Group Blog
 
<<
เมษายน 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
1 เมษายน 2559
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๓๗ เบื้องหลังความทรงจำสีเทา



ในที่สุด องค์สุลต่านก็มีคำสั่งคุมขังพวกเราทั้งสามไว้ในคุกหลวง ....โดยแยกขังเดี่ยวแต่ละคนด้วยเป็นข้อหาร้ายแรง


แต่แล้วกลางดึกคืนนั้น ฉันก็ได้รับการนำตัวไปพบกับหัวหน้าองครักษ์ เขาแจ้งว่าองค์สุลต่านสั่งให้ลอบปล่อยตัวฉันออกไปเร่งสืบหาความจริง ด้วยเรื่องราวนั้นแปลกพิกลเกินไป...ห่อยาที่พบนั่นไม่ได้เป็นยาพิษ แต่องค์สุลต่านสั่งให้หมอประจำองค์ แจ้งว่าเป็นยาพิษชนิดเดียวกับที่เนปาใช้...ซึ่งสวนทางกับที่ยายจันทร์พยายามบอกว่า นางเป็นเจ้าของห่อยาพิษนั่น และเป็นผู้จัดหายาให้เนปา
 ทันทีที่ได้รับการปล่อยตัว ฉันรีบเดินทางไปหาเปลื้องและสร้อยที่บ้านทันที ด้วยแปลกใจกับคำพูดประโยคสุดท้ายของยายจันทร์


....‘ได้โปรด...คนอื่น ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย  ได้โปรดช่วยพวกเขาด้วย’

ใกล้รุ่งสาง หน้าปากทางเข้าบ้านของเปลื้อง มีชายคนหนึ่งขี่ม้าสวนทางออกไป แม้จะสงสัยใคร่รู้ว่าเป็นใคร จะใช่ชายแปลกหน้าเจ้าของห่อยาที่แท้จริงหรือไม่ แต่เสียงร้องสะอื้นของเปลื้องที่ดังมาจากในบ้าน ทำให้ฉันต้องตัดสินใจออกจากที่ซ่อน ตรงไปยังใต้ถุนบ้านนั้นทันที

‘ถ้าเจ้านำเรื่องนี้ไปบอกใคร ข้าจะฆ่าเด็กนั่น’ เสียงเปอลุสคำรามลั่น  ‘ถูกขังอยู่ในห้องอย่างนั้นก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมารับรู้อะไร’

‘ได้โปรด...ข้ายอมแล้ว...ข้าจะไม่ปริปาก ได้โปรดอย่าทำร้ายลูก’ เสียงเปลื้องวิงวอน

‘อยู่ที่เรือนนี่ อย่าคิดหนีออกไปไหน...จนกว่าพวกมันจะตายจากไปแล้ว สิ้นเสี้ยนหนามเสียที ทั้งเนปา และเพนนีอีกคน’ เสียงเปอลุสยังคำรามต่อไป

‘แต่ป้าจันทร์ของฉันเล่า นางไม่ได้ทำอะไรให้ท่านหมางใจมิใช่รึ...เมื่อครู่ฉันได้ยินที่มีคนมาบอกท่านว่า...ป้าจันทร์ กับบัวถูกสั่งจำคุกหลวงด้วย และป้าจันทร์ยืนยันว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับนายทหารเนปาเสียเอง เพื่อมิให้ใครสาวมาถึงท่านอีกต่อไป’

‘เจ้ารู้ความมากเกินไปแล้ว...ดีที่ข้ายังเมตตาเจ้าอยู่ มิเช่นนั้น ข้าจะไม่ให้เจ้ารอดอยู่หรอก....สาบานกับข้าสิ...ว่าเจ้ารักข้าจริง...และเจ้าจะเก็บความลับนี้ไว้จนตาย’

‘ข้ารักท่าน...ข้าจะเก็บความลับนี้....ไว้จนตาย’ เสียงเปลื้องระล่ำละลัก

ฉันใจร้อนเร่า คิดจะขึ้นไปบนเรือนและจัดการเค้นความจริงจากเปอลุส แต่แล้วก็ต้องหยุดความตั้งใจ เมื่อเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งแอบลอบเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านด้วย

ใครคนหนึ่งผิวปากสามครั้ง คล้ายเป็นสัญญาณแจ้งให้รับรู้ถึงการมาของพวกเขา

‘กลับเข้าไปอยู่กับลูกของเจ้าในห้อง...อย่าได้ออกมาแอบฟังอะไรอีกเป็นอันขาด’ เสียงเปอลุสสั่งเปลื้อง ก่อนจะย่ำเท้าเดินลงจากเรือนมาหยุดพูดคุยกับคนกลุ่มหนึ่งที่ใต้ถุนเรือน ซึ่งฉันแอบซ่อนตัวอยู่ใต้แคร่ใกล้ ๆ พวกเขานั่นเอง

‘ยายแก่นั่นแส่เข้าไปยุ่งรับเป็นความผิดของตัวเสียเอง...แต่ก็ช่างเถิด...นางไม่กล้าบอกความจริงแน่ หรือต่อให้นางเปลี่ยนใจยอมคายความจริง...ก่อนรุ่งสางพรุ่งนี้ นางก็ไม่รอดจากคนของเราอย่างแน่นอน ในเมื่อนางรับเป็นเจ้าของยาพิษ นางก็ต้องตายด้วยยาพิษนั่น’ เปอลุสสรุปความ หลังจากแจ้งเรื่องราวทั้งหมดแก่คนกลุ่มนั้นแล้ว ‘กลับไปบอกนายของพวกท่านด้วยว่า แผนการยังคงดำเนินต่อไปด้วยดี ข้าขอรับรองว่านายของพวกท่านจะสมหวังแน่นอน หลังจากที่ศัตรูของข้าถูกประหารตายจากไปแล้ว’

‘อ้อ...นายท่านกำชับให้เจ้าเก็บผังช่องทางลับในวังองค์สุลต่านไว้ให้ปลอดภัย อีกไม่นานจะมีคนมารับงานสำคัญ และเขาจะมารับผังจากเจ้าด้วยตัวเอง’ ชายคนหนึ่งกำชับ

‘เหตุใดพวกท่านไม่รับผังนั่นไปเก็บไว้เองเล่า’ เปอลุสถามในสิ่งที่ฉันอยากรู้เช่นกัน

‘ต้องเข้าออกวังทุกวัน จะเสี่ยงอยู่ใกล้ตัวให้ถูกค้นได้อย่างไร’

คำตอบจากหนึ่งคนในนั้น ทำให้ฉันรู้ว่าพวกเขาคืองูเห่าในวังนั่นเอง

‘แต่มะรืนนี้ ข้าจะต้องออกประจำการลาดตระเวนทางทะเลแล้วเพื่อมิให้เกิดข้อสงสัย ขอให้เร่งคนที่รับงานนั่นมารับผังไปโดยเร็วเถิด’ เปอลุสบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรน ‘ว่าแต่...ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าใครคือผู้รับงานคนนั้น ในเมื่อพวกท่านไม่บอกข้าว่าเป็นใคร’

‘ตะวันแม้นเมฆาทับ มิอาจดับฤทธาฉาย...นั่นคือรหัสของเขา’

เมื่อพวกนั้นแยกย้ายกลับไปแล้ว เปอลุสก็ขึ้นเรือนทันที....ฉันรีบมุ่งหน้าไปที่ร้านเหล้าท่าเรือเพื่อส่งคนสนิทไปแจ้งข่าวแก่องค์สุลต่านให้รักษาความปลอดภัยแก่ยายจันทร์อย่างแน่นหนา พร้อมแจ้งแผนการของกลุ่มคนร้ายด้วย

* * * * * * * * *

เปอลุสให้คนของเขาเฝ้าคุมตัวเปลื้องและสร้อยไว้ ส่วนตัวเขาเดินทางออกไปจากบ้านอย่างเร่งรีบในเย็นวันนั้น ฉันให้สมุนสองคนคอยจับตาคนของเปอลุสอีกชั้น หากคนของเปอลุสคิดจะทำร้ายเปลื้องและสร้อย พวกสมุนของฉันก็จะเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันควัน

กลางดงไม้ริมคลองท้ายหมู่บ้านวิลันดา ภายหลังยื่นของบางอย่างให้อีกฝ่าย เปอลุสกลับถูกทำร้ายเป็นการตอบแทน โชคดีที่ฉันและสมุนอีกคนได้ช่วยเหลือเขาไว้ทันอย่างหวุดหวิด...ส่วนคนร้ายหนีไปได้อย่างรวดเร็ว เท่าที่ประอาวุธกัน ฉันเชื่อว่าเขามีฝีมือในการสู้รบอย่างช่ำชอง

ฉันนำตัวเปอลุสซึ่งได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถูกแทงบริเวณชายโครงไปซ่อนตัวและทำแผลที่บ้านริมคลอง...ด้วยเป็นที่ ๆ ใกล้ที่สุดในเวลาฉุกละหุกนั้น  

‘มันหวังจะฆ่าปิดปาก...เพื่อให้ความผิดตายตกไปกับท่าน...เดาว่าสายข่าวของพวกมันในวังคงเริ่มระแคะระคายว่าแผนการที่วางไว้ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด’ ฉันขู่ไปตามเนื้อผ้าซึ่งเปอลุสน่าจะรู้ถึงอันตรายข้อนี้ดีอยู่แล้ว

‘เดิมที...ฉันเพียงต้องการ...กำจัดเนปา...เท่านั้น  จึงยอมร่วมมือกับพวกมัน’ เปอลุสขบกรามแน่นขณะพูดเสียงแหบพร่า นัยน์ตาเหม่อลอยกลอกกลิ้งไปมาราวกำลังต้องมนต์สะกดจิต

‘มะเตโอสเกี่ยวข้องกับการวางแผนกำจัดเนปาด้วยหรือไม่’ จู่ ๆ ฉันก็นึกสงสัยประเด็นนี้ขึ้นมา

‘ไม่...มะเตโอส...แค่เพียงเคยจ้างวาน...ให้ฉันสั่งสอนเนปาให้หลาบจำบ้างเท่านั้น...เขา...ไม่เคยสั่งฆ่าเนปา’ ขณะพูด เปอลุสเริ่มมีอาการสั่นเทาให้เห็น

‘แล้วเนปาทำอะไรให้ท่านแค้นเคืองนักหนา ถึงขนาดจะกำจัดเขาไปให้พ้น’

‘ตำแหน่ง หน้าที่ เกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี ที่ควรจะเป็นของฉัน...โดนเขาตัดหน้าแย่งชิงไปหมด...ทั้ง ๆ ที่ฉันเคยอยู่...ในตำแหน่งหัวหน้าของเขามาก่อน’ เปอลุสมีน้ำเสียงแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ คล้ายกำลังละเมอ ‘ฉันเกือบทำสำเร็จแล้ว...เมื่อครั้งเกิดพายุใหญ่...ฉันกับลูกน้องรุมทำร้ายเขา....ตกจากเรือลงไปในทะเล...เชือกสร้อยคอของเขา...ติดอยู่กับมือฉัน...หลายวันผ่านไป...ฉันเข้าข้างตัวเอง...ว่าเนปาตายไปแล้ว...เมื่อเห็นศพหนึ่ง...บอกสภาพตัวตนไม่ได้...ฉันจึงนำเชือกสร้อยคอนั่น...ไปคล้องคอศพไว้...หวังประกาศ...การตาย...ของเนปา...ให้ทุกคนรับรู้...แต่ตอนนี้...ฉันรู้สึกว่า...ตัวเองกำลังจะ...ขาดอากาศ...หายใจ’

ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเขาเริ่มออกสีม่วงผิดปกติ มีรอยแดงคล้ำเป็นจ้ำๆตามผิวหนัง จากประสบการณ์ทำให้รู้ว่าอาวุธที่ใช้ทำร้ายเขานั้นถูกอาบยาพิษ 

โชคดีเป็นของเปอลุสอีกครั้งที่ฉันมียาถอนพิษไว้ประจำบ้าน เมื่อช่วยฝังเข็มให้ เปอลุสกระอักเลือดสีดำคล้ำกระเด็นออกมาเปรอะเปื้อนชุดของฉันไปด้วย...แต่การกระอักเลือดสีดำออกมามากมายนั้นเป็นสัญญาณที่ดีว่าพิษได้ถูกขับออกมาแล้ว หลังจัดการทำแผลให้เปอลุสเรียบร้อย เขาก็หลับสนิทไปด้วยฤทธิ์ยา

คืนนั้นฉันไม่ได้นอนทั้งคืน เพระต้องเฝ้าฝังเข็มถอนพิษให้เปอลุสทุกชั่วโมง กระทั่งใกล้รุ่งสางก็เผลองีบหลับไปโดยไม่รู้ตัว มาตกใจตื่นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคนวิ่งขึ้นมาบนชานเรือนหน้าบ้าน...จากแสงไฟตะเกียง ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นเปลื้องกับสร้อยยืนหอบอยู่ตรงนั้น

* * * * * * * * *

 

ฉันรีบออกมาจากห้องของบัว ซึ่งใช้เป็นสถานที่รักษาตัวเปอลุส เพื่อไปพบเปลื้องกับสร้อยที่ชานเรือน

‘คนของเปอลุสจะฆ่าเราสองแม่ลูก...แต่มีคนมาช่วยไว้ทัน...’ เปลื้องกระซิบบอกเบา ๆ แต่น้ำเสียงนั้นร้อนรน ‘ข้าอุตส่ายอมเป็นหลานทรพีเพื่อช่วยปิดบังความชั่วร้ายของเขา....แต่เขาก็ยังคิดฆ่าข้าได้ลงคอ...ข้าจะไม่อภัยให้เขาเด็ดขาด...คนทรยศ...’

‘พ่ออยู่ที่นี่จริงหรือแม่...พ่อไม่อยู่กับพวกเรา แต่ทำไมมาอยู่ที่นี่’ สร้อยส่งเสียงถามด้วยแววตาใสซื่อ แต่ทำให้ฉันถึงกับสะดุ้งสงสัยว่าเปลื้องรู้ได้อย่างไร

‘คนที่ช่วยข้าไว้บอกให้เรามาซ่อนตัวที่เรือนของเจ้า...ข้าบอกลูกเพียงว่าจะออกมาตามหาพ่อเท่านั้น...ข้ากลัวลูกเสียใจหากรู้ความจริง’ เปลื้องยังคงกระซิบบอกก่อนจะเดินไปกอดปลอบโยนสร้อย

ฉันนำตัวเปลื้องและสร้อยไปพักผ่อนอยู่ในห้องของฉันเอง โดยไม่ได้ปริปากบอกความจริงว่าเปอลุสบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่อีกห้อง เพราะอาการโกรธแค้นของเปลื้องทำให้ฉันเชื่อว่าจะเกิดความโกลาหลขึ้นอย่างแน่นอนหากนางได้พบกับเปอลุส

เมื่อเห็นว่าเปลื้องกับสร้อยหลับผล็อยไปด้วยความอ่อนเพลีย ฉันจึงรีบออกมาจากห้องเพื่อไปดูอาการของเปอลุส...เขาจำเป็นต้องได้รับการฝังเข็มและให้ยาอย่างต่อเนื่องทุกชั่วโมงจนกว่าพิษจะถูกขับออกหมด

ฉันต้องการให้เขามีชีวิตอยู่รอดเพื่อเป็นพยานให้กับความบริสุทธิ์ของเนปาและยายจันทร์ รวมทั้งเอาผิดคนที่คิดร้ายต่อองค์สุลต่านมุตตาฟา

อาการของเปอลุสดีขึ้นมากภายหลังการให้ยาและฝังเข็มหลังรุ่งสาง ทันทีที่ลืมตาตื่น เขาก็พยายามรีบลุกขึ้นนั่งแต่ยังไม่กระฉับกะเฉงนัก

‘ข้า...เป็นห่วงเปลื้องกับลูก คนของพวกมันคุมตัวทั้งสองอยู่ที่บ้าน ข้ากลัวว่าพวกมันจะฆ่าปิดปากเสียให้สิ้นทุกคน’ น้ำเสียงของเปอลุสแหบพร่า แววตามีแววกังวลอย่างมาก

‘ความจริงแล้ว ท่านไม่ได้ต้องการฆ่าเปลื้องกับสร้อยหรอกรึ’ ฉันถามย้ำ

‘ข้าเพียงใช้พวกมันเพื่อหวังคุมมิให้เปลื้องคิดหนีไปจากข้าก็เท่านั้น...ข้าต้องรีบกลับบ้าน...ป่านนี้ลูกเมียข้าจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้’

หลังสิ้นประโยค เปอลุสก็รีบลุกขึ้นจากตั่งที่นอน แต่คงเพราะอาการเขายังไม่ปกติ ทำให้เข่าทรุดฮวบลงจนฉันต้องเข้าช่วยประคองไว้

‘ท่านยังไปไหนตอนนี้ไม่ได้ พิษยังออกจากตัวไม่หมด และเรี่ยวแรงก็ยังไม่ฟื้น’ ฉันบอกขณะพยายามแบกประคองตัวเขาเพื่อนำกลับขึ้นที่นอน ขณะเดียวกับที่ประตูห้องนั้นถูกเปิดออก ด้วยความตกใจประกอบกับน้ำหนักตัวของเปอลุสที่โถมลงมาทำให้ฉันเสียหลักล้มตึงลงไปบนฟูกที่นอนโดยมีเปอลุสล้มทับตามมาในทันที

ความตื่นตระหนกแล่นเข้ามาในความทรงจำของฉันทันที...นี่ฉันลืมไปได้อย่างไรเกี่ยวกับภาพความทรงจำสมัยที่เคยมาอยู่ในร่างของสร้อย

ฉันรีบผลักร่างของเปอลุสให้นั่งบนที่นอน เขามีท่าทางอ่อนแรงลงซึ่งอาจเป็นผลจากการพยายามลุกขึ้นเดิน ...ครั้นสำรวจตัวเองจึงเห็นเชือกผูกหน้าอกเสื้อหลุดร่นลงไป...เมื่อนึกถึงภาพความทรงจำของสร้อยแล้วทำให้ฉันต้องรีบลุกขึ้นในทันทีเพื่อหวังกันตัวเปลื้องที่กำลังพุ่งเข้ามาหา

‘ทำไมเขาจึงมาอยู่กับเจ้าที่นี่...เพนนี’ เปลื้องน้ำตาไหลพราก สายตาบอกถึงความผิดหวังอย่างชัดเจน หลังจากนั้นเธอก็ส่งเสียงดังโวยวายลั่น ‘พวกเจ้าทั้งสองร่วมมือกันทรยศข้าอย่างนั้นรึ...ที่แท้พวกเจ้าคิดกำจัดข้าเพราะพวกเจ้าเป็นชู้รักกัน’

เปลื้องเงื้อมือจะตบฉัน แต่ไม่รู้ว่าเปอลุสเข้ามาขวางไว้ทันได้อย่างไร

‘เจ้ายังปลอดภัยรึนี่...’ เขาพูดละล่ำระลักขณะกอดรวบตัวเปลื้องไว้ ก่อนจะใช้มือขวาลูบแก้มของเปลื้องเบา ๆ คงเพื่อปลอบขวัญให้นางใจเย็นลง

แต่เปลื้องกลับส่งเสียงร้องไห้โฮดังลั่น ขณะใช้มือทุบตีแผ่นหลังของเปอลุสแบบรัว ๆ

‘อย่า...อย่าทำร้ายแม่’ เสียงเล็ก ๆ ของสร้อยดังขึ้นขณะวิ่งเข้ามาหาเปอลุส

เมื่อโดนเปลื้องทุบหลังอย่างหนัก ฉันเห็นเปอลุสมีอาการเข่าทรุด ทำให้ร่างของเขาเซถลาไปด้านข้างซึ่งสร้อยกำลังวิ่งเข้าไปหาพอดี ทำให้ภาพที่เห็นราวกับว่าเขากำลังผลักสร้อยออกไป โชคดีที่ฉันรีบเข้าไปประคองตัวสร้อยไม่ให้หงายหลังศีรษะฟาดพื้นได้ทัน ครั้นนึกขึ้นได้ว่าเปลื้องจะต้องหยิบมีดสั้นที่วางอยู่บนตู้ข้างที่นอนเพื่อจ้วงแทงเปอลุสก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว...เปลื้องคว้ามีดได้ก่อนที่ฉันจะพุ่งไปแย่งไว้ เมื่อหันไปทางพวกเขาก็เห็นร่างของเปอลุสทรุดฮวบลงไปนอนกองอยู่กับพื้น...ที่หน้าอกซ้ายของเขามีมีดสั้นปักไว้จนมิดด้าม...ร่างของเปอลุสกระตุก เลือดไหลทะลักอย่างน่าเวทนา

‘ข้า..รัก...เจ้า’ เปอลุสพูดออกมาได้แค่นั้นก็สิ้นใจไปต่อหน้าของเปลื้อง

ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งขึ้นมาบนบ้าน แม้ในความทรงจำจะบอกว่าหนึ่งในนั้นมีเนปาอยู่ด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากให้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าในขณะนี้เป็นความจริง

เปลื้องร้องไห้โหยหวนขณะกอดร่างของเปอลุสไว้แน่น สร้อยนั่งอยู่ข้าง ๆ เปลื้อง...ภาพในความทรงจำเร่งให้ฉันวิ่งโผเข้าไปเพื่อหวังหยุดการกระทำของเปลื้อง...แต่ช้าไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น...ฉันช้ากว่าเปลื้องอีกครั้ง...เธอใช้มีดจ้วงปักลงไปที่หน้าท้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว

ขณะร่างของเปลื้องกำลังกระตุกนั้น สร้อยกอดเธอไว้แน่น...ขณะเดียวกัน เปลื้องก็กระซิบความบางอย่างต่อเนปา ส่วนฉันก็ได้แต่ยืนนิ่งงันไม่ทันตั้งตัวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป...ทั้ง ๆ ที่จริงฉันน่าจะฉุกคิดได้ก่อนหน้านี้และระวังมิให้มีเหตุการณ์ร้ายนี้เกิดขึ้น

เมื่อเปลื้องสิ้นลมหายใจตามเปอลุสไปแล้ว สร้อยกรี๊ดลั่นก่อนจะช็อคสลบไปในเวลาต่อมา ฉันรีบนำตัวเธอไปรักษาเพื่อให้ฟื้นคืนสติ โดยมีเนปาคอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลา

‘องค์สุลต่านแอบปล่อยตัวฉันตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืน เพื่อร่วมกันซ้อนแผนจับกุมตัวคนที่จะฆ่าปิดปากยายจันทร์’ เนปาเล่าถึงที่มาในการปรากฏตัวของเขา ‘เมื่อยายจันทร์ขอร้องให้ช่วยเปลื้องกับสร้อย ฉันกับกำลังทหารจึงรุดไปที่นั่น แต่มีคนช่วยเปลื้องกับสร้อยไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว...ต่อมาเมื่อรู้จากคนของเธอว่าสองแม่ลูกซ่อนตัวที่นี่ ฉันจึงตามมา’

‘องค์สุลต่านเชื่อใจว่าท่านไม่ใช่คนวางยาพิษตั้งแต่แรกใช่ไหม’ ฉันลองเดาจากเหตุการณ์ทั้งหมด

‘ท่านไม่ได้ถูกวางยาพิษ...เมื่อข้าหยิบน้ำขันนั้น ก็สัมผัสรู้ได้ว่ามียาพิษผสมอยู่ในน้ำ หลังทดสอบแล้วว่ามีพิษจริงจึงวางแผนปล่อยข่าวลวงว่าข้าเป็นคนลอบวางยาพิษแก่องค์สุลต่าน’ เนปาเฉลยความ ‘นั่นก็เพื่อล่อให้พวกมันต่างเผยตัวออกมา’

‘ดือรามัน...ข้าหลวงคนนั้นด้วย...ใช่หรือไม่’ ฉันถามไปตามที่สงสัย

เมื่อเนปาพยักหน้าฉันก็เบาใจที่อย่างน้อยก็สามารถจับกุมตัวคนที่คิดร้ายต่อองค์สุลต่านได้บ้างแล้ว

สร้อยเอาแต่ร้องไห้หลังจากตื่นฟื้นขึ้นมา และทุกครั้งที่เห็นหน้าฉัน...เธอก็มักกรีดร้องและไล่ไม่ให้ฉันเข้าใกล้...ฉันรู้ว่าสภาพจิตใจของสร้อยกำลังแย่มาก ๆ จึงบอกให้เนปาคอยเป็นคนช่วยดูแลสร้อยอย่างใกล้ชิด

 ศพของเปลื้องและเปอลุสถูกฝังที่สุสานวิลันดา ฉันไปร่วมพิธีฝังศพ แต่ไม่อยากปรากฏตัวให้ใครเห็นมากนัก เพราะกำลังมีข่าวลือกระพือออกไปว่าเปอลุสกับฉันแอบเป็นชู้รักกัน เมื่อเปลื้องไปพบเข้าจึงเป็นเหตุให้นางต้องฆ่าสามีและตัวเอง

ฉันรู้ว่าข่าวลือผิดๆ นั้นแพร่กระจายออกไปด้วยความเข้าใจผิดของสร้อยที่เล่าเรื่องราวเหตุการณ์คืนนั้นให้ลุงไม้และป้าสะไภ้ฟัง และแน่นอนว่าป้าสะไภ้เป็นคนตอกไข่ใส่ข่าวเสียจนเรื่องมันไกลออกไปจากความจริงอีกโข

‘เรื่องราวการตายของทั้งคู่มันซับซ้อนนัก...ไว้สร้อยโตกว่านี้ ยายจันทร์ค่อยเล่าความจริงก็ได้’ ฉันบอกยายจันทร์หลังจากที่นางมาตัดพ้อว่าสร้อยไม่ยอมรับฟังคำอธิบายใด ๆ เพื่อให้ฉันพ้นจากการถูกเข้าใจผิด ‘ปล่อยให้สร้อย และคนทั่วไปเข้าใจว่าเปอลุสตายเพราะเรื่องส่วนตัว ดีกว่ารู้ว่าเขาตายด้วยเหตุส่วนหนึ่งมาจากการสมคบคิดปลิดชีพองค์สุลต่าน...เพราะไม่อย่างนั้น สร้อยกับยายจันทร์ก็จะต้องเดือดร้อนจากกลุ่มคนอีกหลายฝ่าย’

* * * * * * * * *

 




Create Date : 01 เมษายน 2559
Last Update : 1 เมษายน 2559 15:45:04 น. 0 comments
Counter : 337 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.