So if you have a minute why don't we go Talk about it somewhere only we know? This could be the end of everything So why don't we go Somewhere only we know...
Group Blog
 
All blogs
 

Venus & David

วีนัส & เดวิด
เนื่องมาจากนิยายเล่มนึงที่ได้มาจากร้านหนังสือมือสองเมื่อสัปดาห์ก่อน "วีนัสกับเดวิด" ตอนแรกหลงรักแค่เพียงหน้าปกเพราะที่ร้านเค้าห่อพลาสติกเลยแอบดูข้างในไม่ได้ หน้าปกนั้นเป็นภาพวาดสีน้ำเมือง ๆ นึงในประเทศอิตาลี และมีแสตมป์2ดวง ที่เป็นรูปDavid และ Venus วางทะแยงอยู่มุมภาพด้านขวาบน ที่รู้ว่าเป็นประเทศนี้ก็เพราะชื่อบนแสตมป์เค้าพิมพ์คำว่า "Italia-Firenze" น่ะ ความชอบเพิ่มมากขึ้นตามหน้าหนังสือที่เปิดอ่านไปเรื่อย ๆ ผ่านไป 5 หน้าพอรู้ที่มาที่ไปของเรื่องก็เริ่มยิ้มเล็กยิ้มน้อยคนเดียว ใครมาเห็นตอนเราอ่านหนังสือเวลานั้น คงคิดว่าเราเป็นบ้าแน่ ๆ อ่านเรื่องนี้แล้วเหมือนไปเที่ยวกับเพื่อนเลย นอกจากนั้นยังได้แอบอมยิ้มเล็ก ๆ กับเรื่องราวของคู่พระนางที่เถียงกันได้น่ารักน่าหยิก เวลาหวานก็หวานซะ...จนเราหุบยิ้มไม่ได้ อ่านจบก็ยังยิ้มในใจ คิดว่าถ้ามีตังค์ซักก้อนจะหอบผ้าหอบผ่อนบินไป Florence เลยทีเดียว...อยากไปจัง ตกหลุมรักซะแล้ว




 

Create Date : 18 กันยายน 2552    
Last Update : 18 กันยายน 2552 16:31:04 น.
Counter : 160 Pageviews.  

นก...ก้อนหิน ความรัก


ฉันอ่านนวนิยายเรื่อง "นกก้อนหิน" ของบินหลา สันกาลาคีรี จบมาสองวันแล้วแต่เรื่องราวในนั้นรวมถึงถ้อยคำบางคำยังค้างคาใจมาตลอดจนกระทั่งวันนี้ มีทั้งความไม่เข้าใจในความรู้สึกของตัวละครจนต้องมาอ่านทวนอีกหลายรอบ ไม่ใช่ว่าเขาเขียนไม่เข้าใจแต่เป็นเพราะตัวฉันเองมากกว่าที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวละครบอกเอง เหมือนอย่างคนที่ไม่เคยรักใครได้มากขนาดนั้น ในการถักถ้อยร้อยเรื่องของหนังสือพูดถึงความรักที่ไร้พันธนาการ รักที่ไม่ต้องการหรือเรียกร้องความซื่อสัตย์ รักในหนังสือเล่มนี้ต่างกันกับความรักในนิยายเรื่องที่เคยอ่านมา เพราะในที่นี้ความรักคือโอกาส คืออิสระที่เราจะรักใครซักคนหนึ่ง...

ฉันเชื่อในลางสังหรณ์ของตัวเอง (แม้หลังๆ มานี้จะไม่ค่อยให้ผลที่พึงใจก็ตาม) ฉันไม่ได้คาดหวังอะไร หรือคิดว่าจะได้พบสิ่งใดในหนังสือ ฉันหยิบ นกก้อนหิน มาพลิกดู 2-3 รอบ แล้วก็ตัดสินใจเดินออกมาจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ไม่ใช่เพราะชื่อของนักเขียนที่คุ้นตา ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงจากผลงานที่ผ่านมา แต่เป็นเพราะคำโปรยที่ปกหน้าหนังสือเท่านั้น ฉันไม่เคยอ่านงานเขียนของนักเขียนท่านนี้มาก่อนเลย ทว่าถ้อยคำบนปกหนังสือนี้กลับติดอยู่ในใจและซาบซึ้งในความรู้สึกเหมือนกับรักแรกพบอย่างไรอย่างนั้น

"ปีหนึ่งมีสี่ฤดู ต่อให้อีกสี่ปีก็แค่สี่ฤดู ฉันไม่ได้รอเธอนานกว่านี้..."

เรามักจะเสียเวลามากมายไปกับการหาคำตอบของคำถามที่เราไม่ต้องการคำตอบ เรามักจะคำนึงถึงผลลัพธ์มากกว่าวิธีการในการที่จะได้มาซึ่งสิ่งหนึ่งสิ่งใด... เหมือนกับฉันตอนนี้ที่ไม่เข้าใจว่าทำไมอังโตน หรือโตน พระเอกของเรื่อง จึงได้รู้สึกว่างเปล่าทั้งๆ ที่เขาได้ความรักและได้ครอบครองคนที่เขารักมากและรอมาตลอดเวลา 5 ปี ...ทำไมอังโตนจึงคิดว่าความรู้สึกของเขาในคืนมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวกะพริบในดวงตา 2 คู่เท่านั้นที่เปล่งประกาย เป็นความรู้สึกด้านมืดของจิตที่ชั่วร้าย

"ทำไม ผมกลับรู้สึกขอบคุณการมาของวังหม่าซือ" เขาพึมพัมจนแทบไม่ได้ยินกับผาฝน ผู้หญิงอีกคนที่ผ่านเข้ามาและกำลังจะผ่านไปในชีวิตของอังโตน ...ทำไมอังโตนจึงทิ้งร่มและรองเท้าเจ้าชายน้อยไว้ที่หน้าห้องของเยจินแทนการพบหน้าคนที่เขารักเมื่อครบกำหนดสัญญา...ถ้าความรักมีอิสรเสรี ถ้าเขาสามารถปลดปล่อยตัวเองจากคำสัญญาที่ให้กับเยจินดังคำที่เยจินว่า

"...คนดีของฉัน คำสัญญาไม่ใช่พันธนาการ...
ในวันหน้า ถ้าเธอกลับมาหาฉันก็เพราะอยากจะกลับมา...
ไม่ใช่มาเพราะคำสัญญา ถ้าเธอสามารถรักใครได้มากกว่าฉันเธอจงรัก และเลือกอยู่กับเขา ฉันก็จะเป็นสุขไปกับความรักของเธอ"

คนที่อยู่กับผาฝนตอนนี้คงเป็นโตนไม่ใช่ก้อนหินที่ทิ้งไว้ซึ่งความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเท่านั้น แต่ว่าคนเราไม่เหมือนกัน บางคนจึงสุขใจที่ได้รักแม้ไม่ได้ครอบครอง เป็นความสุขใจที่ได้คิดถึงใครสักคนในบางเวลา เป็นความอบอุ่นของหัวใจที่ไม่เรียกร้องวอนขอในสิ่งที่มากกว่านั้น เป็นอิสระในการที่จะรักและคิดถึงใครสักคนหนึ่ง นกคือนกผ้าที่เยจินมอบให้อังโตน ก้อนหินคือความหนักแน่นแลมั่นคงของโตน หรือบางทีนกอาจหมายถึงผาฝน เธอติดปีกให้กับรักของเธอและตัวเธอเอง เธอขี่จักรยานไปกับรองเท้าคู่แรกในชีวิตที่ไม่มียี่ห้อไม่ใช่ของแบรนด์ดัง และก้อนหินอาจหมายถึงหินก้อนเดียวก้อนนั้นที่อังโตนยื่นให้ในวันที่ถูกจับได้ว่านั่งเรียงหินทีละก้อนอยู่ริมน้ำตก ซึ่งพวกเค้าต่างเริ่มใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น... เมื่อได้อยู่ใกล้กันสิ่งที่ค่อยๆ เพิ่มพูนจึงไม่ได้มีเพียงเวลาที่ผันผ่านไป ความรู้สึกที่อยู่ภายในใจก็เช่นกัน...

"ฉันเดินทางมากับพี่ชาย ฯ ... เขาเป็นคนดี และรักผู้หญิงคนหนึ่งมากทีเดียว"

ฉันรักหนังสือเล่มนี้ ...และจะพยายามเรียนรู้ที่จะรักใครสักคน(ในอนาคต)ให้ได้อย่างผาฝนเช่นกัน...ในวันที่ฟ้าใส วันหนึ่ง




 

Create Date : 18 กันยายน 2552    
Last Update : 18 กันยายน 2552 15:59:23 น.
Counter : 1182 Pageviews.  


ก้อนหิน...ฤดูหนาว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Do you know what i definitely believe in ?
Fate, that things happen for a reason. (Felicity)
Friends' blogs
[Add ก้อนหิน...ฤดูหนาว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.