So if you have a minute why don't we go Talk about it somewhere only we know? This could be the end of everything So why don't we go Somewhere only we know...
Group Blog
 
All blogs
 

hello, it's me again..

"hello, it's me again.."

เมื่อคนเราผ่านเรื่องแย่ๆ ที่ทำให้จิตใจอ่อนแอ เหนื่อยล้า หรือผ่านความเจ็บปวดมาได้ เราจะพบว่าชีวิตเรานี้มีเรื่องให้ต้องคิดและเรียนรู้อีกมากมาย ความเข้มแข็งจะถูกสร้างขึ้นมาโดยอัตโนมัติ และไม่ว่าเราจะต้องเผชิญกับอะไรอีกในวันข้างหน้าต่อจากนี้ เราจะยิ้มได้ เพราะเรื่องราวแย่ๆที่ว่านั้นได้สร้างภูมิคุ้มกันให้แล้ว

ภูมิคุ้มกันความเจ็บปวด..
ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ใจเราเท่านั้น จริงๆนะ การมีชีวิตอยู่อย่างไม่ใคร่ครวญถึงความเป็น-อยู่-คือ ในภาวะจิตใจของตัวเอง ก็ไม่ต่างกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ เมื่อคนบางคนเดินเข้ามาในชีวิต เมื่อบางสิ่งบางอย่างได้เปลี่ยนไป อาจเพราะความผิดหวัง อาจเพราะความเสียใจ และการที่เราไม่สามารถบังคับหรือห้ามความรู้สึกใครได้ล่ะมั้งที่ทำให้ฉันรู้ว่า..
บางครั้ง.. ชีวิตก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ ความคาดหวังที่ยากที่สุดของคนเรานั่นคือการไปหวังให้คนอื่นทำตามอย่างใจ เมื่อได้เสียใจ เมื่อได้เศร้า เมื่อรู้ว่าความความเจ็บปวดเป็นเช่นไร และเมื่อสิ่งเหล่านั้นค่อยจางบางเบา มันจะกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ที่ตรงนี้ ที่ใจ..

รู้ไหมพอมาถึงจุดนี้เราจะมองอะไรชัดเจนขึ้น มองชีวิตในมุมที่กว้างกว่าเก่า ใจเราก็จะมีพื้นที่ใช้สอยมากตามไปด้วย นั่นเพราะเรารู้ตัวเองแล้วไงว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรให้คุ้มค่า การเรียนรู้กับสิ่งที่ผ่านเข้ามาไม่ว่าเราจะต้องปวดใจอีกกี่ครั้ง รู้ไหมว่าภูมิคุ้มกันนั้นจะมีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

..เข้าใจ แล้วเดินไปด้วยกันนะ




 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2553 18:14:51 น.
Counter : 359 Pageviews.  

Maybe.. กับบางสิ่งที่ไม่ได้คาดหวัง

..เป็นเพราะเราไม่สามารถล่วงรู้อนาคต ความผิดหวังจึงรออยู่ข้างหน้าเสมอ แต่ในความผิดหวังนั้นอาจนำมาซึ่งการเรียนรู้อันยิ่งใหญ่ นั่นคือการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างไร
..บางครั้งเราไม่ต้องสุขมากก็ได้ เพราะถ้าสังเกตดูดีๆ ช่วงเวลาที่เราทุกข์เราก็ยังยิ้มรับได้ ให้สลับกันไปอย่างนั้น คาดหวัง.. ผิดหวัง.. สมหวัง.. ขอเพียงให้รู้ว่าใจเราอยู่ตรงไหน เราจะไม่เสียใจ เราจะขอบคุณกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต เราจะยิ้มออกมาได้แม้ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ

..ไม่เกี่ยวกับฝนฟ้า แต่มันเป็นเรื่องของจิตใจเท่านั้น อย่าใช้เปลือง




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 12:42:50 น.
Counter : 221 Pageviews.  

สิ่งที่กำลังจะผ่านไป

... มีหลายสิ่งในชีวิตที่เราไม่สามารถควบคุมได้ บางครั้งเราก็ต้องหันกลับมาสำรวจตัวเราเองว่าเข้มแข็งแค่ไหน และจะก้าวเดินต่อไปอย่างไร พอมาถึงจุดๆ นึงเราก็จะเข้าใจว่าการรู้จักรักตัวเองให้มากๆ นั้นเป็นสิ่งที่วิเศษยิ่งกว่าพรใดๆ





 

Create Date : 10 มีนาคม 2553    
Last Update : 10 มีนาคม 2553 18:24:54 น.
Counter : 216 Pageviews.  

Life in a year ...อีก 1 ปีที่ผ่านไป

LIFE IN A YEAR ...อีก 1 ปีที่ผ่านไป

January - 2009
"...something good will come my way"

คงเป็นเพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า หนทางข้างหน้านั้นต้องเจอกับสิ่งใด
และเส้นทางที่เราเลือกเดินนั้นจะนำเราไปในทิศทางไหน สิ่งที่ผ่านเข้ามาแม้เพียงเล็กน้อย... จึงมีคุณค่า และยังคงคุ้มค่าแม้ว่าเราจะเดินมาผิดที่ผิดทาง
นั่นเป็นเพราะว่าตัวเราทำให้เส้นทางในระหว่างการเดินทางนี้มีค่า
ซึ่งอันที่จริงแล้ว ทุกๆ ระยะทางที่เราก้าวผ่านมาล้วนมีความหมายในตัวของมันเอง เพียงเราหยุดคิดอย่างมีสติ ไตร่ตรองแล้วมองย้อนกลับไป...
เมื่อหันกลับมาจะพบว่าหนทางข้างหน้านั้นอยู่ไม่ไกลเลย
ความสำเร็จไม่ใช่หมายความว่าคุณหรือใครจะต้องไปให้ถึงปลายทาง
แต่ความสำเร็จนั้นคือการเรียนรู้คุณค่าของสิ่งที่ผ่านมาระหว่างทางนั้น...
นั่นต่างหากที่สำคัญ...

ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะทุกคน ...Have a nice year!




 

Create Date : 05 มกราคม 2553    
Last Update : 6 มกราคม 2553 10:10:19 น.
Counter : 192 Pageviews.  

ถามจันทร์...ถามใคร


Smiley ถามจันทร์...ในวันหนึ่ง


คุณเคยอยากลองเป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวคุณบ้างรึเปล่า?


ในวันนึงฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า "ไม่อยากไปทำงานเลยให้ตายสิ!" Smiley


ฉันนอนหลับตาทั้งที่ร่างกายตื่นนานแล้ว ขณะชั่งใจว่าจะไปหรือไม่ไปดี ถ้าไม่ไปจะแก้ตัวกับเจ้านาย(...)ยังไง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเวลาก็ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว 9 นาฬิกาเวลาเช้าของวันที่มีแสงแดดร้อนเจิดจ้าเป็นเพื่อน ฉันลาป่วย...


พอฉันลุกขึ้นนั่งๆ นอนๆ ให้พอหายมึนเพียงเพราะนอนมากเกินไป สักพักก็เปิดวิทยุที่อยู่ตำแหน่งปลายเตียงบนโต๊ะไม้เล็กๆ เลือกฟังคลื่นที่สัญญาณชัดเจนที่สุดแล้วนอนต่อ ไม่ค่อยชอบดูทีวีในวันธรรมดาเลยจริงๆ หนวกหูกับเสียงพิธีกรซึ่งพูดล้งเล้งเถียงกันและแย่งกันพูดเหมือนอยู่ในแผงขายปลามากกว่ากำลังทำรายการทีวี เบื่อสุดๆ กับละครบางเรื่องที่เอาใจคุณแม่(ที่อยู่กับ)บ้าน เพราะแค่ชีวิตจริงก็สุดรันทดอยู่แล้ว ยังมาซ้ำเติมเสริมแต่งให้ดูน้ำเน่าจนเกินไปอีก ฟังเพลงน่าจะดีที่สุดในเวลาที่สมองล้าร่างกายเกเรอย่างนี้ และแล้วฉันก็กระดี๊กระด๊า ลั้ลลา...ขึ้นมาซะงั้น ด้วยเสียงเพลงๆ หนึ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ทำนองกรุ๊งกริ๊งสบายใจ เนื้อเพลงที่ฟังแล้วยิ้มได้ทั้งที่รู้สึกเหงา และคงเป็นเพราะฉันชอบอะไรที่เกี่ยวกับท้องฟ้า ไม่ว่าจะก้อนเมฆขาวขาว ท้องฟ้าสีคราม พระจันทร์ ดวงดาว ฯลฯ ...มนุษย์ต่างดาว Smiley Smiley Smiley Smiley...อันนี้เคยเห็นแต่ในหนัง


แม้จะจดจำเนื้อเพลงตรงท่อนซ้ำๆ ได้อย่างกะท่อนกะแท่นว่า "อยู่ตรงนี้ อาจจะดีมากกว่า" แต่ก็พอทำให้ฉันมีอะไรทำในวันรุ่งขึ้นที่ต้องกระเสือกกระสนพาร่างกายไปทำงานอีกวันแล้ว ...*อธิบายคำว่ามีอะไรทำ


(*วันนึงในที่ทำงานกรณีที่คุณเป็นลูกจ้างบริษัทฯ ระดับมืออาชีพ ไม่ใช่เจ้านายงี่เง่าเจ้าอารมณ์ คุณคิดว่าคุณจะนั่งทำงานตลอดเวลาโดยไม่ว่อกแว่กทั้ง 8ชั่วโมงเลยเหรอ? ถ้าใช่ขอปรบมือให้กับความอดทนยิ่งชีพและกับงานเท่าภูเขาที่มีแต่คอยจะถล่มล้มทับคุณ ถ้าไม่ใช่ขอต้อนรับสู่โลกของมนุษย์จอมแว๊บบบบ... ผู้ที่ถือคติว่าเวลาทำงานควรบวกลบคูณหารให้พอดีกับเวลาท่องโลกอื่นนอกเหนือจากโลกของเวิร์ดสและเอ็กเซล กับโปรแกรมสำเร็จรูปเจ้าปัญหา ฮ่า ฮ่า ฮ่า นิสัยไม่ดีจริงๆ ด้วย Smiley)


ฉันได้รู้ว่าชื่อเพลงเหงาๆ ติดโรแมนติคนั้นชื่อว่าอะไรในวันต่อมา นึกชื่นชมกับระบบค้นหาข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ตอย่างออกนอกหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ เหมือนคนบ้าหน้าจอคอมพ์ ขณะนั้นเป็นเวลา 10:34 น. เวลาทำงาน (คำเตือน:การค้นหาข้อมูลต่างๆ มีความเสี่ยงโปรดตรวจสอบกาละเวลา ตำแหน่งที่อยู่ของตัวเจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจไม่ได้ก่อนลงมือค้นหาทุกครั้ง) เพลงนั้นชื่อ "ถามจันทร์" ของวง25 HOURS วงที่ไม่เคยได้ยินชื่อ ไม่เคยรู้จักเลย แต่ชอบเพลงของพวกเค้ามาก อยากบอกว่าชอบมาก มากจริงๆ ฉันฟังถามจันทร์ตั้งแต่ก่อนวันลอยกระทง จนวันลอยกระทงผ่านไป ฉันก็ยังใจลอยไปกับเพลงนี้อยู่ได้ ...บ้าจริงๆ Smiley


เนื้อเพลงบางส่วนที่ทำให้ฉันยิ้ม(คนเดียว)ได้


"ฉันเคย...อยากลองเป็นพระจันทร์ ลอยขึ้นฟ้าสักวัน ได้งั้นคงดี


พบเธอ...จึงเข้าใจได้ทันที


...


อยู่ตรงนี้ อาจจะดีมากกว่า


ได้ใกล้เธอ...


ได้อยู่ตรงนี้ เพียงฉันและเธอ


...


ถามจันทร์ ข้างบนดีรึเปล่า
มีแค่ฟ้ากับดาว เคยเหงาบ้างไหม
ฉันเองก็เคยเหงาไม่มีใคร
แต่วันนี้มี ที่รักอยู่เคียงหัวใจ"


...


บ่น บ่น บ่น ...ขี้เกียจอ่านก็ข้ามไปเพราะฉันก็แค่...Smiley


ในวันที่ฉันต้องเติบโตขึ้น... ฉันทำงานที่บริษัทxxx มาได้ 5 ปีแล้วรวมทั้งช่วงที่เป็นเด็ก Temp. จนก้าวเข้าสู่วงการมนุษย์เงินเดือนประจำอย่างเต็มตัว การเข้ามาของฉันนั้นเริ่มในฐานะน้องเล็กในแผนก เมื่อเวลาผ่านไปจากน้องเล็กของพี่ๆหน้าเก่า ก็พัฒนาขยับฐานะเป็นพี่ของน้องๆ หน้าใหม่ที่ก้าวเข้าร่วมวงการฯ ตอนนี้บรรยากาศในบริษัทxxx ค่อนข้างเงียบเหงาเพราะมรสุมจากภาวะเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก ประกอบกับโปรเจ็กต์ชื่ออภิมหาอลังการ"Ground Zero"(ตายล่ะ! คงไม่รู้หรอกนะว่าบริษัทไหนSmiley) ที่ทางเบื้องบนสั่งมาโดยแจ้งพนง.หน้ามึนให้เข้าใจกันถ้วนหน้าว่าเพื่อผลประกอบการของบริษัทที่จะดีขึ้นในอนาคต ทำให้มีพนง.กลุ่มใหญ่โดนปลดประจำการเหมือนทหารที่โดนปลดกลางอากาศท่ามกลางสมรภูมิรบ ...และแล้วงานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกรา โปรเจ็ต์นี้มีเฟส 2 อีกต่างหาก ฮ่าฮ่าฮ่า กำลังหาข้ออ้างให้ตัวเองออกจากงานเพื่อจะไปเริ่มต้นสิ่งที่ตัวเองอยากทำพอดี ฟังดูนิสัยไม่ดีอีกแล้วสินะเรา (นิสัยเน่าๆ ใครช่วยสั่งสอนทีSmiley)


มาถึงตรงจุดนี้เป็นเหมือนช่วงของรอยต่อ หรือจุดพลิกผันชะตาชีวิตฉันอีกครั้ง (...ขนาดนั้น Smiley) ฉันต้องกลับมาตั้งคำถามเดิมให้ตัวเองอีกครั้งว่า ฉันจะทำอะไรต่อไปกับหนทางข้างหน้าที่ชักจะไม่สดใสซะแล้ว


กับคนที่เรียนจบมาแบบจับฉ่าย ทำงานแผนกจับฉ่ายในตำแหน่งจับฉ่าย!! มีชีวิตแบบจับฉ่าย และเพราะรู้ว่าชีวิตมันไม่ง่ายอย่างนั้น การเริ่มมองหาจุดมุ่งหมายใหม่ก่อนไฟจะมอด จึงเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุดในเวลานี้ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรนี่เองทำให้ชีวิตฉันค่อนข้างจะเรื่อยเปื่อย และมักทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ อยู่ร่ำไป แต่ไม่ว่าคุณจะต้องหรือไม่...ชีวิตก็ยังต้องก้าวต่อไปอยู่ดี


ฉันยังจำเรียงความที่ต้องทำเป็นการบ้านตอนเด็กๆ ในหัวข้อ"อาชีพของฉันในอนาคต" ฉันคิดว่าความเป็นมนุษย์จับฉ่ายของฉันคงเริ่มตั้งแต่ตอนนั้น เพราะในเรียงความตั้งแต่ประถมเรื่อยมานั้น ฉันเคยอยากเป็นตั้งแต่ครูแค่เหตุผลง่ายๆ เพราะง่ายดีขี้เกียจคิด ต่อมาก็อยากเป็นพยาบาลเป็นครูอนุบาลเพราะคิดว่ารักเด็ก จากนั้นก็มารู้ตัวเองภายหลังว่าจริงๆ ไม่ใช่เลย Smiley เคยอยากไปท่องโลกอวกาศด้วยนะทว่าไปไกลได้แค่ท้องฟ้าจำลอง และเพราะคิดว่าได้เห็นดาวหางดวงใหญ่มากตอนนั้นคงอายุ 6-7 ขวบซึ่งอันนี้ก็จำไม่ค่อยจะได้เหมือนกันว่ามันเคยเกิดขึ้นจริงในคืนนั้นหรือฉันฝันไปเอง ฯลฯ อาชีพในฝันตอนนี้ที่อยากเป็นคือนักเขียน มีคนเคยบอกว่าถ้าอยากเป็นนักเขียนก็จงเขียน เขียน และเขียน ก็ไม่รู้ยังไงถึงยังเขียนไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักที ปัจจุบันจึงยังล่องลอยอยู่กับความฝัน...


ถึงอย่างนั้นฉันก็ตั้งใจว่าชีวิตบั้นปลายอยากไปใช้ชีวิตเงียบๆ ในบ้านหลังเล้กๆที่ไหนสักแห่ง ฝันทั้งๆยังไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยเนี่ยนะ...นี่แหละฉันฝันไม่เคยจบซักที


แต่ก่อนจะถึงฝันนั้น นี้ โน้น หรือฝันไหนๆ รวมทั้งฝันที่ยังมาไม่ถึงอีกมากมาย ฉันจะต้องเรียนรู้ที่จะรู้จักใช้ชีวิตเสียก่อน แต่ละคนก็มีชีวิตกันไปคนละแบบ จะแตกต่างกันก็ตรงการใช้ชีวิตนี่แหละ เราก็ไม่สามารถยึดตัวเราไปเป็นบรรทัดฐานของชีวิตใครๆ เพราะชีวิตใครๆ นั้นก็ไม่ใช่บรรทัดฐานของชีวิตเราเช่นกัน บางทีมันก็ขึ้นอยู่กับคำถามง่ายๆ การที่เรารู้ตัวเองว่าเรากำลังจะไปไหน กำลังทำอะไร และเราเป็นใครก็เท่านั้นเอง


(ไม่ใช่แค่คำถามอย่าง ฉันเป็นลูกใคร...รู้ป่าว??? ก็ถ้าแกไม่รู้ฉันจะรู้เรอะ! Smiley)


...ถามจันทร์ คงยังไม่รู้คำตอบ ถามใจตัวเอง แล้วก้าวออกจากกรอบ


คำตอบคงรออยู่ไม่ไกล... ใกล้ๆ ใจเรานี่เอง


ลั้ล ลา...Smileyยิ้มเข้าไว้ปลอบใจตัวเอง อิอิ


 






Free TextEditor




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 8 มกราคม 2553 12:07:03 น.
Counter : 319 Pageviews.  

1  2  

ก้อนหิน...ฤดูหนาว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Do you know what i definitely believe in ?
Fate, that things happen for a reason. (Felicity)
Friends' blogs
[Add ก้อนหิน...ฤดูหนาว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.