ตุลาคม 2550

 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
27
28
31
 
 
All Blog
ท่องแดนมังกร วันที่สาม ภูเขาเทียนซื่อ (Mt.Tianzi) – Ten Miles Art Gallery
มาอัพกันต่อค่ะ ใครไม่ได้อ่านตอนแรกและตอนที่สอง ติดตามได้จากลิงค์นี้ค่ะ
ท่องแดนมังกร วันแรก
ท่องแดนมังกร วันที่สอง

อากาศยามเช้าหนาวมากๆค่ะ วันนี้เค้าพาเราไปที่สถานีเดิมเพื่อขึ้นรถของเค้า แม่บีกะแด๊ดดี้เอาการ์ดไว้ด้วยกันเลยไม่รู้ว่าอันไหนของใคร พอแม่บีเข้าทางผ่าน เค้าก็เอาการ์ดรูดที่เครื่อง แล้วเอานิ้ววางไว้บนเครื่อง ปรากฏผ่านไม่ได้ค่ะ เลยต้องเอาการ์ดที่แด๊ดดี้มาเปลี่ยน ก็เข้าได้ เพราะการ์ดเราสลับกันค่ะ ทันสมัยจริงเรยยย วันนี้รถที่พาเราไปเป็นรถบัสเล็กค่ะ



วันนี้เราไปดูทะเลสาบ แต่ต้องเดินขึ้นเขาอีกแหละ ก็ทะเลสาบมันอยู่ในหุบเขาอีกแล้ว เดินไกลมาก เป็นทางชันไปเรื่อยๆ มีพาหนะสำหรับคนที่ไม่อยากเดินด้วยนะคะ แต่บางคนอายุเยอะก็ต้องใช้บริการ แต่คุณลุงวัย 83 ที่ไปด้วยกัน เดินเองนะคะ ใช้บริการขาตัวเอง เก่งมั๊กๆ นี่เป็นเหตุให้แม่บีกะแด๊ดดี้ไม่กล้าบ่น เพราะเราสองคนอายุน้อยที่สุดเลย ถ้าบ่นก็อายคนแก่สิเนอะ แด๊ดดี้ยังบอกเลยว่า เราอายุขนาดนี้ยังเหนื่อยแบบนี้ แล้วอีกยี่สิบสามสิบปีข้างหน้า เราจะเที่ยวแบบพวกเค้าไหวมั๊ยเนี่ยะ

เสรี่ยงเค้าหน้าตาแบบนี้ค่ะ สองคนแบกหน้าและหลัง หนักเอาการนะคะ สงสารคนแบก หน้าตาเหนื่อยสุดๆ แต่ก็งานเค้าอ่ะเนอะ สนนราคาถึงที่หมายก็ 1500 บาทค่ะ



ปีนป่ายเขาไป ไปถึงเห็นทะเลสาบ สวยมากค่ะ น้ำสีเขียวใสแหน๋วเลย ถ่ายรูป ถ่ายรูป



แล้วเราต้องลงเรือไปชมรอบๆทะเลสาบค่ะ ใหญ่มากๆ เค้ามีเรือให้บริการหลายลำเลยค่ะ เพราะนักท่องเที่ยวเยอะจริงๆ แต่ละลำก็มีไกด์ยืนบรรยายให้ทุกคนฟัง แม่บีก็ฟังได้ค่ะ แต่ไม่รู้เรื่อง เพราะเค้าพูดจีน ฮี่ ฮี่ ฮี่



บรรยากาศดีมากๆค่ะ ท่ามกลางหุบเขา มีหมอกบางๆ สายน้ำเอื่อยๆ โรแมนติกสุดๆ แม่บีกดชัตเตอร์อย่างเดียวเลยค่ะ (ขอบอก ทริปนี้ ถ่ายไปสองพันกว่ารูป แต่ใช้จริงได้อาจไม่ถึงสิบรูป กร๊ากกกกกกกกก)



พอลงเรือเสร็จ เราก็เดินลงเขา เห็นขั้นบันไดมั๊ยคะ สูงแบบนั้น ทำให้แม่บีคิดถึงเวลาที่ก่อนเค้าจะสร้างว่า เค้าปีนขึ้นเขาไปสร้างกันได้ยังไงนะ แล้วขนพวกอิฐพวกปูนมายังไงกันเนี่ยะ ยิ่งคิดยิ่งไม่อยากจินตนาการ แต่เค้าก็ทำกันจนได้ค่ะ

อาหารกลางวัน ซึ่งก็เป็นอาหารจานผักเหมือนเดิม พวกเราเริ่มรีเควสขอไข่เจียวแล้วค่ะ ไม่ไหวกันแล้ว แต่เราก็ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้มากกว่านี้ เพราะนี่คือชนบท ขอบอก ถ้าใครจะไปเที่ยวเมืองจีน ตำน้ำพริกกะปิไปเยอะๆเลยนะคะ กินกะผักของเค้า สุดยอดค่ะ

หลังอาหารกลางวัน เราไปที่เรียกว่า ห้องแสดงศิลปะสิบไมล์ Ten Miles Art Gallery เหอ เหอ อย่าคิดว่าไปชมศิลปะภาพเขียนจิตรกรรมนะคะ นี่คือห้องศิลปะธรรมชาติที่สวยที่สุดและใหญ่สุดสุดลูกหูลูกตาเลยค่ะ ภาพวิวยอดเขาเป็นพันๆยอด เราก็ต้องปีนเขาไป ทัวร์ไกด์บอกว่าใช้เวลาเดินดูห้องแสดงศิลปะธรรมชาตินี้สองชั่วโมงค่ะ ดูมันหนักหนาสาหัสมาก แต่พอขึ้นไปเห็นภาพอันอลังการ ลืมเมื่อยลืมเวลาไปเลยค่ะ ภาพที่เราเห็นในภาพเขียนยังไงยังงั้นเลย แม่บีถ่ายรูปมายังไม่ถึงหนึ่งส่วนร้อยของที่เราได้ไปสัมผัสเลยค่ะ สุดยอดดดดดดดดดดดดดดด เราถ่ายรูปกันเพียบ อยากเก็บความทรงจำเอาไว้ตลอดกาลเลยค่ะ



ที่เป็นยอดเขา ตอนแรกแม่บีคิดว่าแต่ก่อนคงเป็นภูเขา และลมก็พัดไป พัดไป พัดไป เป็นพันๆปี ถึงเป็นแบบนี้ แต่จริงๆแล้ว ไม่ใช่เลยค่ะ เราซื้อวีซีดีมา เค้าบรรยายว่า นี่เป็นการก่อตัวของซากต่างๆ ในทะเล เป็นชั้นๆๆๆๆๆ เป็นพันๆๆๆปี ถึงเป็นแบบนี้ค่ะ น่าทึ่งมากว่าเมื่อก่อนน้ำทะเลขึ้นมาถึงนี่ (ได้ไง)

เอารูปสวีทๆมาให้ดูกันมั่ง อิอิ



นอกจากเดินแล้ว เค้ายังมีเคเบิ้ลคาร์ให้เราขึ้นไปยอดของยอดเขาที่สูงมากๆอีกด้วย ผ่านป่าเขา วิว สวยมากค่ะ สวยเกินคำบรรยาย ไปถึงยอดเขาเราก็เดินกันต่อไปอีก นักท่องเที่ยวเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นคนจีนไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย อิอิ แม่บีเนี่ยะแหละค่ะ มีผมทองๆบ้างแต่น้อยค่ะ



มาถึงตอนลงเขาบ้างค่ะ เราลงทางลิฟต์แก้วที่สูงที่สุดในโลก ชื่อว่า ลิฟต์ไป่หลง ความสูง 1200 ฟุตค่ะ ใช้เวลาลงมา 2 นาที เร็วมาก แต่ไม่รู้สึกหวิว เสียดายที่แม่บีเข้าลิฟต์ไม่ทันคนเกาหลี เลยไม่ได้ดูวิวริมกระจก ทัวร์ไกด์บอกว่า ที่เรามานี่ ทั้งค่าเข้า ค่าเคเบิ้ล ค่าลิฟต์แก้ว รวมต่อหัวประมาณ 2000 บาท ในฤดูที่ไม่ไฮซีซั่นแบบนี้ มีนักท่องเที่ยวประมาณวันละ 5000 คน นั่นคือ เค้ามีรายได้จากแค่ภูเขานี้เขาเดียว วันละ 10 ล้านบาท แล้วถ้าเป็นฤดูท่องเที่ยว ก็มากกว่านี้อีก คิดๆแล้วนึกถึงประเทศไทย จะสร้างเคเบิ้ลคาร์ขึ้นเขาก็เถียงกันเป็นสิบๆปี ป่านนี้ยังไม่มีซักกะอัน และที่สำคัญ ก็ไม่เห็นว่ามันจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติอะไรตรงไหน ป่าเขาก็ยังอยู่เหมือนเดิม เสียดายรายได้ที่จะเข้าประเทศไทยค่ะ



ต่อดีกว่า พอลงจากลิฟต์แก้วแล้ว ก็รอรถมารับเราลงจากเขาไปอีกทีค่ะ
ทัวร์ไกด์ของเรามีทางเลือกให้เราอีกแล้ว คือวันพรุ่งนี้เราจะไปขึ้นเคเบิ้ลคาร์ที่ยาวที่สุดในโลกหรือเปล่า ไม่รวมในแพ๊คเกจทัวร์ ต้องจ่ายเองคนละ 450 หยวน หรือคนละ 2300 บาท สองคนก็เกือบห้าพัน ฮื่ออ น่าคิด ก็คิดๆกันไปก่อน ว่างัยว่าตามกัน แต่ใจแม่บีอยากไปค่ะ เพราะไหนๆมาแล้ว ต้องเที่ยวให้ทั่ว เพราะไม่รู้ว่าชาตินี้จะมาอีกป่าว

เราจะได้ไปรึเปล่า ติดตามวันต่อไปนะค๊า



Create Date : 29 ตุลาคม 2550
Last Update : 29 ตุลาคม 2550 21:49:35 น.
Counter : 254 Pageviews.

4 comments
  
สวยงามมากเลยค่ะพี่บี

สบายดีมั้ยคะ

คิดถึงพี่บีนะคะ

แบมไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเลยคะช่วงนี้



อยากไปเที่ยววววววววววว
โดย: yadegari วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:20:55:54 น.
  
สวยจัง แล้วจะมาติดตามตอนต่อไปนะค่ะ

เทคแคร์ค่ะ
โดย: สักกะนิด วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:21:03:51 น.
  
ตามมาดู จากตอน 4 ......
โดย: หนูชล วันที่: 1 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:04:03 น.
  
ภูเขาเทียนซื่อ สวยจริงๆค่ะ เห็นแล้วอยากไปจังเลย(เมื่อไหร่จะได้ไปไม่รู้)

บล็อกแม่บีภาพสวย เนื้อหากระชับได้ใจความดีจังค่ะ

นึกถึงบล็อกตัวเองแล้วอ๊าย อาย โม้อย่างเดียว ถ่ายรูปก็ไม่ได้เรื่อง อิๆ
โดย: พจมารร้าย วันที่: 11 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:07:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Bee1st
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]