชื่อเสียง...ก็สุดแท้แต่เหตุผลและรสนิยมส่วนบุคคล
แล้วเมื่อได้พบกันแล้วเราจะเปิดใจทำความรู้จักเนื้อแท้ข้างในของมันหรือเปล่า ก็ขึ้นกับทั้งความประทับใจ(อันมีเหตุผลบ้างไม่มีเหตุผลบ้าง) ทั้งจังหวะและโอกาส หรือแม้แต่เรื่องงบประมาณ...ด้วยซ้ำไป

และเมื่อวานนี้เองที่...ฉันได้ไปเจอคำถามบนกระทู้ออนไลน์แห่งหนึ่ง

ถามว่า...
"หนังสือก็เหมือนความรัก แล้วคุณจะเปรียบตัวคุณและคนที่คุณรักเหมือนหนังสืออะไร?"

ฉันจึงขอนำคำตอบมาลงในนี้ด้วยเพื่อเป็นการปิดท้าย entry นี้ค่ะ...

ฉันเปรียบตัวฉันเองเป็นหนังสือ...'ปรัชญาความรัก' นี่แหละ (แหมไม่ค่อยเลย)
ปกนอกอาจจะดูเรียบๆ ไม่ดึงดูด น่าสนใจนัก แต่ก็อาจจะมีอะไรที่ดึงใครบางคนมาสนใจได้บ้างตามโอกาส

หรือถ้ามีคนที่สนใจในทางเดียวกัน แนวเดียวกันก็คงจะเริ่มทำความรู้จักกันได้ไม่ยาก...
ฉันออกจะให้ความสำคัญกับเรื่อง 'ความรัก', 'จิตใจ', และ 'ความสัมพันธ์' จึงครุ่นคิดเรื่องเหล่านี้บ่อยพอสมครว ฉันชอบคิดอะไรล้ำลึก ลึกซึ้ง จนบางทีคนอื่นก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ชอบเรื่องราวที่เป็นคติมีแง่คิดกับชีวิต หรือเป็นบทสรุปจากประสบการณ์ชีวิต ซึ่งบางครั้งฉันก็ชอบพูดอะไรกินใจ สรุปความคิด ตั้งเงื่อนไขขึ้นมา แต่หลายทีอาจจะช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่พูดหรือบอกคนอื่นก็ได้...
แม้จะมุ่งเน้นไปเรื่องความรักความสัมพันธ์กับผู้คน แต่ความคิดของฉันก็ต่อยอดไปถึงการดำเนินชีวิตด้านอื่นๆด้วย ชอบกล่าวถึงอะไรที่เป็นทั้งปรัชญา และมีสัจจธรรม อีกทั้งกำลังใจแฝงอยู่...
นักอ่านจำนวนหนึ่งอาจจะไม่สนใจ ส่วนคนที่สนใจพอเปิดอ่านดูแล้วจะอ่านไม่ไหวจนต้องวางลง
ด้วยความราบเรียบ เนิบนาบ ไม่ใคร่จะมีมุขเด็ดสอดแทรกอยู่ในหนังสืออย่างฉัน แถมมีความคิดจริงจังจนบางทีอาจจะน่าอึดอัดเข้าใจยาก... แต่ก็มีอะไรน่าค้นหาพอประมาณ
มีความสดใส ความหวัง และจินตนาการ
คนที่ถูกใจในรสเดียวกัน หรืออะไรแนวนี้เท่านั้นจึงจะอ่านอย่างมีความสุข และอ่านมันจนจบ...


ส่วนคนที่ฉันรัก...ฉันไม่ขอพูดถึงในทีนี้นะคะ เพราะกำลังพยายามจะไม่รักแล้ว...


แล้วคุณล่ะคะ...เปรียบเทียบตัวคุณเองเป็นหนังสือประเภทไหน?






ฝากของแถมทิ้งท้ายไว้อีกหนึ่งอย่างคือเพลง "ขอเป็นตัวเลือก" ของวงกะลานะคะ...
พอดีว่าเพลงนี้เข้ากับ entry นี้ดีเหมือนกัน...
"...ให้ความรักเป็นหนังสือ เพียงแค่เธอค่อยๆอ่าน ค้นหาใจของเธอ..."














สุดท้ายแล้วจริง, ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ ดูแลตัวเองดีๆ ดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัยนะคะ
หวังว่าสิ่งชั่วร้ายและความรุนแรงทั้งหลายจะไม่สามารถทำอะไรคนดีๆได้
และสิ่งเหล่านั้นคงจะมลายหายไปจากประเทศเราในเร็ววัน...

(ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตด้วยค่ะ)







 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2553
9 comments
Last Update : 20 พฤษภาคม 2553 1:24:03 น.
Counter : 714 Pageviews.

 

เห็นร้านนายอินทร์ทีไรแล้เวมีความสุข
บางครั้ง ไม่ได้ซื้ออะไรมากมาย แต่ก็ชอบเดินดูค่ะ
เห็นหนังสือมากหน้าหลายตา แล้วมีความสุขมากๆๆ
แต่บางครั้ง ถ้าตั้งใจไปซื้อจริงๆ จะเอารายชื่อไปด้วย
ถ้าไม่มีเป้าหมาย กระเป๋าฉีกแน่นอน..ยิ่งบ้าซื้อหนังสือ

เพลงของกะลาเพลงนี้เพราะมากค่ะ..ช่วงเวลาหนึ่ง
ก็เคยชอบมากๆ เปิดฟังตลอดทั้งวันเลย..เสียงโดนใจด้วย

"หนังสือก็เหมือนความรัก แล้วคุณ
จะเปรียบตัวคุณและคนที่คุณรักเหมือนหนังสืออะไร?"
^
^
ว๊าก..ก..ตอบยากจัง

 

โดย: nikanda 20 พฤษภาคม 2553 19:53:57 น.  

 

เราก็ชอบร้านหนังสือค่ะ เป็นสถานที่ที่เวลาเราเข้าไปแล้วมีความสุขทุกครั้ง

เราเหรอ..คงเหมือนหนังสือรวมมิตรจับฉ่ายมั้งคะ มีทุกเรื่อง มีทุกรส แต่ไม่กลมกล่อม

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 21 พฤษภาคม 2553 1:53:37 น.  

 

เราชอบหนังสือปรัชญาคะ
แต่ว่านะ สมองไม่ค่อยดี อ่านแล้วก็จะลืมรายละเอียดแหล่ะ จะจำได้แค่ได้อะไรกลับมา

ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจกันนะคะ ความรักมันก็เป็นแบบนี้
เราว่าเขาพอดีกับเรา แต่เราอาจไม่ใช่คนที่พอดีกับเขานะคะ
เชื่อว่าสักวันคุณจะเจอคนที่พอดีกันนะคะ

 

โดย: ปริญญาชีวิต 21 พฤษภาคม 2553 12:16:39 น.  

 

ไว้จะลองไปหาซื้อหนังสือที่คุณพราวฝันแนะนำบ้างแล้วล่ะค่ะ
คุณรู้มั้ย
นามแฝงคุณ
เหมือนกับนักเขียนกลอนที่เราชอบเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อนเลยค่ะ
เราชอบหนังสือกลอนที่พราวฝันแต่งมาก
ซื้อทุกเล่มเลย

ไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกันรึเปล่า

แต่ถ้าไม่ใช่
ก็ขอให้คุณพราวฝันได้มีหนังสือเป็นของตัวเองดั่งใจไว ๆ นะคะ

 

โดย: ยัยลีลี 21 พฤษภาคม 2553 14:55:49 น.  

 

สวัสดีตอนเย็นจ้า
คนรักหนังสือคือคนชอบอ่าน
คนชอบอ่านคือคนฉลาด

อิอิ

เพราะงั้น เราก็คงเป็นคนฉลาดเหมือนกันสินะ
ชอบร้านหนังสือเหมือนกันค่ะ
มีความสุขมากๆกับการอ่านนะคะ

 

โดย: ผู้หญิงของกาลเวลา 22 พฤษภาคม 2553 18:07:39 น.  

 

สวัสดีขอรับ

 

โดย: คนสาธารณะ 23 พฤษภาคม 2553 18:16:17 น.  

 

แวะมาทักทายน้องสาวจ้า
รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วจัง...
ทรายอยู่ปีสามแล้วหรือ?
ทำไมพี่ยังรู้สึกว่าตัวเองยังก่งก๊งอยู่ที่เดิมอยู่เลยล่ะ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า

การเมืองร้อนระอุ อ่านหนังสือคลายเครียดดีกว่า

"หนังสือก็เหมือนความรัก แล้วคุณ
จะเปรียบตัวคุณและคนที่คุณรักเหมือนหนังสืออะไร?"

ข้อนี้ตอบยากแฮะ...
เล็งไว้เล่มหนึ่งแต่ยังไม่ได้อ่าน
เอาไว้อ่านแล้วจะเข้าบอกนะว่าเหมือนที่คิดไว้หรือเปล่า

คิดถึงนะจ้ะ
^^

 

โดย: พี่ธารเองจ้า (ธาร นาวา ) 24 พฤษภาคม 2553 15:26:57 น.  

 

เมื่อก่อนไม่ชอบหนังสือเลย ขี้เกียจมาก
แต่ 2 ปีนี้ เพิ่งรู้สึกสนใจ
ร้านหนังสือและร้านcd เป็น 2 ร้านที่เลือกเข้าดูเป็นนิสัยแล้ว
เราคงเป็นหนังสือประมาณหนังสือ จิตวิทยา ไม่ใช่มีคุณค่ามากแต่เป็นหนังสือที่มีเฉพาะกลุ่มบุคคลกรในสายอาชีพนี้เท่านั้นที่ต้องสนใจ เพราะจำต้องต้องอ่านเพื่อเพิ่มพูนความรู้ แต่สำหรับคนทั่วไป มันคือหนังสือที่อ่านยากมาก อ่านจนจบยังไม่รู้เรื่อง

 

โดย: PANPISA 2 มิถุนายน 2553 19:30:39 น.  

 

สวัสดีค่ะ ชอบหนังสือเหมือนกัน

 

โดย: ปลายเดือน กันยา 3 มิถุนายน 2553 10:19:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 

พราวฝัน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพ้อฝัน...
ละเอียดอ่อน อารมณ์อ่อนไหว
แต่ภายนอกดูเรียบง่าย ค่อนข้างนิ่ง ไม่แอ๊บแบ๊ว ไม่หวานเวอร์แต่ไม่ห้าว...
ชอบเขียนโน่นนี่ไปเรื่อย อยากทำหนังสือของตัวเอง...

คุยได้เยอะถ้ามีเรื่องคุย รักสงบพอสมควร มีโลกส่วนตัวพอประมาณ
ชอบของน่ารักๆ สวยๆงามๆ
เป็นคนมีมาตรฐาน หลักการลึกๆ
แต่ก็ยอมโอนอ่อนผ่อมตามผู้อื่นมากกว่าจะเป็นผู้นำ

ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ทุกคนค่ะ
[Add พราวฝัน's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com