To sooth my soul
Group Blog
 
<<
กันยายน 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
12 กันยายน 2556
 
All Blogs
 
ว่าด้วยความเชื่อที่แตกต่าง

ความเชื่อแบบพวกลัทธิจาราวาก และ พวกโสฟิสต์ ซึ่งถือว่า "อะไรที่มีอยู่จริง ต้องรับรู้ได้ทางประสาทสัมผัสเท่านั้น" ออกไปในแนวทางวัตถุนิยม และสสารนิยม คนที่มีแนวคิดแบบนี้มักใช้ประสาทสัมผัสของตนเป็นมาตรฐานในการวัดทุกสิ่ง จึงมักคิดและทำสิ่งต่างๆตามใจตัว เพื่อปรนเปรอสัมผัสของตัว

เมื่อลองพิจารณาว่า แนวคิดแบบลัทธิจารวากเกิดขึ้นในอินเดียด้วยสาเหตุใด
สาเหตุหนึ่งที่เกิดความเชื่อประเภทนี้ก็คือ เมื่อผู้คนรู้สึกว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี พวกเขาจึงเลิกเชื่อในความดี เพราะเขาสัมผัสความดีและผลของความดีไม่ได้

ในอินเดียสมัยหนึ่ง พวกสมณะพราหมณ์ถือตัวว่าเป็นบุคคลพิเศษ
พวกพราหมณ์ ถือตนว่าเป็นวรรณะที่เกิดจากพระโอษฐ์ของพระพรหม จึงผูกขาดการประกอบพิธีกรรมไว้แต่พวกตน และถือตนว่าเป็นผู้วิเศษที่มีสิทธิ์ในการติดต่อกับเทพเจ้า ใครจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลต้องผ่านพวกเขาเท่านั้น พวกพราหมณ์จึงเหลิง ยกตนสูงกว่าเทวดา เพราะเทวดาจะสื่อสารกับมนุษย์ก็ยังต้องผ่านพราหมณ์

ควมเชื่อแบบพวกจารวากจึงเกิดขึ้น เพื่อคัดค้านทัดทานพวกพราหมณ์ 
แต่กระนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าความคิดบางอย่างของพวกจารวากถือเป็นการเห็นผิดเป็นชอบ
หากคนคิดว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี ผลของกรรมไม่มี คนจะไม่กลัวบาป ทำบาปได้โดยไม่สำนึก

อ้างจาก หนังสือ ปวงปรัชญาอินเดีย ของ อ.ฟื้น ดอกบัว
ขอต่อเนื่องไปยัง ปายาสิราชัญญะสูตร ตอนท้ายพระสูตรพระกุมารกัสสปบอกว่า


ชาย ๒ คนชวนกันไปยังชนบทเพื่อหาทรัพย์ ไปพบป่านในระหว่างทางก็ห่อป่านเดินทางไป ครั้นไปพบด้ายที่ทอจากป่าน คนหนึ่งเห็นด้ายมีราคากว่าก็ทิ้งป่านห่อด้ายไป อีกคนหนึ่งไม่ยอมทิ้ง ด้วยถือว่าแบกมาไกลแล้ว ผูกรัดไว้ดีแล้ว. โดยนัยนี้ไปพบผ้าเปลือกไม้. ผ้าฝ้าย , เหล็ก , โลหะ , ดีบุก ตะกั่ว, เงิน, ทอง คนหนึ่งทิ้งของเก่าถือเอาของใหม่ที่มีราคากว่า แต่อีกคนหนึ่งไม่ยอมทิ้ง ถือว่าแบกมาไกลแล้วผูกรัดไว้ดีแล้ว เมื่อกลับไปถึงบ้าน บุตร ภริยา เพื่อนฝูงแบกห่อป่าน ก็ไม่ชื่นชม แต่บุตร ภริยาเพื่อนฝูงของผู้แบกห่อทองกลับมา ต่างชื่นชม.

เมื่อคิดแล้วเราควรเอาอย่างผู้ใด

หากเราเห็นว่าสิ่งที่ถือเอาไว้ไม่ดีงาม ไม่ถูกต้อง ก็ละเสีย หันมาถือสิ่งที่ดีงาม ถูกต้อง เหมาะสม
อย่ากลัวเสียหน้า อย่าถือความกลัวเสียหน้าไปกับตัว เพราะสุดท้ายจะไม่เกิดประโยชน์อะไร มีแต่โทษเสียด้วยซ้ำ

ช่วงหนึ่งในชีวิตอขงผมก็เคยมีความเชื่อแบบ จารวาก
แต่เมื่อเวลาผ่าน ได้ประสบพบเจออะไรมากขึ้น ก็รู้ว่า
กรรม และผลกรรมมีจริง

ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว

เขียนไว้เพื่อเตือนตัวเองครับ
ผมว่าพระสูตรเขียนยากไปครับ อยากให้มีฉบับที่เขียนให้อ่านง่ายๆ
จะได้เข้าถึงคนอ่าน




Create Date : 12 กันยายน 2556
Last Update : 12 กันยายน 2556 13:21:02 น. 0 comments
Counter : 422 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Polarbee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ไม่เขียน ไม่เลอะ
ไม่เปรอะ ไม่ผิด
ไม่เขียน ไม่คิด
ไม่ผิด ไม่จำ
New Comments
Friends' blogs
[Add Polarbee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.