พบนางหว่างทางกลางทุ่ง

ภาพของ Tracy MacEwan มีที่ //www.tracymacewan.com


1.

พบนางหว่างทางกลางทุ่ง
ขณะมุ่งรุ้งสวยสุดฟ้าใส
ขาเมื่อยเหนื่อยล้ามาไกล
เธอทักพักได้ณที่นั้น
ช่างเอื้อน้ำใจให้ชีวิต
แม้น้อยนิดนิดถ้อยสั้นสั้น
ร่างล้าฝ่าพิษสารพัน
จึงรับใจปันพร้อมปันใจ
จากนั้นเธอพายังกระท่อม
ย่อมย่อมซอมซ่อพออยู่ได้
มีญาติเป็นหญ้าเป็นป่าไพร
ย่อมย่อมแต่ใหญ่ภายในนั้น
เธอเชิญฉันนั่งเก้าอี้ไม้
เธอนั่งใกล้ใกล้แต่โต๊ะกั้น
ต่างก้มหน้ามองแล้วจ้องกัน
ฉันรับตานั้นไม่ตั้งใจ
ฉันเอ่ยคำพูดตะกุกตะกัก
เว้นเว้นวรรควรรคพูดแต่ใบ้
ต่างเอ่ยเวียนวนไม่ทันใด
ต่างได้ถ้อยความ ณ ยามนั้น

2.

เฮ้อ แล้วค่อยรู้ตัวว่าเผลอหลับ
ฟุบกับโต๊ะไป เอ๊ะใครนั่น
เคลื่อนร่างสอางองค์กลางดงควัน
ฉันเดินไปดูพลันไม่ตั้งใจ
ท่ามมืดค้อมคำนับกับราตรี
มีแสงดวงดาวอันพราวไสว
แสวงนางกลางฝันแลควันไฟ
สักพักพบได้คือนางนั้น

“งามพราวเจ้าดาวประกายพรึก”
ผลึกถ้อยตะกอนล่างสรรพางค์สั่น
“ประกายดาวหรือเจ้าที่งามนั่น”
สองนัยฉับพลันโดยตั้งใจ

“ฉันหลับไปนานเท่าไหร่หนอ”
..........................................“ร้อยเพลงไผ่คลอพอนับได้”
“เงียบเหงาเหลือเกินอ้างว้างไกล”
..........................................“โปรดเถิดคุยให้แก้เหงานั้น”

แต่ไม่รู้จะคุยอะไรดี
ราตรีก็เงียบไปสั้นสั้น
เมื่อจะพูดก็จะพูดขึ้นพร้อมกัน
“เชิญเธอก่อนฉัน”ต่างพร้อมใจ…

แล้วจากนั้นก็เงียบขึ้นอีกครา
สองคนยื่นหน้ามาใกล้ใกล้
ต่างรับฟังแต่ละคนจะพูดอะไร
แล้วฉันกล้าพูดก่อนไปทันใดนั้น

3.

“ไยเจ้าเฝ้าทุ่งที่ไกลถิ่น-
คนล้านนอนกินแลสังสรรค์”
..........................................“เย้าหยอกทุ่งยุ่งทุ่งหญ้ากัน
............................................โลมล้อกายฉันประทับใจ”
“ลมหนาวหนาวกายบ้างหรือเปล่า
เสื้อหนาวจะไปหามาให้ใส่”
...........................................“ไม่ต้องหรอกหากโพ้นฟ้าดาวมีไฟ
.............................................เราย่อมได้อุ่นไอจากที่นั้น”
“ดูหิ่งห้อยนั่นสิละอองดาว”
.............................................“งามวะวิบสกาวเพริศเฉิดฉัน”
“แต่หิ่งห้อยห้อยห่วงติดบ่วงจันทร์
ฉันต้องรีบดั้นก่อนติดบ่วงใจ”
..............................................“โอ้ ท่านนักเดินทางระหว่างคืน
...............................................ยามตื่นท่านจะมุ่งสู่แห่งไหน
...............................................ธารหวานหากฉ่ำสู่แห่งใด
...............................................ท่านย่อมพักได้ณที่นั้น”
“อยากจะเฝ้าเจ้านี้ที่ธารหวาน
แต่ธารเช่นนี้ไม่มีฝัน
กักชีวิดติดกรอบรอบใจรั้น
ย่อมพิฆาตปิดกั้นจนสิ้นใจ”
..............................................“ท่านนักเดินทางระหว่างดาว
................................................โลกหนาวเช่นนี้จะไปไหน
................................................คว้าความเปลี่ยวร้างหรืออย่างไร
................................................ท่านอยู่ทุ่งใดได้ทุ่งนั้น”
“ฉันหารุ้งฝันตะวันสวย
อำนวยพวยแสงแสดงฝัน
พรรณรายสายสรวงพวงอำพัน
งามภาพนิรันดร์ประทับใจ”
.................................................“ท่านนักเดินทางระหว่างหล้า
...................................................ดวงตาท่านพักที่นี่ได้
...................................................ปลดความกร้านกล้าใช่ค่าไร้
...................................................มีค่าเช่นไรไอ้ค่านั้น”
“สัจจธรรมคือดาวอันพราวพร่าง
อุดมคติฝังร่างบนสรวงสวรรค์
วิญญาณกระซิบ แสวงแสวง ให้แจ้งพลัน
ใจลั่นอกร้องจนก้องใจ”
...................................................“ท่านนักเดินทางไม่รู้จบ
.....................................................แสวงพบ ใคร่พบ ไม่พบได้
.....................................................ใช่ว่ามีทางออกทั้งนอกใน
.....................................................สร้าง กับ เช่นไรติด กับ นั้น”
“อย่าเลยเธออย่ามาฉุดรั้ง
ขู่ปดปลดพลังสิ้นหวังพรั่น
ความคิดเช่นนี้หากมีกัน
มันเหงาเปล่าค่าน่าเศร้าใจ”
.....................................................“เชิญเถิดนักเดินทางไม่รู้จบ
.......................................................วงแสวงไม่จบพบไม่ได้
.......................................................หากเราเจอกันอีกในวันใด
.......................................................ย่อมความเหงา โปรดให้เป็นดังนั้น”





รุ่งเช้าย่ำเท้าไม่ทักทาย
เสียงเธอร้องไห้ไม่เหลียวหัน
ลมหวนอย่าหวนหาอย่าจาบัลย์
หากฉันเผลอหวนคงสิ้นใจ








4.

เสียนางหว่างทางกลางทุ่ง
ขณะมุ่งรุ้งสวยสุดฟ้าใส
แสวงไปแสวงมาไม่พบอะไร
เอาแต่ฝันถึงใครในทุ่งนั้น






ปล. คราวนี้เอางานกลอนเก่า (มาก) มาโพสท์ใหม่ครับ ชิ้นนี้เขียนเมื่อ 9 ปีที่แล้ว คิดว่าปัจจุบันคงเขียนแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว



Create Date : 31 สิงหาคม 2550
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 1:29:05 น.
Counter : 488 Pageviews.

2 comments
คนละฟากฟ้า - บทที่ 39 ดอยสะเก็ด
(21 ก.ย. 2564 11:33:51 น.)
错失先手 Cuòshī xiānshǒu พลาดโอกาสลงมือก่อน Kavanich96
(19 ก.ย. 2564 05:09:27 น.)
:: พู่กันเดียว - โคลนและน้ำ :: กะว่าก๋า
(17 ก.ย. 2564 06:23:28 น.)
Women in White เพื่อเธอ เพื่อฉัน...เพื่อเรา - บทที่ ๙ (YURI) นิ้วนาง-เดียนา
(17 ก.ย. 2564 17:45:44 น.)
  
คุณคะ นักเดินทาง

"คุณคะ นักเดินทาง
พอจะว่างหยุดพักไหม
เหนื่อยนักหยุดพักใจ
พักกายให้หายเมื่อยล้า

คุณคะ อย่าเพิกเฉย
ลมรำเพยเชยอ่อนอ่า
ฉันจะจัดข้าวปลา
ไว้รอท่า ณ ที่นี้"

"ผมคือนักเดินทาง
พบเพียงผ่านไม่ใยดี
พบคุณแม้สุขขี
แต่ผมมีที่ปลายทาง"

"คุณคะ คุณออกเดิน
ดั่งนกเหินไม่แลล่าง
แน่ใจหรือปลายทาง
จะสว่างดังคาดคิด"

"คุณครับชีพนี้หนา
มีชะตาฟ้าลิขิต
แรงใจดุจเข็มทิศ
โหมชีวิตเหนือแรงลม"

"อย่างไร คุณก็ไป
แม้ฉันไซร้จะขื่นขม
ฉันยิ้มทั้งอกตรม
เฝ้าขอลมพัดคุณดี
ขอให้คุณถึงฝั่ง
ที่คุณฝันให้สุขขี
ส่วนฉันตัวฉันนี้
จะอยู่ที่กระท่อมนา
รุ้งนั้นอยู่ฟ้าโน้น
ฉันมิโผนมินำพา
เรานั้นคงต้องลา
กลั้นน้ำตาสุดอาลัย"

ลาก่อน นักเดินทาง
พบเพื่อห่างมิเป็นไร
เจอฝันแล้ววันไหน
คิดพักใจค่อยหวนคืน
เขาจากไปใจเศร้า
เหลือเพียงเงาอันขมขื่น
เฝ้ารอมิอาจฝืน
ให้เขาคืนเดินกลับลำ
ลาแล้วนักเดินทาง
เดินคล้อยห่างพาใจช้ำ
เรื่องดีฉันจดจำ
สถิตย์ย้ำใจส่วนลึก
ชีวิตต้องดำเนิน
ใจห่างเหินเลิกหวนนึก
คืนผ่านพาใจสึก
เลิกระลึกนักเดินทาง

...
...
...
...
...
...
...
...
...

"คุณครับผมกลับมา
หลังตามหาจนฟ้าสาง
เลิกแวะเรี่ยรายทาง
กลับมาสร้างรังกับคุณ"

"คุณ ... อ้อ ... นักเดินทาง
ที่พบหว่างทางเดินทุ่ง
จำได้คุณมุ่งรุ้ง
เลิกยุ่งหาแล้วหรือไร"

"สุดขอบทางสีรุ้ง
ที่ผมมุ่งเดินตามไป
ไม่พักไม่แวะไหน
กลับไร้ใครให้ใจรอ
ผมหยุดนึกตรึกตรอง
ถึงเราสองแล้วใจท้อ
คิดใหม่แล้วหวนขอ
คุณยังรอผมนี่นา"

"คุณคะ" ... ฉันอ้ำอึ้ง
"คุณเป็นถึงชายแปลกหน้า
มิพักคิดสักครา
เชียวหรือว่าฉันก็ก้าว
ตามทางของตัวฉัน
เดินตามวันที่ทอดยาว
แม้ไร้สิ้นแสงดาว
พาให้หนาวยะเยือกเย็น
แต่ฉันก็ยังเดิน
ยังคงเหินตามทางเข็ญ
แม้ไร้เงาคนเช่น
คุณเพื่อเป็นแสงส่องทาง

ขอโทษ ที่มิรอ
มิอาจขอนักเดินทาง
เราสองพบเพื่อห่าง
ต่างคนสร้างทางชีวิต
คุณว่าชีพคุณหนา
มีชะตาฟ้าลิขิต
ส่วนฉันนั่งเพ่งพิศ
ใช้ชีวิตตามสมควร

ขอโทษ นักเดินทาง
แต่เราห่างเกินคืนหวน
จิตใจใช่โซ่ตรวน
มิบังควรผูกล่ามใคร
ขอเชิญ พักดื่มน้ำ
ก่อนเดินตามทางของคุณ
หยุดพักใจหายวุ่น
ก่อนอรุณจะเยื่ยมเยือน"

ลาก่อน...นักเดินทาง
เมื่อคุณห่างใจเสมือน
ความสงบมาพักเรือน
เราเป็นเพื่อนระหว่างทาง
มิอาจมาบรรจบ
มิเพื่อพบแต่เพื่อห่าง
ขอให้ที่ปลายทาง
มีรุ้งพร่างรอรับคุณ

เคยเขียนตอบหมาป่าแห่งทุ่งหญ้าสเตปป์ไว้ตั้งแต่สมัยที่คุณจบกลอนนี้ใหม่ๆ แต่ว่าคำตอบทั้งหมดกลับระเบิดหายไปพร้อมกับโน้ตบุ๊คเครื่องเก่า ทำให้ต้องกลับมาแต่งใหม่อีกครั้ง ... เนื้อหาเปลี่ยนไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

กาลเวลาเปลี่ยน กลอนคนเปลี่ยนไปจริงๆ

เราเสียใจ ที่เราเลิกเขียนตั้งแต่ตอนโน้นนะ หมาป่าแห่งทุ่งหญ้าสเตปป์ ... เราเสียใจจริงๆ
โดย: The Lonely Linx IP: 58.8.123.84 วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:21:38:21 น.
  
คิดถึงงานเก่าของ The Lonely Linx ที่หาไม่ได้แล้วมากเลยนะ รู้ว่าสมัยก่อนพริ้งพราวอยู่พอตัว ก็ทำให้อยากอ่านมากขึ้น

กาลเวลาเปลี่ยน กลอนของเรายาวๆนี้ก็เหมือนเดิม แต่ว่าพอมาอ่านใหม่ตอนนี้ความรู้สึกเปลี่ยนไป

มันไม่ได้ร้อน ไม่ได้รุนแรงเหมือนแต่ก่อน แต่ว่าอ่านอย่างนิ่งมากขึ้น

โลกรอบตัวก็เปลี่ยนไป คนรอบตัวก็เปลี่ยนไป

บางทีนักเดินทางอาจจะไม่ต้องเดินทางไกลไปที่ไหน

เดินทางในโลกประจำวันรอบตัว เดินทางผ่านสายธารเวลา

เท่านี้ก็เหน็ดเหนื่อยเพียงพอแล้ว
โดย: SteppenWolf วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:0:29:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Pakornlulu.BlogGang.com

SteppenWolf
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]