W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 
[--เที่ยวไปกับ Canon Kiss X3--] ตามล่าใบไม้แดงที่นิกโก้ (เชยจังป่านนี้เพิ่งจะเคยไปกะเค้า)


ได้จังหวะพี่ชายมาเที่ยวญี่ปุ่น(คนเดียว)ทริปใบไม้แดง เลยขอเกาะไปนิกโก้ด้วยวันนึง จุดประสงค์หลักๆคืออยากไปดูใบไม้แดงที่โน่นกะเค้าบ้าง ก็เห็นใครๆเวลาไปดูใบไม้แดงแบบไปเช้าเย็นกลับชอบไปที่นี่กันทั้งนั้นเลย คนมาเที่ยวกันนี่ก็เคยไปนิกโก้กันหมดทุกคนแล้ว เราอยู่โตเกียวมาสามปีกว่าไม่เคยไปเลยสักครั้งเชยน่าดู วันนี้ขอไปสักหน่อยเหอะนะ อยากเอากล้องใหม่ไปลองออกสนามจริงด้วย

ช่วงก่อนไปก็นั่งเช็คเว็บทุกวันว่าเหลือใบไม้แดงเท่าไหร่ ปีนี้อากาศหนาวเร็วจุดหลักๆฮิตๆนี่แดงจนโกร๋นไปเรียบร้อยแล้ว งานนี้ตั๋วทุกอย่างคุณพี่ชายจัดการให้(ผู้ชำนาญการตัวจริง เค้ามานิกโก้รอบที่สี่แล้ว) ตอนซื้อตั๋วเห็นพนักงานก็บอกว่าตรง Chuzenji lake เนี่ยมันพีคไปเมื่ออาทิตย์ก่อน(ได้ยินว่ารถบัสกว่าจะขึ้นลงรอบนึงใช้เวลากว่า 2-3 ชั่วโมง) ส่วนตรง World heritage ก็ยังไม่ค่อยแดงดี ตรงน้ำตก Ryuzu ไม่ต้องพูดถึงโกร๋นไปตั้งแต่กลางๆตุลาแล้ว

จังหวะไปไม่ค่อยดีเลยโอกาสแห้วไม่เห็นใบไม้แดงสูง แต่ทำไงได้ล่ะ นอกจากวันเสาร์อาทิตย์เราก็ไม่สะดวกโดดงานไป(ไม่งั้นเกาะพี่ชายไปขึ้นเหนือ ดูใบไม้แดงแบบเต็มๆตามจังหวัดต่างๆแล้ว) ครั้นจะให้ลุยเดี่ยวเลยก็ยังไม่มีเวลาหาข้อมูลเพราะต้องปั่นงานอีกอย่างให้เสร็จก่อนไปอังกฤษตอน พย สรุปแล้วไปก็ไปนิกโก้ ไปลุ้นเอาข้างหน้าละกัน

เช้าวันฮาโลวันก็รีบตื่นนั่งรถไฟไปอาซาคุสะ ทันรถรอบแปดโมงเช้าพอดี
#pic1


สถานีปลายทางที่จะไปลงคือ Tobu-Nikko เท่าที่สังเกตคนที่นั่งรถคันนี้มานี่ส่วนใหญ่ก็ปลายทางเดียวๆกันทั้งนั้นเลย แถมช่วงนี้ที่ไทยมีวันหยุดยาวด้วยคนไทยมาเที่ยวญี่ปุ่นกันเยอะในตู้รถไฟเนี่ยเจอคนไทยเข้ากลุ่มเบ้อเริ่มเลย
#pic2


ที่นั่งในรถไฟเป็นแบบสองที่หันหน้าเข้าหากัน ดูเผินๆเหมือนจะโอเค แต่นั่งนานๆนี่ไม่สบายตัวเหมือนชินคันเซนเลย พนักตรงเป๊ะไม่มีปรับเอียง แถมต้องนั่งเข่าชนเข่ากับคนตรงข้ามอีก เมื่อยมากๆ
#pic3


งวดนี้เราอยากลองเสี่ยงขึ้นไปดูด้านบนด้วย มันเพิ่งจะพีคไปเมื่ออาทิตย์ก่อนน่าจะยังเหลือแดงอยู่พอสมควรล่ะน่า ดังนั้นสรุปหลักๆจะไป Chuzenji lake กับ World heritage ไปสองที่คุณพี่ชายจัดการซื้อตั๋ว Nikko pass มาให้เรียบร้อย ถ้าไม่ขึ้นไปทะเลสาปก็จะได้ซื้อแต่ตั๋ว World heritage pass (พวกนี้เนี่ยเราไม่รู้เรื่องเลย ถ้าไปเองอาจเดินดุ่มๆขึ้นรถไฟไปเลย)
#pic4


รถไฟวิ่งนานหน่อย ตอนที่ตื่นอยู่เกิดเบื่อๆก็หยิบกล้องมาแชะรูปสักหน่อย ไร้สาระไปเรื่อยๆ
#pic5


พี่ชายบอกว่านั่งคันนี้ไปจนสุดสาย แต่ไหงหลับๆอยู่ดีๆคนลุกกันพรึ่บพรั่บวิ่งไปขึ้นรถไฟอีกคัน แถมมีเสียงภาษาไทยตะโกนอีกว่า "คันโน้นๆ" เราก็เลยตื่นเลยวิ่งไปกะเค้ามั่ง ไปถามเจ้าหน้าที่รถไฟอีกทีค่อยอ๋อ เค้าบอกว่าเปลี่ยนไปคันโน้นจะเร็วกว่านั่นเอง (เจ้าหน้าที่รถไฟรู้งานมาก ใช้วิธีมือชี้ๆไปคันโน้นแล้วบอก quicker quicker คนถามก็พูดแค่ Nikko แล้วก็ชี้มือไป แค่นี้แหล่ะรู้เรื่องกันแล้ว)
#pic6


พอถึงสถานี คุณพี่ชายเดินนำทางอย่างรวดเร็วออกไปที่ป้ายรถบัส ขอคารวะเลยเดินคล่องมากๆรวดเดียวถึงเลยไม่มีหยุดชะงัก เป็นเรามาคนเดียวเหรอคงเอ๋ออยู่พักนึงว่าต้องออกไปทางไหนเนี่ย มาถึงตอนราวๆสิบโมงครึ่งแดดยังดี ฟ้ายังใสอากาศดีมากๆ (กลุ่มคนในรูปนี่คนไทยทั้งกรุ๊ปเลย เค้าต่อคิวรถบัสไป World heritage กัน)
#pic7


แต่เรากะพี่นั้นจะขึ้นไป Chuzenji lake ก่อน รีบขึ้นแต่เช้าๆเผื่อบ่ายๆจะเจอรถติด รอที่ป้ายรถบัส 2B นี้เลยใช้ Nikko pass ขึ้นลงรถไม่ต้องหยิบเงินให้เสียเวลา โชว์บัตรอย่างเดียว
#pic8


ขนาดว่ารถไม่ติดเลยก็ใช้เวลานั่งรถประมาณ 45 นาทีกว่าจะถึงป้ายปลายทางที่เบอร์ 24 Chuzenjikohanmeguri ช่วงขึ้นเขานี่รถเอียงไปเอียงมามากๆ นับไม่ถ้วนเลยว่าเลี้ยวโค้งไปกี่โค้ง ถ้าคนมึนๆมาเนี่ยเมารถอ้วกแน่ๆ
#pic9


ถึงด้านบนแล้วฟ้าก็ยังใส อากาศยังดี เจอต้นแดงๆส้มๆหนึ่งต้นใกล้ป้ายรถบัส คุณพี่ชายเลยช่วยแชะภาพที่ระลึกให้หน่อย อยากบอกว่าภาพนี้เป็นภาพ(ตัวเอง)ที่สวยที่สุดในทริปนี้เลย ฟ้าก็ใสต้นไม้ด้านหลังก็แดงกำลังดี แสงแดดตกกระทบหน้ากำลังเหมาะ ภาพออกมานี่ถ้าไม่ใช่กล้องตัวเองถ่าย คงนึกว่ามีการรีทัชนะเนี่ยหน้าเนียนเว่อร์ๆ (แต่รูปอื่นๆหลังจากนี้หรือ หน้าดูไม่จืดเลย)
#pic10


ถ่ายรูปกับป้ายยอดฮิตสักหน่อยเห็นใครๆก็ถ่ายกัน ขอเซนเซอร์คุณพี่ชายสักนิดเค้าขี้อาย สองคนในภาพก็คนไทยอีกนั่นแหล่ะได้ยินเสียงคุยภาษาไทยกันไวๆเลยทักกันนิดนึง แ้ล้วก็ผลัดกันถ่ายรูปให้กัน
#pic11


ถ่ายรูปฟ้าใสๆกันต่อ ต้นไม้แดงก็มีไม่เยอะแต่ก็ยังพอเห็นเหลือหย่อมโน้นหย่อมนี้บ้าง แดดตอนนั้นกำลังดีเลยไม่ร้อนไปถ่ายรูปออกมาส่วนใหญ่ In focus หมดมีไม่กี่รูปที่โฟกัสวืดไปบ้างนิดๆ
#pic12


คุณพี่ชายหิวข้าวเลยขอแวะทานข้าวกันสักหน่อยค่อยไปเดินดูรอบๆ (ไม่ทันนึกเลยว่าออกมาอีกทีแดดจะเกลี้ยงแล้ว T_T) ให้ดูโฉมหน้ากล้องใหม่ที่ทำเอากลับจากทริปนี้แล้วปวดข้อมือมาสองวันยังไม่หายดีเลย ถือแป๊บๆไม่เท่าไหร่แต่ถือทั้งวันเนี่ยยังไม่ชินน้ำหนัก ต้องหาท่าบริหารข้อมือสักหน่อยแล้วเนี่ย
#pic13


ออกจากร้านอาหารมาเมฆบังแดดหด ฟ้ากลายเป็นขาวๆไม่มีแดดซะแล้ว รูปนี้กำลังจะลงไปที่ Kegon waterfall กันลงไปแบบบันไดธรรมดานี่ล่ะ พี่ชายผู้ชำนาญการบอกว่าเสียเงินลงลิฟท์ไปก็แค่ใกล้กว่านิดเดียวไม่ได้สวยกว่าเท่าไหร่หรอก
#pic14

หลังจากออกจากร้านอาหารมาแล้ว เศร้าใจมากๆมาดูรูปแล้วพลาดไปเกินครึ่ง ทั้งๆที่ถ่ายโหมดเดียวๆกันกับตอนแรกแท้ๆ แต่รูปออกมาแทนที่จะชัดตื้นหรือชัดลึกสักอย่าง กลายเป็นว่าส่วนใหญ่ไม่ชัดทั้งตื้นและลึกเลย สีก็ตุ่นๆจืดๆเหมือนมีหมอกขาวๆบังภาพ แถมไงไม่รู้ถ่ายมาหน้าขาวเว่อร์จนมองแทบไม่เห็นจมูก(ที่ไม่ค่อยจะมี)อยู่แล้ว

มาถึงแล้วก็ถ่ายซะหน่อยน่ะ น้ำตก Kegon ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใบโกร๋นๆ ภาพน้ำตกนี้ถ่ายจากไกลๆเท่าที่เลนส์ 18-55 mm นี้จะถ่ายได้
#pic15

ภาพนี้ถ้าไม่ดึง contrast ขึ้นด้วย PS นี่สีตุ่นมากๆไม่มีความสวยเอาซะเลย ดีว่าพอ PS แล้วดูดีขึ้นเยอะพอเอามาโชว์ได้

อีกสักภาพกับน้ำตก เอาต้นไม้มาบังๆช่วยหน่อยเผื่อจะดูดีขึ้น (เทียบกับน้ำตกที่ Oirase @Aomori ที่พี่ชายไปดูไม่ได้เลย อันนั้นถ่ายรูปน้ำตกกันใกล้ๆ ใบไม้แดงเหลืองเขียวสลับกัน ขนาดถ่ายจาก iPhone รูปยังสวยเป็นบ้าขนาดทำให้พวกเฉยอย่างเราอยากไปดูกับตาให้ได้ ไว้ปีหน้าต้องแพลนไปมั่งแล้ว)
#pic16


น้ำตกหมดแค่นั้นไม่มีอะไรให้ดูให้ถ่ายแล้ว มาเดินดูรอบๆนอกดีกว่า เพิ่งพ้นช่วงพีคมาอาทิตย์เดียวก็ยังพอมีต้นใบแดงๆให้เห็นประปรายตามรายทาง
#pic17


ต้นนี้สวยหน่อยมีทั้งเขียว ทั้งแดง ทั้งส้มๆในต้นเดียวกัน แต่ก็น้อยนะที่จะเป็นอย่างต้นนี้
#pic18


ต้นนี้ก็โอเคสวยดี ถ้าทุกต้นได้ประมาณนี้หรือแดงมากกว่านี้(แต่ยังไม่น้ำตาลหรือโกร๋น)ก็คงจะดีหรอกนะ
#pic19


ใบไม้แดงบนนี้ส่วนใหญ่ ดูสภาพใบก็รู้ว่ากรำศึกมาพอควรแล้ว ไม่ได้แดงกันใหม่ๆสดๆซิงๆ
#pic20


ตรงทะเลสาป Chuzenji ไม่มีอะไรเลย ทัศนวิสัยไม่ค่อยดีถ่ายออกมาเหมือนหมอกขาวๆบัง แถมต้นไม้ก็โกร๋นกันหมดแล้ว ได้แต่ภาพนี้มาแทนยังพอมีต้นแดงๆส้มๆให้ชื่นใจบ้าง(ตั้งหนึ่งต้น)
#pic21


ผิดหวังนิดหน่อยว่าข้างบนนี้ไม่ค่อยแดงเลย แถมอากาศก็ไม่เป็นใจให้ได้รูปฟ้าใสๆมาชดเชย ประมาณบ่ายโมงก็เลยไปต่อคิวนั่งรถบัสลงไป World heritage ที่ต่อไป งานนี้เกือบไปแล้ว เกือบโดนตัดแถวเพราะรถเต็มซึ่งถ้าพลาดคันนี้ต้องรอนานเลย โชคยังดี(หรือเปล่า)สุดท้ายได้นั่งที่นั่งเสริมตรงกลางทางเดิน (นั่งไม่สบายเลยเก้าอี้เล็กๆ แต่ก็เอาน่ะได้นั่งยังดีกว่ารอคันต่อไป)

ทั้งๆที่เลยช่วงพีคมาแล้วแท้ๆ แต่ขากลับยังอุตส่าห์เจอรถติด(ตรงช่วงลงเขามาแล้ว) เลยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆสำหรับการลงจาก Chuzenji lake มาที่ทางเข้าวัดที่เป็น World heritage โปรดอย่าถามนะว่าวัดเหล่านี้ชื่ออะไรประวัติยังไง เราไม่รู้เรื่องเลยงานนี้มีคุณพี่ผู้ชำนาญการพาเดินหมด เราเดิน(กึ่งวิ่ง)ตามลูกเีดียว หนึ่งในความสามารถพิเศษที่ได้จากการอยู่ญี่ปุ่นคือ สามารถวิ่งตามสถานที่ท่องเที่ยวได้ทั้งวันโดยใส่บู๊ตส้นสูง (แต่ว่าก็ว่าคู่นี้พื้นรองเท้าบางไป เดินถนนขรุขระแอบเจ็บฝ่าเท้านะเนี่ย)
#pic22


เดินๆตามคุณพี่ชายไป ตอนเรามัวแต่ถ่ายรูปทางเข้าคุณพี่ก็ไปซื้อตั๋วให้เีรียบร้อย แล้วก็เข้าไปวัดแรกกันเลย ป้ายเขียนว่า Taiyuin ไม่รู้เหมือนกันว่าคืออะไร งานนี้อยากมาดูใบไม้แดงอย่างเดียวไม่ได้สนใจวัดอะไรเท่าไหร่ (จริงๆคือไม่สนใจเลยมากกว่า)
#pic23


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวสำหรับการมา Nikko world heritage คือ การเดินขึ้นๆลงๆบันได ทำไมบันไดมันเยอะอย่างนี้นะเนี่ย ค่อนข้างชันด้วย ขึ้นทีมือนึงต้องเกาะราวไว้ตลอดเลย กลัวจะเกิดหน้ามืดหรือชักกระตุกกระทันหันแล้วหงายหลังร่วง กล้องหล่นพัง(เสียดายกล้องนั่นเอง) ว่าแล้วก็แอบอายคุณลุงคุณป้าคนญี่ปุ่นเหมือนกัน ขนาดอายุมากแล้วยังเดินกันฉับๆ
#pic24


ไปๆมาๆดูแล้ว ข้างล่างนี้ใบไม้แดงยังสวยกว่าข้างบน(ทะเลสาป)อีกนะ สรุปเอาเองว่ามาดูตอนช่วงมันกำลังจะแดง สวยกว่าช่วงที่มันกำลังจะโรยนะเนี่ย ถึงปริมาณที่แดงแล้ว(หรือยังแดงอยู่)จะพอๆกัน แต่เห็นใบเขียวๆกำลังจะแดงบ้างก็ยังดีกว่าเห็นแต่กิ่งโกร๋นๆล่ะน่า
#pic25


แถวๆแท่นหินนี้สวยดี ตัดกับใบไม้แดงและเหลืองข้างหลังมากๆ เลยจัดมาหลายแชะหน่อย
#pic26


ด้านหลังแท่นหินด้านบนก็มีน้ำตกเล็กๆ ถ่ายมุมนี้ก็ออกมาแปลกดี ใบไม้แดงที่ร่วงที่พื้นยังไม่โดนเหยียบเละเท่าไหร่ โอเคยังพอจับมาออกงานได้
#pic27


ผ่านไปกันที่บันไดอันต่อไป (อันที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ขึ้นจนจำไม่ได้) รู้สึกด้านหลังนี้จะมีที่ให้เข้าไปไหว้พระด้วย แต่เราไม่เข้าแค่เดินผ่านเฉยๆ (ไม่อยากถอดรองเท้าด้วยล่ะ บู๊ตถอดยาก)
#pic28


เดินขึ้นๆลงๆบันไดไปๆมาๆก็มาเจออันนี้น่าสนใจ เห็นเดินเวียน วนลอดกันอยู่สิบกว่าคนได้ (แต่คนที่ยืนมุงดูอย่างเดียวน่ะมากกว่า) รู้สึกว่าถ้าเดินลอดตามทิศที่กำหนดคงจะมีอะไรดีๆมั้ง เช่น จะโชคดีหรืออะไร เห็นลอดกันใหญ่ดูเผินๆหยั่งกะเวียนเทียนแน่ะ
#pic29


มุ่งหน้าไปยังวัดสุดท้าย (วัดที่มีลิงปิดหูปิดตาปิดปาก) ถ้าใครมีเงินก็เดินทางไปอย่างไฮโซได้เลย มีรถม้าพาไปถึงที่ ส่วนเราเหรอโลโซอ่ะเดินเอาดีกว่า แพงแหงๆรถม้านี่
#pic30


ตามที่คุณพี่ชายบอกวัดนี้แหล่ะดังสุด ก็คงจะจริงแหล่ะคนงี้เพียบเชียว ต่อคิวอะไรกันไม่รู้อย่างยาว เราได้อยู่ถ่ายรูปตรงด้านหน้านี้นานหน่อย เพราะดันทำบัตรส่วนเข้าวัดนี้หาย -"- (ก็แหม เดินมาตั้งนานไม่เห็นจะใช้เลย ก็เลยกำตั๋วทั้งชุดไว้ในมือ ดูเผินๆหยั่งกะกระดาษทิชชู่ใช้แล้ว ผลคือตั๋วส่วนริมขาดตกหายไปตอนไหนไม่รู้ ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เข้าวัดนี้ด้วย หาตั๋วไม่เจอก็เลยยืนรอคุณพี่อยู่ตรงจุดตรวจตั๋วนั่นแหล่ะ)
#pic31


วันนี้ว่าเจอคนไทยเยอะแล้วแต่คนจีนนี่เจอเยอะยิ่งกว่า มากันเป็นกรุ๊ปทัวร์แถวยาวเลยเชียว หลังจากคนเข้าประตูซาลง(เดาว่ากลุ่มทัวร์คงเข้าไปหมดแล้ว) คุณคนตรวจตั๋วเลยหันมาบอกให้เราเข้าไปได้ (ขอบคุณมากๆนะคะ) สุดท้ายเลยได้เข้าจนได้ (เค้าคงเห็นมั้งว่าเราซื้อเป็นตั๋วชุดมา ซึ่งต้องมีส่วนเข้าวัดนี้อยู่แล้วแต่มันหายจริงๆ)

รูปลิงปิดหูปิดตาปิดปากใครๆก็ลงกันแล้วเลยไม่ลงละกัน(จริงๆคือถ่ายออกมาดูไม่ได้นั่นเอง) ถ่ายอย่างอื่นๆแทน ก็นิดๆหน่อยๆประสาคนไม่ซาบซึ้งกับวัฒนธรรมเท่าไหร่ สำหรับเราวัดก็คือวัดนั่นแหล่ะไม่รู้สึกอะไร
#pic32

#pic33


ตรงที่ทางเดินออกจากวัดสุดท้ายนี้ เจอมุมนึงขาตั้งกล้องอย่างเพียบ ใครดูก็รู้ล่ะว่าจุดนี้เป็นจุดถ่ายรูปใบไม้แดงที่ดี(ที่สุด)แถวนี้ตอนนี้แน่ๆ เราก็เอาบ้างสิแชะกะเค้าซะหน่อย
#pic34


ออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้าเดินๆๆมาทั้งวัน จนตะวันคล้อยแล้วกว่าจะเสร็จน้ำตกกับวัดทั้งหมด คราวนี้ลงบันไดชันอันสุดท้ายแล้วเดินต่อไปดูสะพานแดงอีกอย่างเป็นอันหมดภารกิจนิกโก้คราวนี้
#pic35


เห็นพี่ชายบอกว่าสะพานนี่เป็นหนึ่งใน World heritage เลยนะ แต่ก็สมแล้วที่เป็นพี่น้องกัน คือ ต่างคนต่างดูแล้วไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลยก็แค่สะพานสีแดงๆอันนึง เห็นที่ญี่ปุ่นก็มีสะพานสีนี้อยู่ทั่วไปหมด(โดยเฉพาะแถวศาลเจ้า) แต่ถ้าเป็นตอนแดดดีๆใบไม้แดงๆ หรือตอนซากุระเต็ม หรือหิมะปกคลุมก็คงสวยน่ะนะ (แต่ ณ ตอนนี้มันไม่สามารถกระตุกต่อมการชื่นชมความงามธรรมชาติของเราและพี่ได้แม้แต่นิดเดียว)
#pic36

#pic37


หมดสะพานนี้แล้วก็ได้เวลานั่งบัสกลับสถานี Tobu-Nikko กันสักที รูปสุดท้ายขออุทิศให้แยกไฟแดงนี้ เป็นไฟแดงที่นานมากๆยืนรอตั้งแต่คนเดียวจนมีคนมายืนรอพร้อมกันเป็นสิบ รถบัสกลับสถานีผ่านไปแล้วสองคันกว่าจะได้ข้าม คุณป้าคนญี่ปุ่นพึมพำกันใหญ่ว่า ไฟแดงนี้น๊านนาน
#pic38


การตามล่าใบไม้แดงที่นิกโก้คราวนี้จบลงแบบผิดหวังหน่อยๆ ไม่ได้เห็นแดงเท่าที่อยากจะเห็น(สองปีก่อนที่เกียวโต เห็นแดงเต็มที่เลยจริงๆ) จบทริปด้วยรถไฟขากลับที่คนแน่นยิ่งกว่าขามา(แถมนั่งนานกว่าด้วย) เมื่อยๆอยู่แต่กระดิกตัวไม่ค่อยจะได้เลย นั่งๆไปนึกถึงเวลาต้องนั่งเครื่องบินชั้นประหยัดนานๆอารมณ์เดียวๆกันเลย โดนที่นั่งและคนรอบข้างล็อคจนกระดิกตัวแทบไม่ได้

--------------------------------------------------------------------------

บทเรียนจากการเอากล้อง DSLR ออกสนามจริงครั้งแรก คือ ถ่ายรูปคนนี่ยากจริงๆอ่ะ รูปวิวอะไรไม่ค่อยมีปัญหาโอเวอร์บ้างอันเดอร์บ้างแต่ก็ยังดูได้ดูโอเค แต่เมื่อไหร่ที่มีคนเป็นตัวแบบเข้ามาแบบจริงๆจังๆ ถ้าไม่ออกมาดีไปเลยก็(มัก)เละไปเลย ยิ่งพอแดดไม่มีด้วย ไม่รู้ไงพอมาดูภาพเต็มๆในคอม รู้สึกเหมือนภาพไม่คมสักจุด ดูยังกับโฟกัสวืดวาดไปหมด ทั้งๆที่บางรูปก็จำได้ว่าจับโฟกัสให้ตรงตัวคนแล้วนะ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าโฟกัสมันวืดจริงๆหรือเพราะว่าค่า sharpen ที่ตั้งตอนนี้ต่ำเกินไปเลยดูเป็นอย่างนั้น

ปัญหาหลักๆนอกจากโฟกัส(เหมือนจะ)วืด ก็คือส่วนตรงผิวหน้าที่มักจะขาวจนดีเทลหายเกือบหมดเลยเห็นแต่คิ้วกะลูกกะตา มานั่งดู exif ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก หลักๆเราก็ใช้โหมด Av กับปรับช่วงซูมเข้าออกเท่านั้น มีชดเชยแสงบ้าง แต่ที่เหลือไม่ได้ปรับอะไรกล้องทำให้ แต่ไหงมันออกมาหน้าว่อกอย่างนี้หนอ ณ ปัจจุบันใช้ Evaluate metering mode มันจะเกี่ยวกันไหมเนี่ย เราถ่ายรูปจะเน้นแนว candid หรือ life มากกว่าไม่ได้เน้นเจาะแต่ตัวแบบ แต่จะเอาให้เห็นทั้งคนทั้งวิวข้างหลัง

รูปภาพส่วนใหญ่(หลังจากแดดหมด)จะดูไม่ค่อยคม(จนไม่แน่ใจว่าโฟกัสวืดหรือเปล่าเนี่ย) เหมือนมีม่านหมอกสีขาวบางๆกั้น สีก็จะตุ่นๆเหมือน saturation ของสีน้อยเกินไป ส่วนใหญ่ต้องเอามาเข้า PS เพื่อดึง contrast ขึ้นและบางรูปก็ต้องปรับคืนดีเทลให้ส่วนที่ติด Highlight ด้วย

ยังดีว่ารูปวิวส่วนใหญ่พอปรับ contrast ให้ก็ดูดีขึ้นเยอะ นึกอยู่ว่าถ้าตั้งค่ากล้องใหม่ให้ sharp และ saturation เพิ่มขึ้นจะดีกว่าไหมนะ แต่ที่ยังเป็นปัญหาคือรูปที่มีคนนี่ล่ะ สีผิวสีหน้าขาวเว่อร์เพี้ยนไปมากจนกู้คืนไม่ค่อยจะได้

ปัญหาสุดท้ายก็กำลังคิดอยู่คือ เวลาไปเที่ยวแบบนี้ที่เน้นเดินเร็วๆไม่ค่อยมีเวลาหยุดเพื่อเล็งรูปกันนานนัก(แถมผ่านแล้วก็ไม่ย้อนกลับไปอีกด้วย) แถมหลายๆครั้งต้องให้คนอื่นช่วยกดชัตเตอร์ให้ด้วยอย่างนี้ควรจะใช้โหมดอะไรถ่ายดีนะ จะใช้โหมดพวกที่ต้องปรับค่าโน่นนี่ หาจุดโฟกัสที่ถูก วัดแสงให้พอดี ก็ไม่ไหว แค่เค้ายอมช่วยกดชัตเตอร์ให้นี่ก็ดีถมไปแล้ว

แต่ถ้าจะใช้โหมดออโต้เลยนี่ก็ยังไม่ค่อยชัวร์ เพราะหนนี้เวลาให้พี่ชายหรือคนอื่นๆถ่ายให้ ก็ตั้ง auto focus แล้วแต่ถ่ายออกมาก็ยังไม่ค่อยชัดยังกะโฟกัสไม่อยู่ยังไงหยั่งงั้น(แต่ตอนแดดดีน่ะชัดเชียว auto focus เหมือนกันแท้ๆ)

สรุปพูดไปพูดมาตัวเองก็งงเอง ตอนนี้มีหลายตัวแปรมากที่ไม่แน่ใจ ทั้ง Evaluate metering mode ว่าเกี่ยวกันไหมที่ทำให้หน้าว่อก(เพราะรอบๆแสงไม่ค่อยมี), ทั้งค่า sharpen และ saturation ว่าถ้าปรับขึ้นมันจะดูคมขึ้นสีตุ่นน้อยลงรึเปล่า(หรือจริงๆเพราะสภาพอากาศไม่ดีและโฟกัสมันวืดจริงๆกันแน่), ทั้งว่าเกี่ยวกันไหมว่าที่รูรับแสงกว้างๆภาพจะไม่ค่อยคม (อ่านมาจากพันทิป เห็นบางคนเค้าพูด)

ยิ่งอ่านกระทู้ยิ่งมึน ตัวแปรเยอะไปหมดดูไม่ถูกไปไม่เป็นเลยว่าเพราะอันไหนกันแน่นะ หรือว่าเวลาไปไหนสำคัญๆควรใช้ออโต้ไปก่อนดีเพื่อความชัวร์ ปัญหาหนักก็เวลาถ่ายคนนี่ล่ะ เฮ้อ ขนาดไม่ได้กะให้สวยเหมือน portrait เอาแค่ให้เห็นคนชัดเห็นวิวด้านหลังชัดก็พอนี่ ตอนนี้ยังทำไม่ค่อยได้เลย

ปล ภาพแรกๆย่อธรรมดาไม่ค่อยได้ปรับอะไรเลย แต่ภาพหลังๆจะดึง contrast ขึ้นประมาณ +13 และใช้ action ย่อเสต็ปละ 500 pixels (แบบ Bicubic sharpen) รู้สึกว่าถ้าย่อด้วยแบบนี้ทุกๆเสต็ปภาพจะดูคมแข็งเกินไป(อย่างที่เห็นหลายๆรูปด้านบน) แต่คราวนี้ก็ทำไปแล้วขอยกยอดไปแก้ตัวคราวหน้าละกันนะ



Create Date : 03 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 7 ธันวาคม 2552 1:14:29 น. 8 comments
Counter : 989 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะเกด เย็นนี้พี่จะออกไปส่งของให้นะ แพ็คไว้หลายวันแล้ว แต่ติดโน่นติดนี่เลยไม่ได้ออกไปส่งซะที(ติดขี้เกียจ)

หลายภาพในบล็อคสวยมากนะคะ สวยหลายๆภาพเลย (จริงๆ มันจะมีเรื่องที่เกี่ยวกับว่า ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ภาพบางภาพบางคนชอบ บอกสวย บางคนไม่ค่อยชอบ ก็บอกว่าเฉยๆ )

น่าจะมีภาพวิว(น้ำตก) รึเปล่า ที่ดูดรอปไปนิดนึง เพราะศักยภาพของเลนส์ด้วย แล้วก็สภาพแสงตามความเป็นจริงด้วยนะพี่ว่า แต่ภาพที่โมมิจิหล่นที่พื้น(ฉากหลังเป็นน้ำตก) อันนี้นำเสนอน่าสนใจมาก แต่โฟกัส(ใบไม้ร่วง) สว่างมากเกินไป ภาพเลยถูกดึงความสนใจไปที่ฉากหลังก่อน แต่ฉากหลังก็มืดเกินไปอีก

ส่วนภาพที่มีคน(ตัวนางแบบ)ติดโอเวอร์ไปนิดเดียว ทำให้ดูแบนเพราะว่าโดนแย่งแสงไปด้านหลังหมด แต่ถ้าเอามาปรับคอนทราสตัวแบบก็จะลอยขึ้นจากฉากหลังมากเกินไป คือดูรู้ว่าเอามาปรับทีหลัง ภาพเลยไม่นุ่มเท่าที่ควร

ภาพที่ถ่ายบรรยากาศรวม(คนเยอะๆ) บางภาพสว่างไปนิดนึง และหลายๆภาพยังนำเสนอความต้องการของคนถ่ายได้ไม่พอนะพี่ว่า คือดูแล้วไม่ทราบว่าคนถ่ายต้องการเน้นหรือนำเสนออะไรในภาพนั้น (เช่นภาพ หน้าลานวัด ที่ยืนรอพี่ชาย) แต่พี่ชอบภาพรถม้า กับภาพที่ถ่ายมุมเสยของ YASHA MON GATE นะ สวยมากเลย ภาพน้ำในลำธารก็สวย สะพานแดงก็สวย

ภาพที่เอาลงเน็ทมันโดนดรอปคุณภาพลงไปเยอะแล้ว บางทีเราว่าสวยแต่พอย่อแล้วกลับรู้สึกแปลกๆก็เป็นได้นะคะ

เรื่องตัวกล้องพี่คิดว่า เกดลองปรับโหมดเรื่อยๆ ถ่ายไปเรื่อยๆ มันจะเจอโหมดนึงที่เรารู้สึกว่าเราคล่องและถนัดกับโหมดนั้นๆที่สุด มิเตอร์ริ่งก็ลองปรับทั้งแบบเฉลี่ยหรือแบบเฉพาะจุดลองดูว่าเราชอบและถนัดแบบไหนกว่ากันและลองถ่ายไปเรื่อยๆหลายๆแบบ บางคนก็ชอบถ่ายวิว บางคนชอบพอร์ทเทรท บางคนชอบถ่ายโคลสอัพ แต่ถ้าถ่ายได้ดีหมดทุกแบบก็คงจะดี ฮา...

เรื่องโฟกัสวืดนั้นพี่ว่าเป็นได้เรื่อยๆนะคะเกด กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อมาเช็คกับจอคอมที่บ้าน (พี่เป็นบ่อยมาก บางภาพก็พอรับได้ แต่บางภาพรู้สึกเสียดายย้อนหลัง ก็มีบ่อยๆเลยเคสนี้...)

ต้องขอโทษที่เมนท์ยาวไปหน่อย อาจจะตอบคำถามที่เกดถามไม่ได้นัก โดยเฉพาะเรื่องโฟโต้ช็อปนี่พี่ไม่รู้เรื่องเลย ไม่เคยใช้เลย (ไม่ได้ลงในเครื่องเลยใช้ไม่เป็นซักที)
ทำได้แค่ย่อรูปกับใส่กรอบง่ายๆที่โฟโต้สเคป


โดย: tukuta IP: 126.116.254.154 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:40:30 น.  

 
ภาพสวยมากๆเลย
เห็นแล้วก็อยากไปหน้าใบไม้แดงบ้างจังเลยค่ะ
แต่ปีนี้หนาวเร็วจังเลยน้า...


โดย: mame (@FirstblusH ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:42:52 น.  

 
ตามมาชมใบไม้แดงด้วยคนค่า

สวยๆๆๆ ทั้งนั้นเลย


โดย: nLatte วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:56:40 น.  

 
มาตามคำเชิญครับ แหะๆ

ชมหมดแล้วนะครับ รวมๆก็ถ่ายออกมาได้ดีนี่ครับ
ถ้าจะให้ติก็คือ อยากเห็นหน้าตากล้องด้วย ไม่เห้นซํกภาพเลย อิอิ

#27, # 31, #32, #34, #36 สวยดีครับผม

>>ส่วนตรงผิวหน้าที่มักจะขาวจนดีเทลหายเกือบหมดเลยเห็นแต่คิ้วกะลูกกะตา
คือไม่เห็นหน้าซํกรูปเลยไม่รู้จะให้ความเห็นยังไงน่ะครับ มีรูปไหนที่พอจะส่งให้ได้
พร้อมค่า EXIF ในรูปก็คงจะตอบอะไรได้มากกว่านี้

ถ้าจะให้นั่งเทียนเดาก็คือ คงวัดแสงพลาด เหรือไ่ม่ก็ชดเชยแสงพลาดน่ะครับ
แต่ถ้าไม่เห็นภาพกับการตั้งค่าก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน

ส่วนโหมดวัดแสง ถ้าแสงไม่ได้ซับซ้อนมากผมก็ใช้ Evaluate metering mode ตลอดครับ

>>เหมือนมีม่านหมอกสีขาวบางๆกั้น สีก็จะตุ่นๆเหมือน saturation ของสีน้อยเกินไป
>> ส่วนใหญ่ต้องเอามาเข้า PS เพื่อดึง contrast
เป็นข้อจำกัดของชิ้นเลนส์ครับ แล้วก็การดึง contrast ควรทำใน RAW format นะครับ (แนะนำ dpp)
ไม่ใช่แปลงเป็น jpeg แล้วค่อยมาทำ เพราะจะดึงได้มากกว่าและน้อสย์น้อยกว่ามากๆ

>>รูปวิวส่วนใหญ่พอปรับ contrast ให้ก็ดูดีขึ้นเยอะ นึกอยู่ว่าถ้าตั้งค่ากล้องใหม่ให้ sharp และ saturation
ปรับโหมด lanscape ในกล้องเลยก็ได้จ้า ตอนถ่ายคนปรับคืนด้วย ไม่งั้นผิวติดเหลือง

>>ต้องให้คนอื่นช่วยกดชัตเตอร์ให้ด้วยอย่างนี้ควรจะใช้โหมดอะไรถ่ายดีนะ
live view ครับ ออโตให้หมด

>> action ย่อเสต็ปละ 500 pixels (แบบ Bicubic sharpen)
มาถูกทางแล้วครับ แล้วทุกครั้งที่ย่อหน่งครั้งก็ใส่ Unsharp Mask ไปด้วย ลองปรับค่าจามที่ต้องการ
ผมจำสูตรตัวเองไม่ได้ (พอดีตอนนี้บ.ส่งมาทำงานที่โตเกียว เครื่องหลักอยู่ที่อิบาราคิ)
แต่คิดว่าน่าจะ 0.2/100%/1.0 นะครับ ชาร์ปมากภาพแข็งไปไม่ดี เอาธรรมชาติๆดีกว่า

ตั้งใจศึกษาขนาดนี้ ไม่นานคงเก่งแน่ๆ เอาใจช่วยนะครับ พยายามเข้า
แล้วส่งรูปมาให้ดูใหม่นะ :)

p.s. ถ้าชอบถ่ายคน น่าจะซือ้ Canon 50mm F/1.8 II นะครับ คุ้มสุดๆแล้วตัวนี้ 8000~9000 Yen เอง


โดย: NEKKI (Fire Bomber !! ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:16:14 น.  

 
ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาชมนะคะ โดยเฉพาะพี่ตาและคุณ NEKKI ที่ยอมมาช่วยเมนต์ให้มือใหม่หัดเล่นกล้องอย่างเราตามบัตรเชิญที่ส่งไปให้

เดี๋ยวจะค่อยๆอ่านพิจารณาทีละประเด็นเลยค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับทุกคอมเมนต์และคำติชม

-----------------------------------------------

---> พี่ tukuta

เกดก็สังเกตอยู่เหมือนกันค่ะว่าทำไมเราชอบถ่ายออกมาแสงโอเวอร์อยู่เรื่อยเลยนะ เหนื่อยต้องมานั่งกู้ส่วน Highlight คืนด้วย PS อีก เพิ่งจะเข้าใจกับตัวเมื่อตอนมีกล้องนี้เองค่ะว่าภาพโอเวอร์นี่แย่กว่าภาพอันเดอร์จริงๆ(อย่างที่เคยได้ยินมา)เพราะรายละเอียดหายกู้คืนย๊ากยาก

เทียบกับรูปถ่ายกลางวัน(ที่แสงไม่ค่อยมี) กับรูปถ่ายกลางคืนที่ดัน ISO ไปถึง 3200 มาดูเกดกลับรู้สึกว่ารูปกลางคืนดูชัดกว่ารูปกลางวันเสียอีกค่ะ เพราะภาพไม่โอเวอร์รายละเอียดอยู่ครบกว่า ติดแค่น๊อยซ์เท่านั้น

เรื่องของขอบพระคุณมากๆนะคะ จะรักษาให้ดีที่สุดเลยค่ะ

-----------------------------------------------

----> NEKKI

คุณ nekki เล่นมาเป็นเบอร์รูป เรารีบกลับไปใส่เบอร์ให้ภาพแทบไม่ทันเลยค่ะ ขยันนับจริงๆ

เราพยายามอ่านกระทู้เยอะๆเพื่อหาสาเหต ส่วนใหญ่ก็มักพูดกันว่าวัดแสงพลาดเลยคิดว่าเป็นเพราะเราใช้ Evaluate metering mode หรือเปล่านะมันเลยโอเวอร์อย่างนี้ ประมาณว่ารอบๆแสงน้อยหรือถ่ายกับวัดหลังคาดำๆ เสื้อโค้ทเราก็ดำซะอีก มันวัดเฉลี่ยทั้งภาพเลยชดเชยแสงโอเวอร์หรือเปล่าหนอ

พูดถึงโหมดออโต้กับ Live view มาแล้วเรานึกได้เลยค่ะ มีภาพนึงขอให้คนญี่ปุ่นช่วยถ่ายให้(ปกติผลัดกันถ่ายกับพี่ชาย) เค้าไม่เห็น Live view ก็งงๆว่าถ่ายยังไง เราก็ลืมไปกด live view ให้ดันไปชี้ view finder ให้เค้าแทน เค้ากดชัตเตอร์รวดเดียวสุดเลยค่ะ สงสัยกล้องจะหนัก แหะๆ (แน่นอนว่ารูปออกมา โฟกัสวืดตามเคย)


โดย: White Amulet วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:52:10 น.  

 
กำลังนั่ง search ภาพ autumn มาเป็น deshtop wallpaper อยู่พอดี เลยมาช่วยคอมเม้นต์ให้นะ
#pic1-14 การคอมโพสภาพดูดีน่าสนใจบวกกับตัวอักษรที่ใส่เข้าไปช่วยการนำเสนอดูดีขึ้น
#pic15 ที่ว่าสีตุ่นๆ คงเป็นเพราะละอองหมอกไอน้ำ ลองทำ Auto Level บางทีภาพอาจจะใสขึ้น
#pic16 คาดว่าถ่ายด้วย f3.5 โฟกัสไปตกที่ด้่านหลัง ใบไม้ด้านหน้าเบลอ
ปกติเลนส์ 18-55 ตัวนี้ค่า f3.5-5.6 หมายความว่าเวลาถ่ายที่ wide สุด(18mm)ค่า f จะอยู่ที่ 3.5
ถ้าซูมไปสุด 55mm ค่า f จไปอยู่ที่ 5.6
ข้ามไป #pic20 ภาพนี้สวยชอบมาก เห็นใบแดงชัดหลังเบลอมีโบเก้ ภาพนี้ดูแล้วถ้าไม่บอกว่าต้นโกร๋นหมดแล้วก็คงจะไม่รู้จริงๆ
#pic21 ฟ้าไม่เป็นใจก็หลีกเลี่ยงอย่าไปถ่ายฟ้า ลองเน้นเงาสะท้อนในน้ำดู
#pic27 น่าจะโคลสอัพไปที่ใบไม้บนพื้นเท่านั้น เพาะด้านหลังมันมืดเกินไปไม่น่าสนใจ
#pic31 ภาพนี้ไม่ได้บอกอะไร ว่าที่ไหน และสำคัญอย่างไร แต่มองแล้วชวนให้สงสัยว่าทำไมคนมากันเยอะจัง
เป็นภาพประกอบเป็นส่วนขยายความที่น่าจะนำไปวางหลัง#pic 24
ที่เหลือนอกนั้น ชอบทุกรูป


โดย: น้าอุ้ย IP: 124.121.127.155 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:18:51 น.  

 
ลืมชมไปนิดว่าหน้าฟักทองสวยอะ คิดได้งัยนี่
เอามาปิดเลยไม่เห็นหน้าว่อก

สาเหตุอาจจะเป็นเพราะว่าแสงด้านหลังอาจจะมืดไปหน่อย กล้องเลยปรับสปีดถ่ายให้นานขึ้น
คือเรา fix f ที่โหมด Av ดังนั้นกล้องจะเลือกสปีดที่เหมาะสมเองคือนานเข้าไว้ เราต้องชดเชย +/- ไปที่ - เพื่อเพิ่มสปีดให้เร็วขึ้น ผลคือหน้าเราจะพอดีแต่หลังจะมืดเพราะแสงที่ไปกระทบไกลๆหลังๆจะสะท้อนมาเข้ากล้องเราไม่ทันม่านชัตเตอร์ปิดไปแล้ว

ปกติตั้งการวัดแสงเป็น Evaluate ดีที่สุดสำหรับการถ่ายทั่วๆไป เพราะจะเป็นการคิดเฉลี่ยค่าแสงทั้งภาพ โดยไม่ต้องสนใจว่าจะเลือกจุดโฟกัสที่ตรงไหน

โหมดถ่ายภาพที่ดีที่สุดคือ P กล้องจะคิดเองหมดทั้ง f และ s เราแค่เลือก ISO ถ้าแสงน้อยไม่มีแดดก็เพิ่ม ISO ไปเยอะๆ สัก 400 ผลที่ได้คือสปีดจะเพิ่มขึ้น ภาพส่วนใหญ่ที่ไม่ชัด ไม่น่าเกิดจากโฟกัสไม่ได้ แต่เกิดจากเบลอเพราะสปีดถือไม่ได้ กล้องอาจหนักเพราะยังไม่คุ้น

การย่อภาพไม่จำเป็นต้องสเต็ปล่ะ 500พิกเซล ลองดูที่นี่นะ
http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2006/09/O4677902/O4677902.html

ย่อลงมาเหลือ 650พิกเซลแบบนี้ ใช้ bilinear ให้ภาพ Smooth กว่าจ้ะ

ถ้าจะให้คนอื่นถ่าย ใช้โหมด P ดีที่สุด ปกติ Auto focus อยู่แล้วนี่ แต่ควรจะเลือกจุดโฟกัสแบบ 9 จุด แต่กล้องมันจะจับโฟกัสเฉพาะจุดที่ขาวๆเด่นๆ ดังนั้นต้องยิ้มให้เห้นฟันขาว รับรองไม่พลาดแน่


โดย: น้าอุ้ย IP: 124.121.127.155 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:39:57 น.  

 
---> น้าอุ้ย

ว้าวโปร portrait มาแล้ว กำลังรออยู่เลยค่ะว่าบัตรเชิญใบสุดท้ายที่ส่งไปจะมาให้ไหมหนอ

น้าอุ้ยบางอันพูดหยั่งกะตาเห็นเลยค่ะ เกดกำลังคิดอยู่เลยว่ารูปที่หน้าว่อกค่า F ค่าอะไรๆก็ใกล้ๆกับรูปที่ดี แต่สปีดชัตเตอร์นานกว่าเท่านั้นเอง แค่ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าค่าที่กล้องเลือกให้ไหงมันทำซะว่อกขนาดนี้หนอ

ไปอ่านโปรคุยกันเค้าชอบบอกว่าแสงพลาดเพราะวัดแสงผิด เกดเลยนึกว่าเพราะ Evaluate metering นี่หรือเปล่าหนอ แสดงว่าไม่ใช่สินะคะ ผิดที่คนถ่ายนี่เอง

เรื่องมือไม่นิ่งพอจนทำให้โฟกัสวืดนี่ คิดไม่ถึงจริงๆค่ะน้าอุ้ย เพราะปกติจะเป็นก็แค่ตอนถ่ายกลางคืน ถ่ายกลางวันไม่เคยคิดว่าต้องมาเร่ง ISO มาก่อนเลยค่ะ (ก็ว่าทำไมตอนกลางคืนถ่าย ISO 3200 ยังดูภาพชัดกว่ากลางวันอีกนะ) ต้องไปหาท่าบริหารข้อมือจริงๆซะแล้วสิคะ

ได้เคล็ดลับ portrait มาด้วย ต้องไปขัดฟันมาขาวๆนี่เองถึงจะโฟกัสได้ชัด

ขอบคุณมากๆค่ะน้าอุ้ย จี้ถูกหลายๆจุดอ่อนของมือใหม่อย่างเกดเลย ขนาดว่าเกดไม่ค่อยได้บอกรายละเอียดไว้นะคะเนี่ย


โดย: White Amulet วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:41:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.