VUW - Victoria University of Wellington, New Zealand
Group Blog
 
All Blogs
 
เอิร์นส บาร์กมานน์ อัศวิน "แพนเธอร์" ของฮิตเลอร์ ตอนที่ 5

เอิร์นส บาร์กมานน์ (Ernst Barkmann)

อัศวินแห่งรถถัง “แพนเธอร์”

ตอนที่ 5

จากหนังสือเรื่อง "อัศวินของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์"

โดย พันเอกศนิโรจน์ ธรรมยศ

Master of International Relations (with merit)

Victoria University of Wellington, New Zealand

สงวนลิขสิทธ์ตาม พรบ.สิ่งพิมพ์ พ.ศ.2537

ห้ามทำซ้ำเพื่อการพาณิชย์ ให้เผยแพร่เพื่อการศึกษาและค้นคว้าแก่ผู้สนใจเท่านั้น



รถถังแบบ “แพนเธอร์” ทั้งสองคัน ออกเดินทางในเวลาประมาณ 22.00 นาฬิกา ของวันที่ 24 ธันวาคม โดยอ้อมผ่านเมือง “แมนเฮย์” เพื่อมุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน “เอริซี” (Erezee) ไปสมทบกับหน่วยทหารเยอรมันที่นั่น แม้ว่าท้องฟ้าจะสดใส จนสามารถมองเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้า แต่บนพื้นดินก็มืดสนิท รถถังของบาร์กมานน์พยายามแล่นตามรถถังคันหน้า แต่ก็คลาดกัน เพราะความมืด จนในที่สุดเขาก็มองเห็นรถถังคันหนึ่ง จอดอยู่เป็นเงาตะคุ่มอีกฟากหนึ่งของถนน บาร์กมานน์จึงสั่งให้พลขับนำรถถังข้ามถนนด้วยความเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อเข้าไปใกล้รถถังคันนั้น จนจอดเคียงข้างกัน เขาก็สังเกตุเห็นผู้บังคับรถถังคันนั้นโผล่ออกมาจากช่องบนป้อมปืน บาร์กมานน์จึงตะโกนถามเป็นภาษาเยอรมันว่า “.. มีอะไรเหรอ ฟรานซ์ ..” และเกือบจะในทันที ผู้บังคับรถคนนั้นก็ผลุบหายเข้าไปในป้อมปืน ทำให้เขาสังเกตุได้ว่า รถถังคันที่อยู่ข้างๆ คือรถถังของสหรัฐฯ บาร์กมานน์ตะโกนสั่งพลประจำรถของเขาสุดเสียง “.. พลปืน .. รถถังที่อยู่ข้างๆ เป็นรถถังของข้าศึก .. ทำลายมัน ..”

รถถังแบบ “แพนเธอร์” ของบาร์กมานน์ หมุนป้อมปืนเข้าหารถถังเชอร์แมน แต่เนื่องจากรถถังทั้งสองคันจอดใกล้กันมาก ปืนใหญ่ของเขาจึงหันไปชนป้อมปืนของรถถังที่อยู่ข้างๆ พลปืนร้องตอบมาว่า “.. หมุนปืนไม่ได้ .. มันติดป้อมปืนของข้าศึก ..” บาร์กมานน์จึงสั่งการให้ถอยหลัง 10 ฟุต แล้วยิงใส่บริเวณเครื่องยนต์ด้านหลังของรถถังสหรัฐฯ คันนั้น จนไฟลุกท่วมห้องเครื่องยนต์ ก่อนที่เขาจะออกเดินทางต่อไปยังที่หมาย แต่เมื่อเคลื่อนที่ไปได้ไม่ไกล รถถังของสหรัฐฯ อีก คัน ก็โผล่ออกมาจากชายป่า และยิงมาที่รถถังของบาร์กมานน์ กระสุนพลาดเป้า เขาจึงสั่งการให้ “กรุนด์ไมเออร์” (Grundmaier) พลปืนคนใหม่ของเขายิงต่อสู้ กระสุนนัดแรกถูกรถถังสหรัฐฯ คันที่นำหน้า จนใช้การไม่ได้ อีกคันหลบเข้าไปในป่าตามเดิม

บาร์กมานน์ยังคงนำรถถังของเขามุ่งหน้าต่อไปบนถนนแคบๆ ซึ่งบางครั้งต้องแล่นผ่านทุ่งกว้าง ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูง ระหว่างนี้เขาก็สามารถทำลายรถถังของสหรัฐฯ ที่เรียงรายอยู่ตามถนนและสุมทุมพุ่มไม้ได้ อีกเป็นจำนวน คัน ขณะเดียวกันรถถังแบบ “แพนเธอร์” ก็ยังคงแล่นไปบนถนนด้วยความเร็วปกติ จนกระทั่งแล่นผ่านที่ตั้งของทหารสหรัฐฯ แต่ด้วยความมืด ทหารสหรัฐฯ จึงไม่ได้สังเกตุว่า รถถังที่กำลังแล่นผ่านพวกเขาคือรถถังของเยอรมัน “.. เราจะยิงใส่พวกแยงกี้มั้ยครับ ..” พลขับถาม

บาร์กมานน์ตอบว่า “.. เราไม่สามารถสูญเสียรถถังได้อีกแล้ว ต้องอาศัยความสับสนของข้าศึกแล่นฝ่าต่อไปยังที่หมายให้ได้ตามภารกิจ ..”

เมื่อแล่นผ่านที่มั่นของทหารสหรัฐฯ ไประยะหนึ่ง พวกเขาก็สังเกตุเห็นรถถังของสหรัฐฯ ที่จอดอยู่มีความเคลื่อนไหว พลประจำรถต่างรีบวิ่งขึ้นไปประจำตำแหน่งบนรถของตนแล้วติดเครื่องยนต์ นำรถถังเคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็ว คงเป็นเพราะพวกอเมริกันได้ข่าวว่ามีรถถังของเยอรมันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามรถถังของบาร์กมานน์ก็อาศัยความมืดพรางตัว แล่นผ่านทหารสหรัฐฯ เหล่านั้นไปด้วยความเร็วปกติ โดยที่ไม่มีใครสังเกตุหรือสงสัยเลย

ในที่สุดบาร์กมานน์ก็มาถึงเมือง “แมนเฮย์” ที่ข้าศึกยึดพื้นที่อยู่ ท่ามกลางความมืดรถถังของเขาแล่นด้วยความเร็วปกติ ผ่านกองบัญชาการของทหารสหรัฐฯ ในเมืองไป จนกระทั่งแล่นผ่านหน่วยรถถังของสหรัฐฯ ที่จอดเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง ทุกอย่างใกล้มากจนสังเกตุเห็นนายทหารอเมริกันกำลังสูบบุหรี่ พูดคุยหัวเราะกัน บนรถถังแต่ละคัน รถถังแบบ “แพนเธอร์” แล่นผ่านรถถังเหล่านั้นไปได้ไม่น้อยกว่า 10 กองร้อย รถถังเชอร์แมนเหล่านี้คือส่วนล่วงหน้าของกองพลยานเกราะที่ ที่กำลังมุ่งหน้าไปโจมตีหน่วยของเยอรมันที่ป่าอาร์เดนส์นั่นเอง

“.. มีรถกำลังแล่นเข้ามาหาครับ ..” พลขับรายงานให้บาร์กมานน์ทราบ ด้านหน้าของพวกเขามีรถจิ๊ปของสหรัฐฯ คันหนึ่งแล่นเข้ามา พร้อมกับส่งสัญญานทางไฟหน้าของรถให้จอด

บาร์กมานน์สั่งการ “.. แล่นทับไปเลย ..”

รถถังแบบ “แพนเธอร์” พุ่งเข้าหารถจิ้ปคันนั้น พลขับสหรัฐฯ หักหลบเกือบในเสี้ยววินาทีสุดท้าย แต่ก็ยังไม่วายเกิดการชนกันอย่างรุนแรง รถถังแล่นทับกระโปรงหน้าของรถจิ้ปจนแทบจะแบนเป็นเศษเหล็ก บาร์กมานน์มองเห็นทหารสหรัฐฯ ต่างกระโดดหนีออกจากรถ พร้อมกับเสียงตะโกนแจ้งเตือนว่า ข้าศึกเข้ามาในฐานของพวกเขา


ทหารสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบรถถังแบบ “แพนเธอร์” หมายเลข 302 ของเยอรมันที่ได้รับความเสียหายและถูกทิ้งไว้ในสมรภูมิ


บาร์กมานน์สั่งให้พลขับเร่งเครื่องออกไปจากหน่วยรถถังของสหรัฐฯ ด้วยความเร็วสูง ในขณะที่รถถังเชอร์แมนเริ่มเปิดฉากยิงไล่หลังมาอย่างรุนแรง เมื่อผ่านมาได้ประมาณ 800 เมตร เขาก็หยุดรถถัง เบื้องหลังนั้นทหารสหรัฐฯ จำนวนหนึ่งนำขบวนด้วยรถกึ่งสายพานและทหารราบกำลังตามมาพร้อมกับระดมยิงใส่รถถังของเยอรมัน บาร์กมานน์สั่งให้รถถังกลับลำ แล้วเริ่มยิงใส่ทหารสหรัฐฯ เหล่านั้น รถกึ่งสายพานที่แล่นนำหน้ามาถูกยิงจนไฟไหม้ จากนั้นก็เคลื่อนที่เข้าหา สลับกับหยุดรถ เพื่อทำการยิงแล้วก็เคลื่อนที่เข้าไปใกล้อีก แล้วก็ยิง ทำเช่นนี้สองสามครั้ง ทหารสหรัฐฯ ก็ล่าถอยไปพร้อมกับความเสียหาย

เมื่อหยุดยั้งทหารสหรัฐฯ ได้ระยะหนึ่ง รถถังแบบ “แพนเธอร์” ก็แล่นลงข้างทาง ตัดเข้าไปในป่า ตามเส้นทางคนเดินเล็กๆ จนกระทั่งไปเจอถนนหลัก และมุ่งหน้าไปจนถึงที่มั่นของกองพันยานเกราะเยอรมันได้เป็นผลสำเร็จ ท่ามกลางความประหลาดใจของเพื่อนๆ ในกองพันถึงการแล่นฝ่าหน่วยทหารสหรัฐฯ ของเขา ในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันคริสต์มาสบาร์กมานน์และกองพันยานเกราะของเยอรมัน ก็เข้าตีเมือง “แมนเฮย์” แม้ว่าจะสามารถทำลายรถถังของสหรัฐฯ ลงได้ แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิด ที่เจาะเข้าที่ศีรษะ บริเวณหลังหูด้านซ้าย จนหมดสติ และฟื้นขึ้นมาในคืนของวันที่ 25 นั้นเองที่ศูนย์ส่งกลับสายแพทย์ และพบว่าบริเวณข้างเปลของเขามีข้อความให้ส่งตัวกลับไปรักษาพยาบาลที่เมือง “โคโลญ” (Cologne) ในเยอรมัน เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็ดึงผ้าพันแผลที่ศีรษะออก และใช้มือดึงสะเก็ดระเบิดออกจากบาดแผล ก่อนที่จะเดินไปหาจักรยานยนต์ของพลนำสาร เพื่อขอให้ไปส่งที่กองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ 2ดาส ไรซ์ และขอทำการรักษาตัวที่นั่น แทนการไปเมือง “โคโลญ” ที่อยู่ห่างจากแนวหน้า ก่อนที่จะกลับเข้าทำการรบอีกครั้ง และได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะอีกครั้ง ในวันที่ 18 มกราคม ค..1945

ในเดือนมีนาคม บาร์กมานน์ก็ย้ายจากแนวรบด้านตะวันตก กลับไปยังด้านตะวันออกและเข้าทำการรบกับกองทัพรัสเซีย ที่ทำการรุกเข้าสู่กรุง “บูดาเปสท์” เมืองหลวงของประเทศฮังการี และสามารถทำลายรถถังแบบ ที 34 ลงได้อีก 4 คันในการรบเพียงวันเดียว ทำให้ยอดการทำลายรถถังของกองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ ดาส ไรซ์ มีสูงถึงกว่า 3,000 คัน แต่กองพลนี้ก็อ่อนล้าและสูญเสียอย่างมาก หน่วยของบาร์กมานน์มีรถถังเหลือปฏิบัติภารกิจได้เพียง คันเท่านั้น และลดลงเหลือเพียง คัน เมื่อถูกโจมตีด้วยรถถังแบบ “โจเซฟ สตาลิน” อันทรงอานุภาพของสหภาพโซเวียต ทำให้รถถังที่เหลือต้องเข้าร่วมรบกับรถถังของกองพลยานเกราะ เอส เอส ที่ ไลป์สตานดาร์ทเทอ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 12 เมษายน ขณะนำรถถังข้ามสะพานที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย รถถังแบบ “แพนเธอร์” ของเขา ก็ถูกยิงด้วยจรวดต่อสู้รถถังแบบ “แพนเซอร์ฟอสท์” (Panzerfaust) ด้วยความเข้าใจผิดจากทหารราบผู้ตื่นตระหนกฝ่ายเดียวกัน จรวดเจาะทะลุป้อมปืน ทำให้บาร์กมานน์ถูกสะเก็ดระเบิดที่ร่างกายส่วนล่าง และแขนซ้าย ส่วนพลบรรจุกระสุนถูกแรงระเบิดตาบอดทั้งสองข้าง พลวิทยุถูกสะเก็ดระเบิดหลายแห่ง แต่บาร์กมานน์ก็ทนทายาท ภายหลังจากเปลี่ยนพลขับและพลวิทยุแล้ว เขาก็ยังคงทำการรบต่อไป แม้วิทยุจะถูกทำลายลงจากแรงระเบิด แต่เขาก็ใช้การตะโกนสั่งการแทน และในคืนวันต่อมา รถถังของเขาก็พลัดตกลงไปในหลุมระเบิดลึก จนไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้ จึงจำต้องทำลายรถถังทิ้งในที่สุด

แม้จะได้รับรถถังแบบ “แพนเธอร์” คันใหม่ แต่สงครามก็สิ้นสุดลงเสียก่อน บาร์กมานน์จึงนำรถถังมุ่งสู่ตะวันตก ผ่านแนวของทหารสหรัฐฯ ที่ป่า “บาวาเรียน” (Bavarian) และแนวของทหารอังกฤษ โดยเดินทางไปจนถึงบ้านเกิดของเขาใน “ชเลสวิค โฮลสไตน์” ก่อนที่จะเข้ามอบตัวต่อทหารอังกฤษ และใช้ชีวิตอย่างสงบภายหลังได้รับการปล่อยตัวจากค่ายเชลยศึก เขาเพิ่งเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค..2009 นี้เอง แต่ชื่อของบาร์กมานน์ยังคงเป็นตำนานของผู้บังคับรถถัง ที่ได้รับเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็กชั้นอัศวิน ซึ่งสามารถทำลายรถถังของข้าศึกได้เป็นจำนวนถึง 85 คันตลอดการรบในสงครามโลกครั้งที่สอง 

 




Create Date : 15 ธันวาคม 2556
Last Update : 30 ธันวาคม 2556 17:54:02 น. 2 comments
Counter : 1021 Pageviews.

 
thx krub สนุกมากๆ ^^


โดย: mm IP: 118.173.203.91 วันที่: 5 มกราคม 2557 เวลา:14:02:14 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดสมาชิกบล็อกนะคะ


โดย: rakpama07 วันที่: 25 พฤษภาคม 2559 เวลา:10:33:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

unmoknight
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]




ฉันจะบิน ... บินไป ... ไกลแสนไกลไม่หวั่น
เก็บร้อยความฝันที่มันเรียงราย ...
ให้กลายมาเป็นความจริง ...
New Comments
Friends' blogs
[Add unmoknight's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.