bloggang.com mainmenu search

                 Alpha Lipoic Acid หรือ ALA เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ครอบจักรวาล(Universal Antioxidation) ถูกใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และทดลองทางคลีนิกในปี ค.ศ 1950 และได้รับการยอมรับในแง่ของสารต้านอนุมูลอิสระ ในปีค.ศ 1988

                 ร่างกายสามารถสร้างได้เอง พบมากที่ตับ,เนื้อเยื่ออื่นๆและอาหารบางชนิดเช่น บร็อกโคลี่ ผักขม เครื่องในสัตว์ ยีสต์ มะเขือเทศ แต่ไม่มากพอที่จะใช้เพื่อเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(ชะลอความเสื่อมของเซลล์) บางประเทศอนุมัติให้เป็นยารักษาโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน (คนที่เป็นเบาหวานนานเกิน 5 ปีขึ้นไป มักจะมีอาการชาปลายมือปลายเท้า เฉพาะบริเวณข้อมือหรือข้อเท้าเท่านั้น ) โรคตับอักเสบ เช่น ประเทศเยอรมัน แต่ในอเมริกาและญี่ปุ่น จัดเป็นอาหารเสริม

                  ทำหน้าที่เปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็นพลังงานและคอยจัดการกับอนุมูลอิสระ(Antioxidant)ที่ถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการสลายกลูโคสภายในเซลล์ จึงมีผลในการลดน้ำตาลได้อีกด้วย แต่จะสร้างลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ทั้งสามารถออกฤทธิ์ได้ในส่วนของร่างกายที่เป็นน้ำและน้ำมัน เรามารู้จักก่อนนะคะว่าวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอีและวิตามินเค อาศัยน้ำดีช่วยในการดูดซึม ร่างกายเก็บสะสมไว้ที่ตับ หากมีมากเกินจะเกิดอาการแพ้ได้ ส่วนวิตามินที่ละลายได้ดีในน้ำ เช่น วิตามินบีและวิตามินซี ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้จากการกินเข้าไปเท่านั้น หากมีมากเกิน ร่างกายจะขับออกมาทางปัสสาวะ ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระแทบทุกตัวจะออกฤทธิ์ได้ดีในส่วนที่เป็นน้ำหรือน้ำมัน เท่านั้น

                  อนุมูลอิสระถือเป็นตัวเร่งที่สำคัญอันดับต้นๆที่ทำให้คนเราเข้าสู่วัยชรา ก่อนเวลาอันควร ปัจจัยที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ คือ ความเครียด มลภาวะ อาหารขยะ แสงแดดและการนอนดึก(ช่วงเวลา 22.00-02.00 เป็นเวลาที่อวัยวะภายในต้องได้รับการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเพื่อพร้อมใช้งานในวันต่อไป) ไม่เคยมีใครนอนดึก แล้วตื่นขึ้นมาสวยเด้งเลยซักคน มีแต่โทรมกับโทรมค่ะ

                  กรดอัลฟ่าไลโปอิก มีบทบาทส่งเสริมการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นให้กลับมาใช้งานได้ใหม่ เช่น วิตามินซี วิตามินอี กลูต้าไธโอนและCOQ10 เลิศเลอเพอร์เฟคที่สุดนะเนี่ย ปกติ สารต้านอนุมูลอิสระพวกนี้เมื่อผ่านกระบวนการกำจัดอนุมูลอิสระแล้ว จะหมดฤทธิ์ทันทีแต่กรดอัลฟ่าไลโปอิกจะชุบชีวิตให้ฟื้นคืนเพื่อทำหน้าที่อีกครั้ง ว๊าว!ดีจังเลยค่ะ

                  นอกจากนั้น ยังเพิ่มปริมาณกลูต้าไธโอนที่ผลิตได้ในร่างกาย โดยกระบวนการนี้จะทำให้ขจัดสารพิษออกจากตับได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย มิน่า!คนที่กินวิตามิน Alpha Lipoic Acid 600mg,Grape Seed 300 mg,Lyc-o-mato 15 mg และ Ester-c 1000mg วันละเม็ด ถึงได้มีออร่ามาแต่ไกล ขาวใสยังกับหลอดไฟนีออนแน่ะ

                  มีประโยชน์อย่างไร
1.กระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนในการย่อยเผาผลาญน้ำตาลให้เป็นพลังงาน จึงมีส่วนช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้ดีขึ้น

2.กรดอัลฟ่าไลโปอิก มี Sulfurเป็นองค์ประกอบ ช่วยทำให้ผิวสะอาด รวมถึงลดอาการบวมแดงจากสิวได้อีกด้วย

3.กรดอัลฟ่าไลโปอิก ช่วยลดขนาดของรูขุมขน จึงทำให้ต่อมไขมันทำงานได้น้อยลง รูขุมขนจึงกระชับขึ้น

4.ในอเมริกาและสวีเดน กรดอัลฟ่าไลโปอิก ความเข้มข้น 5% นิยมนำมาผสมในครีมลดริ้วรอยเพื่อช่วยลดริ้วรอยลึกจากการทำลายของแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยม จากคุณสมบัติ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว

5.ใบหน้าขาว สว่างใส จากการที่กรดอัลฟ่าไลโปอิกดึงกลูต้าไธโอน กลับมาในฟอร์มที่ใช้งานได้อีก ถ้างั้น ก็ไม่ต้องกินอาหารเสริม กลูต้าไธโอน ได้สินะเพราะมีโมเลกุลใหญ่มาก กลืนลงไปกระเพาะย่อยหมดไม่เหลือซาก คนจึงนิยมฉีดเข้ากระแสเลือด งัยค่ะ

6.ลดอาการปวดไมเกรน

7.ปัองกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

8.ร่างกายแข็งแรงขึ้น จากการที่กรดอัลฟ่าไลโปอิก กระตุ้นให้กลูต้าไธโอนขจัดสารพิษออกจากตับได้อย่างรวดเร็ว

                แค่ประโยชน์ไม่กี่อย่าง ยังน่ากินได้มากขนาดนี้ แป้งเพิ่งเริ่มกินวิตามิน Alpha Lipoic Acid 600mg เพียงเดือนเดียว ผิวเปลั่งปลั่ง ขาวสว่างใส รูขุมขนกระชับ อย่างที่ไม่ได้รับจากวิตามินตัวไหนมากเท่านี้อีกแล้ว

                ลืมบอกไป ใบหน้าของแป้งขาวผ่องขึ้น จนต้องเปลี่ยนเบอร์แป้งเลยค่ะ ปกติ ใช้ primer ของ guerlain และใช้รองพื้นของ cle de peau แบบ fluid เบอร์ oc10แล้วตามด้วย แป้งฝุ่นของ lanagie เบอร์ 01 ตอนนี้ต้องเปลี่ยนใหม่หมดเลย ไม่งั้นหน้าจะขาวลอย เฮ้อ! ตกลงหน้าขาวขึ้นแล้วมันดีตรงไหนเนี่ย ก่อนหน้านั้น กิน Alpha Lipoic Acid 300mg ของ swanson มา 8เดือน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้แต่นิดเดียว เลยรู้ว่า วิตามินทุกไลน์ของเค้าเกรดต่ำมาก ราคาจึงถูก นั่นเอง








                รูปนี้ถ่ายเมื่อครั้งไปเที่ยว อังกฤษ- สก็อตแลนด์ ตอนนั้นอายุ 36 ปี ระหว่างที่รอเช็คอินห้องพักที่ วินเดอร์เมียร์ เลคไซต์ ประมาณ 2-3 ทุ่ม เป็นโรงแรมที่สวยม๊าก อยู่กลางป่าเขา มีแมกไม้เขียวขจี แป้งโชคดีได้ห้องพักอยู่ชั้นล่าง เค้าจัดห้องได้น่ารักมากๆ กว้างสุดๆ พอตอนเช้าเปิดประตูออกมา เจอระเบียงมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งจิบชาสวยแบบผู้ดีอังกฤษ มองออกไปเห็นทะเลสาบ สวยมากมาย มีหงส์ 5-6ตัวลอยไปมา แป้งนึกว่าตัวเองอยู่ในดินแดนแห่งเทพนิยายเสียอีก ยังกะสวรรค์ชั้นฟ้าเลยค่ะ โรแมนติคสุดๆ หงส์ทุกตัวที่เกิดในสหราชอาณาจักร เป็นสมบัติของพระราชินีอลิซาเบทที่ 2 เพียงผู้เดียว ห้ามใครล่าหรือฆ่าโดยเด็ดขาด มิฉะนั้น จะมีความผิดตามกฎหมายค่ะ ขณะนั้นสายฝนโปรยปรายเล็กน้อย เดินออกไป 10ก้าวก็ถึงทะเลสาบแล้ว มีพี่ๆร่วมคณะกางร่มถ่ายรูปไว้เป็นที่ระทึก 2-3คน แต่แป้งคงไม่ไปถ่ายรูปกะเค้าหรอก กลัวจับไข้ จะเที่ยวไม่สนุก แป้งเหลือบมองนาฬิกา ว๊าย! จะ 6.30 น.แล้ว ยังไม่ได้อาบน้ำเลย ไปดีกว่า เดี๋ยวไม่ทันกินข้าวเช้า 

                 
Create Date :09 กันยายน 2555 Last Update :20 กุมภาพันธ์ 2557 11:13:58 น. Counter : 68093 Pageviews. Comments :463