สุขสรรค์ หรรษา กับคุณสามีฝรั่ง กับมิสซิสอาร์โนลด์

Happiness&Fun with my Farang Husband

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ไม่อยากขาย...แต่จำใจต้องขาย..บ้านหลังแรกอันเป็นที่รัก..Our Lovely Home for Sale...

บ้านหลังนี้....เป็นอะไรที่ไม่อยากขายจริงๆ เพราะตอนซื้อทุกอย่างเจ้าของบ้านลงมือตกแต่งและดูแลเองหมดตลอดทั้งหลัง ตั้้งแต่วันแรกที่เซ็นต์สัญญาซื้อขาย

แต่ด้วยความจำเป็นของครอบครัว ต้องย้ายกลับไปอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อตัดสินใจแล้วจึงขอ ประกาศขายบ้าน อันเป็นที่รักค่ะ....

Actually, we did not want to sell this house, we loved decorating it with heart and soul.
Unfortunately, we have to move back to USA soon. We have no choice except to sell it!!

รายละเอียดภาพรวมของบ้านเราค่ะ
townhouse 3 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร + ลานดาดฟ้า (roof garden ขนาดย่อม) พื้นที่ 27 ตารางวา
4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ (ห้องนอนแต่ละห้องมีห้องน้ำของตัวเองพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น + 1 ห้องน้ำกลางชั้นล่าง)
1 ห้องเก็บของ พร้อม built-in ชั้นเก็บของเต็มพื้นที่
(นอกจากนี้ยังมี 1 ห้องเก็บของใต้บันไดอีกค่ะ)
1 ครัวในไว้เตรียมอาหารเช้าและกาแฟ พร้อมเคาท์เตอร์ครัวและตู้เก็บของ
1 ครัวไทยด้านนอก + 1 ห้องอบเบเกอรี่ หรือจะประยุกต์ทำเป็นครัวในได้ (เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆเลย)
(มีซิงค์ล้างจานทั้งหมด 3 ชุด คือ ชุดครัวใน ครัวนอก และเบเกอรี่)
บริเวณซักและอบผ้า (มีเครื่องซักผ้าฝาหน้า และเครื่องอบผ้า)

หลังคาเมทัลชีท พร้อมบุกันความร้อนบริเวณโรงรถชั้นล่าง 2 ฝั่ง และบริเวณลานระเบียงพักผ่อนชั้น 2 พร้อมระแนงไม้เทียมชั้น 2 ตลอดแนวเพื่อความสวยงาม พร้อมชุดสนาม แบบ outdoor โต๊ะ 1 ตัวเก้าอี้ 4 ตัว ชิงช้ารังนก และต้นไม้น้อย
แอร์ 3 ตัวใน 3 ห้องนอน 1 ตัวใหญ่ในโถงรับแขกด้านล่าง และ 1 ตัวในห้องเบเกอรี่
ม่านกั้นแอร์บริเวณโถงบันได สีน้ำตาลเข้มเข้ากับสีเฟอร์ด้านล่าง
มู่ลี่ไม้สีเข้มกันแดด ในห้องทำงาน/ดูทีวี
หน้าบ้านจอดรถได้เต็มที่ 2 คัน (ปกติเราจอดคันเดียว อีกด้านวางตู้รองเท้า กับจอดมอเตอร์ไซด์)
พื้นปาร์เก้ บันได ราวบันได และประตูทุกห้องในบ้านใช้ไม้จริง
(ไม่ใช่พลาสติก หรือสารสังเคราะห์เหมือนบ้านจัดสรรเดี๋ยวนี้ที่ทำกัน)
ช่วงน้ำท่วม กทม.ครั้งใหญ่ น้ำไม่เข้าตัวบ้าน เนื่องจากพื้นบ้านถมสูงกว่าถนนหน้าบ้านประมาณ 50-80 เซนติเมตร
ขออนุญาตขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ใหญ่ๆ นะคะ เพราะเราขนอะไรติดตัวขึ้นเครื่องบินไปด้วยไม่ได้
เฟอร์ใหญ่ๆ ที่ดูท่าจะขนยาก ขอนำเสนอไปพร้อมรายละเอียดแต่ละห้องต่อไปนี้ค่ะ

Basic Information

- 3 Stories town house + small roof garden and gazebo
- 27 square wa (6 meters wide in the front), 2 cars gated parking area
- 4 BR, 5 BA (water heaters in 3 showers)
- 1 Storage room with wooden built-in sheves+ 1 storage area under stairs

- 1 indoor kitchen (for preparing breakfast and coffee) with built in cabinets and sink.
- 1 Thai outdoor kitchen with sink and laundry area+1 washer machine and 1 dryer+ 1 enclosed bakery room with sink (just finish) with AC

- Just finished outdoor roof for 2nd floor balcony and downstairs garage
Artificial wooden blinds and newly purchased outdoor furniture set (1table+4chairs+1swing)

- 3 ACs in 3 BR, 1AC in the living and dining area downstairs, 1 AC in the bakery room (totally 5 ACs)
- wood-looking sliding door can close off the 1st fl from 2nd fl (Matching with furniture in the room)

- Wood blinds in the TV/Computer room
- Real wooden floor, wooden stairs, and wooden doors

-Town House was not affected by the recent floods due to the house being built on a slope higher than the road about 50-80 centimeters

****We would like to sell the house together with major furniture pieces****

รายละเอียดแยกย่อยในแต่ละส่วนของบ้านพร้อมภาพค่ะ
ภาพหน้าบ้านค่ะ
สองภาพแรกเป็นตอนก่อนเข้าอยู่เมื่อสามปีก่อน ยังไม่มีการต่อเติมหลังคาโรงรถและหลังคาระเบียงชั้น 2 พร้อมกับระแนงไม้เทียมปิดตลอดแนวของระเบียงและหน้าต่างชั้น 2

More Details
This is the front view of the house showing “before pictures” (when we moved in) and “after renovation pictures”
The roof on the 2nd floor balcony, garage, and wooden blinds were all added recently.



แต่เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย เลยได้จัดทำเพิ่มเติม

จากภาพจะเห็นว่า จอดน้อง Freed ได้พอดีเป๊ะ ถ้าอีกด้านหนึ่งไม่วางของจะจอดได้อีก 1 คันค่ะ เคยเอาน้องฟรีดและน้อง vios เข้าแล้วได้สองคันพอดี
2 Cars Parking area.

จะเห็นว่าหน้าต่างและประตูชั้น 1 ใส่เหล็กดัดสีดำทองลงไป เจ้าของบ้านกับร้านเหล็กดัดช่วยกันออกแบบให้เข้ากับตัวบ้านค่ะ ลายเหล็กดัดออกมาประมาณเนี้ยค่ะ
Spanish looking metal bars at the front door and window.




ต่อไปลองดูบรรยากาศของแต่ละชั้นกันนะคะ
Details about each floor


ชั้น 1 (รายละเอียดเยอะหน่อย)
ห้องโถงรับแขก 1 ห้องพร้อมชุด โซฟา (แอร์ตัวใหญ่ 1 ตัว)
Counter bar 1 ชุด (เก้าอี้ 2 ตัว)
โต๊ะทานอาหาร 4 ที่นั่งไม้ยางพารา
ห้องเก็บของใต้บันได
Buit ม่านกั้นโถงบันได สีน้ำตาลเข้มเข้าชุดกับเฟอร์นิเจอร์
ห้องเตรียมอาหารเช้า พร้อม built in counter ครัว และอ่างล้างจาน
ห้องเก็บของ/อาหารแห้ง พร้อม built in ชั้นเก็บของ (ไม้แท้)
ห้องน้ำ 1 ห้อง
ห้องทำขนม Bakery room 1 ห้อง (แอร์ 1ตัว)
ส่วนนอกทำเป็นครัวไทย พร้อมบริเวณซัก/อบผ้า (มีเครื่องซักผ้าฝาหน้า และเครื่องอบผ้า)
ถังเก็บน้ำเพิ่งซื้อใหม่เมื่อ 2 เดือนก่อน

First floor

- 1 Storage room with wooden built-in sheves+ 1 storage area under stairs
- 1 indoor kitchen (for preparing breakfast and coffee) with built in cabinets and sink.
- 1 Thai outdoor kitchen with sink and laundry area+1 washer machine and 1 dryer+ 1 enclosed bakery room with sink (just finish).
- Just finished Outdoor roof for 2nd floor balcony and downstairs garage
Artificial wooden blinds and Outdoor furniture set (1table+4chairs+1swing)
- 3 ACs in 3 BR, 1AC in the living and dinning area downstairs, 1 AC in Bakery room (totally 5 AC)
- wood-looking sliding door that can close off the 1st fl from 2nd fl (Matching with furniture in the room)

Picture of the front of our house before we moved in.



Now, it looks like this.

1st floor bathroom
พื้นและกำแพงกระเบื้องสีเทา แต่เราชอบบรรยากาศแบบไม้ เลยซื้อปูพื้นไม้มาจาก HomePro ใส่เข้าไป โรยด้วยหินสีขาว....จะเห็นว่า มีฝักบัวอาบน้ำ แต่เราไม่ได้อาบเพราะถ้าพื้นเปียกจะสกปรกง่ายและยากต่อการทำความสะอาดค่ะ

Wooden slat tiles on the floor with white rocks. Bathroom has a toilet, men’s urinal , and shower

ภาพต่อมาตามด้วยโถงทางขึ้นบันไดหน้าห้องน้ำ ได้ต่อเติมม่านกั้นแอร์ สีไม้เข้ม เข้ากับสี wall paper ที่เลือกสรรเองกับมือ

Picture of 1st floor stairs and wooden sliding door.


ที่กั้นเด็กขึ้นชั้น 2 เป็นไม้แท้เนื้อแน่น ต่อเติมเนื่องจากเรามีลูกเล็กค่ะ
ด้านหน้าบ้านบริเวณโถงรับแขกใช้ wall paper สีแทนมีลายในตัว และผ้าม่านสีส้มเพื่อให้เข้ากับ สี wall paper ส่วนบริเวณห้องทานข้าว และสีโซฟาเป้นสีเดียวกันกับสีห้อง เพดานเจาะมีพัดลมและไฟ down light แบบภาพนี้ค่ะ

Orange-Beige Color wall paper matching with the couch.
Ceiling Fan with 4 decorative lights


ม่านประตูเป็น 2 ชั้น คือ ม่านโปร่งและม่านจีบ ส่วนม่านหน้าต่างเป็นม่านพับแบบนี้ และโต๊ะทานข้าวเป็นไม้ยางพาราสีเข้มแบบนี้



ส่วน counter bar กั้นห้องทานข้าวและหน้าบ้านมีลักษณะแบบนี้



เขยิบมาดูห้องครัวด้านในบ้าน

ภาพก่อนเข้าอยู่ เป็นห้องโล่งๆ เตรียมต่อเติมเคาท์เตอร์ครัว

Indoor Kitchen before we moved in.



เจ้าของบ้านออกแบบเองว่าต้องการแบบไหน กระเบื้องอะไร


หลังเข้าอยู่ มีสภาพอีกทีเป็นแบบนี้ ได้แบบตามใจเจ้าของบ้าน
Now, it looks like this.



ห้องเก็บของที่เจาะต่อกับห้อง Bakery room เพื่อสะดวกต่อการใช้สอย
The Storage room with wooden built-in shelves.
ห้อง Bakery room เพิ่งทำเสร็จหมาดๆ 2 เดือนก่อน ติดแอร์พร้อม มีซิงค์ล้านจาน บริเวณกรอบหน้าต่างเดิม วางแผ่นแกรนิตสีดำเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการวางของ หรือเตรียมอาหาร

The Bakery room, just finished about 2 months ago, with one orange accent wall and black granite for preparing food.





ชั้น 2
บันไดทางขึ้นตลอดตัวบ้าน และประตูทุกห้องทำจากไม้จริงหมด ลักษณะเหมือนดังภาพด้านล่าง
บันไดทางขึ้นชั้น 1 ไป ชั้น 2 เจ้าของบ้าน paint ภาพ ดังที่เห็น

The 2 floor
Beige color accent wall and hand painted art.








พอขึ้นไปชั้น 2 จะแยกเป็น 2 ฝั่ง จริงๆ เป็น 2 ห้องนอน แต่ละห้องนอนมีห้องน้ำที่มีเครื่องทำน้ำอุ่นและแอร์ในห้องพร้อม มีแปลนดังแสดงในภาพ

When you get to the 2nd floor, there are 2 bedrooms with individual bathroom (water heater and AC in each room)
ชั้น 2 จะเน้นทาสี accent wall สีออกน้ำตาลเบจ กำแพงหน้าห้อง สีเดียวกับสีภายในห้อง แบบนี้ค่ะ



ห้องด้านซ้ายมือมีระเบียงพักผ่อนและสวนหย่อม

มุมหนึ่ง เราทำเป็นห้องทำงาน ดูทีวี โดยอีกมุมจัดวาง sofa bed เอาไว้เผื่อแขกมาปาร์ตี้ที่บ้าน
กลับบ้านไม่ไหวเราให้นอนห้องนี้เลยง่ายดี เคยถ่ายภาพ Before and After ไว้บริเวณดูทีวีเป็นแบบนี้ค่ะ

The first Bedroom with balcony+sofa bed+wooden floor.



ห้องน้ำห้องนี้มีลายกระเบื้องลักษณะแบบนี้
Bathroom tiles.




Sofa Bed ที่ว่าหน้าตาเป็นแบบนี้มีที่เก็บของด้านล่างด้วย หน้าต่างและประตูสู่ระเบียงจากห้องนี้สั่งทำมู่ลี่ไม้สีเข้มดังที่เห็นในภาพเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศด้านนอกระเบียง

Sofa Bed with small storage shelves. Wooden blinds on the windows and a door(which exits to balcony and outdoor patio furniture.





ตอนแรกมีแค่โต๊ะและเก้าอี้หวายเทียม ต่อมาใส่ชิงช้าทรงรังนกไปด้วย นั่งสบายดี

Outdoor table and chairs and also a comfortable swing.

ห้องนอนขวามือ

ห้องนี้มีขนาดใหญ่กว่าห้องทางด้านซ้ายมือ ประหนึ่งเหมือนมีสองห้องในห้องเดียวกัน
ตอนนี้จัดครึ่งห้อง เป็นห้องนอนแม่เรา ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นส่วนอ่านหนังสือ และเก็บเสื้อผ้าเจ้าตัวเล็ก
ในห้องมีเฟอร์นิเจอร์คือ เตียงขนาด queen size bed จากไม้ยางพารา ลิ้นชักเก็บเสื้อผ้า 2 ชุด

The other bedroom
This is a bigger size bedroom than the first room.
It looks like 2 rooms in 1, one side with a queen size bed and the other side we made it as a reading area with book shelves.
ลายกระเบื้องห้องนอนนี้ พื้นสีน้ำตาลแดง กำแพงสีน้ำตาลอ่อน เล่นลายคล้ายห้องแรก
--------------------------------------------------------------------------------------------------------


ชั้น 3
แผนผังชั้นคล้ายชั้น 2 คือมีสองฝั่ง แต่ชั้น 3 จะใช้โทนสี red wine ตั้งแต่กำแพงโถงบันได และห้องนอน ตอนนี้แขวนผ้าไทยประดับไว้เพื่อตัดกับสีกำแพง
ม่านห้องนอนเป็นม่านพับสีปูน เข้ากับสีกำแพง

3 rd floor
We use the red wine color to create accent walls in master bed room. Peach folding curtains match the other walls and cover 4 windows.





รายละเอียดเฟอร์นิเจอร์Master bedroomมีดังนี้
1. เตียงนอน concept furniture (king size รุ่นมีลิ้นชักเก็บของปลายเตียง) 1 ชุด
2. ตู้เสื้อผ้า concept furniture เข้าชุดขนาดใหญ่ 1 ตู้
3. โต๊ะเครื่องแป้ง 1 ชุด และ ลิ้นชักเก็บเสื้อผ้าสีเดียวกัน 3 ชุด
ห้องน้ำลายกระเบื้องคล้ายห้องนอนชั้น 2

ส่วนห้องนอนอีกด้านตอนนี้ยังไม่ได้ตกแต่ง ทำเป็นห้องเก็บเสื้อผ้าไปพลางๆ ก่อน จึงไม่ได้มีรูปมานำเสนอค่ะ (เป็นห้องเดียวที่ยังขาด AC และ เครื่องทำน้ำอุ่น)

Furniture in master bedroom
- King size bed with storage shelves
- 1 big “wardrobe closet” which match with bed
- 1 standing mirror for dressing
- 3 Chester drawers for extra cloths

** the 4 bedroom has its own bathroom but does not yet have an AC or water heater for the shower**

ดาดฟ้า

โถงบันไดทางขึ้นระหว่างชั้นมีไฟ สีส้มให้แสงสว่าง เมื่อขึ้นไปบนดาดฟ้า จัดเป็นสวนหย่อมได้ มีก๊อกน้ำ 1 จุด พร้อมกับท่อระบายน้ำลง 3 จุด (ทำเพิ่มจากเดิมที่เคยมี 1 จุด)
พื้นดาดฟ้า ตอนเข้าอยู่ทาสีพื้นเพื่อป้องกันพื้นผิว กันน้ำรั่วซึม (เหมือนบริเวณพื้นโรงงานหรือสนามกลางแจ้ง)
มีศาลาไม้ทรงไทย (ไม้เริ่มผุ อาจต้องมีการซ่อมบำรุงหรือจะรื้อถอนก็ได้) และต้นปาล์มใหญ่สองต้น

Roof
On the roof we have a water hose and 3 holes for draining the water.
The floor was painted with protected grey color.
1 Outdoor gazebo (it's ruined, need to be repaired)



มองไกลๆ จะเห็นบ้านเราเด่นสะดุดตา เพราะศาลาทรงไทยบนดาดฟ้านี่แหละ (จากภาพยังไม่มีต้นปาล์ม ปัจจุบันมีต้นปาล์มสองต้นให้สังเกตเห็น)



กลางคืน มองไปไกลๆ จากศาลา จะเห็นตึกที่มีแสงไฟตลอด คือ โรงแรม รามาการ์เดน
You can see the Rama Garden Hotel from the roof.





การคมนาคม
บ้านเราตั้งอยู่ในซอยวิภาวดี 58 แยก 2 (ปากซอย วิภาวดี 58)
ใกล้โรงเรียนนานาชาติเอ็ดแวนซ์ (ซอยวิภาวดี 56) ปั๊มบางจากสาขาวิภาวดีที่เพิ่งสร้างใหม่แบบเดินถึงเลยทีเดียว ใกล้สถานีโทรทัศน์ Thai PBS
ใกล้โรงแรมรามาการ์เดน แบบขับรถออกไปจากปากซอยประมาณ 200 เมตรถึงเลย
(สะดวกต่อการไปออกกำลังกายที่ sport center ที่นั่นมากๆ เพราะครอบครัวเราเป็น member อยู่)
สามารถเดินทางโดยใช้ถนนสายหลัก 3 สาย เช่น วิภาวดี พหลโยธิน และแจ้งวัฒนะได้อย่างสะดวกมาก

Location and Close-by roads.
- Our house is on Viphavadee Soi 58
- Very close to Advent international School of Bangkok (Soi 56)
- Bangchag Gas Station (Viphavadee Branch), Police Club, Thai PBS Station and Rama Garden Hotel.
- Easy to get to 3 main roads, Viphavadee-Rangsit, Phaholyothin, and Changwattana Rd.

ถนนวิภาวดี-รังสิต และ แจ้งวัฒนะ
ถ้าจะมุ่งหน้า ม.เกษตร ลาดพร้าว ดินแดง เราก็ขับรถออกมาปากซอยประมาณสัก 300 เมตรถึงเลยล่ะ
แต่ถ้าจะมุ่งหน้าไปทางดอนเมือง หรือเชื่อมต่อกับถนนแจ้งวัฒนะ สามารถเดินทางด้วยทางลัด
ผ่านซอยวิภาวดี 64 (โรงเรียนผไทยอุดมศึกษา) ได้เลย ไม่ต้องผ่านถนนใหญ่

ถนนพหลโยธิน
ในละแวกบ้าน อยู่ไม่ไกลจากเคหะบางบัว ปกติเรานั่งซ้อนฟีโน่แฟนไปเดินซื้อของตลาดนัดวันพุธ
และสุดสัปดาห์ หรือไปซื้อกับข้าวที่ตลาดบ้าง Tesco Lotus Express บ้าง
เวลาไปทำงาน เราขับรถออกทางบางบัวนี่แหละ โผล่ที่ถนนพหลโยธิน ใกล้โรงเรียนบางบัว
เพื่อมุ่งหน้าไปยังวงเวียนหลักสี่ แป๊บเดียวถึง

สำหรับเราการเดินทางสะดวกสุดๆ สำหรับเราตอนนี้ แฟนทำงานในม.เกษตร เราทำที่ มรภ.พระนคร
บ้านหลังนี้เป็นสวรรค์เลยทีเดียว แฟนเราและเราสามารถเดินทางไปทำงาน หรือกลับได้
แต่ละเที่ยวใช้เวลาภายในเวลา 10-15 นาทีเท่านั้น


More information about our house (in Thai)
Please click links below

ประวัติความเป็นไป เป็นมาของบ้านเรา

ส่วนนี้เพิ่มเติมข้อมูลเอาไว้ให้ผู้สนใจได้ศึกษา เราบันทึกไว้ตั้งแต่ตอนซื้ื้อมา ปรับปรุง และอยู่มาตลอด อยากขายให้กับคนที่มองหาบ้านในฝัน ที่ยังอยู่ในเมือง เดินทางสะดวก
แต่ไม่มีเสียงรถให้วุ่นวายเหมือนที่เราเคยฝันไว้

ก่อนซื้อ ได้ชื่อว่าเป็นบ้านมือสอง
ตอนซื้อ ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านมือสอง เนื่องจากเจ้าของบ้านคนเดิม
(ซึ่งเดี๋ยวนี้อาศัยอยู่ข้างบ้านเราเอง เป็นคนน่ารักมากๆ นิสัยดีสุดๆ)
แกซื้อบ้านเดิมที่สร้างไม่เสร็จไว้แล้วทำการปรับปรุงใหม่ทั้งหลัง โดยไม่เคยย้ายเข้าอยู่เลย
ซึ่งสามารถเข้าดูรายละเอียดที่เราเคยเขียนเล่าไว้ที่นี่ค่ะ

ต่อเติมครัว ด้วยใจ ด้วยมือของเราเอง
จากนั้น ก่อนเข้าอยู่ เราได้เหมาช่างทำบริเวณครัวด้านในตัวบ้านเพื่อเป็นที่เตรียมอาหาร
หรือทำอาหารเช้าง่ายๆ เช่น ชงกาแฟ ปิ้งขนมปัง โดยลงมือออกแบบและเลือกกระเบื้องเอง
อ่านเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้ค่ะ

และในที่สุด แบบที่ออกไว้เสร็จสมบูรณ์ ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ

จากก่อนเข้าอยู่ พอย้ายเข้าไป เราได้เพิ่มเติม ทาสีครัว พร้อมใส่เหล็กดัด
ออกมามีหน้าตาแบบนี้ค่ะ

หลังแต่งตัวให้บ้านมือสอง

สำหรับส่วนอื่นๆ ของบ้าน ก่อนย้ายเข้าอยู่ ใส่เฟอร์นิเจอร์เข้าไปแล้ว เป็นแบบนี้ค่ะ

อยู่ๆ ไป ก็ตกแต่งทาสีไปเรื่อยค่ะ พร้อมทั้งติด wall sticker และ paint โถงบันได เพิ่มเติม

สรุปแล้ว เล่ามาทั้งหมด ตั้งราคาเอาไว้
ราคาขาย 4.5 ล้านบาท (ต่อรองได้) ราคาธนาคารประเมินตอนเราซื้อก็เกือบ 4 ล้านแล้วค่ะ
ค่าธรรมเนียมต่างๆ ภาษี และการโอนโอนขอแบ่งกันคนละครึ่งนะคะ ผู้ซื้อและผู้ขาย

ติดต่อได้ที่เบอร์ 0814211919 หรืออีเมลล์ mrsarnold.mail@gmail.com ค่ะ

Starting price is 4.5 MB (Originally it was praised for almost 4 MB)
⁞Contact number 087-7171-902 (in English) 0814211919 (in Thai and English)
Transferring fee will be shared half and half between a seller and a buyer.




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2555    
Last Update : 28 กันยายน 2555 8:27:33 น.  

ได้ฤกษ์ตกแต่งเพิ่มเติม..accent wall..wall painting..wall sticker...

หลังจากที่ค่อยๆ ทยอยทำนู่นทำนี่กับบ้านในที่สุดก็ได้ฤกษ์ upload รูปภาพทำ Blog สักที
เริ่มทำตั้งแต่ยังย้ายเข้ามาอยู่ขณะยังไม่ตั้งครรภ์ จนตอนนี้ตั้งครรภ์ได้6เดือน ก็ยังทำไอ้ที่พอทำได้
ก่อนตั้งครรภ์ดิฉันและคุณสามีก็ได้ช่วยกันทาสีผนัง จากห้องเดิมๆ สีเดียวกันทั้งบ้าน
ได้ไอเดียการทำ accent wall หรือการทาสีกำแพงให้กับผนังด้านใดด้านหนึ่ง
มาจากหลายแหล่ง เลยลงมือทาสีห้องทีวี ห้องนอน
และบริเวณโถงบันไดชั้นสองและชั้น 3
แถมจากนั้นเรายังไม่พอใจ เริ่มทำ wall painting และติด wall sticker
วันนี้เลยรวมภาพไว้ใน blog นี้รวดเดียวเลย หลังจากดองผลงานมานาน

มาเริ่มกันตั้งแต่ห้องทีวีกันดีกว่าค่ะ
เริ่มต้นเลือกใช้สีเขียวมะกอก เลือกผนังตรงบริเวณหลังทีวี
จริงๆ เก็บภาพช่วง process ของการทา แต่ไม่ได้เอามาลง
ขอข้ามไปที่รูป Before & After เลยค่ะ



จากในห้องทีวีที่อยู่ชั้นสอง เราก็เชื่อมโยงสายตาไปยังโถงบันไดระหว่างชั้นหนึ่งกับชั้นสอง
ด้วยสีเดียวกัน กับกำแพงหน้าประตูห้องทีวี ตกแต่งผนังด้วยภาพอาร์ตๆ ที่ทำเป็นเชิงเทียน
หาซื้อได้มาจากแถบบริเวณ จตุจักร



จากโถงบันไดที่อยู่หน้าห้องทีวี มองลงไปด้านล่างบริเวณที่พักระหว่างชั้นหนึ่งกับชั้นสอง
เราก็เลือกใช้สีเดียวกัน คง concept เดิม แต่ตรงนี้ทาสีแค่บริเวณแถบปูนที่ยื่นออกมา
บวกกับการทำ wall painting ด้วยสีทองของ TOA
คนขายบอกว่ามีสะเก็ดทองอยู่ด้วย ตัดขอบด้วยปากกาเขียนกระจกสีทอง



เราเริ่มจากการลอกลายก่อน เพราะไม่มั่นใจที่จะลงเพนท์เลยที่ผนัง จากนั้นก็ลอกลายลงผนัง
ทาสีด้วยกลวิธีต่างๆ ลองๆ ทำไป และตัดขอบด้วยสีทองเขียนกระจก

แต่พอทาเสร็จแล้วสีทองที่ใช้มันกลืนๆกับสีผนังที่ทา
ไปได้ไอเดียมาจากพี่น้องชายคานี่แหละ กับการลงรักปิดทอง
แต่หาซื้อรักไม่ได้ ได้แต่แผ่นทอง แบบทองจริงและทองปลอม
หาซื้อได้จากร้านขายถังสังฆทาน ธูปเทียน
เราเลยใช้กาวที่มีอยู่แทน แต่ขอบอกว่า กลิ่นแรงมาก
สังเกตได้จากเราสองคนต้องใส่หน้ากากเวลาทำ



แต่แผ่นทองก็ติดดี ติดยากเหมือนกัน มาจนปัจจุบันยังติดทองไม่เสร็จ 100% เพราะตั้งท้องก่อน
กลัวกลิ่นกาวจะเป็นอันตรายต่อลูกค่ะ เลยติดทองไปได้แค่ครึ่งเดียว
ภาพหลังจากเสร็จ Before & After อยู่นี่เลยจ้า



เสร็จจากชั้นสอง ก็เขยิบขึ้นไปทำห้องนอนต่อ กับการทาสี accent wall
ห้องนอนเราเลือกใช้สีแดงเข้มๆ คล้ายๆ กับสี wine แต่พอถ่ายรูปออกมาสีเบือนไปนิืดหน่อย
ใช้ไอเดียแบบเดิมคือสีในห้องนอนที่อยู่ชั้น 3 เป็นสีเดียวกับกำแพงตรงโถงบันไดชั้น 3
อันนี้มีรูประหว่างทำด้วยค่ะ คุณสามีทาสีแต่ตัดขอบบริเวณโถงบันได



ส่วนในห้องนอนเสร็จสรรพเอารูป Before & After มาเลยดีกว่า



ทาสีเสร็จ รู้สึกผนังมันโล่งๆ เกินไป เลยเกิดไอเดียนึกถึง wall sticker
เลยสั่งเลยค่ะ ทางเน็ต พอดีที่ร้านเค้ามีของ เลยได้ภายในสองวัน
ลายแรกสำหรับห้องนอนเลือกลายนี้ค่ะ ราคา 480 บาทค่ะ



ในลายเค้ามีนกน้อยในกรงมาด้วย แต่คุณสามีขอร้องว่าไม่ติดกรงนกได้ไหม ขอแต่กิ่งกับใบไม้
ดิฉันเลยจัดให้ค่ะ ตอนติดเจ้า wall sticker นี้ท้องได้ ห้าเดือนแล้ว แต่ก็ยังทำ ฮ่าๆๆ
อันนี้ไม่อันตรายเพราะไม่มีกลิ่นทำได้ค่ะ
ตอนแรกต้องทำความสะอาดกำแพงก่อนนะคะ ใช้ผ้าเช็ดฝุ่นออกแล้วก็
ค่อยๆ ลอกมาติดทีละชิ้น แล้วใช้การ์ดเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วมารีดไล่ฟองอากาศค่ะ



เสร็จออกมาเป็นแบบนี้จ้า



ส่วนเจ้ากรงนกไม่ได้หายไปไหนนะคะ เราเอาไปติดไว้หลังบ้าน เหนือบ่อปลาน้อย
คุณสามีจัดแจงไปหากิ่งไม้แห้งมาพ่นสีดำ แล้วมาวางประดับก่อนติดกรงนก
ติดแล้วออกมาดูดีเหมือนกันนะเนี่ย



ผลงานสุดท้าย ห้องลูกค่ะ
หลังจากที่รู้ว่าจะได้ลูกสาว คุณสามีก็จัดแจงทาสีกำแพงเดิมให้เป็นสีชมพู
และเราก็ได้สั่ง wall sticker มาจากร้านเดิม อีกลายค่ะ
รู้สึกลายนี้จะราคาประมาณ 320 บาท



รู้สึกน่าจะเป็นลาย แมกโนเลียนะคะ จำไม่ได้ว่าเค้าเรียกว่าลายอะไร
เอามาแล้วก็ทำแบบเดิมเลยค่ะ ทำความสะอาด ติด แล้วก็รีด
แต่ห้องนี้แทนที่จะใช้การ์ด เราใช้ผ้าขนหนูแห้งๆ มารีดแทน
ใช้ได้โอเคเหมือนๆ กัน



ปิดโปรเจคนี้ด้วย Before and After ห้องลูกค่ะ



สีรูปหลังออกเพี้ยนๆ ไปหน่อย สงสัยกล้องเราจะไม่มีคุณภาพฮ่าๆๆ
สรุปแล้วโปรเจค accent wall..wall painting..wall sticker
ของดิฉันกับสามีก็จบลงแค่นี้ก่อนค่ะ
ปิดท้ายจริงๆ กับภาพไอเดียการนำของที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรมาใช้ตกแต่งบ้าน

อันแรก ภาพใหญ่ยักษ์ใช้ตอนแต่งงาน เราเอามาติดตรงโถงท้างขึ้นไปชั้นสาม
เป็นบอร์ดไว้ติดภาพต่างๆ หลังบอร์ดเป็นกระดาษฟิวเจอร์บอร์ด
เลยใช้หมุดธรรมดาปักได้ตามใจเลยค่ะ



ส่วนสุดท้าย เป็นเศษกระถางแตก เนื่องจากต้นปาล์มบนสวนดาดฟ้าเราโค่นลงมา
เนื่องจากลมแรง เล่นเอาต้องเปลี่ยนกระถางใหม่ กระถางเดิมไม่รู้จะเอาไปทำอะไร
เลยหยิบๆมาตกแต่งสวนน้อยๆ ได้ออกมาก็ดูสวยดีเหมือนกันค่ะ





ปิดบล็อกนี้ด้วยดอกลีลาวดีบนดาดฟ้า ที่ยอมออกดอกสักที
หลังจากรอมานาน...ขอบพระคุณที่ติดตามค่า....

















 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2552 13:26:31 น.  

กำแพงครัวสีเขียว..และเหล็กดัดสีดำ

ตามหัวข้อบล็อกเลยค่ะ
พอดีห้องครัวที่สรรหาเลือกกระเบื้องสไตล์สเปนเสร็จลง
และสีเขียวสดใสก็นั่งรอแอ้งแม้งอยู่ในครัว
แต่ติดตรงช่างสีนี่แหละ ที่เราก็รอ ร๊อ รอ
กว่าช่างสีจะมาบรรเลง เนื่องจากเป็นช่วงสายฝนหลั่งพอดิบ พอดี

เมื่อฝนหยุด สีสันก็เริ่มบรรเลง
แล้วไอ้วันที่ทาสี อิฉันก็ไม่อยู่บ้านซะด้วย คุณซะมีฝรั่งก็นอนตื่นสายซะงั้น
ตื่นมากต้องรีบโทรหาภรรยาว่า "ยูๆ เค้าทาสีผิดห้อง"
อ้าว ปรากฎว่าช่างดันไม่ทาสีเขียวให้ห้องครัว
แต่ไปทาห้องที่เป็น pantry room ซะงั้น

อิฉันสายตรงถึงช่าง "พี่คะไมทาสีเขียวอีกห้องละ"
รู้ไม๊คะช่างตอบว่าไง พี่ช่างบอกว่า

"เห็นห้องครัวกระเบื้องสีส้มแล้ว ไม่คิดว่าจะทาผนังสีเขียว"
ฮ่าๆๆ คือพี่คิดไม่ถึงว่ามันจะกล้า!!

สรุปต้องบอกช่าง
"พี่ไปซื้อสีเขียวมาอีกให้พอทาห้องครัว...คือหนูจะเอาสีเขียว"
สรุปเสร็จแล้วค่ะห้องครัวสีเขียว และอุปกรณ์ตกแต่ง design by เราสองคน



เมื่ออยู่เคียงคู่กับประตูเหล็กดัดสีดำ
ที่พยายามเลือกลายให้ออกแนวสเปน และอุปกรณ์แขวนผนัง



ภาพแขวนผนังนี้ ทำจากไม้สรีนสี
รูปแบบได้ตรงกับคอนเซปห้องครัว เลือกหาซื้อได้จาก jj ใกล้ๆ บ้าน



กระดานดำสมัยก่อนที่ใช้เรียน เลือกมาเอาไว้ทำ list ของที่ต้องซื้อเข้าบ้าน
เลือกได้จากร้านเดียวกันกับภาพไม้แขวนผนัง



ส่วนที่ใส่ paper towl อันนี้ได้จาก index living mall
มีส่วนที่ใส่ ฟอล์ย และ plastic wrap ด้วย คุ้มค่ากับราคาไม่เกินห้าร้อยบาท



ปิดครัวแล้ว...ขอเพิ่มภาพเหล็กสีดำ
ของประตูหน้าบ้าน และหน้าต่างด้านหน้าให้ดู
เผื่อใครอยากได้เป็นไอเดีย





ลายเหล็กจริงๆ มีสีเขียวแซมเป็นใบ
แต่เราว่า สีดำ ตัดทองล้วนๆ ดูคลาสสิกดี จึงเอาสีเขียวที่ใบออก
ออกมาแล้ว ที่เคยคิดว่าติดเหล็กแล้วจะดูอึดอัด
แต่ออกมาแล้ว ส่วนตัวคิดว่า ติดแล้วดูดีกว่าเดิมอีก
ใครกำลังคิดจะติดเหล็กดัดอยู่ ลองเลือกสีดำดู ใช้ได้เหมือนกันนะคะ





 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2551 9:41:49 น.  

สวนดาดฟ้า (roof garden) ฉบับเริ่มต้น

จากพื้นที่ว่างๆ ด้านบนทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น ซึ่งโดยมากจะถูกทิ้งร้าง
หรือเป็นพื้นที่สำหรับตากผ้า เนื่องจากเป็นบริเวณที่ได้รับแสงแดดโดยตรงตลอดวัน
ดิฉันและสามีจึงเกิดไอเดียการจัดสวนบนดาดฟ้าขึ้นมา
ผนวกกับศาลาไทยที่ได้ไปซื้อมานั้น ยิ่งกระตุ้นต่อมอยาก อยากมีสวนค่ะ
เราเริ่มต้นสวนดาดฟ้าด้วยการประกอบศาลาไทยค่ะ
แฮะๆ ไม่ได้ประกอบเองนะคะ คนงานจากร้านที่สั่งศาลาค่ะ มาประกอบให้

วันนัดพนักงานพร้อมเจ้าของร้าน ขนศาลามากันตั้งแต่ตีห้าครึ่ง
เนื่องจากกลัวตำรวจจะเรียกเพราะบรรทุกศาลาขนาดใหญ่
ทั้งๆ ที่ถูกถอดแยกชิ้นแล้วก็ตาม เมื่อมาถึง คนงานถึงกับปาดเหงื่อค่ะ
เนื่องจากต้องแบกขึ้นบรรไดไปถึง 4 ชั้น และทางออกดาดฟ้า ขนาดเท่าประตูมาตรฐาน
แต่คนงานก็ไม่ย่อหย่อนค่ะ แบกแต่ละชิ้นไปกองไว้แบบนี้ก่อน
แต่หลังคาไม่ต้องถอดแยกชิ้น ยกขึ้นแบบนี้เลยไปนอนแอ้งแม้งไว้ก่อน



ชิ้นส่วนอื่นๆ อีกมากมายกองเกลื่อนกลาด




เมื่อพร้อมแล้ว ฟ้าเริ่มสางก็เริ่มก่อร่างสร้างฐานกันก่อนเลย
ประกอบชิ้นส่วนต่างๆ รวมทั้งหลังคา ภาพหลังนี้เสียวสุดๆ
ขนาดไม่ได้ปีนขึ้นไปด้วยนะคะเนี่ย



บ้างก็ต่อไป บ้างก็ขัดและลงสีไป ขั้นตอนสุดท้ายคือติดยอดแหลมด้านบน




หลังจากเสร็จเรียบร้อยเป็นเช่นนี้ค่ะ สังเกตดูนะคะว่า วันนั้นพื้นยังไม่ได้ทาสีเลย


หลังจากนั้น ก็ได้ช่างสีมาจัดแจงทาสีกันรั่วซึมให้กับดาดฟ้า
ก็ได้เพื่อนอีกค่ะ เค้ารับทำสีพื้นโรงงาน ทากันรั่ว กันซึม
มาทาให้โดยไม่คิดค่าแรงเลยสักนิด อย่างนี้ต้องเลี้ยงขอบคุณ
และแล้วก็ถึงเวลาเลือกซื้อต้นไม้ ดิฉันและคุณสามีไปเลือกซื้อกันแถวราบ 11
เนื่องจากว่าอยู่ใกล้บ้าน จะได้เสียค่าขนส่งไม่แพงเท่าไหร่
เสียค่ารถไป 400 และค่าแรงคนงานที่มาขนต้นไม้ขึ้นไปบนดาดฟ้าพร้อมปลูก
คนละ 500 บาท ตอนแรกก็ว่าแพง แต่พอหน้างาน ให้ tips เพิ่มไปอีกคนละ 100
คืองานนี้หินสุดๆ ดูหน้าพี่คนงานแล้วเหมือนจะเป็นลม
เจ้าต้นเล็กๆ นี้ยังไม่เท่าไหร่ แต่ดิน กระถางใบใหญ่ และต้นปาล์มนี่สิ
ปราบเซียนจริงๆ ค่ะ ตอนแรกที่ร้านบอกเราว่าต้นไม่สูงเท่าไหร่

"ขนาดสูงเท่าตัวน้องนี่แหละค่ะ" ดิฉันเลยตัดสินใจเอามา

นี่ถ้ารู้ก่อนว่าสูงขนาดสองเท่าครึ่งของตัวคน ขนาดคุณสามีบอกว่า
No way ไม่มีทางเอาขึ้นไปได้แน่นอน...แต่...พี่คนงานสองคน
พร้อมกับดิฉันและสามีที่คอยช่วยพยุงขึ้นไป เราทำสำเร็จค่ะ
มาดูต้นไม้บนสวนดาดฟ้าของบ้านเรากันค่ะ

เริ่มจาก "ต้นชา" หัวกลมๆ ดิฉันเลือกมา 3 ต้น กำชับพี่คนขายว่า เอากลมๆนะคะ
ได้มากลมดีค่ะ แต่ต้องตัดแต่งบ่อยหน่อย พี่คนขายบอก
เข้ากันได้ดีกับกระถางทรงเหลี่ยมที่เลือกมา แต่เสียดายจานรองขาดไป 2 ใบ



ถัดจากต้นชา ก็เป็นต้นปาล์มที่วางไว้ใกล้ๆ ศาลาไทยค่ะ



แต่เธอไม่ได้มาคนเดียวนะคะ เธอมีคู่มาด้วย ต้นปาล์มคู่กันค่ะ
พอเย็นๆ ดวงอาทิตย์ตก แสงฟ้าสีสวยดีค่ะ



ถัดจากต้นปาล์มสองต้น ก็เป็นต้นนี้ค่ะ คู่กันอีกแล้ว
แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว เพื่อนๆ ที่ทราบรบกวนบอกชื่อให้ทราบด้วยค่ะ



ถัดจากนั้นไปก็เป็นพี่โมกและน้องกาแฟ โดยต้นกาแฟนี้
ดิฉันซื้อเซอร์ไพร์สคุณสามีค่ะ เพราะตอนแรกเค้าอยากได้มาก
แต่พอดีมันแพงเกินไปดิฉันเลยบอกว่าจะไม่ซื้อ
แต่พอต่อไปต่อมาพี่คนขายลดให้ ดิฉันเลยซื้อให้เค้าหนึ่งต้นค่ะ
จะพยายามประคับประคองให้ดี คุณสามี happy มากๆค่ะ



นั่นแน้ มีลูกออกแล้วด้วยนะ



อีกด้านหนึ่งของศาลา มีน้องพุดซ้อนที่ดิฉันโปรดปรานกลิ่น
อีก 3 ต้น ตอนนี้ก็รอแล้วรอเล่า รอให้น้องมีดอก



พอแดดร่ม ลงหน่อย แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า
เราสองคนก็เข้าไปนั่งเล่นในศาลาไทย พร้อมกับใช้แสงเทียนมาทดแทน





เมื่อกวาดสายตาไปรอบๆสวนดาดฟ้า ยาวออกไป
เห็นแสงไฟจากตึก บ้าน และถนน บรรยากาศดีเหมือนกัน



บ้านเราอยู่ใกล้โรงแรมรามาการ์เด้นท์มากๆ
ขนาดมองเห็นตัวตึกกันอยู่รำไรแบบนี้เลยค่ะ



ตอนนี้ ดิฉันและสามี happy กับสวนดาดฟ้ามากๆ ค่ะ
เอาไว้มีไอเดียหรือตกแต่งใดๆ เพิ่มเติม จะเอามาแลกเปลี่ยนกันอีกในบล็อกนะคะ
ฉบับเริ่มต้นกับสวนดาดฟ้ากับมิสซิสอาร์โนลด์ต้องลาไปก่อน
สวัสดีค่ะ


ภาพสุดท้ายเป็นภาพ Before and After ค่ะ เอามาให้ดูกัน

ฟรี! รูปภาพไม่จำกัดที่ slide.com Host




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2551    
Last Update : 8 ตุลาคม 2551 13:18:53 น.  

หลังจากจับบ้านมือสองแต่งตัว..เสร็จแล้วออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้จ้า

ถึงแม้จะซื้อบ้านมือสอง ที่คุณภาพดีมากมาแล้ว ก็ต้องลงไม้ลงมือกันสักหน่อย
เริ่มต้นจากชั้นล่างก่อนเลยนะคะ ตั้งแต่ทางเข้าบ้าน
จากที่เคยเป็นวอลล์เปเปอร์สีอ่อนฝุ่นเริ่มจับจนดูหมองไป
ประตูหน้าต่างบานเลื่อนเปล่าเปลือยมองทะลุออกไปเห็นประตูบ้าน
เราได้สั่งทำม่านพับมาไว้ที่หน้าต่าง และม่านจีบสองชั้นที่หน้าประตูทางเข้าโดยเลือกสีม่านให้เข้ากับสีวอลล์เปเปอร์ที่เลือกออกสีโทนน้ำตาลอ่อน
รือสีเบจที่มีลวดลายนิดๆบนพื้นผิวสัมผัส

ฟรี! รูปภาพไม่จำกัดที่ slide.com Host

สีวอลล์เปเปอร์ที่เลือก อยู่ในแคตตาล็อกเป็นแบบนี้ค่ะ อาจไม่ค่อยชัดมาก
เพราะถ่ายจากมือถือค่ะ ภาพแรกสีห้องรับแขก
ภาพที่สองสีห้องทานอาหาร ออกสีส้ม แต่ลวดลายเดียวกัน


ลายผ้าม่านเป็นทางๆ พอเอามาพับแล้วดูสวยดี เข้ากับสีวอลล์เปเปอร์



เหลือบไปดูประตูหน้าบ้าน เห็นม่านจีบสองชั้น โดยชั้นนึงเป็นม่านกรองแสง



มาดูพู่ม่านชัดๆ กันค่ะ



มาต่อกันกับภาพ Before&After ของห้องรับแขกกัน
จากเดิมที่เคยเป็นห้องเปล่าสีอ่อน แต่มีพัดลมผนังที่ดูคลาสิกดีอยู่แล้ว
ปรับแต่งด้วยโซฟารับแขกเข้ามุม พร้อมโต๊ะกลาง
ที่ซื้อมายังไม่ได้แกะพลาสติกออกเลยค่ะ

ฟรี! รูปภาพไม่จำกัดที่ slide.com Host

ไม่ใช่ว่าขี้เห่อ แต่เพราะยังทำครัวไม่เสร็จดี เลยฝุ่นเยอะไปนิดค่ะ
ตัวนี้ไปซื้อร้านเพื่อนค่ะ "คลองสองเฟอร์นิเจอร์"
ออกแบบสีผ้า สีหมอน ทุกอย่างเองได้ แถมหักคอราคาเพื่อนฝูงมาด้วยค่ะ



ข้อผิดพลาดเด่นชัดของช่างวอลล์ ตอนมาติด เนื่องจาก
เราเลือกห้องสองห้องติดกันที่เคยเป็นวอลล์สีเดียวกัน ให้เป็นสีที่แตกต่าง
ดันตอนติดเราไม่อยู่ ตั้งใจจะให้รอยต่อสีอยู่ที่มุมเสา แต่ช่างดันต่อมันกลางเสา
รอยต่อเห็นได้อย่างชัดเจน ดิฉันเลยต้องหาอุปกรณ์มาพลางตา ก็ดูเก๋ไปอีกแบบ



มุมรับประทานอาหาร ดิฉันได้กลับไปร้านเพื่อนอีกครั้งหนึ่ง
เพื่อนำพาบาร์เครื่องดื่มตัวนี้มาเป็นที่กั้นห้องให้เป็นสัดส่วน
ตัวบาร์และเก้าอี้เป็นของยี่ห้อ Koncept แต่โต๊ะทานข้าวไม่ใช่
เป็นเฟอร์นิเจอร์เก่าที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่มีสีเดียวกันจึงดูกลมกลืน
อีกปัจจัยที่ทำให้ได้มาคือเสียงเรียกร้องของคุณสามีค่ะ



จากภาพเดิมที่เคยเป็นห้องโล่ง ผนังสีอ่อน
ก็แปลงโฉมมาเป็นห้องที่กั้นพื้นที่ กับผนังสีส้ม เฟอร์นิเจอร์สีไม้เข้มๆ

ฟรี! รูปภาพไม่จำกัดที่ slide.com Host

เดินขึ้นบันไดไปชั้น 2 ห้อง entertainment & working room
จากที่เคยเป็นหน้าต่าง ประตูโล่งๆ
แต่เนื่องจากมีอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์มาก
ดิฉันจึงเลือกใช้เป็นมู่ลี่ไม้รามินสีน้ำตาลเข้ม
เพื่อประโยชน์ในการทำให้ห้องมืดขณะดูภาพยนต์
และสอดคล้องกับคอนเซปห้อง

ฟรี! รูปภาพไม่จำกัดที่ slide.com Host

ส่วนอีกห้องหนึ่งทำเป็นห้องนอนแขก มีเตียงนอนอยู่มุมหนึ่ง
ซึ่งลืมเก็บภาพมา ต้องขออภัยด้วย มัวแต่เก็บมุมนั่งเล่นมุมนี้
ที่ให้ช่างติดแต่รางไม้สัก เนื่องจากว่าดิฉันขนม่านเดิมที่มีมาอยู่แล้ว
และม่านห้องน้ำ ก็ต้องเลือกแบบไทยๆ ให้เข้ากันค่ะ




สำหรับบล็อกนี้ คงพอแค่นี้ก่อน เก็บไฮไลท์ roof garden ไปไว้อีกหน้านึงค่ะ
ตามไปชมกันนะคะ




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2551    
Last Update : 8 ตุลาคม 2551 11:57:15 น.  

1  2  3  
BlogGang Popular Award#10


 
มิสซิสอาร์โนลด์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




&dateผู้หญิงคนหนึ่ง..บนโลกกลมๆใบนี้..
ยังมีความฝันอีกหลายอย่างที่กำลังเดินหน้าตามล่าฝัน
โดยมีคุณสามีฝรั่งคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความในบล็อกนี้ไปใช้เผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©










What's new!


บล็อกอัพเดทล่าสุด


ลูกคุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่...โรคข้อสะโพกเคลื่อนหรือหลุด


คุณสามี MR.Speedy มีโอกาสได้เข้าวงการแสดงแล้วจ้า


ซาอีดาเปลี่ยนเฝือกครั้งที่ 1 พร้อมภาพ x-ray @21 months



วิธีทำให้ลูกมีความสุขมากขึ้น..ในเวลาที่ต้องทนทุกข์ๆ ในเฝือกเกือบ 2 เดือน



เข้าโรงพยาบาลอีกครั้งเมื่อครบ 1 ปี 8เดือน



ซาอีดา...บนปก mother and care เดือนมิถุนายนนี้ค่ะ



ประสบการณ์ผ่าตัดครั้งแรกของน้องซาอีดา



ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ---กับข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด--



เสียงสะท้อนจากผู้อ่าน





Mrs. Arnold's Blog

จากบล็อกออกเป็น pocketbook

...วางแผงแล้ววันนี้..

ที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add มิสซิสอาร์โนลด์'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.