สุขสรรค์ หรรษา กับคุณสามีฝรั่ง กับมิสซิสอาร์โนลด์

Happiness&Fun with my Farang Husband

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ลูกคุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่...โรคข้อสะโพกเคลื่อนหรือหลุด

Smiley
โรคข้อสะโพกหลุด

(Developmental Dysplasia of the Hip: DDH) 


ลองสังเกตดูว่า...ลูกคุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่??



เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อม

… ดิ้นด้วยขาข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้างหนึ่ง …
… แก้มก้นสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน …
… ลักษณะกล้ามเนื้อของต้นขาทั้งสองข้างแตกต่างกัน ดังตัวอย่าง …

ลักษณะกล้ามเนื้อต้นขาที่ผิดปกติโดยมีชั้นรอยพับผิวหนัง (fold) ไม่เท่ากัน

ที่มาของภาพ: http://www.steps-charity.org.uk/images/DDH_uneven_leg_creases.jpg

… ความยาวของขาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน…
… ช่องว่างระหว่างขาทั้งสองข้างกว้างกว่าปกติ…

เวลาคลาน

...คลานด้วยการลากขาข้างใดข้างหนึ่ง...

เวลายืนหรือเดิน

... ขาข้างใดข้างหนึ่งหรือสองข้างหมุนได้มากผิดปกติ…
… มีท่าทางการเดินผิดปกติ กระโพลกกระเพลก…
… ยืนหรือเดิน โดยเท้าข้างใดข้างหนึ่งยืนหรือเดินบนปลายเท้า ยกส้นเท้าสูง...

ถ้ามี คุณควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและตรวจสอบว่า
มีอาการของโรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิดหรือไม่

...ถ้าลูกคุณเป็นโรคนี้.ยิ่งพบแพทย์เร็วมากเท่าไหร่ ยิ่งดีต่อลูกคุณเท่านั้น...

...คุณแม่ที่สนใจ มาทำความรู้จักโรคนี้เพิ่มขึ้นกันดีกว่าค่ะ เป็นความรู้ที่เราได้สืบหามาเนื่องจากลูกสาวเป็นโรคนี้ และขณะนี้อยู่ในการรักษาและดูแลโดยแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่น่ารักมากๆ ค่ะ....

------------------------------------------------------------------------------

กลุ่มคำที่ใช้เรียกโรคสะโพกเคลื่อนหรือหลุด

เมื่อก่อนนิยมใช้คำว่า Congenital Dislocation of the Hip (CDH) เนื่องจาก คำว่า Congenital เป็นคำที่อธิบายถึงอาการที่เกิดขึ้นแต่กำเนิด (at birth) แต่ในปัจจุบันนิยมใช้คำว่า Developmental Dysplasia of Hip (DDH) มากขึ้น เนื่องจากครอบคลุมอาการของโรคมากกว่า เพราะบางอาการไม่ได้เกิดขึ้นแต่กำเนิดเลย แต่เกิดขึ้นในระหว่างที่ทารกพัฒนาการหลังคลอด

เกี่ยวกับโรค

บริเวณสะโพกของคนเราปกติ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระดูกสะโพก (pelvis bone) ซึ่งบริเวณด้านข้างมีส่วนที่มีลักษณะคล้ายด้านในของถ้วยเรียกว่า เบ้าสะโพก กับส่วนบนของกระดูกต้นขาที่มีลักษณะเป็นทรงกลม (a ball on the upper end of the femur) ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะอยู่ในตำแหน่งและขนาดที่เหมาะสมเพื่อทำงานร่วมกัน (เหมือนเราจับลูกเทนนิสยัดเข้าไปในถ้วย) แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีอาการผิดปกติ เราเรียกอาการผิดปกตินี้ว่าโรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด (Developmental Dysplasia of the Hip: DDH)



ลักษณะสะโพกปกติ A: Normal และผิดปกติต่างๆ B: Dysplasia. C: Subluxation. D: Luxation

ที่มาของภาพ: http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/a/ac/Hip_dysplasia_-_schematic.jpg/400px-Hip_dysplasia_-_schematic.jpg

สาเหตุของโรค

ปกติโรคนี้จะพบในเด็กยุโรป มากกว่าเด็กเอเชีย พบประมาณ 1.5 - 20 คน ในจำนวนเด็กแรกเกิดที่มีชีวิต 1000 คน ยังไม่มีการรายงานว่าโรคนี้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งอย่างชัดเจน อาจเกิดได้จากพันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อม แต่ทั้งนี้ พบว่า มีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ส่งผลทำให้เกิดการของโรคได้ เช่น

1.ลูกผู้หญิง เนื่องจากการรายงานพบว่า เด็กที่เป็นโรคนี้พบว่าเป็นเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กชาย มีอัตราส่วน เด็กผู้หญิง: เด็กผู้ชาย อยู่ประมาณ 5-8 คน : 1 คน (อาจเนื่องมาจากฮอร์โมนเพศ)
2.เป็นลูกคนแรกของครอบครัว เนื่องจากบริเวณมดลูกและช่องคลอดของแม่ยังขยายตัวไม่มากนักอาจบีบรัดตัวลูกน้อย
3.พบในขาซ้ายมากกว่าขาขวา
4.ทารกเอาก้นลง ในไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ (Breech birth or breech position in the last three months of pregnancy )
5.ของเหลวในครรภ์น้อย น้ำคร่ำที่ล้อมรอบตัวเด็กอาจมีปริมาณน้อยเกินกว่าปกติ
6.ประวัติครอบครัว มีประวัติคนในครอบครัวมีอาการของโรคนี้มาก่อน
7.ทารกตัวใหญ่ ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักตัวมากขณะที่มารดามีขนาดตัวที่เล็ก
8.ห่อตัวแน่นเกินไป การห่อตัวทารกแรกเกิดแน่นจนเกินไป
9.เท้าหรือคอผิดปกติ. เด็กที่มีอาการเท้าผิดปกติหรือคอเกร็ง (foot deformities or tightness in the neck)
10.ฮอร์โมนมารดา ฮอร์โมนของมารดาขณะตั้งครรภ์ส่งผลต่อการตอบสนองของทารก

การตรวจหาอาการของโรค

ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ เช่นในแถบยุโรป มีข้อบังคับให้ทำการอัลตราซาวด์เด็กแรกเกิดทุกคนเพื่อตรวจหาอาการของโรค หรือตรวจหาอาการขั้นพื้นฐานกับเด็กทารกก่อนกลับบ้าน แต่ในประเทศไทยยังไม่มีข้อบังคับนี้

หากลูกของคุณมีอาการน่าสงสัยดังกล่าวข้างต้น หรือมีปัจจัยเสี่ยงแนะนำให้สังเกตลูกอย่างใกล้ชิดพร้อมกับปรึกษาแพทย์ประจำตัวลูกเพื่อตรวจหาอาการต่อไปค่ะ
- วิธีการตรวจขั้นพื้นฐานคือการสังเกตลักษณะอาการภายนอก (ตามอาการดังกล่าว) และแพทย์ใช้วิธีการตรวจโดยใช้มือขยับหมุนขา (มักใช้ตรวจหาในช่วงแรกหลังคลอด)
- อัลตราซาวด์ (มักใช้เมื่อทารกอายุ 6 – 8 สัปดาห์) หรือใช้เพื่อยืนยันผลจากการตรวจวิธีการพื้นฐาน
- เอ็กซเรย์ Computed Tomography Scan (CT or CAT SCAN) หรือMagnetic Resonance Imaging (MRI) มักใช้ประกอบการรักษาอาการของโรคเพื่อติดตามอาการ

ความรู้สึกของลูกที่มีอาการของโรค

แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนเมื่อรู้ว่าลูกมีอาการของโรคนี้ต้องกังวลถึงความเจ็บปวดของแก้วตาดวงใจ มีเอกสารเผยแพร่กล่าวว่า ลูกของคุณไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใดกับอาการของโรค จะมีแต่พ่อแม่เท่านั้นที่รู้สึกเจ็บปวดแทนลูก

วิธีการรักษาและผลการรักษา
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่า
“ยิ่งพบแพทย์เร็วมากเท่าไหร่ ยิ่งดีต่อลูกคุณเท่านั้น”
เนื่องจากเกี่ยวกับความยุ่งยากของการรักษาในระหว่างช่วงอายุต่างๆ ของทารก หรือ ตามลำดับขั้นของการรักษาอาการของโรค ดังนี้

ตรวจพบระยะแรกเกิด-ประมาณ6เดือน

ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “Lightweight splint” เป็นสายรัดที่ดึงให้ขาทารกน้อยอยู่ในท่ากบ หรือไฟเบอร์กลาสที่มีลักษณะคล้ายกระดองเต่าเช่นเดียวกับน้องซาอีดาใส่ เพื่อสนับสนุนให้การเจริญเติบโตของกระดูกเบ้าสะโพกและหัวสะโพกพัฒนาอย่างเหมาะสม ซึ่งแพทย์จะใส่ไว้ตลอดเวลาใช้เวลาในการใส่ประมาณ หลายสัปดาห์ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของกระดูกทารกแต่ละราย


ภาพ Spint ที่ใส่ไว้ยกให้ขาอยู่ในท่ากบ

ที่มาของภาพ:http://www.steps-charity.org.uk/images/DDH-pavlik-harness.jpg


ตรวจพบระยะ 6 เดือนขึ้นไป

ส่วนใหญ่ในรายที่พบว่าการรักษาในระดับแรกไม่ประสบผลสำเร็จ หรือตรวจพบอาการหลังจากทารกมีอายุประมาณ 2 เดือนขึ้นไป มักต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ใช้วิธีการเอ็กซเรย์ CT หรือ CAT SCAN หรือ MRI เพื่อสังเกตอาการ ควบคู่ไปกับการผ่าตัดเล็กก่อน ใช้มือจัดดันกระดูกให้เข้าที่ ตามด้วยการใส่เฝือกแข็งไว้ หากไม่ได้ผลหรือตรวจพบช้า

ตรวจพบระยะ 1 ปีขึ้นไป
ควรได้รับการผ่าตัดใหญ่เพื่อปรับแต่งและจัดให้กระดูกสะโพกเข้าเบ้าได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
อย่างเช่นซาอีดาทำมาหมดทุกขั้น แต่ไม่เป็นผล เนื่องจากกระดูกเบ้าสะโพกและกระดูกต้นขาผิดรูป คุณหมอต้องผ่าตัดใหญ่เข้าไปตกแต่งกระดูกเหล่านั้นพร้อมใส่แผ่นเหล็กดามไว้ซึ่ง หลังการผ่าตัดต้องใส่เฝือกแข็งไว้หลายสัปดาห์หรือหลายเดือนเช่นกัน อาจต้องมีการใส่กระดองเต่าหลังจากถอดเฝือกแข็งสักระยะหนึ่ง พร้อมติดตามการรักษากับแพทย์เชี่ยวชาญทางกระดูก


เฝือกแข็งใส่เอาไว้ยึดขาและสะโพกสองข้าง เจาะรูตรงกลางไว้ขับถ่าย

ที่มาของภาพ:http://www.steps-charity.org.uk/images/DDH-hip-spica.jpg

ผลการรักษา

จากการรายงานที่ผ่านมา พบว่า ผลการรักษาขึ้นอยู่กับอาการของโรคและการพัฒนาการของกระดูกเด็กเฉพาะแต่ละคน ไม่สามารถยืนยันผลการรักษา100 เปอร์เซ็นต์ได้กับเด็กทุกคน แต่หลังจากเด็กได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเติบโตขึ้นมีชีวิตที่สมบูรณ์ต่อไปได้

ศัพท์ทางการแพทย์เกี่ยวกับโรค

ถ้าลูกคุณมีอาการดังกล่าว ในระหว่างการรักษาอาจได้ยินศัพท์ทางการแพทย์ต่างๆ เหล่านี้จากคุณหมอได้ค่ะ(เผื่อเวลาคุยกับคุณหมอจะได้เข้าใจค่ะ เพราะดิฉันตอนแรกก็งงๆ โชคดีที่เรียนสายวิทาศาสตร์เลยพอเชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียนมาได้ค่ะ)

- “Acetabular dysplasia” คือ ลักษณะที่กระดูกเบ้าสะโพก ตื้นเกินไป
- “Subluxated hip” คือ ลักษณะที่บริเวณรอยต่อกระดูกจับกันไม่มั่นคง ทำให้ส่วนบนของกระดูกต้นขาที่มีลักษณะคล้ายลูกบอลเคลื่อนไปมาได้ หรือหลุดออกบางส่วน
- “Luxation” คือ ลักษณะที่หัวกระดูกต้นขาหลุดออกจากเบ้าอย่างสมบูรณ์

เอกสารอ้างอิง

- Clinical Trails Feeds.org. 2010. Universal Ultrasound-screening for Developmental Dysplasia of the Hip in Newborn. Available: http://clinicaltrialsfeeds.org/clinical-trials/show/NCT01053299

- Lucile Packard Children's Hospital. 2011. Developmental Dysplasia of the Hip (DDH). Available: http://www.lpch.org/DiseaseHealthInfo/HealthLibrary/orthopaedics/ddh.html

- Royal Prince Private Hospital. 2011. Developmental Dysplasia of the Hip. RPA Newborn Care Guideline. Available: http://www.sswahs.nsw.gov.au/rpa/neonatal/html/docs/DDHips.pdf

- Steps. 2011. Developmental Dysplasia of Hip-DDH. Available: http://www.steps-charity.org.uk/links/1-0-home.php
Wikipedia. 2011. Hip Dysplasia (Human). Available: http://en.wikipedia.org/wiki/Hip_dysplasia_(human)

-----------------------------------------------------------------------

ไม่อยากให้คุณแม่นิ่งนอนใจนะคะ มีคำกล่าวว่า...

"You have to be aware that nature can play dirty tricks"
"พึงระวังไว้เสมอว่า...ธรรมชาติมักจะเล่นตลกกับเราเสมอ..."

ดังนั้น หากมีข้อสงสัยอาการดังกล่าว


ที่มาของภาพ:http://www.pediatric-orthopedics.com/Treatments/Hips_n_Chairs/Prevent/XrHips.jpg

ขอให้โชคดีทุกคนค่ะ


Create Date : 20 พฤษภาคม 2554
Last Update : 21 พฤษภาคม 2554 7:36:26 น. 0 comments
Counter : 9401 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิสซิสอาร์โนลด์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




&dateผู้หญิงคนหนึ่ง..บนโลกกลมๆใบนี้..
ยังมีความฝันอีกหลายอย่างที่กำลังเดินหน้าตามล่าฝัน
โดยมีคุณสามีฝรั่งคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความในบล็อกนี้ไปใช้เผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©










What's new!


บล็อกอัพเดทล่าสุด


ลูกคุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่...โรคข้อสะโพกเคลื่อนหรือหลุด


คุณสามี MR.Speedy มีโอกาสได้เข้าวงการแสดงแล้วจ้า


ซาอีดาเปลี่ยนเฝือกครั้งที่ 1 พร้อมภาพ x-ray @21 months



วิธีทำให้ลูกมีความสุขมากขึ้น..ในเวลาที่ต้องทนทุกข์ๆ ในเฝือกเกือบ 2 เดือน



เข้าโรงพยาบาลอีกครั้งเมื่อครบ 1 ปี 8เดือน



ซาอีดา...บนปก mother and care เดือนมิถุนายนนี้ค่ะ



ประสบการณ์ผ่าตัดครั้งแรกของน้องซาอีดา



ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ---กับข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด--



เสียงสะท้อนจากผู้อ่าน





Mrs. Arnold's Blog

จากบล็อกออกเป็น pocketbook

...วางแผงแล้ววันนี้..

ที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add มิสซิสอาร์โนลด์'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.