I'm the Knight who sometime mad sometime nice
Group Blog
 
All blogs
 

ถนน

๑๖ พ.ค. ๒๕๕๔

เมฆมรสุมตั้งเค้าเทาทมึนทับท้องฟ้าในยามบ่ายให้ครึ้มทีม
หลังจากที่พื้นถนนลาดยางถูกฉาบชะโลมด้วยเปลวแดดมาตลอดช่วงครึ่งวันเช้า
และคาดว่าน่าจะถูกหยาดพิรุณทำให้เปียกปอนในยามเย็น

ห้วงฤดูนี้ ถนนเส้นดังกล่าวจะถูกทาทาบด้วยทั้งความร้อนจากดวงอาทิตย์
ความหนาวเย็นของเม็ดฝน การกดทับของรถที่สัญจรผ่าน
ถูกเสียดแทรกขัดสีด้วยผงฝุ่น เม็ดทราย และสายลม
โดนส่องสาดด้วยแสงสว่างของกลางวัน และถูกปกคลุมด้วยความมืดของยามกลางคืน
สลับไปมาเป็นวงรอบเช่นนี้ ปีแล้วปีเล่า

ถนนที่ว่านั้นคือถนนลาดยางที่วางตัวไปทั่วค่ายพระรามหก
ถนนเส้นแรกของผมสำหรับสายทางชีวิตตำรวจตระเวนชานแดนนั้นเอง

ย้อนกลับไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน นับจากวันอาทิตย์ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๔
ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของผม และเป็นวันเดียวกันกับวันรายงานตัวเข้ารับการฝึก
หลักสูตรผู้บังคับหมวดตำรวจตระเวนชายแดน ที่ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ เพชรบุรี

เป็นปกติของ ตชด. ที่นายตำรวจผู้หมวดใหม่ก่อนที่จะไปทำงานในหน้าที่ของตนนั้น
จะต้องผ่านการฝึกอบรม ปรับพื้นฐาน ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในบทบาท อำนาจหน้าที่
ของผู้บังคับหมวดที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้นำหน่วย
ให้เกิดประสิทธิภาพจนบรรลุจุดประสงค์ของหน่วย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม
นำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของประชาชน และความมั่นคงบ้านเมือง

โดยทั่วไปผู้ที่จะเข้ามาเรียนหลักสูตรนี้จะเป็นร้อยตำรวจตรีจบใหม่ถอดด้าม
เพิ่งแกะจากบล็อกโรงงาน ตียี่ห้อโรงเรียนนายร้อยตำรวจออกมาสดๆ ร้อนๆ
กับอีกส่วนหนึ่งคือนายตำรวจชั้นประทวนที่สอบขึ้นเป็นชั้นสัญญาบัตรได้
เป็นร้อยตำรวจตรีใหม่ๆ แต่อายุการใช้งานค่อนเก่า
ก็จะมีอยู่สองส่วนนี้เท่านั้นที่จะมีโอกาสเข้ามาฝึกในหลักสูตรนี้

แต่ด้วยนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือเพราะอะไรก็ไม่ทราบ
ที่นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นผมทั้งรุ่น เมื่อจบมาแล้ว ยกรุ่นไปทำงานเป็นพนักงานสอบสวน
ในกองบัญชาการตำรวจนครบาลทั้งหมด

ผมเองก็หนึ่งในนั้น ที่มีโอกาสโลดแล่นอยู่เป็นตำรวจเมืองกรุงราวสองปี จนติดยศร้อยตำรวจโท
นอกจากวิชาความรู้ ประสบการณ์จากนครบาลแล้ว ยังได้ร่างกายที่ทรุดโทรม
และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกว่ายี่สิบกิโลกรัมเป็นของแถมด้วย

แต่วันดีคืนดี คำสั่งให้นายตำรวจรุ่นผมเลือกตำแหน่งใหม่ก็โผล่มาราวกับสายฟ้าแลบ
เรียกได้ว่าพูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันเลยทีเดียวว่าจะดีใจหรือเสียใจดี แต่ที่แน่ๆ ตกใจแน่นอน
อย่างว่าแหล่ะครับ อยู่ทำงานมาแรมปี ความผูกพันกับนาย ลูกน้อง เพื่อนร่วมงานมันก็มี
จู่ๆ จะต้องมาย้าย เป็นธรรมดาที่ต้องมีอาการใจหายกันบ้าง แต่เมื่อพอปรับอารมณ์ได้
ตัวผมก็เลือกลงในตำแหน่งที่เคยหมายมั่นปั้นใจไว้ว่าอยากจะเลือกลงตั้งแต่เป็นนักเรียนแล้ว
นั่นคือตำรวจพลร่ม ตชด. ค่ายนเรศวรนั่นเอง

นับว่าเป็นที่ประหลาดใจพอสมควรสำหรับผู้บังคับบัญชาในส่วนของ บช.ตชด.
ที่จะต้องจัดการฝึกหลักสูตรผู้บังคับหมวดให้กับร้อยตำรวจโทที่จบออกมาแล้วถึงสองปี
แต่ในความเป็นจริง และความจำเป็นทั้งหมดทั้งมวลก็หาได้เป็นปัญหาอย่างใดไม่ ที่จะฝึก

กลับมาที่หลักสูตรผู้บังคับหมวดกันต่อ
หัวข้อวิชา เนื้อหาในการเรียน การฝึกนั้น เริ่มจากภาพกว้างตั้งแต่ประวัติ ที่มา ของ ตชด.
ภารกิจ บทบาท หน้าที่ โครงสร้างและการจัดหน่วย แคบลงมาในเรื่องงานอำนวยการ
และงานในหน้าที่ของผู้บังคับหมวด ความเป็นผู้นำ ไปจนถึงยุทธวิธี และการใช้อาวุธ
สอดแทรกด้วยการศึกษาดูงานพื้นที่ปฏิบัติการจริง และปิดด้วยภาคสนามในสัปดาห์สุดท้าย

ส่วนระเบียบปฏิบัติประจำวันนั้น เริ่มจากเช้าตีห้าตื่นขึ้นมาวิ่งออกกำลังกาย ฝึกอาวุธ
ก่อนที่จะรับประทานอาหารเช้า เคารพธงชาติและเข้าเรียนในช่วงกลางวัน
ซึ่งบางวิชาก็เป็นทฤษฎีที่นั่งเรียนกันในห้อง แต่บางคาบบางวิชาก็ต้องฝึกกันกลางแจ้ง
ต่อด้วยการวิ่ง ออกกำลังกายในตอนเย็น และเรียนฝึกศึกษาต่อในเวลากลางคืน
จะเป็นวงรอบเช่นนี้ โดยตลอดระยะเวลาทั้งหมดสามเดือน

นี่ก็ผ่านการฝึกมาแล้วสามสัปดาห์
ร่างกายเคยที่ย่ำแย่จนถึงขีดสุด ก็ได้พัฒนาขึ้นมาบ้าง
จิตใจที่ห้าวหาญ รุกรบ และความเป็นผู้นำที่ไม่เคยได้ใช่ตอนเป็นพนักงานสอบสวน
และมันกำลังจะดับมอดไป ก็ได้ครุกรุ่น พร้อมที่จะรุกโชนขึ้นมาบ้าง
และคาดว่าการฝึกที่เหลืออีกสองเดือนครึ่ง ตัวผมเองจะสามารถดำรงความตั้งใจ
ตักตวง รับเอาความรู้ใหม่เพิ่มเติมเข้าไป ปัดฝุ่น ทบทวนความรู้เก่าๆ
ลับคมฝีมือให้เฉียบ บำเพ็ญตบะจนแก่กล้า พร้อมที่จะสู้รบในสนามจริงต่อไป

และผมได้หวังไว้ในใจว่า... เส้นทางชีวิตของผมที่ผ่านทั้งหนาว ร้อน สุข ทุกข์
ต้องเผชิญไม่ว่าทั้งความสำเร็จยินดี หรืออุปสรรคนานับประการในภายภาคหน้า
ที่สุดแล้วมันจะเป็นเส้นทางที่แกร่ง แข็งแรง ทนทาน ทอดยาว และสง่างาม
ประดุจดังถนนลาดยางในค่ายพระรามหกที่ผ่านแดดลมฝนปีแล้วปีเล่า อย่างไรอย่างนั้น


แอ็คชั่นเล็กๆ ในชั่วโมงฝึกการรบในเมือง


นี่คือ ๑ ใน ๑๐ ของหลักการสงครามครับ "หลักการออมกำลัง"


จบสัปดาห์ฝึกการรบในเมือง ที่มีครูฝึกจากหน่วยนเรศวร ๒๖๑ มาฝึกให้
นำโดย ร.ต.อ.ชายวุธ ชายโอฬาร หรือพี่อ๋องของเรานั่นเอง


ฝึกการปฏิบัติการร่วมอากาศ - พื้นดิน


ปล.๑ ในห้วงเวลาสามสัปดาห์ที่ผ่านมา นับจากวันเริ่มฝึกจนถึงวันนี้
มีวันที่สำคัญในชีวิตผมอยู่สองวัน วันแรกคือวันที่ ๒๔ เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของผม
และวันที่สองคือวันที่ ๘ พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดน้องสาวของผม
ทั้งสองวันนั้นมีจุดเชื่อมกันอยู่จุดหนึ่ง คือต่างก็เป็นวันที่คุณแม่จันทนาได้ให้กำเนิด
เราสองพี่น้องขึ้นมา ผมขอใช้โอกาสนี้เขียนขอบคุณคุณแม่จันทนาที่มอบความรัก เลี้ยงดู
อบรม สั่งสอนเรามา และความรักของแม่นั้นยังคงมีให้เราทั้งสองคนพี่น้องเสมอไม่เสื่อมคลาย
แม้ผมจะไม่ค่อยกลับไปเยี่ยม ไปหา แต่ผมก็อยากให้แม่รู้ว่าผมคนนี้ยังคงเป็นลูกชายคนเดิม
ยังรัก ยังคิดถึง ยังห่วงใย และให้ความสำคัญกับคุณแม่เสมอ

ปล.๒ คุณพ่อจีรวัฒน์อย่าน้อยใจนะครับ ผมก็รักพ่อเหมือนกัน
และอยากบอกว่าลูกคนนี้ไม่ได้ลืม หรือไม่ให้ความสำคัญกับครอบครัวเลย
แต่ตอนนี้คุณพ่อ คุณแม่ยังแข็งแรง พอดูแลตัวเองกันได้อยู่
(ในบางครั้งที่ผมเงินหมดก็ยังต้องดูแลผมได้อีกด้วย)
ผมขอใช้ช่วงเวลานี้ ทำงานของผมสักพัก ขอช่วยเหลือคนที่เขาลำบากกว่าเรา
คนที่ดูแลตัวเขาเองไม่ได้จริงๆ ก่อน

เมื่อถึงเวลาที่สมควร หรือถ้าตัวผมอยู่ตรงนี้แล้วไม่สามารถสร้างประโยชน์อันใดพิ่มได้อีกแล้ว
เมื่อนั้น ผมจะกลับไปทดแทนบุญคุณ และทำเพื่อครอบครัวของเราบ้าง




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2554 20:06:29 น.
Counter : 1435 Pageviews.  

สงกรานต์รั่วๆ

- อังคารที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๔

แดดชำอะยามสายสาดไอระอุร้อนผ่าว ทำให้แก้มและหน้าผากผมร้าวร้อนวูบวาบ

ผนวกกับฤทธิ์สุราเมื่อคืน ที่ยังค้างเคล้าเข้าระคนปะปนกับกระแสเลือด
ทำให้สติสตางค์ของผมไม่สดสว่างเท่าที่ควร แต่ก็หาได้เป็นอุปสรรคไม่

เช้านี้ที่ผมฝีนสังขารสังหารความขี้เกียจลุกขึ้นมา เพราะเมื่อคืนขณะร่ำน้ำเมากับลูกน้อง
ดันไปตกปากรับคำไปแล้วว่าเช้านี้ พวกเราจะไปหาปลากัน

และแล้วเช้าวันนั้น ผมกับเพื่อนอีกสองคนประกอบด้วย หมวดกั๊ก และหมวดต๊อบ
ต่างพากันมาปรากฎกายอยู่ ณ ฟิชชิ่งปาร์ค หรือสระน้ำข้างสนามยิงปืนค่ายนเรศวรนั่นเอง

หลังจากทักทายกับบรรดาลูกน้องที่มาถึงก่อนแล้ว ทุกคนก็เข้ายืนประจำตำแหน่งรอบอวน
และค่อยๆ รื้อตาข่ายอวยให้กางออกอย่างเป็นระเบียบ ตรงนี้ถือเป็นงานที่ไม่ยาก
และใช้ทักษะไม่เยอะ ผมจึงพอร่วมทำกับเขาได้ โดยไม่เคอะเขิน (เนียนๆ ไป)
เมื่อคลี่ตาข่ายออกแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือลากปลายตาข่ายด้านหนึ่งลงบ่อ
แล้วทำการลากไปเรื่อยๆ จนคอบคุมบริเวณ ขั้นตอนนี้ จะต้องมีหลายคนลงน้ำ
และช่วยกันว่ายน้ำลากตาข่ายให้ไปในพื้นที่ที่ต้องการ เนื่องด้วยเมื่อไม่กี่วันก่อน
ผมได้ประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยจนเล็บหลุดเป็นแผลที่เท้า จึงไม่ได้ลงน้ำไปลากกับเขา (เสียดายๆ)

เมื่อลากตาข่ายตีวงคอบคุมพื้นที่แล้ว ต่อไปเป็นการตีวงให้อวนแคบลงมาเรื่อยๆ
โดยการเอาปลายตาข่ายทั้งสองด้านมาจรดกัน และค่อยบีบพื้นที่ให้อวนจากตอนแรก
ที่ตีโอบพื้นที่ในลักษณะวงกลม ตีแคบเข้ามาเป็นลักษณะเส้นตรง จุดนี้ต้องใช้ความสามัคคี
และทักษะพอสมควร เพราะนอกจากมือจะต้องลากขอบบนของอวนแล้ว
ยังต้องใช้เท้าในการกดขอบล่างให้ติดพื้น และลากพร้อมไปด้วย
(จะได้ปลาไม่ได้ปลา ก็อยู่ที่เท้านี่แหล่ะ ว่ากดลากติดพื้นหรือไม่)

เมื่อได้อวนอยู่ในลักษณะเส้นตรงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการม้วน
เริ่มจากม้วนปลายด้านใดด้านหนึ่งเข้ามาเรื่อยๆ จนหมด พอถึงตอนนี้ อวนจะกลายเป็นเหมือน
ลูกบอลกลมๆ ใหญ่ๆ ที่มีปลาอัดอยู่ในนั้นเต็มไปหมด

จากนั้นจะเป็นขั้นตอนของการช่วยกันยกลูกบอลปลาขึ้นฝั่ง
แล้วม้วนคืน ขณะที่ม้วนก็แกะปลาที่ติดตาข่ายอยู่ใส่ถัง เมื่อเสร็จก็ทำความสะอาดอุปกรณ์
และยกปลาขึ้นรถ แยกย้ายกลับไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อกลับมาร่วมงานเลี้ยงสงกรานต์ที่กำลังจะเริ่ม



ผมใช้เวลาอาบน้ำชำระร่างกายสักพักหนึ่ง จึงเดินทางไปยังกองกำกับการ ๓
(กองกำกับปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งหน้าที่หลักคือการต่อต้านการก่อการร้ายสากล
มีร้อยปฏิบัติการพิเศษนเรศวร ๒๖๑, ร้อยกูชีพ และร้อยเก็บกู้วัตถุระเบิด เป็นหน่วยในสังกัด)
ซึ่งในวันนี้คือสถานที่เฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์ของเหล่าตำรวจพลร่ม

บรรยากาศในงานไม่ต่างจากงานเทศกาลสงกรานต์อื่นๆ สักเท่าไหร่
มีการดื่ม (เจ๋งตรงที่กับแกล้มนี่หาเอง ทำเอง ปริมาณสะใจ รสชาติสุดยอด)
จากนั้นก็เป็นการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ ในที่นี้ก็คือผู้บังคับบัญชา ประกอบด้วย
รองผู้การสองท่าน (พี่เบี้ยวและพี่ปรี) ผู้กำกับ (พี่หนุ่ย) รองผู้กำกับ (พี่สิทธิและพี่ตรี)

ความมันส์ มันเริ่มขึ้นหลังจากนี้สิ เมื่อสิ้นพิธีการแล้ว และความเมากำลังได้ที่
ต้องมีการเล่นสาดน้ำปะแป้ง แป้งที่นี่นอกจากดินสอพองแล้ว ยังมีสีพราง
(ไอ้ที่ทหารเขาใช้ทาหน้าให้ดำๆ นั่นแหล่ะ) พอสีพรางหมดก็เป็นเขม่าก้นหม้อ
ไปจนถึงเขม่าท่อรถ เอามาไล่ทาหน้า ทาตัวกันสนุกสนานกันไป
สักพักก็เริ่มมีเล่นจับกันโยนน้ำ จับกันเข้าเสา สลับกับร้องรำทำเพลงและดื่มกินกัน คุยกัน
หัวเราะกันเฮฮา

ส่วนตัวผมก็ทั้งหน้า ทั้งเนื้อ ทั้งตัว ดำไปด้วยสีพรางจริงๆ และสีพรางเฉพาะการ
เปียกปอนไปด้วยน้ำที่นำมารดกัน สาดกัน อวยพรกัน ซึ่งนับว่าเป็นสภาพของนายตำรวจ
ที่ดูไม่ได้ที่สุดแล้ว เรียกว่าเมาเสียคนกันเลยทีเดียว
(ปกตินายตำรวจหลายๆ นายจะยอมมาไม่คลุกคลีกับลูกน้องตำรวจชั้นประทวน
มากมายนัก เหตุเพราะกลัวเสียการบังคับบัญชา หรืออาจเพราะอีโก้ส่วนตัวก็ยากจะหยั่ง)

แต่ผมก็ได้หาสนใจไม่ วันนี้เขาเล่นกัน ผมเล่นด้วย เขาทำอะไรกัน ผมทำด้วย
ความเป็นสัญญาบัตร ความเป็นประทวน เป็นเพียงบทบาทสมมุติเท่านั้น
ถ้าเราอยู่กันด้วยใจ เคารพ และเข้าใจในความเป็นมนุษย์ของกันและกัน
มีหรือผมจะทำงานร่วมกับพวกเขาไม่ได้ มีหรือที่ผมจะปกครองบังคับบัญชาพวกเขาไม่ได้

จะหาว่าผมรั่ว หลุด เพี้ยน บ้าบอ หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ว่ามา ผมไม่สน

เพราะบางทีความเขลาและบ้า บางครั้งมันก็เป็นแรงผลักดันที่น่าทึ่ง


ชีวิตที่กล้าลองเพี้ยนบ้าง รั่วบ้าง หลุดบ้าง เสี่ยงบ้าง
มักได้รับสิ่งตอบแทนที่น้อยคนจะได้สัมผัสเสมอ





 

Create Date : 15 เมษายน 2554    
Last Update : 15 เมษายน 2554 15:26:18 น.
Counter : 340 Pageviews.  

รับน้องพลร่ม

หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว (๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔) ผมได้รายงานตัวที่ค่ายนเรศวรเป็นที่เรียบร้อย
รุ่งขึ้นมาจึงขอทำเรื่องลากลับไปดำเนินการทางธุรการ (หนังสือส่งตัว, ใบ กพ.๗, ขนของ, ฯลฯ)
และสะสางงานของที่ทำงานเก่าให้เรียบร้อย (ส่งมอบข้อมูลที่รับผิดชอบ, ส่งมอบของกลาง, ฯลฯ)


จนมาถึงวันจันทร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔
จึงเดินทางกลับมาที่ค่ายฯ อีกครั้ง ในวันนี้ทางค่ายฯ ได้จัดให้มีการปฐมนิเทศ
เนื้อหาการบรรยายพูดถึงประวัติ ที่มา ภารกิจ ภาพรวมและโครงสร้างหน่วย

ไฮ-ไลท์ ในช่วงบ่ายครับ
เป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และแนะนำสถานที่ภายในค่าย
การเคลื่อนที่จากสถานที่หนึ่ง ไปอีกสถานที่หนึ่ง เป็นการเคลื่อนที่แบบพิศดาร
วิ่งบ้าง กลิ้งบ้าง คลานบ้าง แบกกันบ้าง หัวปักพื้นเล่นบ้าง
ผิวหนังถูกกระทบด้วยของแข็งไม่มีคมบ้าง รวมๆ แล้วนับว่าไม่หนักหนาสาหัสนัก
พอทนและถูๆ ไถๆ ตามที่พี่ๆ สั่งได้เรื่อย แต่ก็ร้าวอยู่พอสมควร

เมื่อเสร็จพิธีการกระชับความสัมพันธ์พี่น้องสไตล์พลร่มรบพิเศษ
ตกดึก ก็ตามสูตร ล้างแผล และแก้เมื่อยด้วยแอลกอฮอล์อย่างไม่จำกัดจำนวน


เมื่อเมาแล้วจึงกลับไปพักผ่อน เพื่อตื่นรวมพลในเช้าวันต่อไป


ช่วงนี้ ทางค่ายฯ ได้จัดให้ผมอยู่ในช่วงเรียนรู้งาน
การปฏิบัติประจำคือฟังบรรยายในช่วงเช้าและบ่าย (ในวันแรกๆ)
ฟังบรรยายในช่วงเช้า และฝึกในช่วงบ่าย (ในห้วงกลาง)
ฟังบรรยายไม่มี และฝึกทั้งวัน (ในช่วงหลังๆ)

ตกเย็นก็อาบน้ำ ทานข้าว และดื่มกับพี่ๆ ในยามดึก ปฏิบัติวนเป็นวงรอบอยู่อย่างนั้น


มีความสุขดีครับ กับการเป็นตำรวจพลร่ม อาจจะเหนื่อยบ้าง แต่สบายใจ
พี่น้องอยู่กันแบบพี่น้องจริงๆ ไม่มีผลประโยชน์ให้มาทะเลาะเบาะแว้งกัน




 

Create Date : 02 เมษายน 2554    
Last Update : 2 เมษายน 2554 15:19:53 น.
Counter : 387 Pageviews.  

สู่อ้อมอก ตชด.

ตชด. ย่อมาจากตำรวจชายแดน...
น้องเอ๋ยลำบากเหลือแสนต้องอยู่ชายแดนที่ไกลแสนไกล...
คุณรุ่งเพชร โพธาราม แกร้องไว้อย่างนั้น

จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ แต่ตอนนี้ ( เช้าของวันจันทร์ที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔)
ผมได้มายืนอยู่หน้าตึกกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนแล้ว


นี่คือวันที่ทาง ตชด. กำหนดให้พวกผมนายตำรวจที่จะไปดำรงตำแหน่งใหม่มารายงานตัว
เมื่อถึงห้องประชุมจุลพราหมณ์ ลงลายมือชื่อ และนั่งรอ จนผู้บังคับบัญชามาเปิดการปฐมนิเทศ

เนื้อหาทั่วไปเกี่ยวกับประวัติการก่อตั้งหน่วย ความเป็นมา ภารกิจ การจัดองค์กร
นโยบาย และให้โอวาท แนะนำแนวทางในการปฏิบัติราชการ


แต่ที่ผมประทับใจ และจะยึดไว้หลักคิด
คือโอวาทของท่าน พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
ที่ว่าการจะเติบโตเป็นนายตำรวจที่สมบูรณพร้อมได้นั้น ต้องมีคุณลักษณะ ๓ อย่าง

๑. ต้องเป็นผู้นำ
การได้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมวดใน ตชด.
เป็นเสมือนการได้มีโอกาสเข้ามาฝึกฝนพัฒนาทักษะคุณลักษณะของการเป็นผู้นำที่ดี
เพราะถ้าไม่เคยคุมกำลังระดับหมวด ปกครองคน ๓๐ - ๔๐ คนมาก่อน
ต่อไปในอนาคต ต้องเติบโตไปเป็นหัวหน้าหน่วยขนาดใหญ่
มีลูกน้องในปกครองเป็นพัน เป็นหมื่น
จะเอาทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ตรงไหนไปใช้ปกครอง

๒. ต้องเป็นครู
การเป็นครู ไม่ได้หมายความเพียงแค่ผู้สอนหนังสือในชั้นเรียน
แต่รวมความถึงการสั่งสอน แนะนำ แลกเปลี่ยน ความรู้ในลักษณะอื่นด้วย
และการจะแนะนำ สั่งสอนผู้อื่นได้นั้น ผู้สอนจะต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้
และมั่นแสวงหาความรู้เพิ่มเติบ มีความพยายามจะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

๓. ต้องเป็นฝ่ายอำนวยการ
ฝ่ายอำนวยการ เปรียบเสมือนมันสมองของหน่วย ทางทหารเรียกกันว่าฝ่ายเสนาธิการ (ฝ่าย เสธ.)
มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้บังคับบัญชา เป็นที่ปรึกษา สนองนโยบาย วางแผน และกำหนดทิศทางการทำงานของหน่วย

กล่าวคือต้องมีศิลปะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น (เป็นผู้นำ)
มีความรักในการถ่ายทอด และรู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ (เป็นครู)
มีกึ๋น คิดเป็นระบบ ทำงานตรงเป้า (เป็นฝ่ายอำนวยการ)


ซึ่งผมจะน้อมนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป



เมื่อเสร็จสิ้นการปฐมนิเทศ
และจบการบรรยายของตัวแทนแต่ละภาคส่วน
ก็เข้าสู่ขั้นตอนการเดินทางไปรายงานตัว ณ ที่ตั้งของแต่ละกองกำกับ
บางกองกำกับไกลหน่อย (เช่น ตชด.๔๔ อยู่โน้น ยะลา)
ก็กลัวน้องหลง มีรถมารับถึงที่ บางที่ใกล้หน่อย
เช่นของผม บก.สอ. อยู่ที่ อ.ชะอำ ก็ให้เดินทางไปเอง



ในวันนั้นผมก็ได้รับภารกิจแรกทันที
พี่แป๋ง "อ่ะ เอ็งมีรถส่วนตัวใช่ไหม"
ผม "ครับ"
พี่แป๋ง "ตอนนี้ ๑๔.๐๐ น. สองทุ่ม ทำยังไงก็ได้ แต่ต้องถึงค่าย เชิญ!"
ผม "ครับ!"





 

Create Date : 02 เมษายน 2554    
Last Update : 2 เมษายน 2554 14:39:16 น.
Counter : 340 Pageviews.  

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ - จากกรุงสู่ชายแดน

เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี กับภารกิจเตรียมข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชา ใช้อภิปรายในศึกซักฟอก


จบเรื่องงานก็มาต่อเรื่องเรียน ช่วงสัปดาห์นี้เป็นช่วงท้ายของการสอบปลายภาคแล้ว
(วันนี้เจอฟิสิกส์ไป จิตตกเลย พรุ่งนี้ลุยนิติเวชเป็นวิชาสุดท้าย ก็จบไปสำหรับเทอมนี้)


และพอดีกันกับที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย
ให้พวกผม นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น ๖๒ ทั้งรุ่น ที่เป็นพนักงานสอบสวนในนครบาล
ไปดำรงตำแหน่งใหม่


ตัวผมเองย้ายจากตำแหน่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง
ไปเป็นผู้บังคับหมวด กองกำกับการ ๑ (รบพิเศษ) กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ (สอ.)
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
(ตำรวจพลร่ม ค่ายนเรศวรนั่นแหล่ะครับ)

นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ครั้งหนึ่ง ของชีวิตผมเลยก็ว่าได้
เพราะเป็นการโยกย้ายครั้งแรก และที่สำคัญเป็นการย้ายข้ามกองบัญชาการ
จากนครบาลไป ตชด. ซึ่งบรรยากาศองค์กรต่างกันราวฟ้ากับดิน

เป็นการเป็นแปลงจากเมือง สู่ชนบท
จากอพาร์ทเม้นกลางกรุง สู่บ้านพักริมทะเล (บางทีก็เต้นท์กลางป่า)
จากถนนคอนกรีตคับคั่งฝูงรถ สู่ทางลูกรังคับคั่งฝูงวัว
จากงานเอกสาร เป็นงานภาคสนาม
จากอาวุธคือกฎหมาย เป็นปืนผาหน้าไม้ กระสุน และระเบิด


แม้มีความแตกต่างกันในรายละเอียดให้เราต้องปรับตัวตามสภาพปัจจัย
แต่โดยหลักใหญ่แล้วถือว่าไม่ต่าง ไม่ว่าจะที่เก่าหรือที่ใหม่ ที่ไหนก็ตำรวจ
ไม่ว่าจะที่เก่าหรือที่ใหม่ ที่ไหนภารกิจก็เพื่อพิทักษ์รับใช้ประชาชนเหมือนกัน



ชีวิตหลังจบมาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กับการแต่งตั้งครั้งแรกที่นครบาล
ผมถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ได้เรียนรู้งานสอบสวน (ซึ่งนครบาลถือว่าหินมาก)
ได้รู้ ได้เห็น ได้ซึบซับ ได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ ทั้งดีและร้าย
ได้มีโอกาศเข้ามาทำงานระดับประเทศ ในทีมสอบสวนคดีการเมือง
ได้เจอนาย เจอเพื่อนร่วมงาน เจอพี่ๆ น้องๆ และมิตรภาพดีๆ มากมาย ที่สุดแสนประทับใจ

แต่งานเลี้ยงย่อมมีเลิกลา
จึงจำต้องลาด้วยความอาลัย...


วันจันทร์นี้ (๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔) ผมต้องเดินทางไปรายงานตัวที่ต้นสังกัดใหม่แล้ว


สุดท้ายนี้ ผมไม่มีอะไรจะให้นครบาล
นอกจากกวีบทนี้ เพียงบทเดียว...



คนเราพบเพื่อร้าง....จากลา
ดั่งพระว่าอนิจจา.....เช่นนั้น
ยามอยู่สร้างศรัทธา..ใจรัก
ยามจากจักส่งให้.....คิดถึง กันนาน

ลานครบาลก่อนแล้ว..จิตพงศ์ เจ้าเอย
วาสนาหากมีคง........วิ่งได้
วันนี้มิสมพงษ์..........จำพราก จากไกล
มิตรเอ๋ยจงอย่าให้......เลื่อนร้าง ลืมกัน

เหหันผันสู่รั้ว............ตชด.
ตำรวจพลร่ม สอ.......เก่งกล้า
ข้าเข้ามาเพื่อขอ........รบรุก
แก้ทุกข์ก่อสุขสร้าง....สันติ ด้ามขวาน








 

Create Date : 19 มีนาคม 2554    
Last Update : 2 เมษายน 2554 13:36:02 น.
Counter : 385 Pageviews.  

1  2  3  

Maddenknight
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ยินดีต้อนรับทุกท่าน
สู่ดินแดนของอัศวินจิตเพี้ยน
แม้ blog นี้หน้าตาจะไม่สะสวย
อันเนื่องด้วยความรู้น้อยด้อย html
ถึงกระนั้นก็เขียนด้วยใจนะเออ


ติดต่อกับผมทาง e-mail ได้ที่นี่ครับ
jitpong.p@gmail.com

follow my Twitter >>> @JiTKnight


-Maddenknight
บุตรนายจีรวัฒน์ นางจันทนา
Friends' blogs
[Add Maddenknight's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.