VUW - Victoria University of Wellington, New Zealand
Group Blog
 
All Blogs
 
กองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 12 ฮิตเลอร์จูเกน ในสงครามโลกครั้งที่ 2

ประวัติศาสตร์ สงครามโลกครั้งที่ 2




กองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 12 ฮิตเลอร์จูเกน
(12th SS. Panzer Division Hitler Jugend)

จาก http://www.geocities.com/saniroj

โดย พันเอก ศนิโรจน์ ธรรมยศ






สัญญลักษณ์ของกองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 12





รถถัง Panzer IV ของกองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 12 ฮิตเลอร์จูเกน ที่มุมขวาของภาพจะเห็นชื่อนิคเนม พอลล่า (Paula) ติดอยู่ที่ช่องมองของพลขับ ในภาพนี้จะเห็นการทำซิมเมอร์ริท (Zimmerit) ทางด้านหน้าของรถถังตั้งแต่ปืนกลหน้า ไปจนถึงช่องพลขับ ซึ่งเป็นการทำให้ทุ่นระเบิดแม่เหล็ก ไม่สามารถเกาะติดตัวถังของรถถังได้


-----------------------------


กองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 12 ฮิตเลอร์จูเกน (12th SS. Panzer Division Hitler Jugend) ถือกำเนิดขึ้นมาจาก ยุวชนฮิตเลอร์ ที่พรรคนาซีได้ทำการอบรมทั้งทางด้านวินัย และความเชื่อในด้านลัทธินาซี

โดยการอบรมนี้พรรคนาซีจะเริ่มปลูกฝังแนวความคิด ความเชื่อให้กับเยาวชนเยอรมัน ตั้งแต่อายุ 10 - 14 ปี โดยพรรคนาซีจัดตั้งองค์กรที่เรียกว่า จุงโฟล์ค (Jungvolk) คอยกำกับดูแล ส่วนเด็กผู้หญิงอายุ 10 - 14 ปี พรรคก็จะให้เข้าอบรมในหน่วยที่มีชื่อว่า จุงมาเดล (Jungmadel)

เด็กผู้ชายอายุ 10 - 14 ปีที่ต้องการเข้าร่วมในจุงโฟล์ค ต้องผ่านการคัดเลือก หรือการทดสอบทางร่างกาย ด้วยการวิ่ง 50 เมตรใน 12 วินาที ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่า เด็กที่จะเข้าร่วม จะมีสมรรถภาพที่แข็งแรง

ในจุงโฟล์ค เด็กๆ จะได้รับการอบรมเกี่ยวกับลัทธินาซี ความเป็นชนชาติที่เข้มแข็งของชาวอารยัน ตลอดจนเรียนรู้เกี่ยวกับอาวุธพื้นฐานทั่วไป เมื่อเด็กๆ ผ่านจุงโฟล์คมาแล้ว และมีอายุ 15 - 18 ปี ก็จะเข้าเป็นสมาชิกของยุวชนฮิตเลอร์ หรือ ฮิตเลอร์จูเกน (Hitler Jugend - Hitler Youth) ซึ่งการเป็นสมาชิกของยุวชนฮิตเลอร์ ถือเป็นภาคบังคับของเด็กเยอรมันทุกคนที่ต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกในองค์กร

ในปี 1943 เยอรมันสูญเสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมาก ทำให้มีความต้องการกำลังพลเข้ามาทดแทนกำลังพลที่สูญเสียไป จึงมีการเปิดรับยุวชนฮิตเลอร์ที่มีอายุ 17 ปีเป็นต้นไปเข้าประจำการในกองพล เอส เอส ฮิตเลอร์จูเกน

ซึ่งกองพลนี้มีบทบาทอย่างมากในการรบที่นอร์มังดี ของฝรั่งเศส ในการต่อสู้กับฝ่ายสัมพันธมิตรที่ยกพลขึ้นบกในวันดี เดย์ นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการรบเพื่อป้องกันเบอร์ลินในการรบช่วงสุดท้ายของสงครามอีกด้วย

กำลังพลของกองพลนี้ มีความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง ถึงความเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าชนชาติอื่น ของชนชาติอารยัน และเป็นความภาคภูมิใจของพรรคนาซี (they are the flower of the Nazi Party) เป็นกำลังทหารที่เข้าร่วมโดยความสมัครใจ

แรกเริ่มนั้น กองพลมีที่ตั้งอยู่ที่ บีเวอร์ลู (Beverloo) ในประเทศเบลเยี่ยม โดยใช้กำลังพลที่เป็นครูฝึกจากหน่วยเอส เอส ที่มีชื่อเสียงจาก กองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 1 ไลป์สตานดาร์ด อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (1st SS. Panzer Division Leibstandarte Adolf Hitler) จำนวนกว่า 1,000 คน ซึ่งครูฝึกเหล่านี้ก็ถูกบรรจุเป็นกำลังของกองพลฮิตเลอร์จูเกนด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีนายทหารที่มีประสบการณ์สูงอย่างเช่น พันตรี เกอร์ฮาร์ด ไฮน์ (Gerhard Hein) ผู้ซึ่งได้รับเหรียญกางเขนเหล็กชั้นอัศวินประดับใบโอ็คจากกรมต่อสู้รถถังที่ 209 ของกองทัพบกเยอรมัน (กองทัพบกเยอรมัน เป็นคนละส่วนกับหน่วย เอส เอส หน่วย เอส เอส จะขึ้นการบังคับบัญชากับกองทัพบก แต่กองทัพบกไม่ขึ้นการบังคับบัญชากับหน่วย เอส เอส)

6 มิถุนายน 1944 พันธมิตรยกพลขึ้นบกใน วัน ดี เดย์ ที่นอร์มังดี ของฝรั่งเศส กองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 12 ฮิตเลอร์จูเกน ถูกส่งเข้าต่อสู้กับฝ่ายพันธมิตร ฮิตเลอร์จูเกนต่อสู้อย่างบ้าบิ่น และสามารถสร้างความเสียหายให้กับพันธมิตรได้เป็นอย่างมาก

แต่การโจมตีทางอากาศของพันธมิตร ทำให้การเสริมกำลังของเยอรมันเป็นไปได้อย่างยากลำบาก ขบวนยานเกราะ ขบวนรถไฟที่มุ่งสู่นอร์มังดี ถูกโจมตีเสียหายยับเยิน เมือ่ขาดกำลังหนุน เยอรมันก็อ่อนเปลี้ยลง และถูกพันธมิตรวางแผนล้อมกรอบที่ฟาเล่ย์ (Falaises) ในเดือน ส.ค. 1944 กำลังพลของฮิตเลอร์จูเกนสูญเสียอย่างมาก ทั้งกองพลเหลือกำลังพลเพียง 600 คน จนต้องมีการปรับกำลังใหม่

ภายหลังจากปรับกำลังใหม่แล้ว กองพลฮิตเลอร์จูเกน ก็เข้าสู่สมรภูมิที่ป่าอาร์เดนส์ (Ardennes) ประเทศเบลเยี่ยม ในฤดูหนาว ปี 1944 ทหารของกองพลนี้ รบอย่างห้าวหาญ แต่ก็ถูกกำลังทางอากาศของพันธมิตรโจมตี จนทำให้ความกล้าหาญ และเสียสละของเหล่ายุวชนฮิตเลอร์ในกองพลยานเกราะ เอส เอสที่ 12 ไร้ผลอย่างสิ้นเชิง

กองพลฮิตเลอร์จูเกน ถูกตีถอยกลับไปในเขตเยอรมัน พร้อมกับความสูญเสีย ในช่วงปลายของสงคราม ยุวชนฮิตเลอร์เหล่านี้จำนวนมาก ยอมสละชีวิต เพื่อปกป้องกรุงเบอร์ลินจากการบุกเข้ามาของรัสเซีย จนในที่สุด กรุงเบอร์ลินก็แตก พร้อมๆกับการละลายหายไปของกองพลยานเกราะ ที่ 12 ฮิตเลอร์จูเกน






ภาพโปสเตอร์ เชิญชวนให้ยุวชนฮิตเลอร์ เข้าร่วมเป็นกำลังพลของเอส เอส ตั้งแต่อายุ 17 ปี ก่อนหน้าที่จะเกณฑ์ทหารเข้าไปในกองทัพเยอรมันตามปกติถึง 3 ปี ด้วยหลักเกณฑ์นี้ ทำให้หน่วย เอส เอส มีโอกาสที่จะได้กำลังพลที่มีประสิทธิภาพ มีความตั้งใจจริง และมีจิตใจรุกรบ ก่อนกองทัพเยอรมัน ซึ่งส่งผลให้หน่วยเอส เอส ทั้ง 38 กองพลเป็นหน่วยที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในกองทัพนาซี




เหล่ายุวชนฮิตเลอร์ กับสัญญลักษณ์ของยุวชนฮิตเลอร์ พรรคนาซีทำการหล่อหลอมทั้งร่างกาย จิตใจ และแนวความคิดของความเป็นเลิศของชนชาติอารยัน ให้กับเยาวชนเยอรมันเหล่านี้ตั้งแต่อายุ 10 ปี เมื่อครั้งยังเป็น จุงโฟล์ค (Jungvolk) และอบรมปลูกฝังอุดมการณ์ต่างๆ มาจนเป็นฮิตเลอร์จูเกน (Hitlerjugend - หรือ Hitler youth ในภาษาอังกฤษ) ในช่วงอายุ 17 ปี ส่งผลให้เกิดความรักชาติ จนบางคนอาจเลยเถิดไปเป็นความคลั่งชาติ และหลงในชาติตนเอง





กำลังพลของกองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 12 ฮิตเลอร์จูเกน ในแนวรบด้านตะวันออก ในปี 1945 ซึ่งเป็นปีที่เยอรมันต้องเป็นฝ่ายตั้งรับในทุกแนวรบ ทหารเอส เอสต้องทำงานอย่างหนัก ในการเคลื่อนที่ไปแก้สถานการณ์คับขัน จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง

ในภาพจะเห็นพัฒนาการของอาวุธประจำกาย ที่ทหารทุกคนในภาพ ต่างใช้อาวุธปืนอัตโนมัติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปืนกลเอ็ม จี 42 ขนาด 7.92 มม. พร้อมขาทราย ที่ทหารคนแรกสะพายอยู่ ส่วนทหารสองคนหลังใช้ปืนกลมือ เอ็ม พี 40 ขนาด 9 มม. และคนหลังสุดที่เห็นแต่ด้านหลัง มีลำกล้องของปืนกลเอ็ม จี 42 โผล่ออกมาให้เห็น ซึ่งในช่วงแรกๆของสงคราม ทหารส่วนใหญ่จะใช้เพียงปืนเล็กยาวเท่านั้น

สิ่งนี้อาจแสดงให้เห็นว่า สงครามมีการพัฒนาไปในทางที่มีการทำลายล้างกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทหารเพียงคนเดียวสามารถทำลายล้างข้าศึกได้เป็นจำนวนมาก ด้วยอาวุธปืนอัตโนมัติเพียงกระบอกเดียว




ประวัติศาสตร์ สงครามโลกครั้งที่สอง



Create Date : 12 กรกฎาคม 2552
Last Update : 29 สิงหาคม 2553 15:43:53 น. 1 comments
Counter : 1619 Pageviews.

 
ผมเคยอ่านจากเวป พูดถึงกองพลSSที่12 ว่าทำการรบกับกองัทพแคนนาดาอย่างดุดัน แต่ผมไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่ก็มีคนแปลเป็นภาษาไทย ที่แปลมั่วมาก สงสัยจะใช้โปรแกรมแปลภาษาอังฤกษเป็นไทย ทำให้การวางตัวหนังสือสลับมั่ว เขาแปลว่า เชลยSSของกองพลที่12นี้ รบอย่างถวายชีวิต ไม่มีการยอมแพ้ เพราะเปฌนเยาวชนที่คิดว่าการตายในหน้าที่ถือเป็นเกียรติ จนทำให้ทหารแคนาดา มักจะยิงทหารSSเด็กๆทิ้ง เพราะกลัวจะแกล้งยอมแพ้ เพื่อแลกชีวิตกับข้าศึกจนทำให้ทหารแคนนาดาโดนจับขึ้นศาลทหารจำนวนนึง ซึ่งผมก็อ่านเข้าใจอย่างนั่น แต่อ่านๆเข้ากลับมีประโยคใหม่ว่าทหารSSที่12 ยิงเชลยทหารแคนนาดาทิ้ง หลังสงสคราม มีการจับผู้ปัญชาการกองพลนี้มาขึ้นศาลอาชญากรสงคราม
เห็นว่าผู้บัญชาการกองพลSSที่12ชื่อ เคิร์ค ไมเยอร์ มั่ง เห็นคนแปลว่าเขาดนปลด เพราะไม่ยอมแต่งชุดSSกลับไปแต่งชุดทหารกองทัพบก เพราะทนไม่ได้กับการที่ฮิตเลอรสั่งให้ทหารSSไม่ให้ถอย รบจนตัวตาย เขารับไม่ได้กับความสูญเสียของกองพลที่เขาดูแล จนฮิตเลอร์ตั้ง วิลเลี่ยม เมงเค้ (ในหนังเรื่องDownfall เมงเค้ เป็นคนที่ฮิตเลอรไว้ใจสุดๆๆ รบอย่างไม่กลัวตาย แถมไม่สติแตก เหมือนนายพลหลายๆๆคน)
ผมจึงแยกอ่าน คำแปลที่แน่นอนเกี่ยวกับ เรื่องราวของกองพลSSที่12จัง เห็นหนังสือฝรั่งชอบนำเรื่องกองพลนี้มาพิมพ์แยะมาก ทั้งที่ผมลองหัดแปลดู เห็นว่ากองพลนี้ถูกตั้งขึ้นไม่นาน แถมไม่มีประสบการณ์การรบที่ไหนมาก่อน พอมารบที่นอร์มังดี กลับทำการรบได้อย่างดุดันน่ากลัว สร้างความเสียหายให้กับกองแคนนาดา อย่างชนิดที่เรียกว่าหนีตายเลยว่าได้


โดย: โก๋ IP: 61.91.94.178 วันที่: 13 สิงหาคม 2552 เวลา:14:12:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

unmoknight
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]




ฉันจะบิน ... บินไป ... ไกลแสนไกลไม่หวั่น
เก็บร้อยความฝันที่มันเรียงราย ...
ให้กลายมาเป็นความจริง ...
New Comments
Friends' blogs
[Add unmoknight's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.