To sooth my soul
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2558
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
8 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 

วันไร้กฎ

วันไร้กฎ กับ คนไร้จินตนาการ

"พ่อครับ ทำไมเราต้องมีกฎคอยห้ามนั่นห้ามนี่ บังคับให้ต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้"

"เพราะคนเราต้องอยู่ร่วมกันไงลูกกฎทำให้คนเราอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข"

"แล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะครับถ้าคนไม่รักษากฎ"

"คนๆ นั้น ก็จะถูกลงโทษ หรือขับไล่ออกไปเพราะไม่อาจอยู่ร่วมกับคนอื่นได้"

"แต่พ่อครับทุกวันนี้เราก็ไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขนะครับ แล้วเจ้ากฎที่ว่านั่นใช้ได้จริงหรือ ผมว่ากฎน่ะมีไว้บังคับใช้กับคนที่เคารพมันคนที่ไม่เคารพกฎยังไงก็บังคับใช้กับพวกเขาไม่ได้ เหมือนกับว่าการใช้อำนาจลงโทษต่างหากที่จะทำให้สังคมเกิดความสงบสุข"

"นั่นก็จริงอยู่ แต่รู้ไหมลูกมีกฎอย่างหนึ่งที่ทุกคนหนีไม่พ้น ไม่ว่าจะเคารพหรือไม่เคารพมัน"

"กฎอะไรครับ"

"กฎแห่งกรรมไงลูก ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว"

"พ่อเชื่อหรือว่ากฎแห่งกรรมมีจริงผมเห็นคนไม่ดีได้ดีมีถมไป ผมว่ากฎแห่งกรรมไม่มีจริงหรอก"

"กฎแห่งกรรมเป็นกฎของธรรมชาติเป็นความจริงแท้"

"ในความจริงแท้ มีกฎด้วยเหรอครับพ่อผมคิดว่ากฎคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ในวันที่มนุษย์ยังไม่ถือกำเนิดขึ้นก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมีกฎ"

"ถ้าลูกมองในมุมมองของมนุษย์ล่ะก็ใช่"

"พ่อหมายความว่ามีพระเจ้า"

"ไม่ถึงขนาดนั้นไม่ต้องมีพระเจ้าก็มีกฎ พระเจ้าเองก็อาจอยู่ภายใต้กฎนี้ พระเจ้าเห็นถึงสิ่งนี้พระองค์ถึงเป็นพระเจ้า"

"มีกฎที่ไม่ยกเว้นแม้แต่พระเจ้าด้วย"

"ใช่"

"แต่... ไม่ใช่พระเจ้าหรือครับที่เป็นคนสร้างกฎ"

"เมื่อไหร่ที่คนสร้างกฎไม่ทำตามกฎเมื่อนั้นก็ไม่มีกฎแล้ว จะมีวันที่พระเจ้าของลูกจะไม่ทำตามกฎที่พระองค์สร้างไหมล่ะ"

"คงไม่มีครับแล้วคนที่ไม่เชื่อในกฎ ไม่เชื่อในพระเจ้าจะเป็นอย่างไรครับ"

"แม้พวกเขาไม่เชื่อก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะอยู่เหนือกฎ"

"แล้วผมจะเขียนเรื่องวันไร้กฎได้อย่างไรครับพ่อ"

"ก็เขียนไปสิ ว่าวันนั้นไม่มีจริง"

"พ่อครับแต่ผมมีงานที่จะต้องเขียนส่งนะครับ ถ้าบ้านเมืองเราไร้กฎ เราจะทำอะไรมันเป็นจิตนาการครับพ่อ"

"เอางั้นหรือ ถ้ามีวันไร้กฎพ่อก็ทำทุกอย่างอย่างที่ทำทุกวันไง"

"พ่อนี่ไร้จินตนาการจริงๆพ่อช่วยคิดมากกว่านี้หน่อยสิ"

"แล้วมันมีกฎห้ามคนทำทุกอย่างอย่างที่ทำทุกวันในวันไร้กฎด้วยหรืออ่อ ที่เราคุยกันก็ยาวพอที่ลูกจะเขียนแล้วนะ เขียนไปตามนี้แหละ"



วันไร้กฎ


เช้าวันหนึ่งผมตื่นมาก็พบว่าตัวเองลอยเท้งเต้งอยู่บนฟ้า พอมองไปรอบๆผมก็พบคนอีกหลายคนลอยอยู่เหมือนกัน ทั้งหมาทั้งแมว ต้นไม้ และสิ่งของต่างๆ


"คุณนี่มันเกิดอะไรขึ้น"หญิงสาวคนหนึ่งที่ลอยอยู่ใกล้ๆ ถามผม ผมจำได้ว่าเธอคือเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านถัดจากผมไปสองหลัง


"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันดูเหมือนแรงโน้มถ่วงของโลกกำลังลดน้อยลง"


"คุณแน่ใจหรือ"หญิงสาวถามต่อ


"ผมก็ยังไม่แน่ใจนักอาจจะต้องขอเวลาคิดสักหน่อย"


"ฉันได้ยินว่าคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์คุณไม่รู้หรือ"


"ผมขอเวลาคิดอีกสักหน่อย"


"คุณเคยได้ยินเรื่องวันไร้กฎไหม"ผู้หญิงคนเดิมตะโกนขึ้น


"ไม่อ่ะ ผมไม่เคยได้ยิน"ผมตอบ


"มีข่าวลือว่า วันไร้กฎคือวันนี้กฎต่างๆจะเริ่มหายไปทีละข้อ จนหมด" หญิงคนเดิมกล่าว


"หรือกฏของแรงโน้มถ่วงของโลกกำลังหายไปแต่บ้าจริง เรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้ยังไง ผมขอเวลาคิดก่อนนะ"


"ไม่มีเวลาคิดแล้วโยมอาตมาบิณฑบาตอยู่ดีๆ ก็ลอยขึ้นมาเฉยๆ เลย ตอนนี้ผู้คนวุ่นวายไปหมดแล้ว"พระสงฆ์รูปหนึ่งกอดบาตรแล้วม้วนตัวตีลังกาเข้ามาพูดกับผม


"ตอนนี้กี่โมง"ผมถามเพื่อนบ้านหญิง


"แปดโมงเช้า" เธอตอบขณะที่พวกเรากำลังลอยขึ้นฟ้าไปเรื่อยๆ


"ต้องรอจนกว่าวันนี้จะผ่านไปสินะ"ผมกล่าว


"ตอนแรกอาตมาก็คิดอย่างนี้แต่ดวงอาทิตย์ไม่ขยับไปไหนเลยตั้งนานแล้ว"หลวงพี่ปล่อยบาตรแล้วชี้ให้ผมดูดวงอาทิตย์


"ดูท่ากฏแห่งกาลเวลาก็จะหายไปด้วย"หลวงพี่สำทับ


"ถ้างั้นวันนี้ก็ไม่มีทางผ่านไปได้แล้วพวกเราจะทำยังไงดี" เสียงของผมเริ่มสั่น


"พวกคุณเชื่อในพระเจ้าไหมวันนี้คงเป็นวันพิพากษาแน่ๆ"เพื่อนบ้านของผมอีกคนหนึ่งที่ลอยตามมาพูดพลางยกมือข้างหนึ่งไข้วไปมาเป็นรูปไม้กางเขน


แต่ไม่ทันไรก็มีตัวอะไรไม่รู้ลอยพุ่งตามขึ้นมาติดๆ


"ซาตาน!"พวกเราอุทานพร้อมกัน ไม่มีใครไม่รู้จักมัน แม้แต่หลวงพี่ที่ลอยอยู่
พวกเรารู้สึกอกสั่นขวัญแขวนแต่พอพิจารณาท่าทีของมัน พวกเราก็หายกลัว เพราะมันก็ลอยเท้งเต้งทำอะไรไม่ได้ไม่ต่างจากพวกเรา


"พวกนายรู้ไหมตอนนี้กฏในพระคัมภีร์ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีการแบ่งแยกว่าใครเป็นพระเจ้า ปิศาจและมนุษย์" ซาตานพูดด้วยเสียงแหบแห้ง


พอจ้าวปิศาจพูดจบพวกเราก็หลุดออกมาอยู่ในห้วงอวกาศ


"แปลกจริง ทำไมพวกเราไม่ตายทั้งๆที่ไม่มีอากาศหายใจ" ผมเอ่ยขึ้น


"กฎแห่งการเวียนว่ายตายเกิดคงไม่มีแล้ว"หลวงพี่ส่งโทรจิตมาหาผม


"ป่านนี้กฏแห่งกรรมก็คงไม่เหลือ" ซาตานหัวเราะ มันแอบดักฟังโทรจิตของพวกเรา


หลวงพี่โกรธมากท่านพยายามดีดตัวเข้าไปกระชากเขาของมัน แต่ก็ทำไม่ได้เพราะในอวกาศไม่มีแรงเสียดทาน


"ไม่อยากเชื่อว่าเราต้องอยู่อย่างนี้ตลอดไป"เพื่อนบ้านหญิงกล่าวผ่านทางโทรจิตของเธอ


"ดูโน่น! โลกกำลังจะหลุดออกนอกระบบสุริยะ"ผมตะโกนผ่านโทรจิตของผม


"โอ้! พระเจ้า!" เพื่อนบ้านอีกคนหนึ่งร้องขึ้นผ่านโทรจิตเช่นกัน


"ฉันอยู่ทางนี้! ช่วยด้วย!"พวกเรารู้สึกเหมือนใครคนหนึ่งร้องให้ช่วยผ่านโทรจิตของพวกเราทั้งหมด

เวลาแห่งความเชื่อ


‘แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีให้กฎกลับมา’ ผมคิด


“อาใช่แล้ว!ผมรู้แล้วว่าจะทำให้กฎกลับมาได้อย่างไร” ผมตะโกนลั่นด้วยโทรจิต


“แล้วพวกเราต้องทำยังไง”พวกคนที่เหลือถาม


“ถ้าเราเชื่อในกฎและเคารพกฎ กฎทุกอย่างอาจจะค่อยๆ กลับมา” ผมตั้งข้อสังเกต


“ฉันอยู่ทางนี้!ช่วยด้วย!” เสียงๆ เดิมร้องซ้ำ


“ฉันกำลังจะหายไป”คนที่อยู่ไกลออกไปตะโกนอีก พวกเราเห็นว่าร่างเลือนรางลง


และร่างของพวกเราก็เริ่มเลือนรางลงเช่นกันแน่นอน รวมทั้งพระ และซาตานด้วย


“พระองค์จะไม่หายไปฉันเชื่อในพระองค์” เพื่อนบ้านผู้เปี่ยมศรัทธาไขว้มือเป็นไม้กางเขน


“เอาล่ะพวกเธอก็ต้องช่วยกัน เชื่อว่าพระองค์มีอยู่จริง” เธอสำทับ


เมื่อทุกคนมองไปที่พระองค์ร่างของพระองค์ก็ชัดเจนขึ้น แต่นักวิทยาศาสตร์อย่างผมยังรู้สึกแปลกๆ ผมไม่สามารถมองเห็นพระองค์ได้ชัดถนัดตาและตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกว่า ในอวกาศไม่ได้มีแต่พวกเราเสียแล้วแต่ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ได้รับโทรจิตจากพวกเรา บางคนไขว้มือไปมาเป็นรูปไข้วกางเขนบางคนพนมมือเป็นรูปดอกบัว พวกเขากำลังสวดอธิษฐาน ให้ความเชื่อของพวกเขาเป็นจริง


“หรือว่านี่จะเป็นความฝัน”ผมรีบหยิกตัวเอง


“เจ็บนี่ไม่ใช่ฝันแล้ว” ผมอุทาน


“แล้วเธอเชื่อในคำของเราบ้างไหม”ใครสักคนเอ่ยขึ้นจากด้านหลังของผม


“พระพุทธองค์”ผมและหลวงพี่อุทานขึ้นทันที


“กำลังศรัทธาของคนกลุ่มหนึ่งเรียกเราเราจึงมาปรากฏ”


สำหรับผมแล้วภาพของพระพุทธองค์ก็ยังไม่แจ่มชัดเหมือนกัน


“พระพุทธองค์สภาวะเช่นนี้คืออะไรหรือครับ” ผมถามขึ้น


พระพุทธยิ้มแล้วถามกลับมาว่า “แล้วเธอคิดว่าเป็นอะไร”


ขณะผมนิ่งคิดขณะที่ซาตานถูกพระเจ้าใช้พลังในพระคัมภีร์ขับไล่ไปอยู่ในภพภูมิของมันเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ก็มีใครอีกคนมาปรากฏตัวอยู่ข้างๆผม


ผมใช้เวลานึกไม่นานก็จำได้ทันทีว่าชายชราผู้นี้คือศาสดาของลัทธิเต๋า


แล้วสิ่งที่แวบขึ้นมาในหัวผมตอนนั้นก็คือคำว่า Singularity หรือภาวะเอกฐาน นั่นเอง


ภาวะที่ทุกอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันถึงจุดนี้แล้ว ผมจะไม่เชื่อก็ไม่ได้


‘แต่การที่จะทำให้ คนที่เชื่อในพระเจ้าเชื่อในพระพุทธและคนที่เชื่อพระพุทธเชื่อในพระเจ้าด้วย มันจะเป็นไปได้ยังไง แม้ตอนนี้ผมจะเชื่อแต่คนอื่นล่ะ’ ผมคิด


แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าผมก็ยิ่งทำให้ผมตื่นใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อทวยเทพนานาภูมิภาคปรากฏกายขึ้นแล้วพวกเขาก็ช่วยกันประคองโลกไว้ให้หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น


“คุณต้องเชื่อพวกเราด้วยไม่เช่นนั้นโลกจะไม่มีทางกลับไปเป็นแบบเดิมได้อีก”ผมรู้สึกว่ามีคนกลุ่มหนึ่งตะโกนเรียก พวกเขาเริ่มมีร่างที่แจ่มชัด ผมจำได้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่คือนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังที่ผมรู้จัก และพวกเขาล้วนเสียชีวิตไปแล้ว


“และสิ่งที่ผมต้องเชื่อในตอนนี้ก็คือ เชื่อในกฎ” ผมตะโกนขึ้น


แล้วศาสดาของลัทธิเต๋าก็หายไป ผมรู้ว่าเขาไม่คิดแทรกแซงอะไร เขาหายวับไปแบบที่ไม่มีใครรู้ ผมคิดว่าเขาคงหายไปในความว่าง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญในตอนนี้ แล้วเหล่าวิญญาณของนักวิทยาศาสตร์ก็เริ่มพูดคุยกัน


ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อหลุมดำหลายขนาดปรากฏขึ้นหลายแห่ง และนั่นทำให้โลกเคลื่อนเข้าสู่วงโคจรเดิม


แต่แล้วพวกทวยเทพก็เริ่มหายไปทีละองค์


“ทุกอย่างกำลังกลับสู่สภาวะปกติแล้ว”ผมเอ่ย


“ปกติคือศีลและการทำดีย่อมได้ดี การทำชั่วย่อมได้ชั่ว” พุทธองค์เอ่ยพระวจนะผมเชื่อว่าบางคนได้ยิน และบางคนก็ไม่ได้ยิน บางคนฟัง และบางคนก็ไม่ฟัง


ผมรีบถามท่านว่า“ท่านจะไปไหนหรือ”


พระพุทธตอบว่า“เราไม่เคยจากไปไหน เราจะอยู่ในทุกที่” แล้วพระพุทธก็หายไป


“เอาล่ะถึงเวลาที่แต่ละคนต้องไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว” พระผู้เป็นเจ้าตรัส


“แล้วผมจะได้พบพระองค์อีกไหม”ผมถาม


“ฉันจะอยู่กับพวกเธอตลอดไปและจะสำแดงตัวเมื่อเราต้องการกันและกัน”


ผมเชื่อว่าคำตอบนี้บางคนได้ยิน บางคนก็ไม่ได้ยิน บางคนฟัง บางคนก็ไม่ฟัง


ตอนนี้เหลือเพียงพวกเราเหล่ามนุษย์กับสรรสิ่งที่เคยลอยขึ้นไปกำลังค่อยลอยต่ำลงมายังพื้นผิวโลก


ผมพยายามจ้องมองนาฬิกาที่อยู่บนพื้นเข็มวินาทีของมันยังไม่กระดิก มันหยุดนิ่ง


“พวกเราต้องลาแล้วเราจะคืนเวลาให้กับพวกเธอ” พวกวิญญาณทั้งหลาย แน่นอนรวมถึงพวกนักวิทยาศาสตร์ผู้ล่วงลับด้วยกล่าว แล้วร่างของพวกก็เลือนหายไป


ทันที่ทีถึงพื้นเข็มวินาทีก็กระดิกแล้วเดินต่อ


“พวกคุณเชื่อเรื่องนี้ไหม”ผมหันมาถามพวกเพื่อนๆ


“เรื่องนี้มันเหลือจะเชื่อจริงๆ”พวกเราพูดขึ้นพร้อมกัน






 

Create Date : 08 ตุลาคม 2558
1 comments
Last Update : 8 ตุลาคม 2558 13:59:52 น.
Counter : 1600 Pageviews.

 

สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ

 

โดย: peepoobakub 13 มีนาคม 2560 16:37:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Polarbee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ไม่เขียน ไม่เลอะ
ไม่เปรอะ ไม่ผิด
ไม่เขียน ไม่คิด
ไม่ผิด ไม่จำ
New Comments
Friends' blogs
[Add Polarbee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.