พฤษภาคม 2555

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
10 พฤษภาคม 2555
All Blog
แค่เอื้อม

ผมเพิ่งรู้ว่าวินาทีที่เฉียดความตายเป็นอย่างไร...ก็วันนี้

ตั้งแต่ไม่มีเธอในชีวิตผม...

ผมใช้ชีวิตไปวัน ๆ ทำในสิ่งเดิม ๆซ้ำซาก

ทำเหมือนเวลาไม่มีความหมายอะไรกับผม

แต่ความจริง...กับเรื่องจริง...มันแตกต่างกัน...

วันนี้ผมออกไปธุระ...ไกลจากบ้านเกือบร้อยกิโลเมตร

ขาไปมันก็โอเค ให้ความรู้สึกเหมือนทุกครั้งที่ออกเดินทาง

ถึงวันนี้หรือหลายครั้งที่ผ่านมาผมไม่มีคนนั่งข้างๆ

เหมือนเคยมีอีกต่อไปแล้ว...

วินาทีชีวิตของผม สั้น ๆ ง่าย ๆและผ่านอย่างรวดเร็ว

แต่ขากลับบ้านของเรามันต่างกัน....

ฝนตกหนัก...

มัวหม่นราวกับม่านน้ำนม...ผมมองไม่เห็นแม้กระทั่งเส้นของถนน

เห็นเพียงแสงวับวาบสีแดงของท้ายรถบรรทุก

ผมแค่ไม่อยากขับตามมันไป

วินาทีที่ผมแซงมันขึ้นไปนั้น..น้ำของรถคันนั้นสาดซัดเข้าเต็มหน้ากระจก

มันยิ่งกว่ามองไม่เห็นทาง...แต่มันมองไม่เห็นอะไรเลย

นอกจากน้ำฝนเท่านั้น....

วูบเดียบที่รถเอียง...วูบเดียวที่ใจผมหล่น

วูบเดียวจริง ๆที่ผมรู้สึกว่าเธอยืนอยู่ตรงนั้น....

มันเพียงแค่วูบเดียวจริง ๆที่ความตายอยู่แค่เอื้อม

เหมือนแตะมือกับความตาย...มองเห็นเธออย่างชัดเจน...

ดีที่รถไม่เสียหลัก...ดีที่ไม่มีรถคันหลังตามมา

ไม่เช่นนั้น...ผมคงได้ไปพบเธออย่างที่หวัง...

เพียงวินาทีเดียวเท่านั้น.....

ดวงผมยังแข็งหรือใครบางคนยังอยากทรมานผมต่อไปอีกสักหน่อย

และเธอก็ยังคงต้องรอผมต่อไป....

ผมไม่รู้ว่าตัวเองเสียใจหรือเปล่าที่พลาดวินาทีนั้นไป

แต่ผมรู้แน่ๆคือใครบางคนวีนผมยับเยิน...

ใครบางคนสั่งห้ามผมขับรถขณะฝนตกหนัก...

และใครบางคนโมโหความดื้อรั้นของผมจนวางสายไป

....ผมแค่ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง...

...ผมแค่ใช้ชีวิต..อย่างที่มันเคยเป็น...

...และผมก็แค่อยากขอโทษ ใครคนนั้น...เพี่อนคนสำคัญเสมอมาและตลอดไป

...ผมเข้าใจความห่วงใยนั้น

ผมเข้าใจความหวังดีของเธอ....

เพียงแต่ผมไม่รู้จะพูดแทรกเธอตรงไหนตอนไหน

เมื่อเธอเล่นรัวกระสุนคำพูดเป็นชุด ๆไม่หยุดให้ผมได้แก้ตัว...

...ขอโทษ...ที่ทำให้เป็นนห่วง...แค่อยากจะบอกอย่างนั้น

แต่คนโวยวายก็วางสายทิ้งกันไปเสียแล้ว....

......

ผมรู้ดีว่าถ้าในวันนี้เธอคนนั้นยังคงอยู่ตรงนี้

ผมก็คงจะโดนมากกว่าที่โดนวันนี้

และถ้าเธอยังคงอยู่ตรงนี้...ผมอาจจะจอดพักรถรอให้ฝาซาลง

แต่...

เพราะไม่มีเธอ...ผมก็แค่อยากกลับบ้านของเราก็เท่านั้น

มาถึงตอนนี้...

เศษเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกของผม...

ผมเสียดายวูบเดียวที่ว่า...อย่างจริงจัง

ผมเสียดายวูบเดียว...ที่จะต้องรอคอยเวลาอีกต่อไป

ผมแค่เสียดาย...ที่ได้เห็นเธอในวินาทีนั้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที...

แต่...

ผมก็ยังดีใจ...ทียังได้กลับมาฟังเพื่อนคนสำคัญโวยวาย

เพราะนั่นหมายถึงความห่วงใย...ที่มันยังคงมีความสำคัญสำหรับผม
มันแปลว่าผมยังมีค่ากับใครบางคน...

และใครบางคนยังต้องการให้ผมชีวิตอยู่ต่อไป...ก็เท่านั้น....




Create Date : 10 พฤษภาคม 2555
Last Update : 10 พฤษภาคม 2555 21:51:09 น.
Counter : 1518 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จิตปาตลี
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อคนี้ เป็นของผู้เขียนตามกฎหมาย ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากเจ้าของผลงาน หากต้องการนำงานเขียนชิ้นใดไปเผยแพร่ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของเรื่อง


คนที่จากไปอาจจะดีกว่า
คนที่เหลืออยู่ข้างหลัง....
เพราะการเหลืออยู่เพียงคนเดียว
มันทุกข์ทรมานยิ่งกว่า
การตายไปแล้วเสียอีก...



Love of my life
you've hurt me
You've broken my heart and now you leave me
Love of my life can't you see
Bring it back, bring it back
Don't take it away from me
Because you don't know -
What it means to me

Love of my life - don't leave me
You've taken my love and now desert me
Love of my life can't you see
Bring it back, bring it back
Don't take it away from me
Because you don't know -
What it means to me

You will remember -
When this is blown over
And everything's all by the way -
When I grow older
I will be there at your side to remind you
How I still love you - I still love you

Back - hurry back
please bring it back home to me
Because you don't know
What it means to me

Love of my life
Love of my life ...



คืนนี้ มันช่างซาบซึ้งถึงไออุ่น
เมื่อเราสองเคียงข้างกัน
คืนนี้ ไม่เป็นแค่ความฝัน
ฉันมิเธออยู่ในอ้อมแขนตามลำพัง
เอ่ยคำรัก ใต้เงาแสงจันทร์
สบตากัน อย่างรู้ใจ
จูบเบา ๆ และลูบไล้ กอดเธอไว้ในอก
จะมีอะไรที่ดีไปกว่าสิ่งนี้ที่เฝ้ารอ

แค่หนึ่งคืน ก็อิ่มเอมสุขใจ
ที่ได้สัมผัส ไอรักกันและกัน

แค่หนึ่งคืน ก็เนิ่นนาน
เหมือนล่องลอยสู่วิมานสุดฟ้า

คืนนี้ เธอได้ยินไหม เสียงหัวใจ
ซึ่งเรียกร้องเพียงแต่เธอ
คืนนี้ ขอเพียงได้พร่ำเพ้อ
เรียกแค่ชื่อเธอ
เมื่อเป็นของกันและกัน

เอ่ยคำรัก ใต้เงาแสงจันทร์
สบตากัน อย่างรู้ใจ
จูบเบาๆและลูบไล้
กอดเธอไว้ในอก
จะมีอะไรที่ดีไปกว่าสิ่งนี้ที่เฝ้ารอ

แค่หนึ่งคืน ก็อิ่มเอมสุขใจ
ที่ได้สัมผัส ไอรักกันและกัน
แค่หนึ่งคืน ก็เนิ่นนาน
เหมือนล่องลอยสู่วิมานสุดฟ้า
อัศจรรย์และลึกล้ำ
เกินกว่าคำ พูดใด
ยากเกินที่ใครจะมาแยกเรา
ถึงแม้พรุ่งนี้ ไม่มีเธอแล้ว
จะเก็บคืนนี้ไว้กับใจ
แค่หนึ่งคืน ก็อิ่มเอมสุขใจ
ที่ได้สัมผัส ไอรักกันและกัน
แค่หนึ่งคืน ก็เนิ่นนาน
เหมือนล่องลอยสู่วิมานสุดฟ้า

(แค่หนึ่งคืน : เอ็กซ์แอลสเต๊ป)