วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ถนนพระราม 9


โดย "ซูม"



ภาพจาก นสพ.ไทยรัฐ


สัปดาห์ที่แล้วทีมงานซอกแซกเชิญชวนท่านผู้อ่านให้แวะไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ถนนพหลโยธิน อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

เพื่อเรียนรู้พระอัจฉริยภาพอันอเนก อนันต์ด้านการเกษตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานไว้แก่ประเทศไทย

สัปดาห์นี้ขอนำท่านผู้อ่านไปอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานครนี้เอง ได้แก่ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ที่ถนนพระราม 9

แน่นอนวัตถุประสงค์หลักของการไปวัดก็คือ การไปทำบุญ ไปฟังเทศน์ ฟังธรรม ให้จิตใจผ่องใส อันเป็นกิจวัตรหนึ่งของพุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติติดต่อกันมานานแต่โบราณกาล

แต่สำหรับ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก นอกเหนือจากการได้บุญได้กุศลได้ความอิ่มเอมใจจากการฟังเทศน์ฟังธรรมของพุทธศาสนาแล้ว เรายังได้เรียนรู้และรับทราบถึง “ธรรมะของพระราชา”

อันได้แก่ พระวิสัยทัศน์ พระราชจริยวัตร ตลอดจนความรักความห่วงใยที่พระราชาองค์นี้มีต่อประชาชนอย่างเหลือล้นควบคู่ไปด้วย

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2538 หรือเมื่อ 20 ปีก่อน

สืบเนื่องมาจากในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่และมีบึงใหญ่ได้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม น้ำในบึงเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น และเมื่อปล่อยน้ำเน่าให้ไหลต่อไปลงแม่น้ำเจ้าพระยา

ก็จะทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาเน่าเสียไปด้วย ในหลวง ร.9 จึงมีพระราชดำริให้ดำเนินการแก้ไข เป็นที่มาของโครงการบำบัดน้ำเสียบึงพระราม 9

ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงไปหาข้อมูลในการแก้ปัญหาด้วยพระองค์เอง

ระหว่างการปฏิบัติตามโครงการดังกล่าว ก็ทรงมีพระราชดำริเพิ่มเติมว่า บริเวณนั้นไม่มีวัดอยู่เลย ควรสร้างวัดขึ้นวัดหนึ่งเพื่อให้เป็นศูนย์รวมใจของประชาชน

ประกอบกับต่อมามีราษฎรใจบุญถวายที่ดินในบริเวณใกล้เคียง จึงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้สร้างวัดขึ้น และพระราชทานนามว่า วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก

โดยมี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เป็นองค์อุปถัมภ์ฝ่ายสงฆ์ และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์อุปถัมภ์ฝ่ายฆราวาส

ในการสร้างวัดก็ทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นวัดขนาดเล็ก มีลักษณะเรียบง่าย ประหยัดทันสมัย เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจและศรัทธา

และเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ทางศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมแก่เยาวชนและประชาชนในชุมชน

ด้วยพระราชประสงค์เช่นนี้ แต่เดิมคณะผู้ออกแบบที่วางโครงการไว้ว่าจะใช้เงินในการก่อสร้างพระอุโบสถและอาคารต่างๆ ถึง 100 ล้านบาท เพื่อให้ใหญ่โตสมพระเกียรติ

ต้องแก้แบบใหม่ให้เป็นพระอุโบสถขนาดเล็ก กุฏิขนาดเล็ก ใช้งบประมาณเพียงแค่ 10 ล้านบาทเท่านั้นตามพระราชประสงค์

ทรงกล่าวว่า สภาพพื้นที่ไม่เหมาะที่จะสร้างวัดใหญ่ และเนื่องจากการมีวัดก็เพื่อให้มีพระไว้สั่งสอนชาวบ้าน

จึงไม่จำเป็นต้องเป็นวัดใหญ่ ขอให้เน้นความสะอาดเรียบง่าย ร่มรื่น ร่มเย็น คนเห็นแล้วมีศรัทธาจะดีกว่า

นาวาอากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ผู้ออกแบบพระอุโบสถ จึงลดขนาดที่ตั้งใจจะให้บรรจุคนได้ 100 เศษ

เหลือเพียง 30-40 คน และจากงบเดิมที่ตั้งไว้ 57 ล้านบาท ก็เหลือเพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น

ต่อมาในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2540 กระทรวงศึกษาธิการก็ได้ประกาศตั้งวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นวัดในพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ และในวันที่ 5 ธันวาคม 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยกฐานะวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษกเป็นพระอารามหลวงเป็นกรณีพิเศษ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

ทุกวันนี้วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ซึ่งตั้งอยู่ ณ เลขที่ 999 ซอยพระราม 9 ซอย 19 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320

ได้กลายเป็นวัดเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของชาวกรุงเทพมหานครที่อยู่อาศัยทางซีกตะวันออกจำนวนมาก

ในทุกๆเช้าจะมีประชาชนมาทำบุญใส่บาตรนับร้อยๆรายแทบทุกวัน โดยจะนำมาพร้อมทั้งข้าวปลาอาหารต่างๆ

เมื่อถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และรับพรจากพระเรียบร้อยแล้ว ประชาชนก็จะตั้งวงร่วมรับประทานอาหาร ที่นำมาถวายพระและจัดวางอยู่บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ

เสมือนการรับ-ประทานบุฟเฟ่ต์ร่วมกัน โดยที่มิได้รู้จักกันเลยแต่ก็ทักทายปราศรัยพูดคุยกันอย่างสนิทสนม

ในระหว่างให้ศีลให้พร พระอาวุโสที่มาปฏิบัติหน้าที่ในตอนเช้าก็มีการเทศนาอย่างทันสมัยสั้นๆ ให้ 1 บทเสมอ เป็นการสอนให้ญาติโยมคิดดีทำดีรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วยภาษาง่ายๆ

ทีมงานซอกแซกมีโอกาสแวะไปทำบุญในโอกาสต่างๆ ที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษกหลายครั้งและรู้สึกประทับใจทุกครั้ง

ยิ่งเมื่อทราบถึงประวัติความเป็นมาว่าเป็นวัดในพระราชดำริและทรงให้สร้างวัดเล็กๆ ประหยัดเรียบง่าย แม้จะเป็นวัดประจำรัชกาลของพระองค์ก็ไม่ประสงค์ที่จะให้ใหญ่โตแต่อย่างใด

นี่คือ “ธรรมะแห่งพระราชา” ที่ทีมงานได้เรียนรู้เพิ่มเติมหลังจากที่ไปทำบุญที่วัดนี้

ธรรมะว่าด้วยความประหยัด อยู่อย่างพอเพียงขยันหมั่นเพียร อุทิศตนให้แก่สังคม ให้แก่ชาติบ้านเมือง ที่พระองค์ท่านไม่เพียงแต่สอนพวกเราพสกนิกรเท่านั้น แต่ยังทรงปฏิบัติให้เห็นมาตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์

ใครจะนึกว่าจากน้ำในบึงที่เน่าเหม็นในย่านพระราม 9 พระองค์จะทรงลงมาช่วยแก้ไขแล้วยังทรงนึกต่อไปถึงที่พึ่งทางใจของผู้คนในละแวกนี้

จนก่อเกิดเป็นวัดพระราม 9 กาญจ-นาภิเษก “วัดเล็กที่ยิ่งใหญ่” สืบมาจนถึงวันนี้.

“ซูม”

ขอบคุณไทยรัฐออนไลน์ - คุณ"ซูม"



Create Date : 11 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2559 11:47:29 น.
Counter : 1057 Pageviews.

0 comments
不能分手的理由 Bùnéng fēnshǒu de lǐyóu เหตุที่ไม่อาจแยกทาง Kavanich96
(4 พ.ค. 2565 07:15:40 น.)
☃❄️ ☃❄️ขำ 30-4-2565☃❄️ ☃❄️ โอน่าจอมซ่าส์
(30 เม.ย. 2565 23:50:45 น.)
发明家的背后 Fāmíng jiā de bèihòu เบื้องหลังความสำเร็จ Kavanich96
(29 มี.ค. 2565 05:43:45 น.)
银行家的儿子 Yínháng jiā de érzi บุตรชายนายธนาคาร Kavanich96
(14 มี.ค. 2565 05:07:50 น.)

Letalia.BlogGang.com

Letalia
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด