ประชาธิปไตยเปื้อนเลือด
ถ้าจะย้อนไปในยุคประชาธิปไตยเบ่งบานในกลุ่มปัญญาชนที่เป็นนักศึกษาอาจจะนานเกินไปที่จะพูดถึง 14 ตุลา 2516 หรือ 6 ตุลา 2519 ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ฟัง และเข้าใจยากเพราะไม่มีใครเกิดทัน ขณะเดียวกันแกนนำนักศึกษาหลายคนก็กลายเป็นคนเบื้องหลังการเมืองในยุคปัจจุบันซึ่งสลับสับเปลี่ยนขั้วอุดมการณ์ไปบ้าง อาจจะทำให้คนรุ่นใหม่เกิดความสับสนว่าอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพวกเขาเหล่านั้นคืออะไรกันแน่

แต่หากจะเอาอดีตมาล้อภาพการเมืองปัจจุบันเพื่อให้คนรุ่นใหม่เจเนอเรชั่น Y เห็นภาพ ก็คือเป็นภาพประวัติศาสตร์การเมืองช่วงพฤษภาทมิฬ 2535 น่าจะเข้าใจและเห็นภาพชัดขึ้น เพราะหลายคนอาจจะเกิดทัน และยังคงเห็นบทบาทของแกนนำในยุคนั้นวนเวียนแสดงบทบาทของตนอยู่ในยุคนี้เช่นกัน แต่สิ่งที่อาจจะแตกต่างกันออกไปคือ คนที่เคยอยู่ในขั้วเดียวกันในวันนั้น กลับไปยืนอยู่ตรงข้ามกันในวันนี้



ประชาธิปไตยเปื้อนเลือด โดยรุ่งมณี เมฆโสภณ เป็นการนำเสนอเบื้องลึก เบื้องหลัง พฤษภา 35 ซึ่งเต็มไปด้วยรอยเลือด คราบน้ำตา ความคลั่งแค้น และปริศนาของผู้สูญหาย ไม่เพียงแต่พูดถึงสาเหตุของการนำไปสู่การรัฐประหารภายใต้อุ้งมือของ รสช. เมื่อ 2535 ที่ทนไม่ได้กับการคอรัปชั่นของนักการเมืองแล้ว ยังเล่าถึงภาพภายหลังจากยุติบทบาทของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีหลายสมัยที่ถูกกำหนดให้เป็นสัญลักษณ์คำว่า “อำมาตย์” ในยุคนี้ และมีนักการเมืองเข้ามาที่มาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่แทน

แต่ความโลภก็ไม่เคยปราณีใคร เมื่อผลประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินกองอยู่ข้างหน้า ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่านักการเมืองมีหรือจะไม่ไขว่คว้า จึงเกิดคำว่า “บุฟเฟ่ต์ คาบิเนต” ขึ้นตามมา กระแสกร่นด่านักการเมืองทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้นทั่วทุกสารทิศ ยังไม่ทันกินรวบประเทศไทย รสช. ก็ผุดขึ้นมารวบอำนาจแทน

แม้จะเป็นเรื่องที่ดี ที่สามารถล้มนักการเมืองคอรัปชั่นได้ แต่เพราะการกลืนเลือดตัวเองด้วยคำว่า “เสียสัตย์เพื่อชาติ” ก็ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศรับไม่ได้ ลุกฮือขึ้นมา จนกลายเป็นการนองเลือด และความสูญเสียอีกมากมาย เพราะการสืบทอดอำนาจในแนวของ “เผด็จการ” ทั้งที่ยังบริหารประเทศไม่ถึงเดือน แต่ภาพเก่าๆ เมื่อปี 2516 มันตามมาหลอกหลอน จึงทำให้กลายเป็นพฤษภาทมิฬ

แม้จะมีการนิรโทษกรรมกันไปหมดแล้ว แต่ความชิงชังในใจก็ยังมีอยู่สำหรับหลายคนที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ และผู้สูญเสียอีกจำนวนมาก

มาถึงปัจจุบันแม้ประชาธิปไตยจะมาจากการเลือกตั้งอย่างที่ประชาชนต้องการ แต่ก็ได้นักการเมืองที่ประเทศไม่ต้องการ เพราะการคอรัปชั่นที่เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นทุจริตเชิงนโยบาย และแม้จะไม่มีเผด็จการทหาร แต่ก็มีเผด็จการรัฐสภามารวบอำนาจแทน ไม่มีอะไรดีไปกว่าอะไร

จึงเหมือนกับคำโปรยบนปกหนังสือเล่มนี้ว่า “เหมือนมาไกล แต่ไปไม่ถึงไหน”



Create Date : 16 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2556 21:19:56 น.
Counter : 1836 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]