Poetry begins to communicate long before it is understood.
Group Blog
 
All Blogs
 

7 ส่วนจากโซล




เส้นทางบิน



จะว่าอะไรไหมถ้า
ตอนมาสุวรรณภูมิ
ฉันลุ่มหลงป้ายบอกทางไปชลบุรี
หัวใจฉันอยู่ที่นั่น
แต่เมื่ออยู่บนเครื่องบิน
ดวงใจฉันนิ่งสงบ ตกตะกอน
ใบหน้าที่งดงามของเธอ
แผนที่แห่งผืนฟ้า
ยืนยันเสมอว่า
ฉันยังอยู่ในเส้นทาง



จุดหมายกลางทาง


การเดินทางที่ฉับไว
ไม่มีเวลามองไปนอกหน้าต่าง
สะท้อนกับภายใน
กลั่นตัวเป็นบทกวีที่มี
จังหวะหายใจช้าและเนิบยาว

บทกวีสมัยใหม่
หายใจถี่รัว
สมาธิสั้น






โซลฟู้ด


สีสายรถไฟแห่งกรุงโซล
วุ่นวายเหมือนข้าวยำ
ขยำคลุกลงในแอ่งขนาดใหญ่
เปลี่ยนจากรสหนึ่งไปยังอีกรถหนึ่ง
นั่งไปจนเกือบสุดทาง
อร่อยจนวางไม่ลง




หา(ย)ทาง


ในเมโทร
ครั้งแรกฉันเดินหลงทาง
หลังได้ “รักร้าง” (Lost Love)
หนังสือกวีนิพนธ์
ของ Kim Sowol
จากร้านหนังสือมือสอง
มองย้อนเส้นทางกลับไป
ครั้งนี้ฉันเดินทางมาสัมมนา
หรือมาตามหาอะไร
หาทาง?






ลืมเลือน


ฉันเคลื่อนที่ราวเข็มวินาที
จากสถานีหนึ่งไปอีกสถานีหนึ่ง
เติมเต็มทุกช่องว่างบนผืนดิน
เส้นขีดก่ายไปทั่วแผนที่
ตราประทับเพิ่มขึ้นในหนังสือเดินทาง

ที่รัก
ระยะห่างของเราถ่างออกไป
ตลอดทุกทุกก้าวที่ฉันก้าวเดิน
แหละสิ่งที่ฉันทำให้เธอจดจำได้
ความหลงลืมระหว่างกัน






ใครบางคน


ไม่ใช่คนที่อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา
แต่เป็นคนมั่นใจได้ว่า
อยู่ใกล้ด้วยเมื่อใด
อยู่ห่างด้วยเมื่อใด



พรุ่งนี้


ขอให้ฉันได้กอดเธอคืนนี้
ราวกับว่าพรุ่งนี้ไม่มีเธออีก
แต่หากพรุ่งนี้ไม่มีเธออีกต่อไป
พรุ่งนี้จะมีค่าอะไร




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2551    
Last Update : 7 สิงหาคม 2551 3:12:31 น.
Counter : 420 Pageviews.  

เราคิดถึงกันก่อนพบปะหน้า


Free TextEditor

ภาพ Day and Night ของ Escher


เราคิดถึงกันก่อนพบปะหน้า


ก่อนรู้จักกัน


เป็นไปได้หรือ


เหมือนกับชีวิตน้อยหนึ่งนี้


ค้นหาใครที่ยังไม่รู้จัก


ไปทั่วริ้วรอยของเมืองใหญ่


และที่ขอบตาของกาลเวลา


ก่อนไร้เรี่ยวแรงพิงกายในอ้อมกอดของห้องเล็กเล็ก


จุดติดไฟเหลืองสลัวที่รอการจุดติด


และสร้างแสงเงาที่รอการเขียนสร้างมาทั้งคืน


จนเป็นส่วนผสมขององค์ประกอบที่แยกจากกันไม่ได้


ไม่ต่างอะไรกับน้ำมันที่รอเติมเครื่องยนต์


รถยนต์ที่จอดนิ่งตาย


แผ่นซีดีรอเครื่องเล่น


สเตอริโอที่นิ่งสงบ


วงออร์เคสตร้าที่ไขว่คว้าคอนดักเตอร์


คอนดักเตอร์ที่แสวงหาวงเข้ากับตน


บทกวีที่รอร่างทรงของกวีถูกจริต


และฉันเป็นคนที่รอบทกวีนั้นมาทั้งคืน


ยาวนานจนแสงอรุณเรื่อเริ่มโอบกอดผืนฟ้า


กวักมือเรียกนกเปล่งเสียงขับขาน


กวาดต้อนผู้คนออกจากบ้านบรรเลงจังหวะก้าวเท้า


สอดคล้องราวภาพวาดที่ทุกสีต่างรู้จักกันเองดีหมด


คล้ายกับฟันเฟืองที่รอคอยการขบกันตลอดคืน


ด้วยตระหนักว่าฤดูกาลหนึ่งย่อมคำนึงหาอีกฤดูกาลหนึ่ง


และสายน้ำรับรู้ว่าตกเป็นเจ้าของโดยท้องสมุทร


อย่างไม่ขัดขืน เพื่อจะยืนยันว่า


การพบเจอกันครั้งแรกนั้นสั้นแสนสั้น


ที่เหลือทั้งหลังจากและก่อนหน้านั้น


เราคิดถึงกัน


ตลอดเวลา








 

Create Date : 10 มิถุนายน 2551    
Last Update : 10 มิถุนายน 2551 18:00:30 น.
Counter : 138 Pageviews.  

ห้วงหกฤดูกาล




เธอนำลมหนาวจากแดนเหนือ
มาเมื่อลมร้อนค่อยผ่อนผ่าน
ห่างกันห้วงหกฤดูกาล
พบที่ร้านริมน้ำเจ้าพระยา
หกคนโต๊ะนั่งติดฝั่งน้ำ
ฝนพรำโปรยปรายประหนึ่งว่า
แยกไม่ได้น้ำนองกับน้ำตา
ตลอดเวลาหนึ่งคืนกลับคืนกัน
มองตาหวนย้อนคืนก่อนเก่า
เรื่องเล่าเหล้าใส่ใจสั่นสั่น
ใช้ชีวิตนักเรียนนอกไปวันวัน
เหล้ายาเธอปันสังสรรค์ไป
ห้องเช่าแม่บ้านกับการบันเทิง
พวกเรารื่นเริงด้วยเกมไพ่
กินเงินคืนนั้นไม่เป็นไร
รอยยิ้มกินใจไปอีกนาน
“กินเงินกันสัมพันธ์ยังอยู่”
ชั่วครู่กินกับข้าวเจ้าของบ้าน
ต่อด้วยก๋วยเตี๋ยวราดหน้าซัดอีกจาน
ร่วมรับความสำราญจากน้าน้า
ย่างปลาที่ตกได้เมื่อยามเย็น
ระหว่างการเที่ยวเล่นที่ริมป่า
ระยะนั้นตอนต้นพฤษภา
ก่อนฉันจะจากลาปลายเดือนนั้น
เป็นปลายเดือนที่แดดเริ่มแผดผกาย
เกสรเริ่มโปรยปรายมาถั่นถั่น
ลมร้อนเริ่มวกมาทั้งวัน
เหล้าที่เธอปันเริ่มติดรส
กี่ยิ้มหยิบยื่นจากคืนยาว
จนร้อนไล่หนาวคืนสั้นหด
ประกายน้ำยามตกปลาว่างามงด
ทะเลสาปปรากฏรอยทรงจำ
เที่ยวบินกลางคืนรื้นน้ำตา
จากลาแดนเหนือเมื่อหัวค่ำ
แล้วลมร้อนพัดพาชะตากรรม
ให้ถลำห่างลาห้าหกฤดู
เป็นเวลาโหยหาอากาศหนาว
ที่ว่าร้อนยืดยาวยิ่งหดหู่
ความสังสรรค์ภายในไม่รับรู้
แรงรังสรรค์หรุบหรู่แล้วลับลา
เป็นศพตายซากเมื่อสงกรานต์
ทนความทรมานมาปีกว่า
จนกระทั่งเสียงเธอที่โทรมา
เรียกว่าแรงฟื้นให้ตื่นตัว
เป็นอดีตอันถวิลในถิ่นเหนือ
ยามเมื่อเมฆมาจนฟ้าสลัว
รูปเหมือนควันบุหรี่ที่มัวซัว
ที่เขาเสพตัวต่อตัวอย่างคุ้นชิน
และยังคว้างอยู่ข้างเจ้าพระยา
เคียงกับไอข้าวปลาคละเคล้ากลิ่น
เทเบียร์เทเบิกบานรินเข้าริน
ปวงเราเสพกินห้วงเวลา
จนเมื่อความคิดถึงบ่มได้ที่
ล้วนทีท่าที่มีไม่มีท่า
หกฤดูอาจหกคนหกน้ำตา
การโอบกอดเตือนว่าไม่ห่างไกล
จนอีกเย็นเธอย้อนกลับแดนเหนือ
เราจะจำทุกเมื่อไปทุก"สมัย"
เรากินกันทุกสิ่งยิ่งกินใจ
จนผูกพันภายในข้ามไร้ฤดู

1. ชื่อเรื่องขอยืมมาจากเด็กใหม่ในเมือง
2. เขียนให้กับพี่สมัย พี่ไก่ น้าหน่อย ลุงฮอด และคนอื่นๆ ที่ได้เจอที่ลินเชอปิง สวีเดน (ภาพถ่ายข้างบนก็มาจากเมืองนี้)




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2551 20:00:42 น.
Counter : 115 Pageviews.  

ชั่วนิรันดร์กับอีกวันหนึ่ง


ภาพจากภาพยนตร์ Eternity and A Day

อันนา
ฉันเปิดหน้าต่างสู่ทะเลอีเจียน
จากกรุงเทพมหานคร
มองหาคุณทั่วหาดทุกแห่ง
หวังว่าจะได้เห็นคุณ
กลับไปเยี่ยมบ้านที่กรีซ
กับครอบครัวนั่งหัวร่อริมหาดและมองจ้อง
ไปยังลูกชายที่กระโจนเล่นน้ำ
และสะบัดขาข้างที่คุณเคยบอกว่า
เขาโลดเต้นจนสะดุดล้มขาหัก
และคุณเล่าด้วยสีหน้ากังวลใจ
ต่อหน้าเพื่อนร่วมห้องเรียนที่เมืองเล็กๆตอนใต้ของสวีเดน
ที่ยังเคยได้ยินคุณเล่าว่า
คุณยายตัดผมให้ทั้งครอบครัว
ช่างดูดีและสนุกสนานแค่ไหน
และคุณก็เล่าด้วยความครื้นเครง
เหมือนประกายแสงแดดวามวับจับท้องทะเล
และไม่ต่างจากเวลาที่คุณถามและอภิปรายในชั้นเรียน
ที่ช่วยสร้างแสงอาทิตย์ในวันที่เหน็บหนาว
แม้คุณจะถ่อมตัวว่าคุณราแรงและอายุมากที่สุดในหมู่เพื่อน
แต่คนกรีกก็เหมือนอโครโปลิส
ยิ่งเก่ายิ่งดูล้ำค่า ยิ่งเป็นปาฏิหาริย์
ที่ใช้ประสบการณ์ส่องทะลุเข้าไปในทุกสิ่ง
แต่บางสิ่งคุณก็ผิดพลาดด้วยการเข้ามา
กล่าวคำพูดที่ไม่คู่ควรกับฉันเลยว่า
“คุณเป็นคนฉลาด และมีอนาคตรุ่งโรจน์”
เพราะสามปีหลังจากนั้นฉันยังไม่ได้ทำสิ่งใดให้เจิดจรัส
นอกจากนอนไม่หลับ
เปิดหน้าต่าง เขียนบทกวี
แต่ก็แอบภาวนาว่า
ตลอดเวลาที่เราไม่ได้เจอกันนั้น
คุณจะเดินจากชายหาดไปยังชั้นสองของบ้าน เปิดหน้าต่าง
แล้วมองดูฉันบ้าง
สักครา




 

Create Date : 21 เมษายน 2551    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2551 20:00:30 น.
Counter : 110 Pageviews.  

การอวยพร




ผู้หญิงคนหนึ่งในอิธาคา
เธอร้องไห้เบาเบาตลอดค่ำ
ในห้องข้างข้างและสิ้นหวัง
ฉันตกหลุมรักเธอใต้ผ้าห่ม
แห่งหิมะที่ห่อคลุมทุกหลังคา
ของเมือง ที่เติมเต็ม
ทุกห้วงความมืดหม่นอนธการ

เช้าวันรุ่งขึ้น
ที่ร้านกาแฟของโรงแรม
ฉันมองดูทุกใบหน้าที่ปัดแต่ง
ของสตรี วงหน้านั้นมีผมบลอนด์วัยกลางคน
ที่หยอกล้อสาวบริกร
หรือเป็นหญิงผิวคล้ำที่กำลังยก
แก้วขึ้นเหมือนเพื่ออวยพร

ที่รัก ไม่ว่าเธอเป็นใคร
ความเข้มแข็งของเธอคือเพื่อนร่วมทางเคียงฉัน
ตลอดหลายเมืองอันเหน็บหนาว
หลังจากถูกหักอกที่อิธาคา
และเมื่อฉันสั่งกาแฟ
ในที่ที่แปลกออกไป ฉันก็ยัง
ยกแก้วขึ้น กล่าวว่า นี่แด่เธอ


แปลจาก Toast ของ Leonard Nathan




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 18 มีนาคม 2551 14:49:16 น.
Counter : 115 Pageviews.  

1  2  3  

SteppenWolf
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




The Last Renaissance Man
Free Hit Counter
Friends' blogs
[Add SteppenWolf's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.