สุขสรรค์ หรรษา กับคุณสามีฝรั่ง กับมิสซิสอาร์โนลด์

Happiness&Fun with my Farang Husband

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

จัดอบรมการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ



เมื่อวันที่ 19-21 มิถุนายน 2009 ที่ผ่านมา
ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรในโครงการพัฒนาบุคลากรอาจารย์ผู้สอนหมวดวิชาศึกษาทั่วไป
ในหัวข้อเรื่อง “การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ”
ณ โรงแรมโคราช รีสอร์ท อ. โคกชัย จ.นครราชสีมา

โดยคณะวิทยากรเป็นรุ่นพี่ที่จบการศึกษาและทำงานอยู่ที่เดียวกับเรา
ทีมวิทยากรมีรายชื่อดังต่อไปนี้

ดร. ขจรศักดิ์ บัวระพันธ์

ดร.จรรยา ดาสา

ดร.ทัศตริน เครืองทอง และ

ดร.สาวิตรี โรจนะสมิต อาร์โนลด์

จากสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ ม.มหิดล

การอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้อาจารย์ผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจในการทำแผนการจัดการเรียนการสอนและประมวลรายวิชาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
รวมเวลาการอบรมทั้งหมดเป็น 2 วัน เนื่องจากวันแรกเริ่มกิจกรรมตอนช่วงบ่ายและวันสุดท้ายเลิกตอนเที่ยงกว่าๆ

วันแรกเป็นกิจกรรมในส่วนของพิธีเปิด โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
จากนั้นเป็นการกล่าวรายงานของผู้อำนวยการสำนักศึกษาทั่วไป และการกล่าวแนะนำตัวทีมวิทยากร



ในวันแรกทีมวิทยากรได้ปูพื้นฐานความเข้าใจ
เกี่ยวกับทฤษฎีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
เทคนิควิธีการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

ส่วนวันที่สองได้เพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับรูปแบบของการเขียนแผน
การจัดการเรียนรู้เและการเขียนประมวลรายวิชาก่อนที่จะเปิดโอกาส
ให้อาจารย์ผู้เข้าร่วมอบรมลงมือปฏิบัติ ออกแบบประมวลรายวิชาและ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ตนเองสอนในหมวดศึกษาทั่วไป
โดยมีคณะวิทยากรคอยดูแลและให้คำแนะนำอยู่ประจำแต่ละกลุ่ม






ผู้เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ประกอบไปด้วย คณบดี รองคณบดี หัวหน้าภาควิชา
ประธานสาขา อาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการดำเนินการ จำนวน 100 ท่าน

สำหรับตัวเอง การทำงานครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกครั้งหนึ่ง
และนับเป็นครั้งแรกที่ได้จัดอบรมให้กับกลุ่มอาจารย์ระดับมหาวิทยาลัย
เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ ที่มีผู้เข้าร่วมถึง 100 คน
ซึ้งนับว่าเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่งว่าจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างไร
ให้อาจารย์ได้ลงมือทำกิจกรรม ได้สะท้อนความคิดจากกิจกรรม
เพื่อสื่อถึงกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผุ้เรียนเป็นสำคัญได้อย่างแท้จริง





ผลตอบรับจากการอบรมครั้งนี้ถือว่าเป็นที่พอใจทีมวิทยากรเป็นอย่างยิ่ง
ประเมินได้จากชิ้นงานที่อาจารย์แต่ละกลุ่มนำเสนอ
รวมถึงน้ำใจและการต้องรับอย่างอบอุ่นของคณาจารย์ที่เข้าร่วมอบรม







สิ่งสุดท้ายที่ประทับใจก็คือ ท่านผอ.กล่าวปิดงานว่า

"ครั้งนี้เป็นครั้งแรกแต่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ที่จะได้ทำงานร่วมกับทีมวิทยากร
ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง และมีประสิทธิภาพ น่าดีใจแทนมหาวิทยาลัย
ที่มีบุคคลากรที่มีประสิทธิภาพแบบนี้"

เราหัวอกคนทำงาน เมื่อได้รับ feedback ที่ดีแล้ว ก็ทำให้มีกำลังใจ
ในการดำเนินหน้าที่การงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไป




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2552    
Last Update : 25 มิถุนายน 2552 11:21:02 น.
Counter : 447 Pageviews.  

เอาภาพรับปริญญามาฝาก



นานมากกับการหายหน้าไปของเรา
ต้องขออภัยเพื่อนๆ พี่ๆ ใน บล็อกก่อนเลยค่ะ
ตอนแรกสัญญาว่าจะกลับมาอย่างเร็วไวหลังจากสอบเสร็จ
ผ่านไปนานสองนาน เจอทั้งงาน เจอทั้งรับปริญญา
กลับมาถึงบ้านก็ไม่อยากเปิดคอมแล้ว
เหนื่อยล้า เพราะส่วนมากนั่งทำงานหน้าจอทุกวันเลยอ่ะค่ะ
------------------------------------------------------
บ่นไปพลางๆ หอมปากหอมคอ
เริ่มกับวันรับปริญญาของมิสซิสอาร์โนลด์เลยดีกว่า
จริงๆ แล้วไม่อยากเชื่อว่าตัวเองถ่ายรูปไปสองวัน
ได้มาวันละ สองร้อยกว่ารูป โอ๊ย...คิดแล้วจะเป็นลม นี่ขนาดแค่ครึ่งวัน
มันถ่ายอะไรกันหนักหนานะเราเนี่ย
ที่เลือกมาเป็นแบบพวกที่ประทับใจทั้งนั้นค่ะ

เริ่มจาก วันซ้อมใหญ่



ภาพนี้ชอบ เพราะแสง สี ได้อารมณ์เหงาๆ ปนเหนื่อย
แต่ยังอุตส่าห์มีสายตาอันมุ่งมั่นแฝงอยู่

ภาพต่อมาออกแนวเห็นรูขุมขนชัดเจน
แต่เราชอบมุมภาพ และสายตาของตัวเองในภาพนี้มาก
เพื่อนถ่ายได้ตอนเดินแถว



ภาพนี้ถ่ายตอนเช้าก่อนขึ้นสแตนด์ถ่ายรูปหมู่
ดูเท่ห์ดี มุมภาพก็เจ๋ง



ภาพต่อมาเป็นภาพคู่ประทับใจ
ที่ถ่ายกับเพื่อนสาวแสนรัก คุณแพนกวินขึ้นเหงาที่รู้จักกันในบล็อก
หรือว่า ป้าจอย ในหนังสือของมิสซิสอาร์โนลด์



ภาพนี้ เป็นภาพของมิสซิสอาร์โนลด์กับคุณสปิดดี้ หรือพี่ดี้
กำลังช่วยแต่งตัวให้ตอนเช้า ก่อนถ่ายรูป
ส่วนตัวชอบ เพราะดูเป็นธรรมชาติดีมาก (แน่ล่ะ ตากล้องแอบถ่าย)



ปิดท้ายวันซ้อมใหญ่กับภาพ family มีหมดเลยค่ะ
ทั้งคุณนายบัว พี่สาวแสนสวยสองคน อนาคตพี่เขย และสามี
เสียดายที่วันซ้อม คุณพ่อไม่สามารถมาร่วมงานได้
เลยเป็นภาพ family เกือบครบค่ะ



@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

จากวันซ้อม ได้พักเหนื่อยไป 3 วัน
จริงๆ แล้วแค่วันเดียว เพราะซ้อมใหญ่วันเสาร์ เช้าวันจันทร์ อังคารก็ไปทำงาน
รับจริงวันพุธ ยอมรับว่า เหนื่อยมากๆ
แต่ก็คุ้มค่า แถมทำเอาพี่ดี้งงเป็นฝรั่งตาแตกกับงานรับปริญญาบ้านเรา
ก็พี่ท่านกะจองคิวได้เข้าไปร่วมพิธีกับภรรยา เหมือนดังต่างประเทศ
แต่ต้องงเต๊ก...เค้าไม่ให้ญาติเข้าหอประชุม
ยูดูได้ ดูผ่านถ่ายทอดในทีวีนะ
งง...พี่ดี้งงไปเลย ต้องอธิบายกันนานพอดูค่ะ กว่าจะเข้าใจ
สุดท้าย ส่งภรรยาเข้าหอประชุมเสร็จ
กลับบ้านนั่งรอดูถ่ายทอดในอินเตอร์เน็ตมหาวิทยาลัย
โชคดีศรีภรรยารับเป็นคนที่สี่ของวัน เลยไม่ต้องรอนาน

เอ้า มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ กับภาพถ่ายวันจริง
เริ่มจากเช้าตรู่ รีบวิ่งเจ้นออกจากบ้านหลังจากแต่งหน้าทำผมเสร็จ
เพราะนัดตากล้องไว้ตั้งแต่ หกโมงครึ่ง เพราะว่าวันซ้อมได้รูปไม่สะใจช่าง
แสงไม่สวยเลยนัดกันก่อนไก่จะสะดุ้งตัวตื่น
ได้ภาพแรกมากับป้ายมหาวิทยาลัยตอนถือชุดครุยค่ะ



ภาพต่อมาถ่ายมุมไกลหน่อยแต่เพื่อนที่เป็นตากล้องบอกว่าสวยดี
แนะนำการโพสต์ท่า ให้เห็น line ของร่างกาย
เออ แฮะออกมาสวยอย่างที่บอก จำท่าเอาไปโพสต์กันได้นะจ๊ะ



ต่อมาตากล้องให้ลองนั่งบ้าง ถ่ายมุมหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ในมหาวิทยาลัย
แสงสวยๆ ตอนเช้าดู classic เหมือนกันนะ



พอเริ่มใส่ครุย คุณตากล้องเพื่อนรักก็ให้ลองโพสต์ท่า standard
ออกมาก็ดูสวยดี แปลกตา แต่หากคนที่เคยถ่ายภาพรับปริญญา
มาดูแล้วละก้อ ต้องคิดเหมือนกับเราว่าเป็นท่า standard ค่ะ



ถัดมาอีกภาพ อันนี้ถูกใจค่า
ดูแล้วเหมือนภาพในนิตยสารเลยล่ะ ชอบแบบไม่มองกล้องแบบนี้จัง



ต่อมา close up หน่อย เพื่อนบอกว่าจะเอาแหวนแต่งงาน
ตอนแรกกะไม่ยิ้มแล้วเห็นว่าจะเอาแหวน
ดีนะเนี่ยเผื่อไว้ก่อน แอบยิ้ม ออกมาเลยได้ภาพสวยๆแบบนี้จ้า



แสงเริ่มมา เราย้ายขบวนไปถ่ายที่สนามอินทรีย์
บัณฑิตเริ่มสวมหมวก พู่ทอง เท่ห์จริง



เปลี่ยนอารมณ์มาเป็นแบบถ่ายคู่กันหน่อย
คุณสามีเริ่มงง ว่าภรรยามาถ่ายรูปรับปริญญาหรือมาถ่าย wedding กันแน่



อีกภาพ เป็นหนึ่งในภาพที่ตัดสินใจใส่กรอบ เนื่องจากว่าชอบมาก
ออกมาดูดี สำหรับภาพเราสองคน



ภาพเผลอๆ อีกภาพหนึ่ง เอามาให้งงกันเล่นๆ
ว่าตกลงสามีดิฉันมาถ่ายรูปใครกันแน่นะเนี่ย



ในทึ่สุด ดิฉันก็มีภาพครบถ้วน กับทั้งคุณนายบัว และคุณพ่อของดิฉันเองค่ะ
นานๆ พ่อดิฉันจะยิ้มออกสักที นี่หากตากล้องไม่คอยเชียร์
คงยากที่จะได้ภาพคุณพ่อยิ้ม



3 ภาพสุดท้ายเป็นภาพประทับใจที่เก็บมาระหว่างวันรับปริญญา

ภาพแรกเป็นภาพตอนเดินไปห้องน้ำกับคุณสามี
ตากล้องแอบเก็บมาโดยไม่บอกกล่าว
แต่ก็ประทับใจมิสซิสอาร์โนลด์เป็นอย่างมากค่ะ ดูน่ารัก classic ดี



ภาพต่อมาเก็บได้ตอนเดินแถวเข้าหอประชุม
เนื่องจากดิฉันเดินเป็นแถวแรกเลยค่ะ ติดกับขบวนนำธงเลยเห็นหน้าชัด
ในพิธีเดินแถวศักดิ์สิทธิ์มาก เปิดเพลงมหาวิทยาลัยคลอไป
หน้าเราสี่คนเพื่อนสาว เลยหน้าตาจริงจังกันน่าดู




สุดท้ายถ่ายหน้าบัณฑิตวิทยาลัย เป็นอีกภาพหนึ่งที่บรรจงจัดลง frame



ได้ภาพประทับใจมามากมายขนาดนี้
จะไม่ขอบคุณตากล้องฝีมือดีเห็นจะไม่ได้การ
ขอขอบคุณ Khomsiri ตากล้องฝีมือดีห้อง olympus
ใครแวะเวียนมาชมอัลบัมภาพมิสซิสอาร์โนลด์แล้วติดใจในฝีมือ
เพื่อนดิฉัรับถ่ายภาพงานแต่ง งานรับปริญญา และ event ต่างๆ
เข้าไปชมผลงานของเขาได้ที่ http://khomsiri.multiply.com นะคะ

ส่วนเพื่อนที่ติดตามชมภาพความประทับใจของมิสซิสอาร์โนลด์มา
ต้องขอขอบคุณที่ยังรัก และติดตามความเคลื่อนไหวของกันและกัน
ภาพอีกเยอะแยะมากมายอยู่ในอัลบั้มเดิมของครอบครัว แวะไปเยี่ยมชมได้ที่ http://speedyandsavie.multiply.com ค่า





 

Create Date : 30 สิงหาคม 2551    
Last Update : 30 สิงหาคม 2551 9:52:12 น.
Counter : 892 Pageviews.  

ชวนมาถ่ายภาพวันรับปริญญาจ้า



ในที่สุดวันสำคัญอีกวันก็มาถึง
ใครว่าง มิสซิสอาร์โนลด์ชวนมาร่วมเก็บภาพประทับใจกันค่ะ
สำหรับเพื่อนๆ ที่อยู่ต่างบ้านต่างเมือง ไว้จะเก็บภาพมาฝากกันนะคะ


วันและเวลาตามรายละเอียดข้างล่างนะคะ



มิสซิสอาร์โนลด์




 

Create Date : 24 มิถุนายน 2551    
Last Update : 24 มิถุนายน 2551 17:18:00 น.
Counter : 400 Pageviews.  

ได้ข่าวว่าเป็น...ด๊อกเตอร์...



เปิดศักราชของการกลับมาเขียนบล็อกใหม่
ด้วยหัวข้อ blog "ได้ข่าวว่าเป็น...ด๊อกเตอร์..."
ที่ชอบหัวข้อนี้เพราะมักมีเพื่อนโทรมาหาพร้อมกับถามประโยคนี้บ่อยๆ
สำหรับตัวเองถามว่าชีวิตเปลี่ยนไปไหม
อืม...ก็เปลี่ยนไปนะ แต่มันค่อยๆ เปลี่ยน ไม่ใช่ปุบปับเปลี่ยนเลย
ถ้าจะเอาให้ดีคงต้องเริ่มเล่าตั้งแต่วินาทีแรกที่มีคนเรียกเราว่า "ด๊อกเตอร์"

วันนั้นเป็นวันจันทร์ที่ 21 เมษายน 2551
ดิฉันเป็นนิสิตคนแรกที่สอบ หรือที่ฝรั่งเค้าเรียกว่า defensive examination
ถ้าถามว่าตื่นเต้นไหม?

เมื่อพิจารณาประเด็นแรก..เนื้อหาและความพร้อม..
ไม่ได้ทำให้ตื่นเต้นมากเท่าไหร่เพราะการสอบแบบนี้ง่ายๆ ก็คือ
คือการรายงานให้คณะกรรมการทั้งหมดทราบว่าเราได้ทำอะไรไป
แล้วได้ผลตอบกลับมาว่าอย่างไร

ส่วนเรื่องภาษา...ที่ต้องนำเสนอ ตอบคำถามและทุกๆ อย่างเป็นภาษาอังกฤษ
ก็ไม่ได้ทำให้ตื่นเต้นเช่นกัน เนื่องจากดิฉันได้เปรียบคือคุยกับคุณสามีฝรั่งทุกวัน มาจนเข้าปีที่ 3 แล้ว จึงไม่ตื่นเต้นกับการใช้ภาษาอังกฤษ

แต่ที่กังวลคือ..คำถาม...ลองคิดดูนะคะ มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒินั่งอยู่ด้านหน้าเรา 7 ท่าน แล้วแต่ละท่านมียศทางวิชาการสูงๆ ทั้งนั้น
ถ้าใครเคยดูเวทีประกวดนางงานละก้อ...ไอ้เวลาตอบคำถามนี่แหละคะ
ลุ้นระทึกสุดๆ...แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองทำได้ดี

ผนวกกับคุณสามีที่คอยให้กำลังใจ
ก่อนสอบคุณสามีแอบกระซิบว่า

"Don't forget you know the story more than anybody else
in this room"

แหม ยังคงให้กำลังใจภรรยาอย่างดีเสมอมา..คุณฝรั่งคนดี

หลังจากตอบคำถามเสร็จ คณะกรรมการและประธานการสอบ
ก็เชิญให้ดิฉันออกไปนอกห้องสักครู่...แล้วก็ประชุมกันเงียบๆ
จากนั้นก็เชื้อเชิญให้กลับเข้าไป แถมท่านประธานเอ่ยว่า

"เดี๋ยวคุณเปิดหน้าแรกของ power point ขึ้นมาใหม่นะ"

ไอ้ใจเราก็กระโดดตุ๊บไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือรู้สึกว่า

"เอาแล้วไง..พิมพ์ชื่อ หรือยศอาจารย์ที่ปรึกษาท่านใดผิดไปหรือเปล่า
แล้วเค้าจะให้เราสอบผ่านไหมเนี่ย"

คิดไป คิดมา มือก็คลิ๊กเปิด power point
ท่านประธานเสริมว่า "ชื่อคุณน่ะ"
ไอ้เราก็งง ชื่อเรา ทำไมหว่า มันผิดอะไรหนา

"ใช้ Mrs. ไม่ได้แล้วนะ ต้องเปลี่ยนเป็น ด๊อกเตอร์!!!"

คราวนี้แหละคะ ยิ้มหน้าบาน แทบจะกระโดดกอดท่านประธานเลย
ดีใจค่ะ อารมณ์นั้น...นี่แหละค่ะ ก็ช่วงวินาทีนั้นแหละที่ตัวเองได้เป็น
ด๊อกเตอร์ หลังจากแลกกับการอดหลับอดนอนมา 5 ปีเต็ม
คว้ามาได้กอดอย่างใจฝัน...

แต่เรื่องมันยังไม่จบแค่นั้นค่ะ!!!

เพราะไปทำเรื่องจบกับทางบัณฑิตวิทยาลัย
เค้าบอกไม่ได้...เพราะงานตีพิมพ์ผลงานวิชาการ 2 เรื่องที่เคยทำมา
ไม่เข้าข่าย...

โอย...เล่นเอาน้ำตาตก
คือแบบว่า ฉันทำมาแทบตาย ตกม้าตายตอนหลังเนี่ยนะ
คือทางสาขาที่ตัวเองเรียนอยู่ มีข้อบังคับว่าจะจบได้
ต้องเขียน ตีพิมพ์ผลงานวิชาการ 2 ลงในวารสารระดับนานาชาติ
ซึ่งได้เรื่องที่ดิฉันเคยเขียนไว้(บางคนอาจเคยเห็นในบล็อกวิชาการ)
บัณฑิตบอกไม่ผ่าน...แล้วดิฉันจะทำอย่างไรได้ละคะ...

นี่ยังดีที่ก่อนหน้านี้ ดิฉันเขียนเพิ่มไปอีก 3 เรื่อง
แค่รอหนังสือตอบรับการตีพิมพ์เท่านั้น
มิสซิสอาร์โนลด์ก็ตระเวนเลยค่ะ ตระเวนบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธ์
ขอให้ทัน...ขอให้ทัน
คือเรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ...ความเชื่อใคร ความเชื่อมัน

ในที่สุดดิฉันก็ได้หนังสือตอบรับทันเวลาพอดี
เส้นยาแดงผ่าแปด
จบการศึกษาด้วยการตีพิมพ์วารสารวิชาการจำนวน 5 เรื่อง
บวกกับความภาคภูมิใจในหนังสือสุขสันต์หรรษากับคุณสามีฝรั่ง
อีกจำนวน 1 เรื่อง

ถามว่าภูมิใจหรือไม่...ตอบได้ทันทีเลยว่า
ภูมิใจมากค่ะ ที่ชีวิตสำเร็จตามเป้าหมายไปอีกขั้นหนึ่ง
ตามคำสั่งสอนของอาจารย์ที่เคารพรัก เป็นทั้งที่ปรึกษาและพ่อ
Prof.Dr. Michael Padilla ที่รัฐ Georgia แห่ง USA

"Work Hard and Play Hard"

มิสซิสอาร์โนลด์ต้องขอขอบพระคุณสำหรับทุกกำลังใจ
และการสนับสนุนเสมอมานะคะ








 

Create Date : 07 มิถุนายน 2551    
Last Update : 7 มิถุนายน 2551 9:39:56 น.
Counter : 153 Pageviews.  


มิสซิสอาร์โนลด์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




&dateผู้หญิงคนหนึ่ง..บนโลกกลมๆใบนี้..
ยังมีความฝันอีกหลายอย่างที่กำลังเดินหน้าตามล่าฝัน
โดยมีคุณสามีฝรั่งคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความในบล็อกนี้ไปใช้เผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©










What's new!


บล็อกอัพเดทล่าสุด


ลูกคุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่...โรคข้อสะโพกเคลื่อนหรือหลุด


คุณสามี MR.Speedy มีโอกาสได้เข้าวงการแสดงแล้วจ้า


ซาอีดาเปลี่ยนเฝือกครั้งที่ 1 พร้อมภาพ x-ray @21 months



วิธีทำให้ลูกมีความสุขมากขึ้น..ในเวลาที่ต้องทนทุกข์ๆ ในเฝือกเกือบ 2 เดือน



เข้าโรงพยาบาลอีกครั้งเมื่อครบ 1 ปี 8เดือน



ซาอีดา...บนปก mother and care เดือนมิถุนายนนี้ค่ะ



ประสบการณ์ผ่าตัดครั้งแรกของน้องซาอีดา



ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ---กับข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด--



เสียงสะท้อนจากผู้อ่าน





Mrs. Arnold's Blog

จากบล็อกออกเป็น pocketbook

...วางแผงแล้ววันนี้..

ที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add มิสซิสอาร์โนลด์'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.