VUW - Victoria University of Wellington, New Zealand
Group Blog
 
All Blogs
 
ฮานส์ อูลริค รูเดิล "อัศวินสตูก้าของฮิตเลอร์" ตอนที่ 2

ฮานส์ อูลริค รูเดิล

(Hans Ulrich Rudel)

อัศวินแห่ง “สตูก้า” เหนือฟากฟ้าสหภาพโซเวียต

ตอนที่ 2

จากหนังสือเรื่อง "อัศวินของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์"

โดย พันเอกศนิโรจน์ ธรรมยศ

Master of International Relations (with merit)

Victoria University of Wellington, New Zealand

สงวนลิขสิทธ์ตาม พรบ.สิ่งพิมพ์ พ.ศ.2537

ห้ามทำซ้ำเพื่อการพาณิชย์ ให้เผยแพร่เพื่อการศึกษาและค้นคว้าแก่ผู้สนใจเท่านั้น



ฮานส์ อูลริค รูเดิล เริ่มทำการรบด้วยการบินเครื่องบินดำทิ้งระเบิด แบบ จุงเกอร์ เจยู 87 สตูก้า (Junkers Ju 87 Stuka) ในวันที่ 23 มิถุนายน โดยเขาได้เขียนในบันทึกถึงการขึ้นบินปฏิบัติการรบครั้งแรกของเขา ในหนังสือ “นักบินสตูก้า” (Stuka Pilot) ว่า

“.. ข้าพเจ้าจะแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ข้าพเจ้าเรียนรู้มาเป็นอย่างดีที่จะปฏิบัติการรบในครั้งนี้ .. และพวกเขาจะตระหนักว่า “อคติ” ทั้งหมดที่มีเกี่ยวกับตัวข้าพเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผลและไม่ยุติธรรม ..”

เครื่องบินแบบ จุงเกอร์ เจยู 87 สตูก้า เป็นเครื่องบินดำทิ้งระเบิดและโจมตีภาคพื้นดินแบบสองที่นั่ง ประกอบด้วยนักบินและพลปืนหลัง มีความเร็วสูงสุด 390- 402 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (242 - 250 ไมล์ต่อชั่วโมงเพดานบินทำการปกติที่ 8,000 เมตร (26,250 ฟุตมีระยะปฏิบัติการไกลถึง 1,000 กิโลเมตร (620ไมล์ติดอาวุธปืนกลขนาด 7.92 มิลลิเมตรแบบ เอ็มจี 17 (MG 17) จำนวน กระบอก ที่ปีกทั้งสองข้าง และปืนกลขนาด 7.92 กระบอกแบบ เอ็มจี 15 (MG 15) ที่ด้านหลังห้องนักบิน สำหรับพลปืนหลังอีก กระบอก สามารถบรรทุกระเบิดขนาด 500 กิโลกรัม (1,102ปอนด์ที่ใต้ท้องเครื่องบินได้ ลูกพร้อมระเบิดขนาด 50 กิโลกรัม (110ปอนด์อีก ลูก ที่ใต้ปีกทั้งสองข้าง

เครื่องบินรุ่นนี้ ขึ้นบินครั้งแรกในปลายปี ค..1935 ก่อนที่จะเข้าสู่สายการผลิตในปี ค..1937 และสร้างชื่อเสียงอย่างมากในการปฏิบัติการรบในสงครามกลางเมืองของประเทศสเปน และสงครามในโปแลนด์ แม้จะประสบปัญหาอยู่บ้าง เมื่อนักบินดำลงทิ้งระเบิดด้วยความเร็วสูง และปลดระเบิดในระยะที่ต่ำมาก จนบางครั้งพุ่งชนพื้นดิน เพราะไม่สามารถเชิดหัวเครื่องบินขึ้นได้ทัน 

อีกทั้งเยอรมันก็พบว่าเครื่องบินรุ่นนี้มีความเปราะบางอย่างมาก เมื่อต้องพบกับเครื่องบินขับไล่แบบสปิตไฟร์ (Spitfire) และเฮอร์ริเคน (Hurricane) ในสมรภูมิเหนือเกาะอังกฤษ อย่างไรก็ตามเครื่องบิน เจยู 87 สตูก้า ก็ยังคงมีบทบาทในการโจมตีภาคพื้นดินไปจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

ฮานส์ อูลริค รูเดิล นำเครื่องบินสตูก้าขึ้นบินจำนวน เที่ยวบินในวันแรก โดยทำการบินเครื่องบินหมายเลข ติดตามหัวหน้าฝูง ซึ่งบินเครื่องหมายเลข เนื่องจากได้รับมอบภารกิจให้คอยดูปัญหาด้านเครื่องยนต์ของเครื่องบินลำแรกด้วย

อย่างไรก็ตาม ฮานส์ อูลริค รูเดิล ก็ฉายแววของการเป็นเสืออากาศออกมาให้เห็น ในการบินครั้งแรก เมื่อพวกเขาบินลึกเข้าไปในแนวรบของทหารโซเวียต บริเวณเมือง “กรอดโน” (Grodno) ที่ซึ่ง ฮานส์ อูลริค รูเดิล ได้บันทึกว่า

“.. พวกรัสเซียนำรถถังจำนวนมากเข้ามาต่อสู้กับฝ่ายเรา ทั้งรถถังแบบ เควี 1(KV 1) แบบเควี 2 (KV 2) และแบบ ที 34 (T 34) พร้อมกับขบวนลำเลียงจำนวนมหาศาล เราบินลงโจมตีเป้าหมายนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งรถถัง ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ทหารราบ และรถยนต์บรรทุกกระสุนของรถถัง พวกเราทำซ้ำๆ กันเช่นนี้ทุกวัน ออกบินภารกิจแรกตั้งแต่เช้ามืดประมาณ 03.00 นาฬิกา เสร็จสิ้นภารกิจสุดท้ายของวัน ในเวลาประมาณ 22.00 นาฬิกา ระหว่างพักรอช่างเครื่องเติมน้ำมัน บรรจุกระสุนและระเบิด เราจะนอนหลับพักเอาแรงช่วงสั้นๆ ใกล้กับเครื่องบิน พอมีสัญญานเรียกให้ขึ้นเครื่อง ก็จะรีบวิ่งขึ้นเครื่องทันที เราทำซ้ำๆ กันแบบนี้วันละหลายๆ ครั้ง ทุกๆ วัน จนทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับกำลังฝันอยู่ .. เรากำลังรบอยู่ในแนวหน้าสุดของหัวหอกในการรุกของกองทัพ มันคือภารกิจของเรา  ..”

ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจเหนือน่านฟ้าสหภาพโซเวียต ฮานส์ อูลริค รูเดิล สังเกตุเห็นป้อมปืนของทหารรัสเซียจำนวนมากอย่างไม่มีที่สิ้นสุดตลอดแนวชายแดน ป้อมเหล่านี้ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนสหภาพโซเวียตนับร้อยไมล์

เขาพบสนามบินที่เพิ่งก่อสร้างได้เพียงครึ่งเดียว ทางวิ่งก็ยังราดคอนกรีตไม่เสร็จ สนามบินบางแห่งเต็มไปด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดจำนวนมาก จอดอยู่ แต่ไม่ได้ขึ้นบิน อาจจะเพราะขาดแคลนน้ำมันหรือขาดแคลนนักบิน ฮานส์ อูลริค รูเดิล ทำการโจมตีเป้าหมายเหล่านี้ตลอดเส้นทางการบิน รวมทั้งยังมีความเห็นว่า “.. แสนยานุภาพที่รัสเซียกำลังสร้างขึ้นนี้ มีเป้าหมายเพื่อโจมตีเยอรมันนั่นเอง ..”

ฝูงบินของ ฮานส์ อูลริค รูเดิล ประจำอยู่ที่เมือง “อูลลา” (Ulla) เมือง“เลเพล” (Lepel) และเมือง “จาโนวิซี” (Janowici) เป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะเคลื่อนที่ลึกเข้าในดินแดนสหภาพโซเวียต ตามการรุกของกองทัพเยอรมัน เป้าหมายของพวกเขาก็จะเหมือนกันทุกครั้ง นั่นคือ รถถัง ยานยนต์ สะพาน ป้อมปราการ รังปืนกล ฐานปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ปืนใหญ่สนาม

บางครั้งกองทัพแดงของรัสเซียก็จะใช้รถไฟหุ้มเกราะ ที่เปรียบเสมือนอสุรกายอันน่ากลัว เพราะติดตั้งเกราะหนา มีปืนใหญ่ ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน และปืนกลจำนวนมากมาย รอบขบวนรถรถไฟหุ้มเกราะนี้ ไม่เพียงแต่ใช้ในการขนส่งกำลังพล และยุทธปัจจัยเท่านั้น หากแต่ยังใช้เป็นฐานยิงเคลื่อนที่ ในการสนับสนุนทหารราบรัสเซียในแนวหน้าอีกด้วย 

ซึ่งการต่อต้านทั้งหมดที่อยู่เบื้องหน้าหัวหอกการรุกของกองทัพเยอรมันนี้ ฮานส์ อูลริค รูเดิลกล่าวว่า“..จะต้องถูกกำจัดให้หมดสิ้นไป เพื่อที่กองทัพเยอรมันจะสามารถรุกคืบหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ตามหลักการรบแบบสายฟ้าแลบ..” 

การต่อต้านของกองทัพอากาศสหภาพโซเวียต มีปรากฏให้เห็นบ้าง แต่เนื่องจากในขณะนั้นแสนยานุภาพทางอากาศของรัสเซียยังด้อยอยู่มาก กองทัพแดงเต็มไปด้วยเครื่องบินขับไล่ที่ล้าสมัยเช่น เครื่องบิน ราทา เจ 15 (Rata J 15) ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับเครื่องบินขับไล่ของเยอรมันแบบแมสเซอร์ชมิทท์

ฮานส์ อูลริค รูเดิลถึงกับบันทึกไว้ว่า “..เครื่องบินอันล้าสมัยของรัสเซียนี้ ถูกเครื่องบินขับไล่เยอรมันยิงตกเหมือนแมลงวัน .. อย่างไรก็ตาม เครื่องบินราทา เจ 15 นี้ก็ยังมีความเร็วและความคล่องตัวสูงกว่าเครื่องบินดำทิ้งระเบิดแบบสตูก้าของเรา .. มันเป็นภัยคุกคามอย่างหนึ่งที่ต้องทำลายให้หมดไป ทั้งเมื่อจอดอยู่ที่สนามบินหรือบินอยู่ในอากาศ..”

(โปรดติดตามตอนต่อไป)




Create Date : 22 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2556 13:50:09 น. 0 comments
Counter : 853 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

unmoknight
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]




ฉันจะบิน ... บินไป ... ไกลแสนไกลไม่หวั่น
เก็บร้อยความฝันที่มันเรียงราย ...
ให้กลายมาเป็นความจริง ...
New Comments
Friends' blogs
[Add unmoknight's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.