พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 พฤศจิกายน 2550
 

สวนหย่อมลอยฟ้าราคาประหยัด


: เข้าหน้าสารบัญหลักเพื่อดูทุกหัวข้อ..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : ประสบการณ์ผ่านเต้า (ตัวเอง)..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : สวนหย่อมลอยฟ้าราคาประหยัด..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : สวนกล้วยลอยฟ้าบนอาคารสูง 6 ชั้น..."คลิ๊กที่นี่"



ขณะนี้สวนหย่อมลอยฟ้ายุคที่ 4 ได้แล้วเสร็จไปประมาณ 80% มีการติดตั้งกล้วยไปแล้ว 25 ชนิด ส่วนที่เหลืออีก 20% แค่รอการปรับแต่งพื้นที่บริเวณผนังด้านข้างและพื้นที่ภายในอีกเล็กน้อย ยุคนี้จะกลายเป็น "สวนกล้วยลอยฟ้า" เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว ติดตามได้ที่ลิงค์นี้..."เข้าจองสวนกล้วยลอยฟ้าคลิ๊กที่นี่ ณ คะ"





สวนหย่อมลอยฟ้ายุคที่ 1-3









ชมภาพใหญ่ทั้งหมดผ่านกระทู้ข้างล่างนี้นะคะ
"กระทู้สวนหย่อมลอยฟ้าที่โต๊ะชายคาคลิ๊กที่นี่"


“ยุคที่ 1-2-3” เราอยู่หอพักชั้น 6 พื้นที่สีเขียวคือเขตระเบียง * และเราอยากมีพื้นที่สีเขียวที่ระเบียงเป็นของตัวเองบ้าง แต่พื้นที่ของระเบียงมันแคบนิดเดียว กว้างแค่ประมาณ 1 ม. ยาวประมาณ 2 ม. แดดส่องเข้ามาไม่ถึงในเขตของตัวระเบียง ตำแหน่งที่จะได้แดดคือส่วนของลูกกรงและบริเวณนอกตัวอาคาร แต่เป็นไปได้เพียง 2 ฤดูเท่านั้น คือในฤดูร้อนและฤดูฝน แต่ในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ปลายปีจนถึงต้นปี แสงแดดจะส่องเข้ามาไม่ถึงเลย ส่วนในช่วงประมาณกลางปีคือ พค.-มิย. จะเป็นช่วงที่ได้รับแดดเต็ม ๆ ตลอดวัน โดยจะได้รับตั้งแต่แดดในช่วงเช้าจนถึงเย็น ซึ่งในเดือนอื่น ๆ ที่อยู่ในระหว่างปลายฝนจนถึงต้นหนาวนั้น แต่ละจุดจะได้แบบผลัดกันรับผลัดกันรุก มาเป็นหย่อม ๆ ไม่สม่ำเสมอ เราเห็นหลายห้องติดตั้งหม้อแอร์อยู่นอกอาคาร * และหลายห้องติดตั้งลูกกรงเหล็กโดยยื่นพื้นที่ออกไปนอกตัวอาคาร ดังนั้นเราจะใช้สิทธิ์เหมือนห้องอื่นบ้าง โดยจะใช้บริเวณตำแหน่งลูกกรงเดิมและพื้นที่นอกอาคารให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการทำสวนหย่อมลอยฟ้าราคาประหยัด ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำเป็นอันดับแรกคือจะต้องถล่มลูกกรงเดิมออกไป แล้วสร้างเป็นกำแพงหลุมขึ้นมาแทน เจาะช่องที่ด้านล่างให้เป็นหลุมอีก 3 หลุม โดยหลุมด้านบนและหลุมด้านล่างจะสามารถหย่อนกระถางต้นไม้ขนาด 10 ซม. ลงไปได้พอดี และจะทำโครงอลูมิเนียมสีชาน้ำหนักเบาเป็นโครงคู่ขนานไปด้านบนและด้านล่าง รวมทั้งโครงคู่ด้านซ้ายและด้านขวา * เพื่อเป็นโครงไม้เลื้อยและห้อยโหนพันธุ์ไม้ขนาดเล็ก ที่คิดไว้มันน่าจะดูดีนะคะ หลุมด้านบนและด้านล่างฝังท่อเพื่อระบายน้ำออกไปภายนอกได้สะดวก ภายในหลุมจะโรยกรวด ผนังด้านในของหลุมละเลงด้วยกันซึมแล้วปูตาข่ายสีเขียวทับอีก 1 ชั้น ผนังของกำแพงหลุมจะติดกระเบื้องแผ่นเล็กสีขาว และติดที่ผนังด้านในอีก 3 ด้าน แต่ปัญหามันอยู่ที่ไม่มีนายช่างคนไหนรับปากทำให้ได้ เพราะการถล่มลูกกรงที่ชั้น 6 มันเป็นงานยุ่งยาก และเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดกับชีวิตและทรัพย์สินที่เบื้องล่าง สุดท้ายก้อมีนายช่างใหญ่รับปากจะทำให้ โดยรับประกันว่าจะไม่มีเศษวัสดุชิ้นใดร่วงหล่นลงไปแม้แต่ชิ้นเดียว ซึ่งก้อเป็นไปตามนั้นจริง ๆ เราเห็นวิธีการติดตั้งรวมทั้งระบบความปลอดภัยของนายช่างแล้ว พบว่าเป็นนายช่างที่มีจริยธรรมสูงมาก * ค่าวัสดุทั้งหมดรวมแผ่นกระเบื้องสีขาวรวมห้าพันบาทเศษ นายช่างใหญ่คิดค่าแรงอีกสามพันบาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแปดพันบาทเศษ เมื่ออภิมหาโปรเจ็คของเราเสร็จสิ้นตามเป้าหมาย พบว่าคุ้มค่าแก่การรอคอย ท่อระบายน้ำที่ฝังไว้ใช้งานได้ดี คราวนี้มาถึงยุคที่ 1 ของการปลูกพันธุ์ไม้บ้าง ต้นไม้ที่จะเลือกมาปลูกในหลุมด้านบนตลอดแนวต้องไม่มีความสูงมากนัก เราเลือกพรมออสเตรเรีย เพราะน่ารัก กะทัดรัดเหมาะกับระเบียงเล็ก ๆ ของเรา ใบของเค๊ามีสีเขียวแซมด้วยสีขาว และจากข้อมูลพบว่าตามพฤติกรรมของเค๊าน่าจะอยู่ได้อย่างมีความสุขที่ระเบียงสีขาวของเรา สำหรับด้านในสุดของหลุมด้านบนเราจะปลูกไม้เลื้อยข้างละต้น โดยข้างหนึ่งเป็นคุณนายพวงวิวาห์ ดอกสีขาวน่ารัก มีกลิ่นหอม ให้ดอกตลอดปี ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นคุณนายพวงแส ดอกสีม่วงน่ารัก ไม่มีกลิ่นหอม ให้ดอกตลอดปีอีกเช่นเดียวกัน แต่ในการปลูกไม้เลื้อยไม่สามารถใส่ในกระถางขนาด 10 ซม. ได้ * เพราะกระถางเล็กเกินไป ดังนั้นทั้งหลุมบนและหลุมล่างเราเอาดินใส่ลงในหลุมเลย ได้แต่หวังว่าทั้ง 2 คุณนายจะร่วมด้วยกันเลื้อยไปชนที่โครงอลูมิเนียมด้านบน โดยฝั่งหนึ่งจะให้ดอกสีขาว และอีกฝั่งหนึ่งจะให้ดอกสีม่วง แค่คิดก้อน้ำลายไหลแล้วนะคะ ไม้เลื้อยทั้ง 2 ชนิดนี้ให้ดอกเราถึง 2 ยก และมียอดสูงพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ก่อนที่คุณนายทั้ง 2 จะเลื้อยไปชนกันที่ตรงกลางของโครงอลูมิเนียม เราก้อหากลุ่มไม้ห้อยโหนกลางอากาศแท้ ๆ มาห้อยโหนตรงกลางของโครงอลูมิเนียมไปพลาง ๆ ก่อน จะได้เช็คเรทติ้งของไม้พันธุ์นี้ไปด้วย ไม้ห้อยโหนกลางอากาศของเราเป็นไม้อากาศแท้ ๆ ไม่ต้องใช้ดิน น้ำหนักเบา ซึ่งจะเป็นกลุ่มทิลแอนด์เซียทั้งหมดประกอบไปด้วยหนวดแป๊ะ 2 พวง และชนิดอื่นอีก 6 ต้น * เราใช้สายไฟเป็นตัวห้อยโหนไว้ ช่วงแรกจะดูหรอมแหรม แต่การปลูกต้นไม้ต้องใจเย็น ๆ เรารอได้ค่ะ ในส่วนของหลุมด้านล่างทั้ง 3 หลุมของยุคที่ 1 เราเลือกบอนใบด่าง มีขนาดเล็ก เป็นสีเขียวแซมด้วยสีขาว และลำต้นสูงเหมาะสมกับความสูงของช่องที่เจาะไว้ ไม่น่าเกิน 30 ซม. หน้าตาเค๊าน่ารักค่ะ แต่การปลูกต้นไม้ในยุคที่ 1 นี้ เราล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ยกเว้นกลุ่มทิลแอนด์เซียยังคงยืนยงคงกระพันมาถึงในยุคปัจจุบัน เข้าใจว่าไม้ดอกสำหรับเลื้อยทั้ง 2 ชนิด ไม่เหมาะที่จะนำมาปลูกบนระเบียงของเรา เพราะเค๊าต้องการแดดมากกว่านี้ ส่วนพืชตระกูลบอน ค่อนข้างเลี้ยงยากอยู่แล้ว ซึ่งเราได้นำบอนใบด่างของเรากลับไปปลูกต่อที่บ้านนอก ก้อให้ผลได้ไม่ค่อยดีอีกเช่นกัน ค่อนข้างเลี้ยงยาก ดังนั้นจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงพันธุ์ไม้เกิดขึ้นต่อไปในยุคที่ 2 ซึ่งในยุคที่ 2 นี้ เราได้ถอนไม้เลื้อยทั้ง 2 ชนิดออกไป * รวมทั้งพรมออสเตรเรียที่หลุมด้านบน และบอนใบด่างที่หลุมด้านล่าง จากนั้นขุดดินออกทั้งหมด แล้วเลือกต้นไม้สายพันธุ์ใหม่เข้ามาสิงสถิตแทน เราเลือกต้นตุ๊กแกใบด่าง เค๊าน่ารักดี ใส่ในกระถางขนาด 10 ซม. จากนั้นนำทั้งกระถางลงที่หลุมด้านบนและด้านล่าง การหย่อนต้นไม้ทั้งกระถางลงไปจะสะดวกกว่า สามารถเคลื่อนย้ายสลับที่ให้ชิมแดดได้ถ้วนหน้า บางทีก้อนำต้นในหลุมข้างล่างมาวางไว้ข้างบน เวลาไม่อยู่ห้องหลายวันก้อยกต้นไม้ทั้งหมดออกจากหลุม วางไว้บนจานรองอีกทีหนึ่ง ใส่น้ำให้เอ่อในจานรอง แค่นี้เค๊าก้ออยู่ได้ ไม่มีอะไรต้องยุ่งยากเลย ในระยะแรกดูเหมือนว่ามันน่าจะดี แต่มันก้อไม่ดีนะคะ ช่วงแรก ๆ เค๊าก้อบานสวยน่ารัก แต่อยู่ไปเค๊าจะโทรมลงตามลำดับ แม้ว่าจะมีการตัดแต่งกิ่งก้านแล้วมีการงอกใหม่ แต่ก้อไม่สวยปี๊ง ๆ เหมือนที่ซื้อมาในตอนแรกค่ะ ในที่สุดเราก้อพบว่าการปลูกตีนตุ๊กแกใบด่างในยุคที่ 2 ไม่ประสบผลสำเร็จ (อีกแล้ว) ส่วนที่โครงอลูมิเนียมเราได้ซื้อหนวดแป๊ะมาห้อยโหนเพิ่มเติม * ยกแผงมาเลย ในช่วงแรกที่ปลูกมันบางตามาก หลังจากนั้นมันก้อพองฟูขึ้นเรื่อย ๆ จนหนาตากลายเป็นม่านบังหอพักฝั่งตรงข้ามได้ดี และเราซื้อไม้ดินมาเพิ่มอีก 3 ชนิดคือ ไอวี่ เดรป และหม้อ นำมาห้อยโหนที่ด้านข้างของโครงอลูมิเนียม ซึ่งไม้ดินทั้ง 3 ชนิดเติบโตให้ผลได้เป็นที่น่าพอใจ แต่สุดท้ายคุณพี่ชายไม่อนุมัติให้ห้อยโหนไม้กระถาง บอกว่าห้อยมากเกินไป แม้ว่าเราจะมีระบบล็อคที่แน่นหนากับโครงอลูมิเนียมด้านข้าง เรียกว่าในวันที่ลมแรงไม่มีขยับให้เห็นเลยก้อตาม * เราจึงขนไม้กระถางทั้งหมดกลับไปห้อยโหนที่บ้านนอกแทนค่ะ ส่วนกลุ่มทิลแอนด์เซียชุดเดิมตั้งแต่ยุคที่ 1 ยังคงมีชีวิตที่ดีเช่นเคย เมื่อตีนตุ๊กแกไม่พอใจที่จะอยู่ในระเบียงของเรา จึงต้องมีการค้นหาไม้พันธุ์ใหม่มาเสริมที่ระเบียงของเราต่อไป ซึ่งจะเข้ายุคที่ 3 ของการปลูกต้นไม้ที่ระเบียงของเราแล้ว และคุณพี่ชายบอกว่ากลุ่มเฟิร์นน่าจะเป็นทางออกที่ดี และมั่นใจว่ามันจะอยู่กับเราได้อย่างมีความสุข จึงอิมปอร์ตเฟิร์นมาจากบ้านนอกมี 3 ชนิด ชนิดแรกคือเฟิร์นขนนก ในครั้งแรกนำมาลงในกระถางขนาด 10 ซม. ได้แค่เพียง 2 กระถาง และมันก้อหรอมแหรมเต็มที จาก 2 กระถางที่หรอมแหรม ปัจจุบันมันพองฟูกลายเป็นหัวผักกาด และเราทำการแยกต่อไปเรื่อย ๆ จนได้รวมกับของเดิมเป็น 9 กระถางแล้ว ยังคงแยกมันต่อไปไว้เป็นต้นสำรองและแจกจ่ายให้กับเพื่อนฝูง แต่ต้องคอยแหวกดูข้างใน * แล้วตัดกิ่งแห้ง ๆ ทิ้งไปเพื่อให้เค๊าได้หายใจคล่องบ้าง เพราะเฟิร์นชนิดนี้จะขึ้นแบบหน้าแน่นมากค่ะ เฟิร์นชนิดที่ 2 คือเฟิร์นบอสตันขนาดเล็กครั้งแรกนำมาแยกใส่ได้แค่กระถางเดียว ต้นก้อหรอมแหรมอีกเช่นเดียวกัน แต่ในที่สุดเค๊าก้อโตขึ้น บานพองฟูเป็นกระโปรงสวยงามน่ารัก ปัจจุบันขยายเพิ่มได้รวมเป็น 4 กระถางแล้ว มีขนาดความบานลดหลั่นไปตามลำดับ และต้นใหญ่สุดมันบานจนดินหายไปหมดเลย * คงต้องมีการผ่ากอครั้งใหญ่เพื่อแยกในเร็ว ๆ นี้ แต่เฟิร์นบอสตันนี่เราไม่ได้นำไว้บนหลุมด้านบนและด้านล่าง เนื่องจากเค๊ามีความบาน หากไปวางติด ๆ กัน ใบจะชนกันแล้วหงิกงอไม่บานเป็นกระโปรงสวย ๆ ซึ่งเราจะติดไว้ที่ผนัง และใส่กระถางไม้โอ๊คเล็ก ๆ อีกทีหนึ่ง แล้วนำไปประดับตามมุมห้องแทนค่ะ ส่วนเจ้าเฟิร์นชนิดสุดท้ายคือเฟิร์นใบมะขาม ขี้เหร่ที่สุดแล้ว แต่มีความสูงที่เหมาะสมกับหลุมด้านล่างทั้ง 3 หลุม ในตอนแรกนำมาแยกได้ 6 กระถางพอดีกับหลุมด้านล่างทั้งหมด ปัจจุบันมันพองฟูขึ้นหนาตากว่าในภาพมาก และใบพากันยื่นเข้ามาในเขตระเบียงพอสมควร ต้องคอยตัดแต่กิ่งแห้ง ๆ การดูแลเฟิร์นทั้ง 3 ชนิดเหมือนกันทั้งหมด ส่วนการใส่ปุ๋ยเราใส่ทั้งปุ๋ยธรรมชาติและปุ๋ยเม็ด ใส่สลับกันไป แต่ไม่เน้นการใส่ปุ๋ยเป็นหลัก นาน ๆ จึงจะใส่ครั้งหนึ่ง หลัง ๆ ก้อไม่ค่อยได้ใส่สักเท่าไหร่ * คือเลี้ยงแบบฝึกให้เค๊ามีความอดทน เฟิร์นทั้ง 3 ชนิด ผ่านร้อน ผ่านฝน ผ่านหนาวมาได้ปีเศษ พบว่ามันเหมาะกับสภาพระเบียงของเราดีมาก และที่สำคัญไม่ต้องเสียตังอีกด้วย หลังจากเราได้นำไม้ดินที่มาห้อยโหนที่โครงอลูมิเนียมแล้วกลับบ้านไปในยุคที่ 2 ภายหลังเราไปเจอ ซิลเวอร์ฟอล มันให้ความห้อยย้อยน่ารักมาก และโทนสีก้อคล้ายหนวดแป๊ะ จึงตัดสินใจซื้อมาห้อยโหนอีกครั้ง แต่คราวนี้เอามาใส่กรวยแทนค่ะ * คืออย่างน้อยมันก้อให้ความแปลกใหม่กว่าเจ้าหนวดแป๊ะมากขึ้น โดยนำไปห้อยไว้ที่โครงอลูมิเนียมทางด้านซ้ายมือ และไม่ลืมหาที่ล็อคกระถางกับโครงด้านข้าง พร้อมล็อคที่ด้านบนอีกเพื่อความแข็งแรง ลมแรงพัดมาไม่ขยับให้เห็นอีกเช่นกัน เมื่อมีห้อยทางด้านซ้ายแล้ว ก้อต้องห้อยทางด้านขวาอีก 1 กรวย แต่เป็นเฟิร์นอีกชนิดหนึ่ง ให้ความห้อยย้อยด้วย มันคือเฟินสีฟ้า ปัจจุบันไม่รอดทั้ง 2 กรวยค่ะ ซึ่งเฟินสีฟ้าไม่เหมาะกับการห้อยโหน เขาต้องการความชื้นมาก ควรปลูกที่พื้นดินจึงจะเหมาะ ผ่านมาถึง 3 ยุค ทำให้พบว่ากลุ่มเฟิร์นที่นำมาจากบ้านนอกมีความเหมาะสมกับสภาพระเบียงของเรามากที่สุด ดังนั้นถือว่ามันเป็นกลุ่มไม้หลักประเภทใช้ดินที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยทดลองปลูกมา จึงคิดว่าสมควรจะดูแลมันต่อไปพันธุ์ไม้อีกชนิดหนึ่งที่ปลูกได้ดีประเภทห้อยโหนกลางอากาศ คือกลุ่มทิลแอนด์เซีย ซึ่งเรามีการซื้อมาเรื่อย ๆ ทั้งแต่ในยุคที่ 1 ยุคที่ 2 * ทุกชนิดยังคงดำเนินชีวิตได้ดีบนโครงอลูมิเนียมด้านบนของเรา มีการให้ดอกเป็นระยะ ๆ ต่อมาทิลแอนด์เซียที่ห้อยโหนไว้บนโครงอลูมิเนียมก้อถูกอัญเชิญลงมาประทับบนแผ่นไม้น้ำหนักเบา แล้วนำไปติดที่โครงอลูมิเนียมทางด้านขวามือ เนื่องจากมันมีขนาดเล็ก ห้อยโหนไว้ที่โครงด้านบนดูมันกระจัดกระจาย นำมาแปะรวมกันที่ด้านข้างน่าจะดูดีกว่า จากภาพอยู่ในช่วงมือใหม่หัดแปะ ปัจจุบันจะมีมากกว่านี้นะคะในยุคที่ 3 นี้เราซื้อทิลแอนด์เซียมาเพิ่มขึ้นอีก * เนื่องจากเห็นว่าแต่ละพันธุ์มีรูปร่างที่แปลกตาออกไป อีกทั้งเป็นกลุ่มไม้เลี้ยงง่าย ตายยาก ไม่งอแง ไม่ใจเสาะ ถ้าจะมีใจเสาะไปบ้างก้อใช้เวลาฟื้นฟูได้ในเวลาอันรวดเร็ว และมันสามารถอยู่บนภาชนะใดก้อได้ สำหรับต้นที่มีรากติดบนแผ่นไม้แล้ว หากต้องการนำมาติดบนแผ่นไม้ใหม่ก้อดึงออกมาแปะได้เลย รากขาดก้อไม่ต้องกลัว เพราะรากของมันมีหน้าที่ยึดเกาะ ไม่ได้มีหน้าที่ดูดอาหารเป็นหลัก ไม้อากาศแท้ ๆ จะมีสัญลักษณ์ความหงอกประจำตัว เรียกว่าไทรโคม คือคล้ายมีขนสีขาวๆ ปกคลุมที่ลำต้นและใบ ซึ่งเจ้าไทรโคมนี้จะมีหน้าที่ดูดซึมอาหารเก็บไว้ ทุกสายพันธุ์ที่เราเลือกมาเป็นไม้อากาศแท้ ๆ ทั้งหมด เมื่อออกดอกแล้วจะแตกหน่อใหม่ สามารถดึงหน่อที่แตกออกมาให้เป็นต้นใหม่ได้ หรือจะไม่ดึงออกให้ติดเป็นพวงกับต้นแม่ก้อไม่มีปัญหาอะไร ทั้งหมดที่เห็นในภาพอยู่ในระหว่างอัญเชิญขึ้นประทับกับที่โครงด้านข้างนะคะเมื่อมองไปมุมล่าง * จะเห็นผนังกำแพงด้านใน 4 ทิศทาง ติดกระเบื้องสีขาวแผ่นเล็ก เดิมประตูที่ระเบียงจะเป็นไม้เปอร์เซีย (ชอบสีของไม้เปอร์เซีย และราคามิตรภาพ) แต่มันจะเกะกะเวลาเปิด เพราะบานประตูจะไปทับกับผนังด้านใน ทำให้รู้สึกขวางหูขวางตาทำให้เราอาจจะเป็นบ้าได้โดยง่าย * จึงต้องแบกบานประตูกลับบ้านนอก แล้วติดตั้งบานประตูพับพีวีซีแทน ซึ่งปกติเราจะเปิดประตูที่ระเบียงไว้ตลอด 24 ซม. แต่มีบานประตูมุ้งลวดปิดอยู่แทน (กันยุง) ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความแข็งแรง เพราะไม่มีความจำต้องใช้ความแข็งแรงมากมาย รวมทั้งไม่ต้องกังวลใครจะปีนเข้าห้องได้ (ตกลงไปตายก่อน) และระเบียงห้องเราไม่ชนกับระเบียงห้องอื่น เนื่องจากเป็นห้องมุมจึงมีระเบียงเป็นเอกเทศของตัวเอง แต่หอพักตึกฝั่งตรงข้ามจะมีแนวขอบที่คนสามารถเดินไปมาได้ และเราเคยเห็นคนเดินลัดเลาะจากห้องหนึ่งปีนไปที่ระเบียงอีกห้องหนึ่ง แต่ดูว่าเขารู้จักกันนะคะ เมื่อนำบานประตูไม้ออกไปแล้วจะได้พื้นที่ด้านในของผนังเพิ่มขึ้น ซึ่งในความจริงแม้ว่ามันดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นแค่นิดเดียว แต่กลับให้ความสำราญทางสายตาได้มาก สามารถหาภาพไปติดที่ผนังด้านในได้ อยากดูดอกอะไรก้อนำภาพที่ถ่ายไว้มาใส่ในกรอบ คือระเบียงเราปลูกไม้ดอกที่ต้องการไม่ได้ ก้อต้องใช้วิชามารดูผ่านภาพที่ถ่ายเองไว้แทนค่ะ และภาพที่แขวนไว้จะถูกเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ รวม ๆ * ถือว่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงที่สุด กรอบรูปเราแนะนำให้ติดกระจกตัดแสง ราคาแพงกว่าแต่คุ้มราคามาก เราจะรู้สึกดีมากเมื่อเข้าห้องแล้วมองเฉียง ๆ เข้าไปในห้องจะเห็นต้นไม้ส่วนหนึ่งที่ระเบียงทันที เพียงแต่จะมองไม่เต็มที่เหมือนในภาพนะคะ เพราะตำแหน่งที่ถ่ายไม่ได้ถ่ายจากหน้าประตูห้อง * แค่นี้ทำให้เรารู้สึกดีตั้งแต่เท้าก้าวเข้าประตูห้องมาแล้ว เมื่อมองไปจริง ๆ ตามภาพมันยังขาดสีสันอื่น คือยังไม่เตะตามากเท่าที่ควร เจอแต่สีเขียว ๆ หากมีกลุ่มกล้วยไม้มาติดที่โครงด้านซ้ายและขวา คงทำให้สวนหย่อมลอยฟ้าของเราหลากหลายขึ้น และถ้าหากมองผ่านหน้าต่างบานเดี่ยวบริเวณเตียงนอน เมื่อลุกจากเตียงนอนก้อจะรู้สึกสดชื่นทันทีในตอนเช้า ก่อนจะล้มตัวลงนอนก้อกู๊ดไนท์กับเจ้าต้นไม้ทั้งหลาย ทำให้นอนหลับฝันดี (ชักจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว) ซึ่งรวม ๆ พอใจอย่างที่สุดแล้ว เพียงแต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมกันต่อไป ยุคที่ 3 กำลังจะผ่านพ้นไป แต่ยังต้องปรับปรุงอะไรอีกมาก เพื่อให้บาดตาบาดใจในเรื่องสีสันมากขึ้น ช่วงนี้จึงอยู่ในระหว่างการปรับปรุงสวนหย่อมลอยฟ้าราคาประหยัดอยู่ค่ะ จึงคิดจะหาพันธุ์ไม้มาเพิ่มเติมและให้สีสันหลากหลายขึ้น * ปัจจุบันกำลังตะเกียกตะกายเพื่อจะทำการขยายพื้นที่ ๆ ด้านล่างของโครงอลูมิเนียมไว้จัดวางต้นได้ที่ภายนอกอาการได้อีก 1 แถว แต่โครงอลูมิเนียมอันนี้มันรองรับการใช้งานไม่ครอบคลุมตามความต้องการที่มากขึ้นของเราเอง จึงอยู่ในระหว่างเข้ายุคที่ 4 ที่จะต้องทำการรื้อถอนโครงอันเก่าออกไป แล้วใช้โครงใหม่ที่แข็งแรงมากขึ้น * ครอบคลุมการใช้งานหลากหลายกว่า รวมทั้งได้พื้นที่มากขึ้นอีกเล็กน้อย และจะนำไม้ระแนงขนาดเล็กเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันส่งเสริมให้สวนหย่อมลอยฟ้าของเราดูดีมีชาติตระกูลมากขึ้น ส่วนพันธุ์ไม้ที่จะนำมาร่วมด้วยช่วยกันห้อยโหน ให้มีสีสันตระการตาขึ้นจะเป็นกลุ่มกล้วยไม้พันธุ์เล็ก ซึ่งคุณพี่ชายบอกว่า เฟินสามารถเลี้ยงได้ดีกับพื้นที่ของเรา และกล้วยไม้บางชนิดน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางออก ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างทดลองเลี้ยง และหาสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมกับระเบียงสีขาวของเรา ถือเป็นการแจมข้อมูลการทำสวนหย่อมบนพื้นที่สูงและแดดส่องมาแบบไม่สม่ำเสมอ เราหวังว่าการปรับปรุงพื้นที่สีเขียวในยุคที่ 4 น่าจะทำให้สวนหย่อมลอยฟ้าของเรามันดูดีขึ้นไม่มาก้อน้อย ปัจจุบันสวนของเรามีอายุครบ 2 ปี ผ่านการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของพันธุ์ไม้มาถึง 3 ยุค มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับแค่การนำต้นไม้มาปลูกที่ระเบียงของเรา แต่เราก้อมีความสุขที่ได้พบการเปลี่ยนแปลงมาถึง 3 ยุค เพราะมันทำให้เรารู้อะไรมากขึ้นเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ พบกับยุคที่ 4 ของสวนหย่อมลอยฟ้าราคาประหยัดได้ที่นี่ เร็ว ๆ นี้ ณ คะ




“ยุคที่ 4 กับอุปกรณ์เสริม” ก่อนที่สวนหย่อมลอยฟ้ายุคที่ 4 จะสำเร็จ สุดท้ายฝันร้ายก้อมาถึง ทางเจ้าของหอพักไม่อนุญาติให้ต่อเติมสิ่งใด ๆ ไปที่บริเวณภายนอกอาคารอีก * แต่ที่มีทำกันไว้ให้คงอยู่เหมือนเดิมได้ แม้ว่าจะทำไม่ได้ แต่มันก้อไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะอย่างน้อยโครงอันเดิมมันก้อยังใช้ได้ เพียงแต่ใช้ได้ไม่ครอบคลุมเท่าที่คิดก้อแค่นั้นเอง ทุกอย่างต้องมีทางออก ดังนั้นเราต้องตะลอนหาวิธีติดตั้งใหม่ และพยายามใช้พื้นที่ของโครงคู่ด้านล่างให้ได้มากที่สุด แต่ก้อต้องปลอดภัยมากที่สุดเช่นกัน สิ่งแรกที่ต้องตะลอนหาคืออุปกรณ์เสริมค่ะ เราตัดสินใจใช้ตาข่ายสีดำ นำมาตัดแล้วพับมุมให้เป็นลักษณะตะกร้าสี่เหลี่ยม แล้วเอาไปตั้งที่โครงอลูมิเนียมด้านล่าง เพื่อขยายพื้นที่ให้วางต้นไม้ที่ด้านนอกอาคารให้มากขึ้น คือต้องเข้าใจว่าโครงคู่ด้านล่างมันยังไม่เหมาะสมที่จะวางกระถางต้นไม้ขนาดเล็กเพิ่มได้ คือมันประกอบไปด้วยท่ออลูมิเนียมคู่ 2 เส้น วางกระถางลงไปเฉย ๆ ก้อล้ม จะวางได้ก้อต้องทำการยึดติดแบบแน่นหนา เพื่อไม่ให้มันร่วงลงไป อีกทั้งยังรื้อถอนและปรับเปลี่ยนมุมเพื่อหลบแดดหรือให้ได้รับแดดอย่างทั่วถึงจะทำได้ลำบากและยุ่งยาก ผลการทำตระกร้าน้ำหนักเบาเราสามารถวางต้นไม้ด้วยกระถางขนาด 10 ซม. ได้อีก 3 แถว ๆ ละ 3 กระถาง (แน่นไปหน่อย) แต่เราวางแค่ 2 แถวให้ดูโปร่ง ๆ ทำให้ตะกร้าทั้งหมดรองรับกระถางต้นไม้ขนาดเล็กได้ไม่ต่ำกว่า 24 กระถาง ทำแล้วโอเคเลยนะคะ ไม่เป็นภาระกับโครงอลูมิเนียมด้วย เรานำตาข่ายพลาสติกมาพับให้ได้ตะกร้าจำนวน 4 ใบ ช่วงหักมุมก้อใช้สายไฟสีดำยึด * วัดขนาดให้เหมาะสมกับโครงแล้วนำไปวางไว้ที่ด้านล่างของโครงอลูมิเนียมได้พอดี เวลานำไปตั้งเรียงกันบนโครงอลูมิเนียมก้อใช้สายไฟสีดำยึดระหว่างตะกร้ากับตะกร้าให้ติดกัน ส่วนด้านล่างของตะกร้าใช้เชือกเส้นใหญ่รัดควบไปกับโครงอลูมิเนียมด้านล่างเลยค่ะ แต่ตะกร้าพลาสติกที่ทำจากตาข่ายมันอาจมีความแข็งไม่พอ ซึ่งมันก้อมีวิธีมากมายที่เราจะสามารถทำให้มันตั้งอยู่ได้ โดยไม่โยกคลอน ไม่เอียง ไม่ล้ม ฯลฯ เรื่องของขนาดก้อมีความสำคัญ แต่ต้นไม้ที่อยู่ในตะกร้าจะเป็นต้นไม้ที่ใช้เครื่องปลูกเป็นกาบมะพร้าว เพราะน้ำหนักเบา ตะกร้าที่ทำไว้ก้อไม่สูง ดังนั้นถ้าเจอลมแรงในฤดูฝนอาจปลิวออกไปได้ แต่มันก้อสามารถหาวิธีการเพื่อไม่ให้มันปลิวได้ คิดได้มากเท่าไหร่ยิ่งจะยิ่งได้เปรียบนะคะ จากภาพได้ออกมาประมาณนี้ ทั้ง 4 ตะกร้าเป็นที่ใส่กลุ่มนาคราชแคระ และกลุ่มออนซิเดียมทั้งหลาย ช่วงนี้เอาสุม ๆ ไว้ก่อน ค่อยจัดเรียงภายหลังอีกครั้ง ต่อมาก้อไปว่ากันที่โครงคู่ด้านข้างซ้ายและขวา เมื่อยังต้องใช้โครงอลูมิเนียมอันเดิม ไม่สามารถทำโครงใหม่ได้ ถ้าจะติดตั้งกล้วยไม้ที่โครงด้านข้างทั้ง 2 ด้านก้อลำบาก คือท่อของโครงอลูมิเนียมมันกลม ๆ ท่อกลมมันไม่ตัวหลักเพื่อยืดเลย มันก้อมักจะไม่แน่น นาน ๆ เข้าต้นไม้ก้อรูดลง ถ้าจะพันติดให้แน่น เวลาต้องขยับหรือเปลี่ยนแปลงมุม * หรือโยกย้ายแต่ละชนิดเพื่อปรับให้ได้รับแสงแดดมันก้อยุ่งยาก ต้องเข้าใจว่าพื้นที่ของเราได้รับแสงไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นต้องมีการโยกย้ายตลอด เพื่อให้ชิมแดดหรือหลบแดดได้ทั่วถึง ถ้าจะติดไว้กับโครงอลูมิเนียมกลม ๆ ต้องใช้ระบบยึดติดที่แน่นหนา มันจะเสียเวลามากในเวลาที่ต้องมีการโยกย้ายนะคะ ดังนั้นต้องหาอุปกรณ์เสริมมาร่วมด้วยช่วยกันให้รื้อถอนกล้วยไม้แต่ละชนิดได้ง่ายที่สุด เปลี่ยนต้นนี้เลื่อนขึ้นไปเสียบตรงโน้น หรือเอาต้นโน้นเลื่อนลงไปเสียบที่ด้านนั้น ฯลฯ คำตอบของเราก้อคือแค้มป์รัดหางปลา แต่ต้องเอาหางปลาไปเจาะรูเพิ่มทั้งหมด จะได้มีช่องไว้เสียบแยะ ๆ บางทีเสียบต่างจุดกันแค่นิดเดียวก้อมีผลต่อการโดนแสงแดดหรือมีผลต่อการหลบแดดแล้ว เราหิ้วแคมป์หางปลาทั้งหมดไปให้คนงานเจาะรูเพิ่ม พวกขอนไม้เราก้อเอาไปเจาะที่โรงงานทั้งหมด มันเป็นเครื่องเจาะเหล็ก ทำให้สะดวกและรวดเร็ว แต่แค้มป์หางปลามันเหมาะสำหรับกล้วยไม้ที่แปะติดบนขอนไม้ไม่ใหญ่โตมาก คือจะหนักหน่อยก้อได้แต่ต้องไม่มาก อีกอย่างโครงอลูมิเนียมของเรามันรับของหนักไม่ได้อยู่แล้ว สรุปก้อคืออุปกรณ์เสริมหลักที่เราจะนำมาใช้กับสวนหย่อมลอยฟ้าในยุคที่ 4 คือตะกร้าที่ทำจากตาข่ายพลาสติก และ แค็มป์รัดหางปลา ลองดูแล้วเวิร์คมากเลยในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของกล้วยทุกชนิด ง่ายและสะดวก อีกทั้งยังไม่มีปัญหาต่อแรงลมในฤดูฝนอีกด้วย * แต่ถ้าเป็นกระถางแล้วใช้ลวดสำหรับห้อยกระถางขนาดยาวห้อยไว้กับโครงด้านบนมันจะแย่ เวลาลมแรงในฤดูฝนมันจะกระชากกระถางแกว่งไปมา ซึ่งขอนไม้ที่จะนำมาห้อยในแค้มป์รัดหางปลา เราใช้ลวดสั้น ๆ เวลาลมกรรโชกมันก้อกระชากไม่ได้นะคะ ดังนั้นขอนกล้วยไม้ทุกชนิดจะใช้ลวดนิ่มเป็นตัวเชื่อมกับแคมป์รัดหางปลาทั้งหมด สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย บางทีแค่บิดลวดนิ่มเพื่อให้โดนแดดหรือหลบแดดก้อเพียงพอแล้ว จึงถือว่าตาข่ายพลาสติกและแค้มป็รัดหางปลาเป็นอุปกรณ์ที่หามาได้เหมาะสมที่สุดในตอนนี้แล้ว ต่อไปถ้าเจอวิธีใหม่ค่อยแก้ไข สำหรับในฤดูร้อน จะได้รับแดดมากกว่าปกติ ถ้าอากาศร้อนจัดมีผลกับต้นไม้ของเราเหมือนกัน จำได้ปีที่ผ่านมาเล่นเอาเฟินที่อยู่หลุมบนของเราเฉาไปเลย ดังนั้นก้อต้องมีการแก้ไขเพื่อพรางแสงให้กับต้นไม้ของเราด้วย จึงใช้บริการของตาข่ายพลาสติกสีดำมาเป็นตัวกรองแสงแดดค่ะ ไม่มีอะไรยุ่งยากในขั้นตอนนี้ แค่ตัดตาข่ายพลาสติกให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ จากนั้นดูทิศทางของแสง คือแสงแดดตกลงมาจากไหนก้อนำตาข่ายไปกรองไว้ที่จุดนั้น ผลการวางตาข่ายพลาสติกสีดำได้ผลทันตาเห็น แสงที่พุ่งลงมาบริเวณต้นไม้ของเรามันดรอปลงไปทันที การติดตั้งก้อง่าย ใช้สายไฟเส้นเล็กสีดำพันไว้แค่นิดหน่อยก้ออยู่แล้ว ฤดูร้อนหมดไปก้อถอดออกง่ายมา สนุกกันมากค่ะ เพราะมีเรื่องให้ต้องคิดอยู่ตลอด อยู่กับต้นไม้มีความสุข ใครไปใครมาก้อพลอยสดชื่นไปพร้อม ๆ กันนะคะ * แต่ในช่วงที่ร้อนที่สุดมาถึงแล้ว เมื่อเข้าสู่เดือน พค.-มิย. จะเป็นช่วงที่ต้นไม้ของเราผจญเพลิงแสงแดดตลอดวันตั้งแต่เช้าจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน และปีนี้เป็นปีของการทดลองเลี้ยงกล้วย เราพบว่ากล้วยบางชนิดมีความทนทานได้ดี เช่น เอื้องสายบางชนิด แต่กล้วยบางชนิดของเรามีภาวะซบเซาให้เห็นบ้าง รวมทั้งเฟินเริ่มมีอาการเมาแดดนะคะ ก่อนที่เราจะเลี้ยงกล้วย เราจะนำเฟินลงมาวางไว้ในเขตตัวระเบียงก่อนที่จะไปทำงาน แต่ในปีนี้มีกล้วยจำนวนมาก เราไม่สามารถนำมาจัดเก็บภายในตัวระเบียงทั้งหมด เพราะกล้วยบางส่วนต้องห้อยโหน เราไม่มีที่ห้อยโหนรองรับภายในเขตตัวระเบียง ดังนั้นจึงต้องมีการติดตั้งสะแลนเพื่อกรองแดดในช่วงนี้เป็นการชั่วคราว ทำให้เราต้องสูญเสียความเพลิดเพลินทางสายตาไปบ้าง มองไม่เห็นท้องฟ้าสวยงามผ่านสวนหย่อมลอยฟ้าได้เหมือนเคย เพราะต้องติดตั้งสะแลนรอบโครงอลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ ได้อย่างก้อต้องเสียอีกอย่างไป เสียเพื่อรักษาชีวิตกล้วยของเราจึงไม่ซีเรียส และก่อนหน้านี้เราได้เก็บท้องฟ้ากับสวนกล้วยของเราไว้ได้มากพอสมควร มันก้อแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น จึงไม่ต้องมีอะไรคิดมากนะคะ




“ยุคที่ 4 กับพรรณไม้ชุดใหม่” จากเดิมต้องการหวายแคระ สุดท้ายเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย กลายเป็นกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยอะรูมิไร้ทั้งหลาย กลุ่มนี้เป็นสภาพแวดล้อมคร่าว ๆ ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ภาพแรกเป็นช่วงของการอิมปอร์ตกล้วยไม้เข้ามาห้อยโหนไว้ชั่วคราว เราต้องรื้อหนวดฤาษีออกไปห้อยโหนที่โครงด้านล่างก่อน รอเช็คเรทติ้งพันธุ์ที่จะอยู่บนระเบียงของเราได้ และส่วนหนึ่งต้องนำกลับบ้านนอก ทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย คงอีกนานจะกว่าจะเข้าที่เข้าทาง หลังจากแบ่งกล้วยในภาพแรกกลับบ้านนอกไปแล้ว ยังมีทะยอยนำเข้ามาใหม่อีกบ้าง จึงกลายเป็นภาพที่สองถึงภาพที่สี่ แวะเอาภาพรวม ๆ มั่ว ๆ มาให้ดูกันเล่น ๆ ก่อน ภาพในกลุ่มนี้อยู่ในช่วงก่อนที่จะติดตั้งแค้มป์รัดหางปลาและทำตระกร้าเพื่อขยายพื้นที่นอกอาคารนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วตรงกลางยังจะเป็นหนวดฤาษีเหมือนเดิม ไม่มีอะไรไปห้อยปะปน และกล้วยทุกชนิดจะห้อยโหนอยู่ที่โครงด้านข้าง 2 ข้างเท่านั้น ส่วนไม้บางชนิดรวมทั้งกล้วยบางพันธุ์จะวางอยู่ในตะกร้านอกอาคาร ความจริงอีกอย่างหนึ่งคือเราไม่สามารถห้อยโหนกล้วยไม้ หรือไม้ชนิดอื่นไว้บนโครงด้านบนตามภาพได้ แต่เนื่องจากช่วงนั้นไม่ใช่ฤดูฝน แค่เป็นการวางไว้ชั่วคราวเท่านั้นเอง เพราะแรงลมในฤดูฝนจะกระชากได้ค่ะ สำหรับกล้วยไม้ชนิดต่าง ๆ ที่อิมปอร์ตเข้ามา และผลการเลี้ยงอยู่ที่ระเบียงของเรา รวมทั้งไม้ชนิดอื่น สามารถเข้าไปดูหัวข้อพื้นที่สีเขียวในหน้าไร้ (สาระบัญ) มีหลายชนิด แต่จะแยกข้อมูลไว้เป็นรายชนิด และถ้าชนิดไหนมีปัญหาหาในอนาคต เราจะมาอัพเดทในภายหลังอีกครั้งหนึ่ง จริง ๆ แล้วกล้วยป่าหลายชนิดเขาเอามาปรับสายพันธุ์ใหม่ทำให้เลี้ยงง่ายกว่ากล้วยป่าแท้ ๆ เพียงแต่ยังไม่ครอบคลุมได้ทุกสายพันธุ์ ตอนแรกเราก้อไม่รู้ ตอนนี้หายโง่ไปแยะ ราคาไม่ถูกนะคะ ขายกันเป็นนิ้ว ส่วนใหญ่เรามองว่าราคาค่อนข้างกดดัน แต่ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก อยากทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคสั้น ๆ ว่า "มันส์มาก ๆ" ขณะนี้สวนหย่อมลอยฟ้ากลายเป็นสวนกล้วยลอยฟ้าเรียบร้อยแล้ว เขาดูเวอร์ชั่นใหม่ได้ที่หัวข้อด้านบน พร้อมเปิดเบรคระบบความหายนะที่อาจมาเยือนเรียบร้อยแล้วนะคะ











ขอให้มีความสุข ณ จ้ะ



Create Date : 01 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 22 กรกฎาคม 2551 21:11:30 น. 36 comments
Counter : 5039 Pageviews.  
 
 
 
 
ชอบไอเดียสวนหย่อมลอยฟ้านี้มากค่ะ .. ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว และดึงธรรมชาติเข้ามาชิดใกล้บ้านพักอาศัยในเมืองได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ปล. ภาพสวยมากค่ะ เสียดายที่ภาพขนาดเล็กไปหน่อย ทำให้ไม่สามารถมองเห็นรายละเอียด และความสวยงามสดชื่นของสวนระเบียงแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน ..
 
 

โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:20:13 น.  

 
 
 
เก่งมากค่ะ ไอเดียบรรเจิดจริงๆ อยากเห็นภาพเต็มๆมุมกว้างกว่านี้ รู้สึกว่ามันสวยมากนะเนี่ย
 
 

โดย: kanni_m วันที่: 1 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:19:48 น.  

 
 
 
ชอบภาพถ่าย...สวยมาก

ชอบคุณนายทั้งสองด้วย
อยากเห็นภาพตอนที่สีขาวกับสีม่วงขึ้นไปสอดแซมกัน
 
 

โดย: แมวไร้เงา วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:51:13 น.  

 
 
 
นอกจากจะจัดสวนได้สวยแล้ว ฝีมือถ่ายภาพยังเยี่ยมอีกด้วยค่ะ
 
 

โดย: HoneyMoM วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:02:44 น.  

 
 
 
แอบชอบเก้าอี้พนักแดงด้วยอะ ไม่ทราบซื้อที่ไหน ราคาเท่าไรค่ะ
 
 

โดย: cat IP: 203.155.181.188 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:25:18 น.  

 
 
 
ไอเดียดีจริงๆครับ

ลอยฟ้าแบบนี้เหมาะกับผมเลย..

บ้านไม่มีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้เลย

ต้องลองหามุมบ้างหละ....
 
 

โดย: Than_Tree วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:15:56 น.  

 
 
 
เก้าอี้พนักพิงสีแดง จำได้ว่าตัวละ 800.- ซื้อที่งานบ้านศูนย์สิริกิตต์ โครงประกอบหลักของมันจะมี 2 ชิ้น วิธีใช้คือเอาชิ้นเล็กเสียบลงไปในชิ้นใหญ่ก้อจะกลายเป็นเก้าอี้ แต่พนักพิงต้องมีถุงผ้าสวมไว้อีกชั้นหนึ่ง ไม่งั้นจะพิงไม่ได้ค่ะ เพราะส่วนที่ถุงผ้าครอบไว้มันเป็นโครงโบ๋ ๆ น่ะค่ะ ถุงผ้าสีแดงเค๊าให้มาเป็นชุดค่ะ ไม่เหมาะกับคนตัวโตมาก ๆ เพราะมันมีขนาดเล็ก โครงสร้างที่ขาตั้งไม่มั่นคงมากนัก คือถ้านั่งไม่ดีจะมีโยกเยกนิดหน่อย หรือตอนลุก-ตอนนั่งในช่วงแรกก้อจะโยกเยก แต่พอนั่งไปแล้วก้อจะอยู่ตัวค่ะ

ที่ดีสำหรับเราคือตัวมันเล็ก ขนาดกระทัดรัด หิ้วไปนอนชายทะเลได้ และมันวางได้ 2 ตัวพอดีที่ระเบียงของเราน่ะค่ะ ชอบดีไซน์ง่าย ๆ แต่น่ารักดี ไม่เกะกะพื้นที่
..................................

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาชมค่ะ

 
 

โดย: ซาไปรส์ IP: 124.120.109.136 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:46:18 น.  

 
 
 
ชอบไอ้ต้นหนวดฤาษี ท่าทางคงแพงน่าดู เคยไปซื้อมา นิดเดียวเอง เกือบ 100 แล้ว ชอบนะ เย็นดี กันแดดดีด้วย
 
 

โดย: papersky วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:25:24 น.  

 
 
 

สวัสดีครับคุณซาไปรส์ :)

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า... ผมไม่ได้มาโฆษณาขายสินค้าหรือ Spam ครับ ผมเลือกส่งเฉพาะบล็อกครับ หากมีเวลาก็อยากจะให้ช่วยอ่านจนจบ แต่ถ้าเป็นการรบกวน จะลบโดยไม่ต้องอ่านเลยก็ได้ครับ

ผมเป็นคนขาย Bean Bag (ไอ้เบาะนั่งที่ข้างในมีเม็ดโฟมเล็กๆ เยอะๆ) ยี่ห้อ Roommate Décor ผลิตและจำหน่ายมานานประมาณ 7 ปี แล้วครับ มีขายปลีกแต่ในอินเตอร์เน็ต ( //www.roommatedecor.com ) เป็นระบบการซื้อ-ขายโดยเข้าไปในดูเว็บไซต์ ชอบใจแบบไหนก็โทรสั่งสินค้า แล้วรอรับ และจ่ายเงินได้ที่บ้าน และพยายามพัฒนาต่อเนื่องให้ของในอินเตอร์เน็ตมีคุณภาพมากกว่าข้างนอก

ตอนนี้ผมและทีมต้องการความคิดเห็นจากคนที่สนใจในเรื่องการตกแต่งบ้าน เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อ จึงแวะเข้ามาใน BlogGang (ปกติผมค่อนข้างนิยม Pantip.com อยู่แล้ว) พวกเราต้องการความคิดเห็นของเจ้าของบล็อกที่เกี่ยวกับการตกแต่งอย่างคุณ เพราะคุณจะเข้าใจถึงการตกแต่งและเทคโนโลยีเว็บไซต์มากกว่าคนทั่วไป :D

หากว่าคุณว่างๆ ลองแวะไปดูเว็บไซต์ของเราและอีเมล์มาหาผม บอกเล่าความคิดเห็นของคุณที่มีต่อ Website และ Brand RoommateDécor ของเรานะครับ อาจจะไม่ได้มีสิ่งตอบแทนใดๆ มากไปกว่า คำว่าขอขอบคุณ และเก็บชื่อของคุณไว้เป็นบุคคลพิเศษสำหรับเราครับ

พงษ์รัตน์ ภวังคานนท์

bloggang@roommatedecor.com
RoommateDecor.com


*ขออภัยหากข้อความนี้รบกวนคุณ **สามารถลบข้อความนี้ได้ทันทีที่อ่านจบครับ

 
 

โดย: พงษ์รัตน์ (นายเอิร์ธ ) วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:11:08 น.  

 
 
 
อยู่หอพักเหมือนกันค่ะ get ไอเดียมากมาก แล้วจะลองดูบ้างนะคะ
 
 

โดย: rasaja วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:35:45 น.  

 
 
 
ตามมาจากห้องชายคาคะ เห็นว่ามีบล็อค

ยิ่งเข้ามาดูในนี้ภาพยิ่งสวยเข้าไปใหญ่



มีภาพยุคใหม่ๆเข้ามาอัพเดตอีกนะคะ จะติดตามชมคะ
 
 

โดย: sweet IP: 203.113.32.10 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:03:24 น.  

 
 
 
สวยดีคับ
 
 

โดย: i IP: 203.144.240.229 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:14:12 น.  

 
 
 
สวัสดีปีใหม่ครับ
 
 

โดย: mOm1 วันที่: 6 มกราคม 2551 เวลา:0:17:54 น.  

 
 
 
ฮืมมมมมม

มีความสุขไปด้วยจริง ๆ ^^

 
 

โดย: แม่มะพร้าว IP: 58.9.8.182 วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:22:05:34 น.  

 
 
 
สวนน่ารักจังค่ะ
 
 

โดย: บุหงา IP: 222.123.10.49 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:16:44 น.  

 
 
 
สวยมากครับ ใช้พื้นที่คุ้ค่าจริงๆ
 
 

โดย: ช้างเมืองชล IP: 124.157.210.129 วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:17:16:03 น.  

 
 
 
แวะมาดูสวนสวยของสาวติสต์ๆ
 
 

โดย: ต้นไม้ของแม่ IP: 125.27.215.68 วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:17:58:52 น.  

 
 
 
ชอบทุกภาพเลยค่ ะไม่ว่าจะเป็นมุมไหนก็ สว...ย
 
 

โดย: ภัสสรา IP: 203.158.118.14 วันที่: 8 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:19:56 น.  

 
 
 
ภาพสวยจัง
สวนก้อ...สดชื่นมั่ก ๆ จ้า
รู้สึกพี่จะติดบล๊อกซาไปรส์ซะแหล่ว.........
 
 

โดย: ชอบทะเลจัง IP: 118.175.145.2 วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:42:35 น.  

 
 
 
หวัดดีค่ะ
แวะเข้ามาชม ไม่เคยผิดหวังเลย ตกแต่งจัดสวนได้สวยงามร่มรื่นมากๆค่ะ
 
 

โดย: ภัสสรา IP: 203.158.118.14 วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:12:33:21 น.  

 
 
 
เก่งมากครับ
 
 

โดย: นที IP: 58.9.231.216 วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:28:02 น.  

 
 
 
ตามมาดูครับ ชื่นตา และชื่นใจ ดีมากครับ
 
 

โดย: OrchidCraze IP: 58.10.36.132 วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:03:19 น.  

 
 
 
ผมเคยจอดรถไว้ใต้หอพัก มีกระถางต้นไม้ตกลงหลังคารถ เอาเรื่องกะใครไม่ได้เลย เจ้าของหอพักให้ไปเอาเรื่องกับเจ้าของห้อง (ตอนเกิดเหตุเจ้าของห้องไมอยู่) ไปๆมาๆสุดท้ายเจ้าของห้องเหมือนรู้ตัว หนีไปซะก่อน (ทั้งๆที่ ผมมาเฝ้าทุกวันเลย) เก็บข้าวของไปหมดตอนกลางคืน เงินประกันหอก็เอาไป โดยที่ทางเจ้าของหอพักไม่ได้เก็บไว้ให้เราเพื่อเป็นค่าซ่อมรถเลย ...

ที่กล่าวมานี้ ไม่ใช่หอพักหรือห้องของคุณซาไปร์สนะครับ เพียงแต่อยากเข้ามาเตือน คนที่คิดปลูกเลี้ยงต้นไม้ที่ระเบียงห้องพัก ให้ระมัดระวังถึงอันตรายให้มากๆ หาที่ยึดเกาะกระถางให้แน่นๆ เชื่อหรือไม่ว่าลมพัดแรงๆ ก็อาจจะทำกิ่งไม้ที่แขวนเกิดชนกับกระถางและอาจจะทำให้กระถางหล่นลงมาได้ ถ้าโดนใส่รถเหมือนผมก็ยังไม่เท่าไร เพราะรถผมมันเก่า แต่ถ้าเป็นรถใหม่ๆหรือเป็นหัวคนก็อันตรายมากๆนะครับ (การต่อเติมอาคาร เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทุกกรณี) ฝากพิจารณาด้วยนะครับ
 
 

โดย: ผมก็รักธรรมชาติ IP: 58.8.124.164 วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:31:05 น.  

 
 
 
ขอบคุณสำหรับข้อทักท้วงดี ๆ เราจะเข้ามาแจงรายละเอียดในส่วนนี้เพื่อประกอบข้อมูลเป็นข้อควรระวังอีกครั้ง คือทำไว้แล้ว แต่อ่านแล้วข้อความยังแกว่ง ๆ อยู่

ขอแสดงความเสียใจเรื่องรถด้วยนะคะ เป็นใครก้อคงโกรธเหมือนกัน

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
 
 

โดย: ซาไปรส์ วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:51:49 น.  

 
 
 
เราเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับข้อควรระวังที่ความหายนะอาจจะมาเยือนไว้ในลิงค์ของ "สวนกล้วยลอยฟ้า" (ยุคที่ 4) พร้อมภาพประกอบเรียบร้อยแล้ว คือเรียบเรียงเท่าที่นึกได้ในตอนนี้ไว้เพื่อพิจารณากัน ขอบคุณพี่น้องที่แวะมาดูสวนลอยฟ้าของเรานะคะ

 
 

โดย: ซาไปรส์ วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:15:20 น.  

 
 
 
ขอบคุณสำหรับไอเดียดีๆ
ขอบคุณที่มีคนทำBlogดีๆ
ขอบคุณที่ทำให้ผมมีความคิดดีๆ
ผมรู้แล้ว....พรุ่งนี้ผมจะทำอะไร
 
 

โดย: วรากร IP: 202.176.97.250 วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:1:04:19 น.  

 
 
 
ความคิดสร้างสรรค์ดีจัง เจ้าสวนหย่อมลอยฟ้าอันนี้
 
 

โดย: ตะไคร้หอม วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:16:20:52 น.  

 
 
 
ว่าจะไม่เม้นท์ แหม๋...แหม๋..อดไม่ไหว ไอเดียกิ๊บเก๋บุเรก้า ขนาดนี้ต้องจัดปาย...เยี่ยมจริงเล้ย..พับผ่า..ชอบๆๆๆ...
 
 

โดย: โชโชแปง วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:21:48 น.  

 
 
 
จัดได้สวยดีนะครับ ชอบจังเลย
 
 

โดย: เฮงๆ IP: 125.27.206.119 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:3:22:26 น.  

 
 
 
โหย มาจัดให้เอ้ที่บ้านมั่งนะ ตอนนี้ระเบียงมีแต่ขี้นก ตะไคร่ และฝุ่นรา....

อยากได้ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ สวยๆๆๆ

มาจัดทั้งบ้านเรยก็ดี แหะ ๆ ๆ
 
 

โดย: เอ้ IP: 114.128.247.111 วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:23:56:23 น.  

 
 
 
แม่จ้าววววววว
สวยเริด
นับถือค่ะ

ว่างๆ เอารูปไปลงที่ห้องต้นไม้พันทิปบ้างนะคะ
รับรอง แฟนขับตรึม ฝีมือขนาดนี้
 
 

โดย: ป้าจายท้ายสวน IP: 125.25.148.203 วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:19:31:06 น.  

 
 
 
สวยค่ะ ได้ไอเดียไปแต่งที่บ้านบ้างแล้ว
 
 

โดย: ลำตะคอง วันที่: 1 กันยายน 2553 เวลา:7:51:35 น.  

 
 
 
โหนอกจากสวยเเล้วยังน่าจะนำไปลองทำตกเเต่งที่บ้านอีกนะคะ
 
 

โดย: ด.ญ. สุทรารัต เชษฐา IP: 110.164.243.107 วันที่: 25 กันยายน 2553 เวลา:11:20:37 น.  

 
 
 
สวยมากมีไอเดียเหมือนกันเลยแต่ของป้ายังไม่ได้ลงรูปธรรมจริงจัง เพราะกำลังคิดวิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ สำหรับบุคคลออทิสติก(ป้ามีลูกชายเป็นออทิสติก) แบ่งพืชพันธุ์ประกอบการปลูกออกเป็นสี่กลุ่ม พืชพันธุ์ไม้ให้ร่มเงา พืชพันธุ์ไม้พยาบาล พืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ และพืชพันธุ์ไม้เป้าหมาย.....การแต่งสวนแบ่งได้ สวนลอยฟ้าสมดุลระบบนิเวศ สวนตั้งพืช/ตั้งโต๊ะสมดุลระบบนิเวศ และสวนน้ำสมดุลระบบนิเวศ....แต่ยังไม่ตกผลึกดี ต้องทำไปคิดไปฝึกลูกชายไป....ตัวเอกก็คือเจ้าเคราฤาษีนี่แหละ....ถ้าอยากเชิญมาเป็นวิทยากรอบรมผู้ปกครองเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณ์สวนสมดุลระบบนิเวศแบบต่างๆ นี่จะได้ไหมเอ่ย? ตอนนี้ป้า(อายุจะ ๖๐ แล้วต้องเป็นป้าหรือยายแน่ๆ) ตอนนี้กะลังแต่งตำราประกอบการเรียนสอนอยู่ข้อมูลหาเอาจากในเนทล้วนๆ ไม่รุจะเป็นการระเมิดลิขสิทธิ์รึป่าวแต่คิดว่าเพื่อเด็กพิเศษ.....คงไม่มีใครว่าอะไร

เชิญเยี่ยมชม..เวบไซท์ของป้าที่ทำเพื่อลูกชายและเพื่อนของเขาได้ที่...//www.autisticthailand.com



 
 

โดย: จีรพันธุ์ ตันมณี IP: 182.53.117.23 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:6:07:03 น.  

 
 
 
การแต่งสวนแบ่งได้ สวนลอยฟ้าสมดุลระบบนิเวศ สวนตั้งพื้น/ตั้งโต๊ะสมดุลระบบนิเวศ และสวนน้ำสมดุลระบบนิเวศ

แก้คำผิดค่ะ

อ้อ..ตอนนี้ป้ากะลังทำโครงการเพื่อให้บ้านผู้ปกครองในกลุ่มมีมุมสวนสมดุลระบบนิเวศที่บ้านเพื่อเป็น มุมฝึกอาชีพนี้แก่ลูกๆหลานๆที่เป็นออทิสติกที่บ้านคู่ขนานไปกับที่สถานศึกษา-ศูนย์วิจัยฯ ออฯ มข. กะศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น...กะลังอยู่ในช่วงจูนความคิดผู้คนทั้งในภาครัฐและภาคประชาชน
 
 

โดย: จีรพันธุ์ ตันมณี IP: 182.53.117.23 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:6:12:38 น.  

 
 
 
ความคิดเร็วกว่านิ้วมือแก้คำผิดอีกแล๊ะ

วิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ สำหรับบุคคลออทิสติก
 
 

โดย: จีรพันธุ์ ตันมณี IP: 182.53.117.23 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:6:15:34 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ซาไปรส์
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]





Indy Style Indy

เว็บไซด์ขายเสื้อผ้าออนไลน์

สไตล์โบฮีเมียน, ยิปซี ฯลฯ
สำหรับสาวเซอร์ หรือสาวที่มี
เอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
สนใจแวะชมได้นะคะ

"เสื้อผ้าสไตล์โบฮีเมียน
ยิปซี อินเดีย ฯ
เสื้อผ้าแนว ๆ
คลิ๊กที่นี่
"



New Comments
[Add ซาไปรส์'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com