พฤศจิกายน 2550

 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ท่องแดนมังกรวันที่หก เจ็ด แปด กลับปีนังแย๊วค่า
มปต่อทริปจีนให้จบกันดีกว่านะคะ
ท่องแดนมังกร วันแรก
ท่องแดนมังกร วันที่สอง
ท่องแดนมังกร วันที่สาม
ท่องแดนมังกร วันที่สี่
ท่องแดนมังกร วันที่ห้า


ท่องแดนมังกร วันที่หก ฉางเต๋อ – เฉาซาน – ฉางซา

วันนี้ตอนเช้า เราแวะไปที่พิพิธภัณฑ์เมืองฉางเต๋อ มีพวกของโบราณให้ดู แต่ที่แม่บีสนใจ คือนิทรรศการตอนสงครามโลกครั้งที่สอง และที่เน้นที่สุดคือ ตอนที่ญี่ปุ่นมาบุกเมืองจีน โดยมาทางเมืองฉางเต๋อ ใช้อาวุธแบคทีเรียชีวภาพ ลำเลียงทางเครื่องบินมาทิ้งที่เมืองฉางเต๋อ คนตายเพราะแบคทีเรียนี้ 7648 คน ซึ่งในคำที่เค้าเขียนเล่าเหตุการณ์ จะบอกในทุกตอนว่า คนที่เดือดร้อนจากอาวุธแบคทีเรียชีวิภาพนั้น จะไม่มีวันลืมในสิ่งที่คนญี่ปุ่นทำกับคนจีนเลย อ่านแล้วยังน้ำตาไหลเลย สงสารเค้า

หลังจากพิพิธภัณฑ์ เราก็ไปอีกเมืองนึง ชื่อว่า เฉาซาน (Shaoshan) ไปเยี่ยมบ้านท่านเหมา เจ๋อ ตุง บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศจีน



เค้าว่ากันว่า ถ้าไม่มีเหมาเจ๋อตุง ก็ไม่มีประเทศจีนวันนี้ และคนจีนที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของโลก จะต้องมาแสดงความเคารพท่านเหมาที่นี่ทุกคน และคนจีนทุกคนก็รักท่านเหมา ถือว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง เราไปดูในบ้าน และโรงเรียนที่ท่านเหมาเรียนตั้งแต่เด็ก



แล้วเดินไปอีกหน่อย เค้าสร้างเป็นอนุสาวรีย์ให้ไปทำความเคารพกัน



แล้วเราก็นั่งรถกลับไปเมืองฉางซา นั่งรถประมาณ 4 ชั่วโมง ถึงโรงแรมเดิม โรงแรมห้าดาวที่เราชื่นชอบ ประมาณสี่ทุ่ม ถือว่าได้นอนเร็วแล้ววันนี้ หลับสนิท ฟี้ ฟี้ ฟี้

ท่องแดนมังกร วันที่เจ็ด ฉางซา – เซินเจิ้น

วันนี้ตื่นสายได้ เย๊ เย๊ กินอาหารเช้าเสร็จ ก็ไปเดินเล่นชมสวนของโรงแรม ซึ่งแต่งไว้อย่างสวยงามมาก และกว้างใหญ่มาก มีสะพานแขวนด้วย



เราออกจากโรงแรมเกือบ 11 โมง เปลี่ยนคนขับรถแล้ว อย่างที่ได้เล่าไป ขับรถช้ามาก หรือว่าเราชินกะความเร็วของหนุ่มน้อยคนนั้นก็ไม่รู้

วันนี้เราไปพิพิธภัณฑ์ Mawangdui Han Tomb เป็นสิ่งของที่ได้มาจากหลุมฝังศพของตระกูลได ซึ่งน่าสนใจทีเดียว แม่บีรู้เรื่องมากขึ้น เพราะโชคดี มีไกด์อาสาสมัคร เป็นนักศึกษาภาควิชาภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยหูหนาน มาเป็นอาสาสมัครบรรยายเป็นภาษาอังกฤษให้ฟัง



สิ่งของเหล่านี้ได้มาจากหลุมฝังศพสามหลุม มีหลุมสี่เหลี่ยมใหญ่หนึ่งหลุม ซึ่งเป็นของสตรีที่ร่ำรวยของเมืองฉางซา หลุมสี่เหลี่ยมเล็กหนึ่งหลุม ซึ่งเป็นของลูกชายของสตรีคนนี้ที่ตายตั้งแต่ยังหนุ่ม และมีหลุมศพกลมๆหนึ่งหลุม เป็นของสามีของสตรีคนนี้

การค้นพบหลุมศพนี้ก็น่าสนใจ เมื่อปี 1951 นักธรณีวิทยา ได้สังเกตุว่า เนินเขาตรงพื้นดินตรงที่ตั้งหลุมฝังศพ(ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นหลุมฝังศพ) มันดูแปลกกว่าพื้นดินทั่วไป ก็ได้แจ้งทางเมือง แต่ไม่ได้ดำเนินการอะไรต่อ พอปี 1971 จะมีการก่อสร้างโรงพยาบาลตรงพื้นที่ตรงนั้น คนงานก็ขุดๆ แต่ไปเจอดินแข็ง ไม่ได้เป็นดินร่วนเหมือนที่อื่น และคนงานคนนึงก็ขุดไปเป็นรูเล็กๆ ซึ่งจากรูนั้น มีแก๊ซพลุ่งขึ้นมาไม่หยุด มีกลิ่นเหม็นๆด้วย ขนาดเอาน้ำหยอดลงไปยังไม่ลง เพราะแก๊ซนั้นพลุ่งขึ้นมาตลอดเวลา ก็เลยเริ่มสำรวจ ขุดกัน และก็เจอของมากมายที่เป็นวัตถุโบราณให้ศึกษา แม้กระทั่งไม่ไผ่ที่เขียนเล่าเรื่องราวต่างๆในขณะนั้น

และยังเจอศพของสตรีร่ำรวยคนนั้น ตายตั้งแต่ยังอายุไม่เยอะด้วย โดยตอนนี้ถูกเก็บอยู่ในโลงแก้วไว้ในห้องใต้ดิน เพื่อรักษาสภาพความเย็น แพทย์ที่ทำการพิสูจน์ศพ พบว่า สตรีผู้นี้ตายด้วยโรคหัวใจ เพราะเกิดจากการกินแตงโมมากเกินไป เพราะในกระเพาะของสตรีผู้นั้น มีเมล็ดแตงโมอยู่ 138 เมล็ด อืมมม น่าเศร้าใจ รวยล้นฟ้าแต่ตายเพราะกินแตงโมมากไป ความตายนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆเนอะ

หลังจากอาหารกลางวัน เป็นเวลาช๊อปปิ้งแล้ว เป็นแหล่งช๊อปปิ้งที่ใหญ่ทีเดียว ใหญ่กว่าสยามสแควร์บ้านเรา แต่จริงๆแล้วไม่อยากเดินเลย เพราะเมื่อยสุดๆ แต่ก็ต้องเดินเพราะมีเวลาเหลือเฟือ ขนาดไม่อยากเดิน ก็ยังได้ของพะรุงพะรังอยู่ดี แต่ขอบอก ถนนเมืองจีนไม่น่าเดินที่สุด เพราะมีแต่เสมหะหรือเสล็ดเต็มพื้นถนน คนจีนขาดเสล็ดกันแบบไม่เกรงใจ ยี้สุดๆเรยยยยย

ทานอาหารเย็นเสร็จ เราก็ไปสนามบิน เพื่อต่อเครื่องไปยังเซินเจิ้น และตามโปรแกรมคือคืนนี้เราจะพักที่เซินเจิ้นหนึ่งคืน แต่พอไปเช็คอิน สายการบินบอกว่า ไม่มีชื่อของพวกเราในเที่ยวบินนี้เลย เอาละสิ เวทติ้งลิสต์คงไม่มีทาง เพราะเรามาเป็นกลุ่มใหญ่ รวมไกด์มาเลเซียก็ 18 คน แล้วเห็นแถวที่เช็คอินแล้ว เชื่อเลยว่าเที่ยวบินนี้ไม่ใช่ของเราแน่ๆ นี่เป็นความผิดพลาดของสายการบิน เค้ามีทางเลือกให้เราสองทางคือ ทางแรก แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกจะนั่งบิสสิเนสคลาสไปเซินเจิ้นก่อน และอีกกลุ่มจะตามไปวันพรุ่งนี้ ทางที่สองคือ นั่งเครื่องไปลงที่กวางเจา แล้วนั่งรถบัสของสายการบินไปเซินเจิ้น

ทางเลือกแรกดูจะไม่ค่อยดี เพราะการแบ่งเป็นสองกลุ่มนี่ความวุ่นวายจะเกิดขึ้น เราเลยเลือกทางที่สอง คือไปลงกวางเจา อย่างน้อยได้แวะอีกเมืองนึงละน่า แถมเครื่องบินดีเลย์อีก ห้าทุ่มถึงเทคออฟจากฉางซา ไปถึงกวางเจาเที่ยงคืน รถบัสของสายการบินก็มารอรับเรา และทัวร์ไกด์สาวจากเซินเจิ้นก็ต้องนั่งแท๊กซี่จากเซินเจิ้นมากวางเจาเพื่อมารับพวกเราด้วย ชีวิตทัวร์ไกด์นี่ก็เหนื่อยไม่เบาเลยเนอะ เราออกเดินทางจากกวางเจาเกือบตีหนึ่ง เห็นแค่ตรงสนามบินก็รู้ว่าเมืองนี้ใหญ่มากพอดู สนามบินกำลังก่อสร้างมากมายเพื่อให้ทันต้อนรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปีหน้าที่จีนเป็นเจ้าภาพ ถึงเซินเจิ้นตีสามครึ่ง อ่อนระโหยโรยแรงกันเป็นแถวๆ กว่าจะได้นอนตีสี่เข้าไปแล้ว เฮ้อ ชีวิตนักเดินทาง

ท่องแดนมังกร วันที่แปด กลับบ้านแล้วจ้า เซินเจิ้น – กัวลาลัมเปอร์

สงสัยตื่นเช้าจนชิน ขนาดนอนตีสี่ เจ็ดโมงครึ่งก็ตื่นแล้ว ลงมากินอาหารเช้า แม่บีกะแด๊ดดี้มากินเป็นคู่สุดท้าย กินเสร็จก็ได้เวลาช๊อปพอดี โรงแรมอยู่ในถิ่นช๊อปเลย ไม่ต้องพึ่งทัวร์ไกด์แล้ว อากาศวันนี้ไม่หนาวเลย แต่กำลังดี

เช็คเอาท์จากโรงแรม ทัวร์ไกด์พาเราไปพิพิธภัณฑ์ แม่บีชอบพิพิธภัณฑ์ เพราะได้เรียนรู้ประวัติของเมืองเยอะแยะ แต่พิพิธภัณฑ์วันนี้ดูแปลกๆ เข้าไปเค้าอธิบายถึงการพัฒนาเมืองเซินเจิ้นในรอบ 25 ปี แล้วพาไปอีกตึกนึง ก่อนถึงตึก มีรูปแขวนผนัง ทำด้วยหยกแกะสลักสวยงาม เจ้าหน้าที่บอกว่าอันนี้ขาย เราเป็นกลุ่มแรกที่มาพอดี ก็ดูดีนะ แล้วบอกว่าราคารวมส่งถึงที่เลย โดยรัฐบาลจีน โหวว ดูยิ่งใหญ่ สรุป มีคุณลุงสองคนซื้อไป รูปละหมื่น อีกคนซื้อไปสี่รูป เสร็จแล้วก็พาไปอีกตึก ดูหยก อธิบายเรื่องหิน เหมือนแบบว่าของโบราณวัตถุ แต่ทำไปทำมา เค้าก็เปิดประตูให้เข้าไป โหววว ข้างในขายของกันชัดๆ เป็นตู้โชว์เพียบ พนักงานเพียบ นี่มันพิพิธภัณฑ์หรืออะไรกันนี่ แต่สรุปพวกเถ้าแก่ทั้งหลายก็ซื้อกันยกใหญ่ รวมๆก็หลายแสนเลยแหละ รูดการ์ดกันคึกๆ แต่ไปกะทัวร์ ก็ต้องทำใจเรื่องนี้ เราโดนพาไปทุกวัน ดูจิวเวอรี่มั่ง ดูผ้ามั่ง ดูยาจีนมั่ง หลายรูปแบบ

แด๊ดดี้อดรนทนไม่ไหว เลยถามทัวร์ไกด์สาวว่า นี่มันพิพิธภัณฑ์หรืออะไร เธอก็บอกตามความจริงว่า เป็นพิพิธภัณฑ์เก่า ซึ่งย้ายไปแล้ว นี่มาเช่าที่อยู่ โหววว หลอกลวงชัดๆ แต่ไม่อยากพูดดังไป เพราะคุณลุงคุณป้าก็จ่ายกันไปแล้ว

เราเดินออกมาโดยไม่เห็น(หัว)ทัวร์ไกด์ทั้งสอง เพราะยังขลุกอยู่ในตึกนั่น รับทรัพย์กันไปหลายแหละ แด๊ดดี้ยังแซวเลยว่า เธอโชคดีมาก เจอพวกเราวันเดียว รับทรัพย์เพียบ ทัวร์ไกด์ที่ฉางซา ไปกะพวกเราทุกวัน แต่พวกเราก็ไม่ได้ซื้ออะไรมากมายอย่างนี้เลย เธอก็ได้แต่ยิ้มเขินอายน้อยๆ

และจากนั้น ก็ไปที่เรียกว่า Window of the world เหมือนเมืองจำลองบ้านเรา แต่ใหญ่มากๆ ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปรอบๆ เพราะเดินไม่ไหว วันเดียวเที่ยวไม่หมด ถ่ายรูปนี้มาอวด เหมือนเราไปสวีทกันที่ฝรั่งเศสมั๊ยนี่ อิอิ




หลังจากอาหารเย็น ซึ่งมื้อนี้ เลี้ยงใหญ่ มีหมูหัน ตัวใหญ่มากๆๆๆๆๆ อร่อยที่สุดมือเดียวเลย หุหุ




เราขึ้นเครื่องกันตอนสี่ทุ่ม มาถึงกัวลาลัมเปอร์ตีหนึ่งครึ่ง นั่งรถบัสกลับมาปีนัง กว่าจะออกจากสนามบินก็เกือบตีสาม คาดว่าจะถึงบ้านประมาณเจ็ดโมงเช้า เพราะต้องแวะส่งกลุ่มนึงที่เมืองไทเปงก่อน แต่ปรากฏว่า พอมาได้ประมาณสองชั่วโมงกว่า ประมาณตีห้ากว่าๆ รถบัสเราดันเสีย จอดอยู่ข้างทางรอรถบัสอีกคันมาเปลี่ยน ซึ่งก็ต้องรออีกสองชั่วโมงแหละ ทำไมชีวิตมันถึงเป็นอย่างงี้น๊า ประมาณแปดโมง รถบัสอีกคันมาถึง สรุป ถึงปีนังเกือบเที่ยง กลับบ้านเราซะที

ทริปนี้สนุกมาก และเหนื่อยมาก ที่สำคัญที่สุดคือ คิดถึงนู๋อาบิเกลมากๆ คืนแรกโทรไป ได้ยินลูกร้องไห้ แม่บีอยากจะกลับบ้านเดี๋ยวนั้นเลย คืนที่สอง แด๊ดดี้โทรไปคุยเรื่องงานกับพี่สาว อาบิเกลเห็นป้าคุยโทรศัพท์ เดินมาบอกว่าจะคุยกับแด๊ดดี้ ร้องไห้แล้วบอกแด๊ดดี้ว่า “ปู้เย้าฉิกโกว หว่อเย้าแด๊ดดี้ (หนูไม่เอาป้า หนูจะเอาแด๊ดดี้)” ได้ยินแค่นี้ แด๊ดดี้ถึงกับน้ำตาร่วง สงสารลูก เพราะยิ่งได้ยินเสียงพ่อแม่ ยิ่งทำให้งอแง ร้องไห้หาพ่อแม่ ป้าเล่าให้ฟังว่า ร้องหาพ่อแม่สามวันแรกเท่านั้นแหละ วันต่อมาก็ลืมไปแล้ว น่าน้อยใจมั๊ยนั่น หุหุ ยิ่งตอนกลับมา แม่บีเดินเข้าไป เธอเห็น มองหน้าแม่บีอยู่ตั้งนาน กว่าจะยิ้มอย่างกว้างสุดๆ “แม่ตรูนี่หว่า คิดว่าใคร จำไม่ได้” (เธอคงคิดงั้น) เฮ้ออ ถ้าไปซักเดือนกลับมาคงจำหน้ากันไม่ได้เลยนะนี่ อิอิ

จบแล้วจ้า ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดนะคร๊า



Create Date : 12 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2550 1:04:44 น.
Counter : 333 Pageviews.

18 comments
  
ว้าว คนแรกซะด้วย อิ ๆ

แวะมาดูตอนจบ แอบอิจฉาหุ่นแม่บีจัง ว่าแต่รองเท้าสีดำ ๆ นั่น ใช่รองเท้าแบบเดียวกับที่อากงเค้าใส่กันเปล่าค่ะ คุ้นตาจัง

โดย: wan (vivianyoong ) วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:23:14 น.
  
สวัสดีค่าพี่บี ขอบคุณที่มารายงานตัวจ้า ...โห อัพจนเสร็จจนได้นะคะ ..ห่ยไอหรือยังเอ่ย เป็นห่วงนะ พักผ่อนเอยะๆ อิอิ ..Number 2
โดย: Baby I love you วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:34:11 น.
  
หึหึ วันสุดท้ายเนี่ยมีรูปพระเอกนางเอกด้วยยย อิจฉาค่ะ ตาร้อนผ่าวๆ ... ภาพสวยเช่นเคยนะคะพี่บี ..เมืองจีนนี่ช่างมีเสน่ห์เสียจริง ต้องเกฌบไว้ในลิสล์ที่จะไปแล้วล่ะค่ะ เเคยไปแต่ปักกิ่ง ไปกับคุณพ่อคุณอาแล้เพื่อนๆคุณอาค่ะ ชอบมากๆเลย ... ทริปหน้าว่าอยากจะไปไม่เยอรมันก็ไปแคนาดาค่ะ ไปเยี่ยมเพื่อนๆ เรื่องเมืองไทยเอาไว้ก่อน รอไปตอนน้องแต่งงาน แต่ก็ไม่แน่นะคะ อะไรๆก็ไม่แน่นอน

ฝันดีนะคะพี่บี ...ฝันดีกันทั้งครอบครัวค่ะ
โดย: Baby I love you วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:39:31 น.
  
ตามแม่บีมาเที่ยวด้วยคนค่ะ สงกาสัยแม่บีกะคุณพ่อน้องอาบิเกลจะแอบหนีเที่ยวสองต่อสอง คริๆ เพราะไม่เห็นน้องอาบิเกลเลย

ว่าแต่หมูหันง่ะหมดยังคะ ฝนล่ะอยากลองซักคำ

มาหาก่อนไปนอนค่ะ ไว้จะมาใหม่นะคะ
โดย: Malee30 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:3:38:04 น.
  
ว๊าย.... ต๊กใจกะหมูหันตัวโตมโหฬาร
แน่ใจเหรอคะว่ามันเป็นลูกหมู อิอิ ....
น่าเศร้าใจเรื่องหญิงที่เสียชีวิตเพราะกินแตงโม ไม่น่าเป็นไปได้เลยเน๊อะแม่บี
เมื่อคราวพี่แพทไปกุ้ยหลิน ไกด์ก็พาไป ... " ดูหยก อธิบายเรื่องหิน เหมือนแบบว่าของโบราณวัตถุ แต่ทำไปทำมา เค้าก็เปิดประตูให้เข้าไป โหววว ข้างในขายของกันชัดๆ เป็นตู้โชว์เพียบ "(ขออนุญาตลอกข้อความของแม่บีนะคะ เพราะเหมือนกันเปี๊ยบเลยค่ะ) ดีว่าเราไม่หลงกลซื้อหยกนั้นมา .. ก็มันแพงมากกกกกกก ไม่มีกะตังค์ซื้อค่ะ
ถ้าแม่บีกะแด๊ดดี้ไปเที่ยวซักเดือน กลับมารับรองหนูอาบิเกลไม่ให้อุ้มแน่ๆเลย
โทษฐานที่หนีไปสวีทกัน 2 คน อิอิ ...
จุ๊บๆหนูอาบิเกล 4 จุ๊บนะคะ
โดย: Petit Patty วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:8:08:33 น.
  
โอ้โห แม่บีจ๋า ขอบอกว่าแม่บีเที่ยวเก่งมาก
แล้วก็เก็บรายละเอียดเยอะมากเลยค่ะ
นี่อ่านถึงตอนนี้ ต้องบอกตัวเองเลยว่า
เดี๋ยวจะต้องไปตามเก็บที่เหลือมาอ่านแบบ
รวดเดียวเลย จะได้อินกับการท่องเที่ยว
เผื่อว่าจะได้ตามรอยแม่บีกับครอบครัว
บ้างน่ะค่ะ


............

แอบน้ำลายสอ หมูหัน ตัวเบ้อเริ่มเลยค่ะ
โดย: JewNid วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:30:00 น.
  
ถึงบ้านแล้ว สบายใจเนอะ อ้ายเราก้ออยากรู้เหลือเกินว่าลูกสาวเราจะเป็นไงบ้าง สนุกดีนะบีนะ อ่านได้ความรู้เหมือนไปเที่ยวด้วยเลย อยากเจอบีกะแอบบี้มากๆเลย เด๋วจะลองดูว่าไปเมืองไทยเดือนมกราได้เปล่า แล้วจะมาส่งข่าวคราวนะจ๊ะ ยังไงก้อฝากหอมแก้มสาวน้อยของป้าปัดฟอดใหญ่ๆเลยนะ ฝากบอกหลานด้วยนะว่า ถ้าแอบบี้ได้เจอกะป้าปัด แอบบี้จะต้องหลงรักป้าปัดมากๆเลย ไม่เชื่อคอยดู อิอิ
โดย: lukpad วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:35:37 น.
  
ตามมาเที่ยวต่อค่ะ อ่านถึงเรื่องคนจีนชอบขากถุยนี่ นึกถึงคนขับรถตอนไปทริปจิ่วไจ้โกวเลยค่ะ ขับไปขากไปตลอดเวลาเลย อี๋


โดย: พจมารร้าย วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:07:44 น.
  
ตายละยังมาเที่ยวไม่ครบเลยคุณบีกำลังจะ
ปิดท้ายทริปนี้ซะแล้ว

โอ้ว ว๊าว ตกใจหมูหันค่ะตัวเบ่อเริ่มเทิ่ม
อร่อยไหมค่ะ
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทริปนี้คุณบีสนุกมาก
และก็คงเหนื่อยด้วยเพราะเห็นที่เล่าให้ฟัง
โปรแกรมเที่ยวเพียบเลยน่ะค่ะ
โดย: พ ริ ก ขี้ ห นู @ UK วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:13:07 น.
  
ตามแม่บีไปเที่ยงครั้งนี้ ต้องยกนิ้วให้ไกด์คนสวยของเรา ทั้งภาพและเรื่อง ยอดเยี่ยมจริงๆๆ
และมาส่ง Tag ให้แม่บีด้วยค่ะ
โดย: viji (viji ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:06:50 น.
  
กำลังแต่งรูปอยู่จ้านู๋บีจ๋า เด๋วอัพเสร็จแล้วจะรีบมาบอกนะจ๊ะ เหอเหอ
โดย: lukpad วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:48:41 น.
  
พักที่ best western รึเปล่าคะ (จำชื่อรร.ไม่ค่อยได้แล้วค่ะ)
บล็อกนี้ไม่มีรูปนู๋อาบิเกลเลยค่ะ มีแต่คุณพ่อกับแม่บีคนสวย (อิจฉาคู่รักหวานแหววซะจริงจริ๊ง)
ขอบคุณที่ไปฟังหนูบ่นนะค๊า มีบล็อกเอาไว้บ่น
โดย: คุณย่า วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:12:43 น.
  
เสร็จแล้วนะ ตีหนึ่งครึ่งแล้วด้วย ง่วงนอนมากเลย เหอเหอ อย่าลืมแวะไปดูล่ะนู๋บีจ๋า
โดย: lukpad วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:28:18 น.
  
ฝันให้ถึงวันที่หนีลูกไปเที่ยวกันสองคนได้บ้าง... แต่ก็กลัวจะเป็นแบบคุณบีค่ะ ที่พอไปได้วันเดียวก็อยากกลับมาดูลูกแล้ว
โดย: LuckyMoby วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:18:33 น.
  
พี่บีจ๋า...อุ้มค่ะ พี่ปัดหาบล๊อกพี่ให้อุ้ม อุ้มขอแอดพี่ไว้เลยน๊ะค๊ะ แล้วอุ้มจะแวะมาเยี่ยมพี่บีอีกค่ะพี่
โดย: Bigmommy วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:34:53 น.
  
อ่านแล้วขนลุกเนอะ พี่ก้อว่านะบี พระเจ้าสุดยอดดดดดด มีเรื่องหลายเรื่องที่มาเจอกันได้แบบไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่เจ้าอุ้มเค้าเร็วกว่า รีบส่งลิ้งค์ให้พี่อ่านก่อน พี่เคยเล่าเรื่องบีให้เค้าฟัง แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อว่าชื่อบี เด๋วอีกวันสองวันจะไปถ่ายรูปมาอีก ถ่ายมานทุกวัน
ย่าดามาเยี่ยมที่บล๊อก พี่นะกรี๊ดดีใจหาย แต่คนแรกที่อยากให้เห็นไม่ยอมมา อ้ายเราอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอน อัพบล๊อกให้น้องดู น่าตีมั๊ยเนี่ย อย่างนี้ต้องทำโทษด้วยการจะจับเจ้าแอบบี้ฟัดดดดด ให้หายอยากตอนเจอตัว เหอเหอ
โดย: lukpad วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:14:38 น.
  
sweety แวะมาสวัสดี สบายดีนะคะ
sweety สบายดีแต่ยุ่งและยังคิดถึงนะคะ


โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:25:21 น.
  
บีจ๋า มาเร็ว อัพบล๊อกแล้ว การถ่ายภาพครั้งที่สอง อิอิ
โดย: lukpad วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:23:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Bee1st
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]