W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 

[DUC & Diary]@Japan อำลาอาลัย Astoria จะปิดซะแล้วร้านเสื้อผ้าสวยๆใกล้บ้าน

จริงๆกะว่าจะเลิกทำ DUC ไปสักเทอมนึง ไม่อยากทำบ่อยเดี๋ยวเจ้าหนี้ที่ไหนจะระบุตัวเราได้ถูก แต่วันนี้มีแรงบันดาลใจขึ้นมาเลยทำซะหน่อยค่ะ


***** DIARY *****

หนนี้ทำเพื่อขอไว้อาลัยร้านเสื้อผ้าร้านโปรดร้านนึงของเรา ที่กำลังจะปิดตัวลง(อีกแล้ว T_T ) บ้านเราอยู่ไม่ห่างจากอุเอโนะ ใครเคยมาเที่ยวโตเกียวคงนึกออกตรงแถวอาเมโยโกะกับตึกม่วง Takeya ที่คนไทยต้องมาซื้อของฝากที่นี่กันทุกคน (บอกทางคนไทยที่หาตึกม่วงไม่เจอไปนับคนไม่ถ้วนแล้วล่ะค่ะ)

ทุกสัปดาห์เราต้องมาซื้อของสดจากตลาดที่นี่เพื่อไปทำกับข้าว แล้วช่วงไหนยุ่งๆเวลาไม่ว่างพอจะนั่งรถไฟถ่อไปช้อปถึงชิบุยะหรืออิเคบุคุโระ ก็จะช้อปมันแถวๆนี้ล่ะค่ะ

ตอนเรามาอยู่แถวนี้ใหม่ๆมีร้านเสื้อผ้าแบรนด์ปานกลางของญี่ปุ่น (ประมาณขายเสื้อผ้าที่ดูง่ายๆเบๆหน่อย ไม่เจาะไปแนวใดแนวหนึ่ง) ชื่อร้าน INDIO อยู่ๆมาไม่เท่าไหร่ปิดไปซะแล้ว สักพักก็มีร้าน Astoria นี่ล่ะมาเปิดแทน ร้านนี้จะเสื้อผ้าแนวสาว OL ใช้ซึ่งเราก็ชอบนะคะ สวยดูดีในระดับนึงเลย ไม่ใช่แนววัยรุ่นปอนๆ


ราคาเสื้อผ้าร้านนี้จะไม่ถูกแต่ก็ไม่ได้แพงเว่อร์(สำหรับมาตรฐานญี่ปุ่น) ป้ายเสื้อผ้านี่จะมีชื่อหลายๆแบรนด์(ไม่ใช่ชื่อร้าน)ที่ไม่ค่อยคุ้นหู สงสัยว่าร้านนี้คงประมาณไปเลือกๆจากหลายๆแห่งมาขายล่ะมั้ง

จากที่ใช้มาเยอะ เราว่าเสื้อผ้าร้านนี้คุณภาพดี(มาก)ทีเดียวค่ะ ซักแล้วไม่เป็นขุย สีก็ไม่ตกด้วย งานเย็บก็ดูดี (เจ้าของร้านเข้าใจเลือกเสื้อผ้ามาลงมากค่ะ ^_^) ส่วนใหญ่เสื้อผ้าที่ซื้อจากร้านนี้เราจะใช้วันที่ขี้เกียจแต่งตัวหน่อย ประมาณว่าวันไหนขี้เกียจ mix&match และกะไปนั่งหมกตัวในแล็บ ไม่ได้พบเจอชาวบ้านที่ไหนเลยนั่นล่ะค่ะ

จริงๆเห็นประกาศลดราคาปิดร้านตั้งแต่ Golden week (ช่วงปลายๆเมษา) แล้วนะคะ แต่ก็คงยังขายโละไปเรื่อยๆ คนงี้แน่นร้านเชียวค่ะ (ถามเค้า เค้าก็ยังไม่มีกำหนดวันปิดแน่ๆค่ะ คงโละสต็อคไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจ)

เอาจริงๆนะ ร้านนี้เราจะเห็นคนแน่นมากๆ ก็ตอนลดแหลกฉลองเปิดร้าน ช่วงลดแหลกตามเทศกาลลดราคาต่างๆ และ อีกทีก็ลดแหลกตอนปิดร้านนี่ล่ะค่ะ ไม่รู้ไงร้านเสื้อผ้า แบบที่ตั้งร้านขึ้นมาสวยๆดูดีๆนี่ไม่ค่อยเห็นอยู่รอดในซอยนี้เลย สงสัยราคาจะต่างกับเสื้อผ้าจีน(ถูกสุดๆ แต่งานก็หยาบกว่ามากค่ะ)ที่ขายในซอยนี้เกินไป อาจผิด target group ไปนิด ของที่ขายแถวนี้เน้นราคาถูกเข้าว่าค่ะ

เราเองก็ยอมรับนะว่า เข้าบ่อยก็ตอนเห็นคำว่า sale นี่ล่ะค่ะ เผอิญหลังๆไปติดพวกแบรนด์เสื้อผ้าใน OICITY ใกล้ๆเข้า แหะๆ เพิ่งจะมารู้สึกเสียดายตอนเค้าจะปิดนี่เอง ก็เอาใจช่วยนะคะ พี่คนนี้(เจ้าของร้านหรือเปล่าไม่รู้ แต่มาทีไรเจอตะโกนอยู่หน้าร้านทุกที) เสียงดีจริงจริ๊ง 完全閉店 売りつくし (ประมาณว่าลดทั้งร้าน เตรียมปิดร้าน) ตะโกนซ้ำๆเสียงไม่มีตกเลย ช่วงนี้เราก็จะอุดหนุนบ่อยหน่อยเพราะเค้าจะปิดแล้วหนิ (แถมตอนนี้ summer sale อีก)


พล่ามมาซะยาวเชียว เป็นพวกติดพรรณาโวหารค่ะ DUC ครั้งนี้จะเป็นเสื้อผ้าที่เราซื้อจากร้านนี้นะคะ (จริงๆมีอีกหลายตัว แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้) อย่างที่บอกไว้เราจะแต่งแนวๆนี้วันที่ขี้เกียจๆค่ะ ง่ายดีไม่ต้องคิด ดังนั้นคงไม่ค่อยมี mix & match อะไรหวือหวา หรือเว่อร์เท่าหนก่อนเท่าไหร่ค่ะ เน้นเสื้อผ้าที่เราใช้ได้ง่ายๆซักง่ายๆไม่ต้องรีด เข้าว่า ;-) (ส่วนใหญ่เราซื้อเสื้อหน้าร้อนจากร้านนี้ซะมากค่ะ)


###### 1 ######



*** Mix & Match ***

- [from Astoria] เสื้อยืดสีขาวแขนตุ๊กตา กุ๊นขอบสีน้ำเงินnavy กระดุมขอบทองทำประดับไว้สวยๆ ตรงอกผูกเป็นโบว์
- กางเกงยีนส์สิ้นคิดของเราค่ะ ซื้อจาก MNG ที่ไทย นึกไรไม่ออกก็ใส่นี่ล่ะค่ะ(โยนลงเครื่องอย่างเดียวเสร็จ) ใช้มาอย่างต่ำสามปีแล้ว
- รองเท้าสิ้นคิดสีขาวติดโบว์ (ตอนนี้โยนทิ้งไปแล้ว เพราะใช้จนเยินเกินเยียวยา)

ง่ายจนไม่อยากเรียกว่า Mix & Match เลยค่ะ ถึงตอนนี้นี่ยังนึกเสียดายอยู่เลยว่า ทำไมไม่ซื้อไอ้เสื้อนี่ไว้สองตัวนะ นี่เป็นเสื้อตัวโปรดเลยล่ะค่ะ แบบว่ามันพอดีกับหุ่นเราเป๊ะเลย ไม่รัดจนปลิ้นหรืออึดอัด แต่เข้ารูปกำลังดี ใส่แล้วทำให้ช่วงตัวดูผอมและเพรียวกว่าความเป็นจริงได้มากทีเดียว (ตัวนี้ซื้อมาปีนึงแล้วค่ะ ใช้บ่อยช่วงหน้าร้อนนี่ล่ะ)

###### 2 ######



*** Mix & Match ***

เริ่มจากรูปซ้ายสุดนะคะ
- [from Astoria] เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีออกม่วงอมชมพู ช่วงแนวกระดุมจะจับเป็นจีบๆเล็กๆด้วยค่ะ แต่ที่ติดใจเราที่สุดคือ ลายผ้าค่ะ ในรูปไม่เห็นแต่ผ้าของจริงดูดีมากค่ะ เป็นลายสก๊อตที่ดูไม่สก๊อย มีแทรกลายเส้นบางๆสีทองทำให้เสื้อดูหรูขึ้นจมเลยค่ะ
- กระโปรงดำตัวเดิมจาก Zara TRF ซื้อจากไทย
- สร้อยคอระย้าจี้ strawberry เส้นเดิมเช่นกัน
- บู๊ตดำจาก esperanza เจ้าเดิมเช่นกันค่ะ DUC คราวนี้ค่อนข้างสิ้นคิดหน่อยนึงนะคะ ไม่ค่อยมีอะไร

จากรูปซ้ายยังดูโล่งๆไปหน่อยไม่ค่อยสวย มารูปกลางเพิ่มอีกชิ้นหนึ่ง
- ไอ้เสื้อนอกแขนกุดแบบนี้มันเรียกว่าอะไรอ่ะคะ ไม่รู้ชื่อ เอาเป็นว่าตัวนี้ซื้อจาก Zara ที่ญี่ปุ่นค่ะ จริงๆกะเอาไว้ใช้กับชุดสูทที่ใส่พรีเซนต์งาน แต่ก็เอามาอแด๊ปแบบนี้ได้เหมือนกัน

สุดท้ายเนื่องจากภาพชุดนี้ถ่ายทำที่ฝรั่งเศสตอนปลายตุลาปีก่อน อากาศหนาวค่ะใส่ไปแค่นี้สงสัยจะได้แข็งอยู่โน่น ดังนั้นก็ต้องเพิ่มเครื่องกันหนาวอีกหน่อย
- เสื้อนอกสีดำแขนยาวกระดุมทองจาก JiMax (สะกดถูกไหมเนี่ย) ซื้อมาสามปีแล้วค่ะจาก shibuya 109 ชอบเสื้อนอกตัวนี้หรูดี ดูไม่หนาเกินแต่ประสิทธิภาพกันหนาวดีเกินคาด (กระดุมเม็ดนึงหลุดหายไปที่ฝรั่งเศสอ่ะค่ะ เสียดายมาก ไปถามที่ร้านแล้วมันเก่าไปเลยไม่มีกระดุมสำรองให้แล้ว T_T )

สรุปชุดนี้ จากซ้ายโล่งๆไม่มีอะไร มารูปกลางค่อยดูใช้ความคิดขึ้นหน่อย แต่สุดท้ายรูปขวาสุดใส่เสื้อคลุมดำปิดทับ ไม่เห็นอะไรข้างในเลย แล้วจะแต่งไปทำไมเนี่ย

###### 3 ######



*** Mix & Match ***

- [from Astoria] เสื้อตัวยาวผ้าซีทรูสีน้ำตาล แขนเป็นแขนยาวนะคะแต่สามารถพับขึ้นแล้วติดกระดุมให้ดูรั้งๆเก๋ๆได้ตามในรูป
- Skinny jean สีเทาจากสักร้านใน CTW ค่ะ ตั้งใจซื้อ skinny แต่ไปๆมาๆมันหลวมจนถอดได้โดยไม่ต้องรูดซิปเลยอ่ะค่ะ แบบว่าไม่ชอบรัดๆตอนซื้อเลยไม่ได้เผื่อมันยืดไว้เลย
- ถุงเท้าดำยาว ใส่กันหนาว
- รองเท้าบัลเล่ต์ส้นเตี้ย สีม่วง (ในรูปแทบมองไม่เห็นเลย แหะๆ)
- คอเต่าแขนยาวสีดำ พร้อมสารพัดเสื้อกันหนาวใส่ไว้ด้านใต้
- สร้อยระย้าสตอเบอรี่สิ้นคิด เส้นเดิม

เสื้อตัวนี้ซื้อมาตอนปลายๆลดราคาหน้าร้อนปีก่อนแน่ะค่ะ แต่เอามาอแด๊ปใช้ในรูปเพราะต้องไปพรีเซนต์งานที่ฮานอยเมื่อธันวาก่อน ตอนนั้นญี่ปุ่นหนาวแล้ว ต้องใส่กันหนาวเต็มที่ แต่ฮานอยมันแค่เย็นๆน่ะค่ะ

ก็นึกอยู่ว่าจะแต่งยังไงดีเนี่ย (จะไปพรีเซนต์งานยังอุตส่าห์ห่วงเรื่องเสื้อผ้าอีกนะเนี่ย) ใส่บู๊ตไปก็ไม่เหมาะ ที่โน่นไม่ได้หนาวขนาดนั้น แต่จะใส่บางไปนี่ กว่าจะลากกระเป๋าไปถึงสถานีรถไฟนี่แข็งตายก่อนพอดี ก็เลยเล่นมันแบบนี้ล่ะค่ะ เอาเสื้อซีทรูมาใส่ให้ดูเหมือนว่าแต่งบาง แต่ด้านใน โดยเฉพาะข้างใต้เสื้อคอเต่าสีดำนี่ ใส่กันหนาวเต็มที่เลยค่ะ

ตอนนี้วนมาหน้าร้อนแล้ว เดี๋ยวก็จะขุดเอาเสื้อนี่มาใส่แล้วค่ะ กะใส่กับสายเดี่ยวหรือแขนกุดสีดำสักตัวด้านใน แล้วก็กางเกงยีนส์ สิ้นคิดไปได้อีกชุดค่ะ

###### 4 ######



*** Mix & Match ***

- [from Astoria] blazer สีเบจ
- เดรสสายเดี่ยวสีชมพูจาก Liz lisa (ซื้อมาเกือบสามปีแล้วค่ะตัวนี้ ใส่ง่ายดี ช่วงใบไม้ผลิวันไหนอยากหวานแต่ขี้เกียจคิดมากก็ตัวนี้เลย ชิ้นเดียวจบ)
- รองเท้ารัดส้นหัวแหลมสีชมพู นี่ก็รองเท้าสิ้นคิดค่ะ ส้นมันเตี้ยดีเหมาะกับการเดินเยอะๆ (ซึ่งในญี่ปุ่นไปไหนทีก็เดินเยอะทุกที่อ่ะค่ะ)

ตั้งแต่ชุดนี้เป็นต้นไปนี่จะเริ่มเข้าสู่ช่วงเซลล์ปิดร้าน Astoria แล้วค่ะ ตั้งแต่ตัวนี้ลงไปเลยเป็นของที่ซื้อตอนเซลล์ปิดร้านค่ะ

blazer ตัวนี้ทรงดูยาวๆนิดนึง เน้นให้ดูเพรียวและคอดช่วงเอวค่ะ ดูสุภาพดีด้วย ใส่กับกางเกงขายาวก็สวย ลดราคาจาก หมื่นกว่าเยนเหลือสองพันเยน รีบคว้ามาเลยค่ะ ใส่ตัวนี้ทับไปทีเดียว จากลุคแหววๆแบบเดรส Liz lisa ก็ดูทางการขึ้นมาได้ทันตาเห็นค่ะ

###### 5 ######



*** Mix & Match ***

- [from Astoria] กระโปรงผ้าชีฟองสีฟ้าลายดอกไม้ เอวยางยืดสีดำ
- เสื้อยืด(ตัวค่อนข้างยาว)จากร้าน Bye Bye ด้านบนเป็นเสื้อยืดขาวแขนสั้นธรรมดามาก แต่มีพิเศษที่ทำเลเยอร์หลอกๆด้วยผ้าลูกไม้ตาข่ายทำให้ดูเหมือนเกาะอกอีกตัวซ้อนอยู่ (ไม่มีรูปด้านหลัง แต่ด้านหลังจะเป็นริบบิ้นสีชมพูร้อยไขว้ๆกากบาทยาวตลอดแนวเลยค่ะ)
- สร้อยระย้าสิ้นคิดเส้นเดิม
- รองเท้าส้นสูงแบบหุ้มส้น หนังสีขาว ประดับโบว์และลวดลายด้วยลายทางสี navy (คู่นี้เพิ่งซื้อไม่กี่เดือน ส้นจะพังอีกแล้ว แถมตอนพาไปเที่ยวเกาหลีนี่กัดระเบิดเลยค่ะ)

กระโปรงตัวนี้ซื้อเพราะเหตุผลเดียวคือมันถูกค่ะ 2000yen เอง อีกอย่างเห็นว่าจะเข้าหน้าร้อนแล้ว อยากหากระโปรงหรือกางเกงผ้าเบาๆ(ที่ไม่ต้องรีด)ไว้ใส่หน่อย ตอนปีก่อนๆช่วงหน้าร้อนก็ยังอุตส่าห์ทนใส่กางเกงยีนส์สิ้นคิดตัวเดิมๆ ทั้งๆที่ร้อนๆๆๆๆจะตาย (และก็แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนใส่ยีนส์ขายาวกันเลย) มาปีนี้มีตุนสต๊อกกระโปรงไว้หลายตัวแล้วค่ะ รอดไปได้อีก(หลาย)ปี

จริงๆกระโปรงนี้ถ้าใส่ดีๆให้อยู่ที่เอวก็ยาวเกือบถึงเข่าเลยค่ะ แต่ลองแล้วมันตลกๆไม่เข้ากับเสื้อด้านบนเลยจับดึงขึ้นให้สั้นอย่างนี้ล่ะค่ะ จะว่าก็ว่ากระโปรงนี้ใส่ย๊ากยาก เอวมันยางยืดแล้วเราเป็นคนสะโพกบานด้วย ใส่ปุ๊ป โอ้ สะโพกใหญ่ขึ้นอีก 5 นิ้ว ถ้าจะใส่กระโปรงนี้เราต้องใส่กับเสื้ออะไรที่คลุมๆปิดๆสะโพกค่ะ

ส่วนไอ้เสื้อตัวนี้ก็ใช่ย่อยค่ะ เห็นเป็นเสื้อยืดน่ารักแบบเบๆ ไม่คิดว่าจะใส่ยาก ตัวเสื้อมันยาวน่ะค่ะ ยาวจนคลุมสะโพกเราเลย กลายเป็นว่ามารัดเน้นสะโพกบานๆของเราอีก เซ็งมากว่าตอนซื้อไม่ได้ลอง (ซื้อลด 20% มาค่ะ)

ลองหาสารพัดเข็มขัดมาคาดแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอันไหนดูเนียนๆสมใจเราเลย ก็เลยใส่โล่งๆอย่างนี้ก่อน อาศัยบิดๆเอวถ่ายรูปหน่อย (รูป)ออกมาก็ยังโอเคค่ะ (กำลังนึกๆว่าน่าจะเข้ากับเข็มขัดสีขาวๆ แต่ตอนนี้ไม่มีเลยน่ะค่ะ) แต่ถ้าสาวคนไหนเอวบางร่างน้อยคงไม่มีปัญหาค่ะ เห็นพนักงานที่ร้านก็ใส่อยู่ ไม่เห็นจะดูเน้นสะโพกเหมือนเราเลย

###### 6 ######



*** Mix & Match ***

- [from Astoria] กระโปรงขาวผ้าอะไรไม่รู้ค่ะ แต่ดูแล้วเนื้อผ้าดูดีเกินหน้าเกินตาป้ายราคามากๆ แถมไม่ต้องรีดด้วย (นี่สำคัญสุดค่ะ) มีเข็มขัดมาพร้อมกันเลย สวย&คุ้มขนาดนี้ ไม่ซื้อไม่ได้แล้วค่ะ ลดราคาก็เหลือ 3045yen เอง สุดคุ้มค่ะงานนี้ (แถมใส่แล้วสวยอีกต่างหาก >.< วันนี้เกือบไปสอยมาอีกสีแล้วค่ะ ดีที่ยังยั้งทัน)
- เสื้อยืดชมพูจาก L'est rose จริงๆที่ปิ๊งเสื้อตัวนี้ ปิ๊งที่คอเลยค่ะ รอบๆคอประดับไว้น่ารักมาก ทีแรกไม่ได้ตั้งใจลอง แต่เราจะลองกระโปรงแล้วดันใส่เดรสไป พนักงานเลยหาเสื้อมาให้ใส่ ก็เลยเสียเงินมาด้วยประการฉะนี้ (ตัวนี้ไม่ได้ซื้อจาก sale ค่ะ)
- รองเท้ากัดระเบิดคู่เดิม (แต่ก็ยังจะใส่)
- อินเทรนด์หน้าร้อนสักหน่อย ด้วยหมวกสานสีขาวทรงกลม มีโบว์สีดำคาด เข้ากั๊นเข้ากันกับกระโปรง

ชุดนี้นี่สดๆร้อนๆค่ะ เพิ่งใส่วันนี้เอง ใส่พรีเซนต์ที่มหาลัยเสร็จ(พรีเซนต์ภายในคณะน่ะค่ะ ไม่ทางการเท่าไหร่แต่งตัวกันตามสบาย) ก็แอบหนีไปช้อปปิ้งต่อค่ะ ช่วงนี้งานยังไม่ยุ่ง แต่กำลังจะเริ่มยุ่งอีกระลอกแล้วค่ะ

ไอ้เสื้อตัวนี้น่ารักแต่ตัวค่อนข้างสั้นค่ะ ก่อนนี้ใส่กับกางเกงยีนส์ เดินๆไปนี่เสื้อมันร่นๆๆจนกลายเป็นเอวลอยไปเลย ดีว่าใส่ blazer ทับปิดกระดุมไว้ ถ้าไม่อยากใส่แล้วต้องมาคอยดึงให้เสียบุคลิก ก็ต้องใส่ให้ถูกระเบียบโรงเรียนหน่อยค่ะ เอาเสื้อเข้าในกระโปรงนะคะทุกคน ;P (เอ หรือเพราะเราสะโพกบานเองนะมันเลยร่น)

หมวกนี่ก็เพิ่งซื้อเมื่อวานเอง จากซักร้านในอาเมโยโกะค่ะ เห็นหมวกสานกำลังมาแรง หมวกนี่เพิ่งมาใส่ตอนถ่ายรูปนี่ล่ะค่ะ เพราะจริงๆเรายังคิดว่ามันไม่เข้ากับลุคของชุดนี้เท่าไหร่ หมวกสานน่าจะใส่กับเสื้อยืดที่ดูยังไงดีล่ะคะ ที่ดูธรรมดาและsummerจ๋ากว่านี้น่ะค่ะ (แต่ในรูปก็พอถูไถค่ะ)

ชุดนี้นี่ลุคสาว OL มากๆดูเรียบๆแต่ดูดี เป็นชุดนึงที่เราชอบเลยค่ะ ยกผลประโยชน์หลักให้ที่กระโปรงเลยค่ะงานนี้

-----------------------------------------------------------

DUC หนนี้หมดเท่านี้นะคะ ขอทิ้งท้ายด้วยเสื้อที่เพิ่งซื้อมาจากร้านนี้แต่ยังไม่ได้ใส่อีกหน่อย บอกแล้วว่าบล็อคนี้ขออุทิศให้ Astoria ค่ะ



ตัวtunicสีชมพูกับเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนซื้อเมื่อวานค่ะ กลับบ้านมาลองแล้วติดใจตัวสีฟ้ามาก ใส่ออกมาแล้วสวย ทรงใส่ได้ง่ายๆไม่มีล้าสมัยหรือเลยวัย วันนี้เลยแล่นไปซื้อตัวสีน้ำเงินมาอีกสีค่ะ (ปกติไม่เคยซื้อเสื้อแบบเดียวกันสองตัวนะคะเนี่ย อารมณ์นี้นี่แบบว่าอารมณ์ส่งท้ายจัดๆ เดี๋ยวร้านเค้าปิดแล้วเราจะไม่มีเสื้อสวยๆแบบนี้ให้ซื้อใส่อีก)

-----------------------------------------------------------

สุดท้ายอยากบอกว่ารับชมด้วยวิจารณญาณนะคะ เพราะรูปที่เอามาลงนั้นเป็นรูปที่เราคัดมาแล้วว่าดูดีพอได้ และท่าโพสรวมถึงมุมกล้องก็มีส่วนหลอกสายตาด้วยค่ะ แต่เราก็พยายามแต่งปกปิดจุดด้อยเราให้มากที่สุดแล้วล่ะค่ะ ก็ตรงจุดไหนรู้ตัวว่าไม่ดีก็ต้องปิดๆไว้สิเนอะ




 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2552 14:30:28 น.
Counter : 709 Pageviews.  

[DUC & Diary]@Japan ครั้งแรกกับ DUC เลือกๆมาแบบจับฉ่าย ;-)

สวัสดีใครก็ตามที่หลงเข้ามานะคะ คิดๆมานานแล้วว่าจะทำบ้างดีไหมหนอ เพราะปกติเป็นคนไม่โพสรูปลงเน็ตซะด้วย คุณแฟนเองก็ห้ามขาดเลย แต่ตัวเองก็ชอบแต่งตัวนะ มันเป็นเรื่องให้สดชื่นอย่างเดียวในชีวิตการทำวิจัยที่ญี่ปุ่นนี่ ถึงไม่ได้ไปไหนอยู่แต่โต๊ะเดิมๆที่เดิมๆก็เถอะ ได้แต่งตัวบ้างก็ยังดีจะได้ไม่ซ้ำซากจำเจ เหตุผลนึงที่เลือกมาเรียนต่อญี่ปุ่นนี่ก็เพราะชอบสไตล์การแต่งตัวนี่แหล่ะค่ะ แต่งได้อิสระไม่มีคนมองเหมือนที่ไทย

จริงๆตั้งแต่มาญี่ปุ่นครั้งแรก(เมื่อสักสามปีก่อนได้)เวลาใส่ชุดใหม่ๆหรือ Mix ใหม่ๆทีก็จะถ่ายรูปเก็บไว้ตลอดมีรูปเป็นร้อย อยากถ่ายเก็บไว้ว่าครั้งนึงเราเคยได้แต่งตัวแบบนี้กะเค้าเหมือนกันนะ อีกหน่อยกลับไทยแล้ว หรือพอเริ่มทำงานแล้วคงมาแต่งยังงี้ไม่ได้อีก(ค่อนข้างมั่นใจว่าสายงานที่ทำไม่สามารถแต่งตัวตามใจชอบได้แน่ๆ ไม่งั้นความน่าเชื่อถือจะลดฮวบ) ตอนเกิด DUC ขึ้นมายังแอบคิดในใจเลยว่า มีคนชอบถ่ายรูปชุดเก็บไว้เหมือนเราเยอะเหมือนกันนะนี่

คิดมาหลายตลบกว่าจะตัดสินใจ เพิ่งปั่นงานเสร็จไปอันนึงพอดีตอนนี้พอมีเวลาเรื่อยเปื่อยได้นิดหน่อย เลยขอลองสักหนแล้วกันค่ะ ลงบล็อคตัวเองเวลาจะกลบเกลื่อนหลักฐานจะได้ทำง่ายๆหน่อย ;P เพื่อเป็นการเซฟตัวเองเลยขอเบลอฉากให้เกลี้ยง ปิดหน้าปิดตากันหน่อยนะคะ เดี๋ยวเจ้าหนี้จะตามถูก ;P แล้วไหนๆก็ไหนๆแล้วก็อยากจะเก็บเรื่องราวบางอย่างที่เจอมาในญี่ปุ่น ณ ตอนนั้นลงมาด้วยค่ะ เป็น DUC & Diary ไปเลย

แนวที่เราชอบจะแนวหวานๆ ดีเทลเยอะๆนะคะ เรียกได้ว่า หวานจนเลี่ยน ใส่จนรกเลยล่ะค่ะ พวกเสื้อผ้าแนวเรียบๆคลาสสิคมีน้อย ชุดเดรสนี่โปรดสุดๆค่ะ คุณแฟนก็ชอบให้ใส่กระโปรงซะด้วย (แต่ก็จะบ่นโน่นนี่ตลอดว่าใส่สั้นไปๆๆๆ)

อย่างนึงคือ เราเป็นคน(แทบ)จะไม่ใส่แขนกุดเลยค่ะ ต้องมีเสื้อคลุมทุกครั้ง สะสมเสื้อคลุมและเสื้อนอกแบบต่างๆ เป็นงานอดิเรกเลยค่ะมีหลากหลายแบบมากๆ ก็อาจพอเป็นทางเลือกได้นะคะ ว่าถึงเราไม่เพรียวเหมือนสมัยนิยม ใส่แขนกุดใส่สายเดี่ยวไม่ได้ แต่ก็มีวิธีแต่งตัวให้สวยๆได้ในแบบของเราเหมือนกันค่ะ ^_^

ปล1 ส่วนสูง 158cm ค่ะส่วนน้ำหนักขอเป็นความลับ อายุก็เลข 2 เข้าช่วงปลายแล้ว แต่ก็ยังแอ๊บแต่งเด็กอยู่เรื่อยๆเพราะยังเรียน(วิจัย)อยู่ ตอนนี้เรียนอยู่ที่โตเกียวค่ะ

ปล2 รูปทั้งหมดถ่ายเองค่ะ ใช้ขาตั้งกล้องกับตั้งถ่ายอัตโนมัติเอา (ไม่มีรีโมทค่ะ ก็กดกล้องแล้วรีบวิ่งไปยืน) เผอิญทำมานานแล้วก็เลยชินค่ะรู้ว่าต้องยืนตรงไหนยังไง ส่วนรูปที่มาลงก็ถ่ายมาเรื่อยๆตั้งแต่ 2-3 ปีก่อนได้

---------------------------------------------------------------------------------------------------
ชุดแรก (ใส่ตอนมิถุนายน ช่วง Early summer)



*** MIX & MATCH ***

- เดรสสีขาวเกาะอก เป็นผ้าคล้ายๆถักโครเชต์ฉลุๆทั้งตัว ช่วงอกเป็นเชือกร้อยไขว้ๆ ซับในเย็บติดมาพร้อม (ซื้อจาก shibuya109)
- สายเดี่ยวสีขาว ช่วงอกเป็นลูกไม้ใส่ไว้ด้านในปิดช่วงอกไม่ให้โป๊ (ร้านเสื้อผ้าจีนแถวบ้าน ถู๊กถูก)
- ที่คาดผมมงกุฏสีเงิน (ซื้อจากไทย)
- แจ๊กเก็ตยีนส์แขนสั้น(แขนตุ๊กตา)กระดุมทอง แจ็กเก็ตแบบนี้ฮิตตอนสองปีก่อนได้ เน้นคอไม่มีปกค่ะ (ซื้อจากร้านใน shibuya109)
- ถุงน่องสีเนื้อ (ขี้เกียจทาเล็บ ก็เล่นถุงน่องนี่ล่ะค่ะง่ายดี)
- รองเท้ารัดส้นโบว์ขาว (ซื้อตอนร้านเค้าลดราคาจะปิดกิจการเลยได้มาถูกหน่อย 5000 กว่าเยนเอง ^_^ )

*** DIARY ***

จำได้ว่าแต่งชุดนี้ไปเดทกับคุณแฟน ตอนเดินแถวบ้าน(ย่านที่อยู่อาศัย)จะไปสถานีรถไฟ เห็นคนเหล่ๆเหมือนกันแอบเขินนิดๆเราแต่งตัวผิดฤดูหรือเปล่าเนี่ย จริงๆแขนสั้นก็ถูกต้องสำหรับหน้าร้อนนะ แต่คงจะดูหนาไปนิดมั้ง หน้าร้อนจะพวกผ้าฝ้ายหรือคอตต้อน(คล้ายๆอยู่ไทย) เสื้อยืดต่างๆมากกว่า ประมาณชุดนี้น่าจะใส่ปลายๆใบไม้ผลิ อีกอย่างไม่ได้ไปเดินย่านแฟชั่นคงดูเว่อร์ไปหน่อยด้วย หรือว่ามงกุฏบนหัวมันเตะตาชาวบ้านก็ไม่รู้สิคะ

วันนั้นไปตรงอาซาคุสะ คุณแฟนพาไปนั่งเรือฮิมิโกะ (link) ที่ล่อง ไปสุดสายที่โอไดบะ(สถานที่เดตยอดนิยมแห่งนึง พอมืดมานี่เดินตามชายหาดเห็นคู่รักกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันเต็มเลย เคยเกือบได้ดูหนังสดทีนึงแล้วถ้าไม่โดนคุณแฟนลากให้เดินต่อ) ยืนต่อคิวอย่างนานกว่าจะได้นั่ง แต่ก็ยังดีว่าทันรอบสุดท้ายพอดี

งานนี้คุณแฟนหน้าแตก เล่นโม้ไว้ซะดิบดีว่า ใครๆก็บอกว่านั่งเรือนี้น่ะโรแมนติคสุดๆ แล่นผ่านแม่น้ำชมวิวไปเรื่อยๆ ไปสุดตรง Rainbow Bridge หูย ฟังแล้วเคลิ้ม แต่เอาเข้าจริง ตอนนั้นมันหน้าร้อนแล้ว ขนาดนั่งรอบสุดท้าย ฟ้ายังสว่างโร่ไปจนถึงปลายทางเลย ไม่เห็นจะรู้สึกโรแมนติคสักนิด(แอบร้อนนิดๆด้วย) เอาไว้หน้าหนาวมืดเร็วๆ ช่วงที่เค้าประดับไฟคริสมาสต์ปีใหม่กันค่อยมาใหม่ดีกว่า คงสวยกว่านี้เยอะน่ะนะ ^_^
---------------------------------------------------------------------------------------------------


---------------------------------------------------------------------------------------------------
ชุดที่สอง (ใส่ตอนตุลา ช่วง Early autumn)



*** MIX & MATCH ***

- เดรสสีม่วงชมพูจาก shibuya109
- สร้อยคอกางเขนสีทองจาก Liz lisa (shibuya 109 เช่นกัน)
- รองเท้าสีครีม(เรียกว่า oxford shoes หรือเปล่าเอ่ย) โบว์สีทอง จากห้างใกล้บ้านไม่กี่พันเยน

*** DIARY ***

ชุดนี้ถูกใจโดยบังเอิญ ปกติไม่ชอบสีม่วงเลย แต่ตัวนี้น่ารักมากเลยซื้อมา แขนก็มีไม่ต้องมายุ่งยากหาเสื้อคลุม เนื้อผ้านิ่มๆลื่นๆบอกไม่ถูกแต่จะทิ้งๆตัวน่ะค่ะ จุดสำคัญของชุดนี้คือ สร้อยกางเขนเลยค่ะ ขาดไม่ได้เลยนะคะ ตอนใส่สร้อยกับไม่ใส่สร้อยนี่ดูผิดกันเลย ตอนไม่ใส่ดูแบบว่าสวยไม่เสร็จค่ะ โล่งๆบอกไม่ถูก

แต่สร้อยที่ขายพร้อมเดรสนี้แพงมากๆซื้อไม่ไหว เส้นละหมื่นกว่าเยน (แต่กางเขนเค้าก็งามจริงๆล่ะค่ะ ตัดใจอยู่นาน) เดินวนทั่ว 109 หาสร้อยที่จะเข้ากันได้จนไปเจอที่ Liz lisa นี่ล่ะค่ะ ถูกกว่าเยอะแต่สวยเหมือนกัน ตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่นจะชอบเครื่องประดับสีทองๆ(แต่ก่อนอยู่ไทยชอบสีเงิน)ค่ะ ช่วยอัพความหรูหราให้ชุดที่ใส่ได้ (เผอิญชอบแนวนี้น่ะค่ะ)
---------------------------------------------------------------------------------------------------


---------------------------------------------------------------------------------------------------
ชุดที่สาม (ใส่ตอน พย เข้า Autumn เต็มตัวแล้ว)



*** MIX & MATCH ***

- เดรสลายสก็อตจาก Liz lisa (ที่ shibuya 109)
- หมวกgapลายสก็อตจาก INDIO
- รองเท้าบู๊ต จากร้านไหนสักร้านจำไม่ได้ คู่นี้เปลี่ยนส้นไปมากกว่าสามหนแล้ว คุ้มจริงๆ

*** DIARY ***

จริงๆช่วงนั้นควรใส่แขนยาวได้แล้ว แต่ลองไปลองมาชุดนี้ไม่เหมาะจะใส่อะไรทับเลย(โบว์ที่เอวใหญ่เกะกะมาก ใส่กับโค้ตก็ยาก) เอาคอเต่ามาใส่ด้านในก็ได้อยู่ แต่มันดูตลกๆเลยใส่มันเดี่ยวๆไปเดินชิบุยะเลยค่ะ โชคดีไปได้หมวกลายเดียวกันมาเข้ากันได้เป๊ะจากร้านราคาไม่แพง

แต่ทั้งชุดนี้มาตายตรงรองเท้านี่ล่ะค่ะ ชุดพองๆแบบนี้เหมาะกับบู๊ตมากกว่าพวกรองเท้าเปลือยๆน่อง แต่บู๊ตที่มีตอนนั้นก็สีไม่ค่อยเข้ากับชุดเลย มีคู่นี้แหล่ะที่ดูเข้าสุด อ่ะนะ ก็พอถูไถค่ะ มองข้ามๆสีร้องเท้าไปซะก็พอดูได้
---------------------------------------------------------------------------------------------------


---------------------------------------------------------------------------------------------------
ชุดที่สี่ (ใส่ตอนปลาย พย ตอนไปดูใบไม้แดงที่เกียวโต)



*** MIX & MATCH ***

- เดรสสีชมพูม่วงๆ ผ้าไหมพรมนิ่มมากๆ (จากร้านนึงใน shibuya109)
- เสื้อสายเดี่ยวขาวลูกไม้ช่วงอก ใส่กันโป๊ช่วงอก (กันหนาวด้วยค่ะ ช่วงนั้นเย็นแล้ว)
- เสื้อกล้ามสีดำลูกไม้คอวี ใส่ซ้อนทับสายเดี่ยวขาว ทำเป็นเลเยอร์ (ที่เห็นสีดำๆแพลมๆมาตรงช่วงอกน่ะค่ะ)
- jumper นวมสีชมพูของร้าน Tra La La ในเครือ Liz lisa จริงๆแขนยาวและมีฮู้ดด้วยแต่รูดซิปถอดออกไป เอามาใส่เป็นเสื้อกล้ามเล่นเลเยอร์แทน
- หมวกเบเร่ต์สีชมพู ที่หน้าตาเหมือนหมวกนักเขียนการ์ตูนน่ะค่ะ (จากร้านนึงใน shibuya 109)
- tight สีน้ำตาลแบบหนา
- ถุงเท้าสีดำยาวเหนือเข่า (พับเอานิดนึง ให้ไม่เลยหัวเข่า มันรัดแล้วต้นขาจะเป็นปล้องๆค่ะ)
- บู๊ตดำส้นสูงจาก esperanza คู่นี้ใส่งานไหนมักไม่ค่อยพลาด คู่ละ 1หมื่นเยนต้นๆ แต่ใช้จนจะพังแล้วค่ะ เรียกว่าคุ้มจริงๆ
- กางเกงขาสั้นกันหนาว ใส่ไว้ข้างในอีกชั้นนึง

*** DIARY ***

ใส่ชุดนี้ไปดูใบไม้แดงที่เกียวโตตอนช่วงอาทิตย์ที่พีคสุดๆ มีคุณป้าเจ้าของบ้านเช่าที่คุณแฟนอยู่ไปด้วยกันเป็นไกด์ให้ฟรี(เป็นช่างภาพให้ด้วย คุณป้าถ่ายรูปสวยมากทั้งๆที่กล้องธรรมดานี่แหล่ะ) แถมยังช่วยซื้อตั๋วรถให้ในราคาลดพิเศษสำหรับผู้สูงอายุญี่ปุ่นด้วย งานนี้เลยได้นั่งชินกังเซน โนโซมิ เป็นครั้งแรก แถมได้บัตรเงินอีก 3000 เยนเอาไปกินอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมร้านดังที่เกียวโตอีก อร่อยมากกกกก >,< (ปกติกินแต่ฟาสฟู้ดญี่ปุ่น กินกันจนเบื่อเลย)

ขนาดไปวันธรรมดา(โดดงานที่มหาลัยไป)คนยังเป็นล้านเลยค่ะ วันนั้นอากาศไม่ดีแต่โชคยังดีที่ฝนไม่ตก(ฟ้าปิดแต่ก็ยังพอถ่ายรูปได้) เด็กๆตัวเล็กๆมาทัศนศึกษาเดินกันเต็มเลยน่าร้ากกกกก

ชุดนี้นี่เป็นที่ชอบใจของเด็กผู้หญิงญี่ปุ่นมากๆค่ะ (หมายถึงเด็กจริงๆ ประมาณอนุบาลหรือประถมต้นๆตัวเล็กๆนะคะ) เดินผ่านทีเห็นหันมาชี้มามองกันใหญ่ เด็กๆคงชอบสีสันน่ะนะ แต่คุณแฟนนี่บ่นรายทางเลยว่าใส่สั้นไปๆๆๆๆๆ อุตส่าห์ใส่ tight แบบหนาทับมาแล้วนะเนี่ย แถมด้วยถุงเท้ากะบู๊ตยาวอีก ก็ยังโดน

วันนั้นใส่ชุดนี้ล่ะค่ะ ไปลื่นมาที่วัด kinkakuji อยากใส่ส้นสูงดีนักลื่นตรงบันไดหินก้นลงเต็มๆ จะเรียกว่าจับกบก็คงไม่ถูก
เพราะถ้ามีกบอยู่ตรงนั้นรับรองว่าโดนทับตายไปแล้วค่ะ ;P
---------------------------------------------------------------------------------------------------


---------------------------------------------------------------------------------------------------
ชุดที่ห้า (ใส่ตอนตุลา ต้นฤดูใบไม้ร่วงแล้ว)



*** MIX & MATCH ***

- เสื้อคอเต่าสีเทา แขนยาว จาก Rojita (109) อันนี้ผ้าบางๆค่ะไม่ร้อน ตอนซื้อไม่ได้ลอง แขนมันป่องๆแปลกๆยังกะมะขามป้อม เวลาจะใส่ก็เลยหาเสื้อคลุมมาทับตลอด
- กางเกงขาสั้นสีครีมจาก L’est rose (กางเกงตัวนี้ไม่กล้าใส่ให้คุณแฟนเห็นเลย โกรธข้ามปีแน่ๆ)
- trench coat สีกากี จากสักร้านใน Sunshine city (เอาที่คาดเอวผูกเป็นโบว์ไว้ด้านหลัง ให้อ้าๆโชว์ชุดด้านใน)
- สร้อยคอสองเส้น ยาวๆทั้งคู่ ใส่รวมๆกันให้ช่วงคอไม่โล่ง (พันกันยุ่งเลยตอนถอดออก)
- รองเท้าบู๊ตหนังจากร้านนึงใน OICITY คู่นี้หนังเลยแพงหน่อย 16,XXX เยนได้ เพิ่งซื้อปีก่อนเลยยังใช้ไม่ค่อยคุ้ม แต่เวลายังมีค่ะ เอาให้พังก่อนกลับไทยเลย

*** DIARY ***

ทริกของชุดนี้อยู่ที่ trench coat เลยค่ะ บอกตรงๆเลยว่าเราเป็นคนสะโพกใหญ่ แล้วเสื้อคอเต่านี่มันก็คลุมมาถึงสะโพกด้วย ถ้าใส่แบบโล่งๆนี่ดูไม่สมส่วน สะโพกบานอย่างมาก แถมไม่เข้ากับบู๊ตด้วย (ส่วนตัวเราคิดว่าการเลือกชุดใส่กับบู๊ต ต้องบาลานซ์ำน้ำหนักของชุดและของบู๊ตให้พอดีกันน่ะค่ะ ชุดบานๆพองๆมีโวลุ่ม จะบาลานซ์กันดีกับบู๊ต ถ้าใส่ด้านบนซะหนักแต่ด้านล่างใส่ sandal เราดูว่ามันไม่ค่อยสมดุลแปลกๆค่ะ)

คนสะโพกใหญ่อย่างเราก็ต้องมีโค้ตยาวเอาไว้ปิดสะโพกกันบ้างล่ะค่ะ ใส่ไปทีเดียวได้สามเลยค่ะ ทั้งช่วยต่อความยาวให้ชิ้นล่าง ทั้งอำพรางส่วนสะโพก ที่สำคัญคือ ใส่แบบอ้าๆนี่ เส้นแนวยาวขอโค้ตมันหลอกตาให้ดูเพรียวขึ้นด้วยค่ะ

ปกติจะใส่เดรสซะมาก นานๆทีต้องมา mix&match จริงๆจังๆ หนนี้เป็นหนึ่งในความสำเร็จค่ะ feedback ชุดนี้ดีมาก(นับจากคนที่เข้ามาชมวันนั้น) วันนั้นใส่ไปสถานทูตฝรั่งเศสในโตเกียวค่ะ (ไปรับวีซ่านะคะ ตอนไปขอแต่งเรียบร้อยกว่านี้) แต่ยังไงๆเราก็ยังชอบใส่เดรสอยู่ดีล่ะค่ะ ง่ายและตรงคอนเซปต์เราดี
---------------------------------------------------------------------------------------------------


---------------------------------------------------------------------------------------------------
ชุดที่หก (ใส่ตอนธันวา ที่ฮานอย)



*** MIX & MATCH ***

- เชิ้ตแขนยาว ลด 50% จากยี่ห้อ E… อะไรสักอย่างที่ไทย
- กระโปรงดำ มาพร้อมเข็มขัด จาก Zara TRF ซื้อจากไทย (เห็นปุ๊บปิ๊งปั๊บกระโปรงตัวนี้ ใช้ง่ายดีแท้)
- blazer ลูกฟูกสีดำ ซื้อจากสยามหลายปีแล้ว มาคุ้มเอาตอนอยู่ญี่ปุ่นนี่เอง
- ถุงน่องสีเนื้อ
- รองเท้าคัตชูลูกฟูกสีดำ จาก Pool side (shibuya 109)
- สร้อยคอสีเงินเส้นยาวๆ ซื้อจากสยาม (เอามาห้อยไม่ให้ช่วงคอโล่ง)

*** DIARY ***

ชุดนี้ใส่ไปงานคอนเฟอเรนซ์ที่ฮานอยเมื่อปลายปีก่อนค่ะ ตอนธันวาญี่ปุ่นหนาวแล้ว แต่ฮานอยมันเย็นๆ จริงๆกำลังสบายเลยค่ะ เย็นทั้งวันไม่เหมือนที่ไทย แต่เอาจริงๆก็ไม่ได้เย็นขนาดต้องใส่โค้ตอะไรหรอกค่ะ แขนยาวตัวเดียวก็อยู่แล้ว

แต่ช้าก่อนเราไม่ได้ใส่ชุดนี้วันพรีเซนต์นะคะ ตอนพรีเซนต์เราจะเปลี่ยนกระโปรงเป็นอีกแบบที่เรียบร้อยกว่านี้(ทรงสอบยาวถึงเข่า) อันนี้ใส่เข้างานวันอื่นๆ กึ่งๆทางการนิดๆ(คุมโทนสีดำและขาว สีสุภาพ) ส่วนตัวชอบลุคนี้เหมือนกันดูโปรขึ้นนิดนึง กระโปรงตัวนี้ชอบมากๆใส่เที่ยวก็สวยใส่ทางการก็ได้ ไม่เสียทีที่วิ่งหาตั้งแต่ paragon ยัน CTW
---------------------------------------------------------------------------------------------------


---------------------------------------------------------------------------------------------------
ชุดที่เจ็ด (ใส่ตอนคริสมาสอีฟปีก่อน)



*** MIX & MATCH ***

- เดรสลายสก๊อตจาก L’est rose ในรูปมองไม่เห็นแต่ตรงชายกระโปรงเป็นลูกไม้สีน้ำตาลอย่างเนี้ยบค่ะ ด้านหลังมีโบว์เส้นเล็กๆผูกให้เดรสเข้ารูปขึ้นหน่อย
- โค้ตดำตัวเก่ง ใช้ง่าย สีเข้ากับหน้าหนาว เสียตรงว่ากันหนาวไม่ค่อยดี (ง่ายๆคือดีแต่สวยค่ะ)
- ด้านในใส่เสื้อกล้ามและสายเดี่ยวไว้กันหนาวประมาณ 3 ชั้น (จริงๆจะใส่คอเต่าแขนยาวด้านในก็ได้ แต่เราว่าไม่ค่อยสวยค่ะ)
- tight สีดำไม่หนามาก แต่ก็ไม่บางค่ะ
- ถุงเท้าไหมพรมสีน้ำตาล (ใส่อยู่ใต้บู๊ต เพราะช่วงนั้นหนาวมากค่ะแค่ tight เอาไม่อยู่)
- บู๊ตดำคู่เดิมจาก esperanza
- สร้อยคอระย้าสีทองสักหน่อย จะได้ครบสูตร
- ถุงมือสีดำ (ในรูปไม่ได้ใส่)

*** DIARY ***

เดรสชุดนี้กระโปรงบานไปหน่อยค่ะอย่างว่าเราเป็นคนสะโพกใหญ่ แต่พอใส่โค้ตดำทับลงไปก็พอดีเลย ชุดนี้นี่เรียกว่าสวยแต่ไม่กันหนาวเลยค่ะ ถ้าใส่โค้ตแบบปิดหมดก็มองไม่เห็นชุดข้างในพอดีกัน ก็เลยใส่โค้ตแบบอ้าๆนี่ล่ะค่ะ อยากใส่ชุดสวยต้องทน

วันนั้นคืนคริสมาสอีฟ หลังจากเสร็จคลาสที่มหาลัย(ยังอุตส่าห์มีคลาส)ก็แล่นไปช้อปรอคุณแฟนที่ชินจูกุเลยค่ะ พอคุณแฟนมาก็พากันไปโตเกียวทาวเวอร์กัน อ่านมาว่ามีประดับไฟแบบใหม่ก็เลยชวนกันไปดูอีกสักรอบก่อนหอมันจะโดนย้ายไปที่อื่น

คืนนั้นนี่ลมแรงมากๆค่ะ ใช้ขาตั้งกล้องนี่ยังเสียวๆลมจะพัดล้ม จะถ่ายรูปอะไรที่รอบๆหอโตเกียวก็ไม่สะดวกเอาซะเลย แถมชุดนี้ไม่ค่อยกันหนาวด้วย ลมพัดๆมานี่หนาวไปถึงกระดูกเลย ทำไมลมต้องมาพัดแรงเอาคืนนี้ด้วยก็ไม่รู้ แต่บอกแล้วอยากสวยต้องทนค่ะ ทนๆๆๆๆๆ แต่แล้วก็ “ทนไม่ไหวแล้ววววววววว”

แต่เอ๊ะ เราไม่ได้เป็นคนพูดอ่ะค่ะ ที่ทนไม่ไหวน่ะคุณแฟน ลากเราเข้าไปด้านในหอโตเกียวทันทีบอกทนหนาวไม่ไหวแล้ว โธ่ ผู้ชายนี่ไม่ทนเอาซะเลย ทั้งที่คุณแฟนนี่ใส่เสื้อหนาวนวมและถุงมือนวมอย่างหนา กางเกงนี่ใส่ไปสามชั้น รองเท้าก็ผ้าใบปิดมิดชิดส้นก็ไม่มี เสื้อก็เสว็ตเตอร์หนาแถมมีเสื้อแขนยาวด้านในอีกสองชั้นได้ ใส่เยอะขนาดนี้ยังบ่นอีก ดูเราซิใส่แต่ละชั้นบางๆทั้งนั้นยังทนได้เลย ;P
---------------------------------------------------------------------------------------------------


---------------------------------------------------------------------------------------------------
ชุดที่แปด (ใส่ตอนกุมภา ปีนี้เอง)



*** MIX & MATCH ***

- เดรสลายสก๊อตแขนป่องๆจาก L’est rose ซื้อตอนเซลปีใหม่เหลือแค่ 9 พันเยนเอง เห็นอย่างนี้แต่ผ้าบางกันหนาวไม่ได้เลยค่ะ
- โค้ตนวมซื้อลดราคามาเช่นกัน อุ่นดีมากๆ เสียตรงตัวยาวไปหน่อย (ซื้อผ่านเว็บไม่ทันได้ลองกะตัวค่ะ)
- สารพัดเสื้อกล้ามและสายเดี่ยวใส่ซ้อนไว้ด้านในกันหนาว แต่ชั้นนอกสุดนี่ขอเป็นพวกลูกไม้ที่โชว์ได้ (จริงๆจะใส่คอเต่าด้านในก็ได้ แต่ก็อีกนั่นล่ะเราว่าไม่ค่อยสวยค่ะ ยอมทนหนาวเอาเพื่อความสวย)
- tight สีเทาควันบุหรี่แบบหนา สีดูอมฟ้าๆเขียวๆนิดๆเข้ากับสีของเดรสพอดีเลย
- ถุงเท้ายาวเท่าเข่าสีดำ (แต่ในรูปมองไม่เห็น ถ้าไม่ใส่ถุงเท้าจะหนาวค่ะ แถมบู๊ตจะหลวมหน่อยๆด้วย)
- บู๊ตดำคู่เดิมจาก esperanza

*** DIARY ***

ชุดนี้ใส่ง่ายดีค่ะ ไม่ต้องเครื่องประดับอะไรให้มากเรื่อง ถึงจะเป็นเดือนกุมภาด้วย(เดือนที่ว่ากันว่าหนาวที่สุดของญี่ปุ่น) แต่โค้ตนวมนี่ตัวเดียวอุ่นได้เลยค่ะ ถ้าร้อนก็ถอดออกง่ายๆ

จริงๆคือ เดรสตัวนี้ไม่เข้ากับโค้ตดำตัวในรูปด้านบนด้วยล่ะค่ะ โค้ตดำอันนั้นมันสั้นไป พอมาเจอความยาวของกระโปรงชุดนี้แล้วมันไม่บาลานซ์ค่ะ ต้องให้ยาวกว่านั้นหรือไม่ก็โค้ตตัวสั้นแบบนี้ไปเลย

ใส่ชุดนี้ไปตะลุย Misui outlet ที่ chiba มาค่ะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย จุดประสงค์หลักอยากไปดู coach ได้ยินว่าลดอยู่ แต่พอดูแล้วก็นะ ขนาดลดก็ยังแพงกว่าที่อเมริกาอยู่ดี brandname (เพียงแค่)สองใบที่เรามีคือ coach นี่ล่ะค่ะ แต่ซื้อจาก Woodburry outlet NY ถูกมากๆ คนเคยซื้อราคาถูก พอมาเจอราคาญี่ปุ่นแล้วซื้อไม่ลงเลยค่ะ เสียดายส่วนต่างตั้งหลายหมื่นเยน
---------------------------------------------------------------------------------------------------


---------------------------------------------------------------------------------------------------
ชุดที่เก้า สุดท้ายแล้วค่ะ (ใส่ตอนปลายๆเมษา ที่ผ่านมาและเสียเซลฟ์อย่างแรง)



*** MIX & MATCH ***

- ด้านในเป็น 3-way blouse จาก L’est rose ค่ะ (ซื้อมาตอน summer sale ปีก่อน) ผ้าคล้ายๆชีฟองสีชมพู ใส่เป็นกระโปรงได้ ใส่เป็นเกาะอกได้(จริงๆมีสายเล็กๆใส่เป็นสายเดี่ยวได้ด้วยค่ะ) หรือใส่เป็นคล้องคอก็ได้ค่ะ มีโบว์แยกมาให้แล้วแต่ใครจะครีเอตเลย ลองมาหลายแบบโอเคกับแบบนี้ล่ะค่ะ ใส่เป็นสายเดี่ยวแล้วเอาโบว์มามัดใต้อก ใส่แบบอื่นนี่เสื้อมันพองบาน ทำให้ตัวเบอะมากๆค่ะ
- คาร์ดิแกนแขนสั้นสีขาว ซื้อพร้อมตัวด้านบน ยี่ห้อเดียวกันเลยค่ะ
- กางเกงขาสั้น(หลบคุณแฟน)ตัวเดิม (จริงๆสามชิ้นนี้ซื้อพร้อมกันหมดเลยค่ะ)
- บู๊ตหนังสีน้ำตาล คู่เดียวกับชุดที่ห้า
- ถุงเท้ายาวเท่าเข่าสีดำ (แต่ในรูปมองไม่เห็น ถ้าไม่ใส่ถุงเท้าเท้าจะเหม็นมากค่ะ แถมฝ่าเท้าจะเสียดสีกับพื้นบู๊ตด้วย)
- จริงๆตอนออกข้างนอก มีใส่ trench coat ตัวยาวสีขาวทับอีกตัวค่ะ วันนั้นหนาว

*** DIARY ***

ชุดนี้เป็นหนึ่งในความผิดพลาดของเราเลยค่ะ ใส่ตอนปลายๆเมษาซึ่งก็ประมาณกลางๆใบไม้ผลิแล้ว
เสื้อและกางเกงนั้นจริงๆซื้อมาจากของหน้าร้อน แต่สีสันและเนื้อผ้าก็เข้ากันได้กับใบไม้ผลิ (แถมเราก็ใส่โค้ตยาวทับ) ส่วนรองเท้านี่ของปลายหนาวต้นใบไม้ผลิ

ใส่ออกมาดูรูปก็ยังชอบนะคะว่าเข้ากันดี แต่จะไม่แต่งอย่างนี้อีกในช่วงเวลานั้นอีกแล้วค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นอากาศแปรปรวนทั้งที่ปลายเมษาแล้วแต่อยู่ๆก็หนาวขึ้นมา อากาศหนาวๆก็เหมาะกับบู๊ตดี ด้านบนถึงจะบางไปหน่อยแต่ใส่โค้ตยาว(สีขาว)ทับซะก็โอเคแล้ว

เดินๆออกไปเที่ยวแถวบ้าน ยิ่งเดินยิ่งเสียเซลฟ์ ยิ่งเดินยิ่งอยากวิ่งกลับบ้านไปเปลี่ยนรองเท้าค่ะ คือ มองๆไปเนี่ย(เอาเฉพาะสาวๆนะคะ)ไม่มีใครที่ไหนใส่บู๊ตเลยค่ะ บู๊ตสั้นๆมีหลงมาบ้างแต่บู๊ตยาวนี่แทบหาไม่ได้เลย แฟชั่นมันเปลี่ยนเป็นใส่รองเท้าคัตชูกับเลคกิ้งกันหมดแล้วช่วงนั้น แต่ใส่ออกไปแล้วก็ไม่รู้จะทำไงค่ะ จริงอยู่ว่าไม่มีใครมามองมานินทาเราหรอก แต่เรารู้สึกแปลกแยกเองน่ะค่ะ

อยู่ญี่ปุ่นมีสี่ฤดู เสียตรงว่าซื้ออะไรมาจะดองไว้ไม่ได้ ซื้อปุ๊บถ้าไม่รีบใส่ พอเปลี่ยนเดือน (เปลี่ยนเดือนก็เปลี่ยนเทรนด์การแต่งตัวค่ะ)ก็เอ้าท์ไปเลย ต้องเก็บไว้รอปีหน้าถึงจะได้ใส่
---------------------------------------------------------------------------------------------------


จบแล้วค่ะสำหรับ [DUC & Diary]@Japan ครั้งแรกของเรา ใครหลงเข้ามาอ่านเราบ่นบ้าบอก็ต้องขออภัยดัวยนะคะ

สุดท้ายอยากบอกว่ารับชมด้วยวิจารณญาณนะคะ เพราะรูปที่เอามาลงนั้นเป็นรูปที่คัดมาแล้ว และท่าโพสรวมถึงมุมกล้องก็มีส่วนหลอกสายตาด้วยค่ะ แต่เราก็พยายามแต่งปกปิดจุดด้อยเราให้มากที่สุดแล้วล่ะค่ะ ก็ตรงจุดไหนรู้ตัวว่าไม่ดีก็ต้องปิดๆไว้สิเนอะ




 

Create Date : 16 มิถุนายน 2552    
Last Update : 17 มิถุนายน 2552 22:51:10 น.
Counter : 681 Pageviews.  

Spring 2009 @Japan: เทรนด์มาแรงของผ้า tweed (ツイード)

วันนี้มาอัพเดตเทรนด์ที่ญี่ปุ่นกันสักหน่อยนะคะ
ณ ตอนนี้อะไรออกใหม่นี่ต้องพูดถึงของฤดูใบไม้ผลิแล้ว
ของฤดูหนาวตอนนี้ก็คือ ของโละนั่นเองค่ะ

ฤดูใบไม้ผลินึกได้เลยก็พวกผ้าชีฟองหวานๆ ที่มีมาทุกปี
แต่ปีนี้มีเทรนด์เนื้อผ้าอีกแบบที่มาแรงมาก
เดินไปเจอร้านเสื้อผ้าเกือบทุกยี่ห้อต้องมีสินค้าที่ทำจากผ้าแบบนี้อยู่
นั่นก็คือผ้า tweed หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ツイード นั่นเองค่ะ

เราเห็นผ้าแบบนี้ครั้งแรกใน Collection Early Spring
ชุดแรกๆที่ปล่อยออกมาตั้งแต่ธันวาเลยค่ะ (แต่รู้สึกบางตัวก็มีอยู่ใน Winter collection เหมือนกันนะคะ)
แล้วหลังจากนั้น Early spring ที่ออกตามมาก็มีผ้าแบบนี้ออกมาแทบทุกยี่้ห้อเลย
ยิ่งยี่ห้อโปรดของเรา L'est Rose นี่ เอาเฉพาะที่เป็นเดรสผ้าแบบนี้
จำได้ว่าเห็นมาถึง 10 แบบแล้วเลยทีเดียว (บางแบบยังไม่เห็นในเน็ต แต่เห็นจากที่ร้านเลย)

สำหรับเราผ้าแบบนี้ดูแปลกตาดีค่ะ เนื้อผ้าออกหนาหน่อย แต่ก็ไม่ได้หนามากก็เหมาะกับใบไม้ผลิดี
ข้อเสียสุดๆ คือ ผ้าแบบนี้ซักแห้งเท่านั้นค่ะ -"-
(เป็นหนึ่งสาเหตุว่า มักเจอผ้าแบบนี้ในแบรนด์ราคาแพงๆทั้งนั้น อย่าตีราคากลับเป็นบาทเชียว)

ถามๆคนขายมา เค้าก็บอกว่าเซฟจริงๆก็ต้องซักแห้งน่ะแหล่ะ
แต่ตัวคนขายเอง ก็ซักน้ำน่ะนะ (คนขายเสื้อผ้า ก็จะมีเสื้อผ้ายี่ห้อของตัวเองไปใช้น่ะค่ะ)
ก็อาจจะหดๆนิดนึง แต่ก็ยังพอได้น่ะ ไม่ถึงกับซักน้ำแล้วเสียทรงหรือเจ๊งไปเลย


รูปพวกนี้รวบรวมจากเว็บต่างๆค่ะ อันไหนเราชอบก็จะลงให้เป็นพิเศษหน่อย
แบบว่าไปขอลองที่ร้านมาเยอะจัดๆค่ะ แหะๆ
เลือกมาตามความชอบของเราเป็นหลักนะคะ ดังนั้นก็จะเน้นแนว sweet elegance (หวาน & หรู) สุดเลิฟของเรา
เผื่อเป็นแนวทางให้ใครที่สนใจเสื้อผ้าแบรนด์ญี่ปุ่นหวานๆ ที่ดูดี ดูเนี้ยบ ดูเป็นผู้ใหญ่
(และแพง T_T ) มากกว่า Liz Lisa ที่ยัง(พอ)ใช้ใส่ในชีวิตจริงได้ค่ะ

เริ่มจากสุดโปรดของเรา dress ค่ะ

อันนี้เป็นตัวแรกๆที่เราเห็นผ้าแบบนี้เลย ชุดนี้วางขายตั้งแต่ธันวา หมดเกลี้ยงไปนานแล้ว
(ได้ลง CanCam ด้วยนะ) เป็นคอลเลคชั่นพิเศษชื่อ L'est Rose AMIE
ดูในรูปสีน้ำเงินจัดๆตลกนิดๆเหมือนกัน แต่พอลองใส่ของจริงแล้วสวยเลยนะคะ


ตัวนี้วางขายหลังปีใหม่นี่เอง แต่ทรงนี้เราไม่ค่อยปิ๊งเท่าไหร่ ชอบตัวแรกมากกว่า


ตัวที่สามนี่แบรนด์โปรดอันใหม่ กำลังปลื้มอยู่พอๆกับ L'est Rose เลยค่ะ
ตัวนี้รูปในเว็บนางแบบใส่แล้วดูเซอร์ๆพองๆไม่ค่อยงามเลย แต่ไปเห็น(และไปลอง)ของจริงมาแล้ว (ได้ลง Ray ด้วยค่ะ)
น่ารักม๊ากกกกกกกกกกค่ะ แม็ตกับสร้อยยาวๆสีหวานๆ >.<
(ของจริงไม่มีเสื้อตัวในมาให้นะคะ ต้องหาพวกสายเดี่ยวใส่ด้านในเอง)
เพิ่งออกใหม่มาประมาณสองอาิทิตย์ก่อนนี้เอง (ส่วนตัวชอบตัวสีครีมนะคะ แต่รูปเต็มตัวมีแต่สีนี้)


ตัวนี้ออกก่อนตัวข้างบน (ส่วนกระโปรงเป็นผ้า tweed ส่วนเสื้อเป็นผ้าอะไรไม่รู้นิ่มๆ)
ดูในรูปนี่ดูจื๊ดจืด(พื้นหลังดันสีขาวกลืนกัน) แต่เวลาใส่จริงมีสีผิว(หมายถึง สีเนื้อน่ะค่ะ)ของเราช่วยขับ ตัดกับฉากรอบๆ(ที่ไม่ขาวจั๊วะ)แล้ว ดูเปล่งออร่ามากๆค่ะ
เห็นคนขายใส่เดินอยู่ในร้านน่ารัก max max ค่ะ ติ๊ดต่างว่าเป็นกระโปรงเอวสูง
ติดก็ตรงว่าสั้นดีจริงจริ๊ง (จริงๆสั้นครึ่งขาอ่อนแค่นี้ คนญี่ปุ่นเฉยๆนะคะ แต่คุณแฟนเราีนี่ตาขวางมาเลย)
ไปลองมาแล้วเช่นกัน กรี๊ดมากๆค่ะ น่ารักแต่ก็ดูหรูเป็นผู้ใหญ่
ชอบมากตรงไข่มุกที่ประดับรอบๆคอเสื้อค่ะ มีติดหมุดไว้อย่างดีเลยด้วยไม่หลุดง่ายๆแน่
ตัวนี้รับประกันความงามได้ลงทั้งนิตยสาร CanCam และ Ray ที่ญี่ปุ่นเลยค่ะ


ตัวนี้ไปลองมาเมื่ออาทิตย์ก่อนยี่ห้อ Barbie ค่ะ เห็นคนขายใส่สีชมพูอยู่น่ารักดี (ตัวนี้ลง Ray เดือนมีนาค่ะ)
ปกติเราใส่เดรสทรงA ยาวเหนือเข่าซะมาก(หุ่นไม่ดี ตัวเตี้ยน่ะค่ะ)
พอมาใส่ทรงนี้ ยาวเกือบปิดเข่าก็จริง แต่กลับออกมาสวยดีค่ะ
ดูแต่ตาไม่นึกว่ามันจะแปลกอะไร แต่พอใส่แล้วรู้สึกเลยว่าเดรสนี้ทรงดีจริงๆ
ทำให้เราดูมีทรวดทรงองค์เอว ดูเป็นผู้ใหญ่(เซ็กซี่เล็กๆ)ขึ้นมาเลยเชียว :P
ติดก็ตรงว่าอึดอัดนิดๆตรงช่วงอกน่ะค่ะ (ไม่ได้มีข้าวของอะไรมากเลยนะคะ เดรสมันเล็กช่วงอกเองอ่ะค่ะ)


อีกสักตัวของ L'est Rose เพิ่งลองมาสดๆร้อนๆเมื่อวานนี้เลยค่ะ
เนื้อผ้าออกจะบางลงกว่ารุ่นแรกๆที่ออกมาตั้งแต่ธันวา ถึงใส่ที่ไทยก็ไม่น่าจะร้อน
น่ารักอีกเช่นเคย (แน่นอนว่าเราลองสีชมพู ซึ่งดันเหลือเป็นตัวสุดท้ายในร้านพอดี)
ทรงปกติเดิมๆไม่ได้ดูแปลกใหม่ แต่เราก็ชอบค่ะ ใส่ออกมาสวยเช่นกัน แบบหวานๆน่ารักๆดี
เซฟด้วยแขนเสื้อมีมาเรียบร้อยไม่ต้องโชว์แขนอันอวบอ้วน ไม่ต้องใส่เสื้อคลุม ใส่เดี่ยวๆตัวเดียวก็สวยได้เลยค่ะเพราะตัวเดรสมีรายละเอียดพออยู่แล้ว แถมทรงแบบนี้ดูไม่เว่อร์เกินไป ไม่สั้นเกินไปด้วยใส่ไปเที่ยวได้สบายๆเลย


นอกจากแบบที่ชอบๆ ยี่ห้ออื่นๆก็มีอีกเยอะค่ะ เราเจอทุกยี่ห้อเลยเชียว
นี่เลือกมาแบบลำเอียง ให้ยี่ห้อที่เราชอบมีภาพเยอะกว่า
จริงๆของ L'est Rose มีเดรสอีกหลายตัวที่เป็นผ้านี้ แต่หาภาพไม่ได้ค่ะ
บางตัวก็โดนเอาออกจากเว็บขายแล้ว บางตัวก็ใหม่ไปยังไม่มีขายในเว็บ


แน่นอนว่ากำลังมาแรงขนาดนี้ ไม่หมดแค่เดรสหรอกค่ะ
กระโปรงกางเกงทั้งหลาย ก็มีเช่นกันเพียบค่ะ


หรือจะเป็นแจ๊กเก็ต(ใบไม้ผลิ)เดี่ยวๆก็มี (ตัวทางขวาแพงมากๆ 3 หมื่นกว่าเยน ปกติพวกแจ๊กเก็ตหรือโค้ตก็ราคาแพงอยู่แล้ว)


ถ้าเอาแบบอลังการงานสร้างหน่อย ก็ทำกันมาเป็นเซ็ตเลยค่ะ (แต่ละเซ็ตนี่ 3 หมื่นเยนยังเอาไม่อยู่เลยค่ะ )
ผ้าแบบนี้นี่ออกหนาหน่อย และตัวผ้าดูมีรายละเอียดเยอะอยู่แล้ว เลยเจอเป็นพวกเสื้อ(ที่ไม่ใช่เสื้อนอกและเดรส)น้อยค่ะ


ไม่แค่เสื้อผ้านะคะ เครื่องประดับต่างๆ ผ้าพันคอ รวมไปถึงรองเท้า ยังมีออกมาเลย (หารูปรองเท้าไม่เจอ แต่เห็นจากที่ห้างค่ะ)



จบการอัพเดตเทรนด์ Early spring 2009 @Tokyo เท่านี้นะคะ
ตอนนี้มองไปทางไหน นอกจากชีฟองก็ผ้าเนี่ยล่ะค่ะเห็นทุกแบรนด์(ในห้างญี่ปุ่น)

ความเห็นส่วนตัว ผ้าแบบนี้ต้องดูทรงดีๆ บางทีทรงธรรมดาไปทำให้ดูเหมือนเสื้อเก่าๆ(ไม่สมราคาแพงๆ)ยังไงไม่รู้ล่ะค่ะ
ถ้าไม่เล่นสีสวยๆ หรือไม่มีพร็อบติดกระดุมหรือเครื่องประดับหรูๆ แล้วล่ะก็ดูยังกะเอากระสอบข้าวสารมาตัดเสื้อเลยค่ะ




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2552 17:37:50 น.
Counter : 2848 Pageviews.  

(เรื่องเสื้อผ้าๆ) อย่างนี้ก็มีด้วย เกือบเสียตังค์ฟรีซะแล้ว

หนนี้มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย การซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ที่ญี่ปุ่นมาฝากค่ะ จะได้ระวังๆกันไว้ด้วย

เหตุเริ่มจากเดรสตัวด้านล่างนี้ล่ะค่ะ ของยี่ห้อ L'est Rose ที่เคยพูดถึงว่าเรากำลังบ้ามาก
ภาพนี้แคปมาจากเว็บขายเสื้อผ้าออนไลน์ที่เราเข้าไปดูประจำ เพื่ออัพเดตสินค้าใหม่ๆ ถูกใจตัวไหนค่อยไปดูของจริงที่ร้านขายอีกที


สักเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อนนี้เองมั้ง เห็นมีเดรสตัวนี้มาโพสใหม่ในเว็บ
ไม่ได้แปะป้ายเซลล์ซะด้วย (ของหน้าหนาวตอนนี้เซลล์หมดเลย) ก็เลยอนุมานไปว่าเป็นสินค้าออกใหม่

นึึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่า สินค้าใหม่อันนี้ทำมั๊ยทำไมมันดูสไตล์หน้าหนาวขนาดนี้ (สีดำๆทึมๆ ลายตารางหรือลายสก๊อต)
เพราะของออกใหม่ตอนนี้มันมีแต่ของใบไม้ผลิ ผ้าีชีฟอง สีพาสเทล สีขาวๆกันทั้งนั้น

ถึงจะตะหงิดๆในใจก็ไม่ได้ติดใจอะไรต่อค่ะ คิดว่าคงเป็นดีไซน์(ใหม่)หลงฤดูไปหน่อย แต่แบบก็ดูน่ารักดี
เมื่อตอนไปซื้อกับข้าวอาิทิตย์ก่อนเลยถือโอกาสแวะร้านที่อยู่ใกล้ๆบ้านเพื่อไปลองใส่ดูซะหน่อย

ไปเปิดๆหาๆดูตรงราวที่แขวนเสื้อผ้าออกใหม่ก็ไม่มีอีกแล้ว
(ตอนนั้นยังคิดว่าคงเก็บอยู่ในสต็อคเพราะที่แขวนไม่พอ เอาไปแขวนของเซลล์หมด)
ก็เลยต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นง่อยๆ เพื่ออธิบายให้คนขายฟังว่าหาชุดแบบนี้อยู่ อยากขอลองใส่ดูก่อนได้มั๊ย (ไม่ต้องรอคำตอบก็รู้ว่า ลองได้อยู่แล้ว)

ก็บอกเค้าไปว่าเห็นมันออกใหม่ในเว็บ คนขายก็คิดๆอยู่พักนึง
คงนึุกไม่ออกเหมือนกันว่าตัวไหนแฮะ ออกใหม่แต่ลายตาราง
จนเราต้องวาดรูปใส่กระดาษให้ดู ถึงจะอ๋อ เค้าก็เดินไปหยิบมาจากราวเซลล์ให้ว่า ตัวนี้ใช่มั๊ย

ซึ่งมันก็ใช่จริงๆอ่ะค่ะ อ้าวที่แท้ของเซลล์หน้าหนาวนี่เอง
ในเว็บดันเอามาลงขายใหม่ ยังกะคอลเลคชั่นใหม่ของหน้าใบไม้ผลิก็ไม่ปาน

อะไรนี่ไม่แปลกใจเท่าตอนกลับบ้านมาดูเว็บอีกทีหนึ่งค่ะ
ตอนไปร้านนี่จำไม่ได้หรอกว่า ราคาในเว็บเขียนไว้เท่าไหร่ คิดๆเอาเองว่าน่าจะเท่ากับราคาที่ลดแล้วที่ร้านล่ะมั้ง

แต่พอมาดูดีๆอีกที เฮ้ย ราคาในเว็บนี่มันราคาเต็มนี่นา
ถึงจะให้ point10% ก็เหอะ แต่ที่ร้านที่ไปดูมามันลดตั้ง 30%
แถมตอนนี้ในเว็บที่ว่ามีการเปิดรับสั่งจองอีกด้วย ถ้าไม่ไปเช็คมานี่ไม่มีทางรู้เลยว่าไอ้นี่มันของเก่าของเซลล์

ก็เออ นะคะอย่างนี้ก็มีด้วยนะเนี่ย ทีหน้าทีหลังเนี่ยต้องเชื่อเซนส์ตัวเองให้มากๆหน่อยแล้ว
อะไรของคอลเลคชั่นหน้าไหนต้องระวังให้จงหนัก ไม่งั้นอาจเผลอซื้อของเซลล์มาราคาเต็มได้โดยไม่รู้ตัว




 

Create Date : 26 มกราคม 2552    
Last Update : 26 มกราคม 2552 21:08:32 น.
Counter : 517 Pageviews.  

เรื่องเล่าหลังงานเซลล์ + อัพเดตนิดๆหน่อยๆ เสื้อผ้าหรูแสนหวานจากญี่ปุ่น Spring collection 2009

วันนี้อัพบล็อคมาราธอนค่ะ อยู่ในอารมณ์อยากอู้งาน(เพิ่งซ้อมพรีเซนต์ไปเมื่อวาน วันนี้เลยเรื่อยเปื่อยสักหน่อย) เลยได้ฤกษ์มาจัดการภาพที่ถ่ายๆเก็บไว้สักที เป็นพวกเห็นอะไรสวยๆน่ารักๆ แล้วชอบถ่ายรูปเก็บไว้ค่ะ จริงๆก็อยากจะเก็บตัวจริงไว้เหมือนกันนะคะ ติดก็ว่าห้องที่ญี่ปุ่นกะติ๋วเดียว แค่นี้ของก็จะล้นอยู่แล้ว ก็เลยเก็บแต่รูปไปละกัน แหะๆ

ถึงจะผ่าน sale ใหญ่ประจำปีของญี่ปุ่น(ต้นเดือนมกรา วันหลังปีใหม่) มาแล้ว แต่ตอนนี้ไปห้างร้านไหน เกินกว่าครึ่งของพื้นที่ร้านก็ยังแขวนแต่เสื้อผ้าหน้าหนาว ติดป้ายลดราคาเต็มไปหมดเลยค่ะ ไอ้อันไหนที่เหลือๆก็จะค่อยๆลดราคาลงเรื่อยๆ ในขณะที่ Early spring collection ที่ออกใหม่นี่ ถูกแขวนหลบอยู่มุมเล็กๆของร้าน เนื่องด้วยของออกใหม่ไม่ลดราคา

ถามๆคนขายที่ร้านเสื้อยี่ห้อที่ซื้อประจำว่าจะแขวนเสื้อหน้าหนาว(ลดราคา)ไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย(เห็นจนเบื่อแล้ว) ก็ได้ความว่าคงถึงราวๆกลางกุมภานั่นล่ะค่ะ ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงโละของหน้าหนาวอยู่ (ที่ถามนี่เพราะ เนื้อที่แขวนชุดออกใหม่ของหน้าใบไม้ผลิมีติ๊ดเดียว แขวนไม่พอ ขนาดว่าบางชุดยังไม่ได้ถูกแขวนโชว์ที่ด้านนอกเลย แต่เราเห็นมาจากในเน็ต เลยรู้ว่ามีชุดนี้ออกใหม่เลยกะมาลองใส่ดูก่อน)

ลดราคาปีนี้ถือว่าเราพัฒนาขึ้นจากปีแรกที่มาเยอะค่ะ
ไอ้เรื่องจะให้แหกขี้ตาตื่นไปต่อคิว รอซื้อถุงโชคดีแบรนด์โปรด(ที่ดันขายดีมากๆ)นี่ กี่ปีก็ไม่มีพัฒนาค่ะ ก็คนมันง่วงอ่ะค่ะ อากาศก็สุดหนาว แถมไม่ชอบไปแก่งแย่งกับใครด้วย
ที่พัฒนานี่คือ รู้สึกว่าสายตาในการเลือกซื้อเสื้อผ้าของเราดีขึ้นกว่าเมื่อสมัยมาญี่ปุ่นใหม่ๆเยอะค่ะ

มาปีแรกนี่ยังไม่ได้รู้เรื่องลดราคาปีใหม่อะไรกับเค้าหรอกค่ะ ก็เลยช้อปปิ้งตามปกติซื้อเดรสตัวนึงมาจาก shibuya 109 ผ่านไป 2-3 อาทิตย์งานยุ่งเลยยังไม่ทันได้ใส่เดรสนั่นเลยสักครั้ง (ไปมหาลัยทำแล็บ ขี้เกียจแต่งตัวมากค่ะ เอาแบบที่ซักง่ายๆเป็นพอ) มาเดินช้อปปิ้งตอนช่วงเซลล์ใหญ่ตอนปีใหม่ เจอเลยค่ะ เดรสที่เราเพิ่งซื้อไปแปะป้ายลด 40% (หลายพันเยนหายไปในพริบตา)
ซื้อมายังไม่ทันได้ใส่เลยอ่ะค่ะ มาเจอแปะป้ายลดราคาหราซะแล้ว

แต่ปีนี้นี่ถือว่าประสบความสำเร็จค่ะ(เป็นมกราครั้งที่ 3 ของเราที่โตเกียวค่ะ)
จากที่เดินสำรวจมา ไม่เจอเสื้อผ้าแบบที่เราซื้อไป(ก่อนเซล)อยู่ในพวกลดราคาเลย
(แต่ไม่รู้ว่ามีในถุงโชคดีหรือเปล่านะคะ เราไปไม่ทันซื้อค่ะ)

เหตุผลมีสองอย่าง หนึ่งคือ แบบที่เราซื้อน่ะมันขายหมด sold out ไปตั้งแต่ก่อนเซลล์แล้ว เราเองก็เห็นมันขายหมดไปตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเซลล์แล้วล่ะค่ะ
แต่เพื่อความชัวร์ตอนเซลล์เลยมาเดินเช็คดูอีกรอบ (อิๆ แสดงว่าสายตาในการเลือกของเริ่มใช้ได้แล้วค่ะ)
ตัวอย่างเช่น ถุงข้างล่างนี้ เป็นหนึ่งในสินค้าที่เพิ่งออกไม่นาน (เรากำลังบ้ายี่ห้อนี้มากๆเลยค่ะ เบื่อ Liz lisa แล้ว) แต่ก็ sold out ไปอย่างรวดเร็ว หลุดรอดจากการถูกเซลล์ไปได้ค่ะ (อย่างน้อยก็ที่สาขาที่เราซื้อมันมาค่ะ) ปล วันที่ซื้อมีฝนตก ก็เลยมีพลาสติกคลุมมาให้แบบนี้ล่ะค่ะ


อีกเหตุผลคือ ของบางชิ้นที่เราซื้อ เนี่ยมันอยู่ใน Early spring collection ซึ่งเป็นที่รู้ๆกันนะคะว่าพวกนี้ไม่รวมในรายการเซลล์หน้าหนาวค่ะ
ตัวอย่างเช่นอันล่างนี้ ยี่ห้อ Will Selection คงไมุ่คุ้นหูคนไทยเท่าไหร่ แนวหวานๆเลดี้ๆอีกเช่นเคย(กำลังเริ่มติดใจอีกเช่นกัน) สแกนนามบัตรมาด้วยค่ะเห็นน่ารักดี หูหิ้วถุงเป็นโบว์สีดำน่ารักเชียวค่ะ (ติดใจพนักงานยี่ห้อนี้มากๆเลยค่ะ ดูน่าจะเด็กกว่าเรา อาจจะพอๆกับพนักงาน Liz lisa เรื่องบริการนั้นของชัวร์ดีมากค่ะ แต่ชอบว่าเค้าแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม ออกมาน่ารักมากกกกกกกค่ะ ไม่ได้แต่งมากและดูพยายามเหลือเกินเหมือน Liz lisa แต่ออกมาน่ารักธรรมชาติลงตัวจริงๆ >,< )




สรุปว่าปีนี้ ผ่าน ค่ะ ไม่มีเสียเงินส่วนต่างให้กับแบรนด์ใดๆเลย
นอกจากนั้นของเซลล์อื่นๆก็ไม่ได้ซื้อเลยค่ะ (มีแค่บู๊ตเท้าช้างที่เพิ่งซื้อเมื่อวานมา ดูได้ ที่นี่)
ตอนนี้ก็ได้แต่เมียงๆมองๆ เผื่อเจอของที่ลดราคาแล้วน่าซื้อก็จะได้สอยมั่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วยังไงไม่รู้ค่ะ ปิ๊งตัวไหนทีไร มันต้องไม่ลดราคาทุกทีเลย


คราวนี้จะอัพเดตเสื้อผ้าแล้วค่ะ วันก่อนได้ใบนี้มาจากร้านเสื้อผ้า PrideGlide เค้าวาดมาขาวดำ คล้ายๆแบบร่างเสื้อผ้าเลย น่ารักดีค่ะ เลยลงทุนเอาเข้าเครื่องสแกนเพื่อเก็บภาพไว้เลยค่ะ
เป็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่หน้าใบไม้ผลิที่กำลังจะเข้าค่ะ น่ารักมากกกกก >.< แต่ราคาก็...มาก เช่นกันค่ะ (ตอนเราได้ใบนี้มาพวกนี้ยังไม่มีวางขายจริงค่ะ)




ปล. เราชอบเสื้อผ้าแนวหวานๆ เลดี้ๆ sweet elegance นะคะ เสื้อผ้าแนวนิตยสาร CanCam นี่เป๊ะแบบที่เราชอบเลยค่ะ ตอนมาใหม่ๆนี่ชอบ Liz lisa, Pinky girls (พวกนี้เจอได้ใน shibuya 109) ต่อมาชักเบื่อค่ะเปลี่ยนมาชอบ Barbies แล้วตอนนี้ก็เปลี่ยนมาชอบ L'est Rose (อันนี้นี่ไม่มีใน 109 แล้วมีแต่ในห้างค่ะ ยี่ห้อนี้ลง CanCam อย่างเพียบทุกเดือน) กับ WillSelection อีก เปลี่ยนไปเรื่อยๆค่ะ อีกอย่างคือ ปริญญาเอกแล้วด้วย เลยอัพเสื้อผ้าให้ดูผู้ใหญ่ขึ้นอีกหน่อยค่ะ

ปล2. Liz lisa นี่จะออกแนว Gal (พนักงานทำผมทองทั้งหัว ม้วนโรล ตีโป่ง แถมแต่งหน้า แต่งเล็บ อลังการงานสร้างมากๆ) ในขณะที่แบรนด์อื่นๆที่เราพูดถึงนี่จะออกแนว Lady นะคะ (แนวนี้พนักงานจะไม่ทำผมตีโป่งเว่อร์มากหรือแต่งหน้าสุดๆเท่าไหร่ ทรงผมและการแต่งหน้าดูธรรมชาติกว่า แต่ก็สวยค่ะ) สังเกตได้ง่ายๆจากการแต่งตัวของพนักงานที่ร้านค่ะเพราะที่ญี่ปุ่นพนักงานขายก็คือ หุ่นโชว์เสื้อผ้าไปในตัว เราชอบแนว lady มากกว่า เพราะยังดูธรรมชาติแต่ก็น่ารักค่ะ




 

Create Date : 16 มกราคม 2552    
Last Update : 26 มกราคม 2552 16:21:59 น.
Counter : 918 Pageviews.  

1  2  

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.