<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
8 กรกฏาคม 2551
 

สวนกล้วยลอยฟ้า


: เข้าหน้าสารบัญหลักเพื่อดูทุกหัวข้อ..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : ประสบการณ์ผ่านเต้า (ตัวเอง)..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : สวนหย่อมลอยฟ้าราคาประหยัด..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : สวนกล้วยลอยฟ้าบนอาคารสูง 6 ชั้น..."คลิ๊กที่นี่"




ปีนี้ฝนมาเร็วกว่าปกติ เบรคนี้จึงมาพร้อมกับสายฝน พี่น้องรักษาสุขภาพด้วยนะคะ



“คอนเซ็บหลัก” เข้าสู่สวนหย่อมลอยฟ้าขนาดเล็กในยุคที่ 4 แล้ว ซึ่งคอนเซ็บต์หลักจะเป็นการเพิ่มกล้วยไม้ทั้งหลาย โดยเพิ่มที่ด้านนอกของอาคารที่บริเวณโครงคู่ด้านล่าง และที่บริเวณโครงคู่ซ้ายและโครงคู่ด้านขวา แม้ว่าเราจะไม่สามารถได้โครงอันใหม่ที่แข็งแรงกว่าและรองรับการปลูกต้นไม้ได้มากกว่า เนื่องจากนิติบุคคลไม่อนุญาติให้แก้ไขดัดแปลงสิ่งที่อยู่นอกอาคารอีก แต่เรายังสามารถใช้โครงอันเดิมแทนได้ ในเมื่อมันได้เท่านี้ ซึ่งก้อยังได้ เพียงแต่จะไม่ได้แบบครอบคลุมที่ต้องการเท่านั้นเอง แค่ไหนก้อแค่นั้นนะคะ ปัจจุบันสวนหย่อมลอยฟ้าของเรามีอายุ 2 ปีเศษ ซึ่งครึ่งปีหลังที่ผ่านมากับการทดลองเลี้ยงกล้วยไม้ พบว่ามันให้ผลดีที่น่าพอใจ ดูเหมือนว่ากล้วยไม้ทั้งหลายสุขสบายดี (ไม่ตาย) อาจมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ค่อย ๆ เรียนรู้ไป ทำให้เราพอเข้าใจขึ้น แต่ถ้าจะมีบางชนิดไม่สามารถให้ดอกได้อีกครั้งเมื่อถึงฤดูกาลของมัน เราก้อไม่ซีเรียส เพราะถือว่าได้ดีไซด์ของใบและต้นมาประดับสวนหย่อมลอยฟ้าของเราก้อละกัน

กล้วยที่ห้อยโหนอยู่ทั้งหมดมี 25 ชนิด ประกอบไปด้วย 1.เอื้องสายล่องแล่ง 2.เขาแกะ 3.เมี่ยงกิ่งดำ 4.กล้วยไม้มือนาง 5.ฟาแลนเบรีน่า 6.เอื้องดอกมะเขือ 7.ionopsis 8.พลอยไพลิน 9.ออนซิเดี่ยมแคระ 10.สิงโตอะรูมิไร้ 11.สิงโตอะรูมิไร้ 12.สิงโตสมอหิน 13.สิงโตหลอดไฟ 14.หวายแคระปากขาว 15.เอื้องม่อนไข่ 16.เอื้องผึ้งแคระ 17.นางฟ่อน 18.กุหลาบเหลืองโคราช 19.เอื้องสายน้ำเขียว 20.เอื้องแปรงสีฟัน 21.เอื้องผึ้งธรรมดา 22.เอื้องพวงสร้อยน้อย 23.แคทรียา 24.หนวดพราหม์ 24.ครั่งสั้น 25.ขาวสตูล บางชนิดจะมีนิดเดียว ประมาณว่าไม่เป็นกอ เพราะแบ่งมาจากคุณพี่ชาย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกอเล็ก ๆ ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ ที่ดูเหมือนกอใหญ่หน่อยจะเป็นเอื้องสายล่องแล่ง เขาแกะ และเมี่ยงกิ่งดำที่ผู้ใหญ่ท่านให้มา บางชนิดมี 2 ขอน และชนิดที่มีมากที่สุด 7 กระถาง คือionopsis ชนิดของกล้วยที่มีอายุมากที่สุดครึ่งปีแล้ว ส่วนต้นไม้อื่น ๆ ที่ไม่ใช่กล้วยจะมีเฟิร์น 4 ชนิด กลุ่มทิลแอนด์เซีย และโฮย่าฮิวอี้เพียงต้นเดียว กระถางที่ใช้ทั้งหมดมีขนาด 9 ซม. ดังนั้นเข้าใจว่าจากชื่อเดิม “สวนหย่อมลอยฟ้า” ควรจะต้องเป็น “สวนกล้วยลอยฟ้า” มากกว่านะคะ













เฟิน 3 ชนิด ซึ่งมีมาแต่ในยุคก่อนหน้านี้ยังคงมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่ในยุคที่ 4 มีการเพิ่มเฟินนาคราชแคระเพิ่มอีก 8 กระถาง อายุกว่าครึ่งปีแล้ว ซึ่งจะอยู่ในตระกร้านอกอาคารที่ติดตั้งอยู่บนโครงอลูมิเนียมด้านล่าง พืชอากาศแท้ ๆ คือกลุ่มหนวดฤาษีและทิลแอนด์เซียบางชนิดยังคงมีอยู่ พวกเธออึดและทนทานในทุกสภาวะอากาศ ในฤดูหนาวไม่มีแสงเลยเธอก้อยังมีสุขภาพที่แข็งแรง แม้ช่วงแดดแรงในเดือน พค.-มิย. แถมได้รับแดดตลอดวัน อาการเป๋ไม่มีให้เห็น อีกทั้งยังเป็นตัวกรองแสงได้ดีอีกด้วย ในเบรคนี้เราจะพุ่งไปที่สภาพแวดล้อมโดยรวม ดังนั้นหากต้องการข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางของกล้วยไม้แต่ละชนิดที่อยู่บนสวนกล้วยลอยฟ้าของเรา สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ในเบรคของ พิกัด...พื้นที่สีเขียว ซึ่งเราจะทะยอยเพิ่มหัวข้อไปเรื่อย ๆ กล้วยชนิดใดที่เราไม่ได้เลี้ยงไว้ แต่ปรากฏในพิกัด...พื้นที่สีเขียว แสดงว่าเป็นกลุ่มกล้วยที่อยู่บ้านนอกนะคะ **สามารถเข้าไปดูบทความเพิ่มเติมพร้อมภาพประกอบของกล้วยไม้เป็นรายชนิดได้ที่หน้าสารบัญในหัวข้อ “พิกัด...พื้นที่สีเขียว” ":คลิ๊กเข้าหน้าสารบัญได้ที่นี่:"

**ต้องการดูความเป็นมาของ “สวนหย่อมลอยฟ้ายุค 1-3” พร้อมวิธีการอย่างละเอียด ":คลิ๊กดูสวนหย่อมลอยฟ้าเวอร์ชั่นเดิมได้ที่นี่:"















“ของขวัญจากธรรมชาติ” ปกติที่สวนหย่อมลอยฟ้าของเราเคยมีแมลงหน้าตาแปลกมาให้เห็น 3 ชนิด ซึ่งไม่ใช่แมลงทั่วไปที่เคยเห็น มีเห็นก้อมีแอบขำ หน้าตาตล๊กตลก เคยพบชนิดหนึ่งทำให้เราไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะหน้าตาหล่อนดุดันมาก แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคที่ 1-3 นอกจากนี้มีแมลงทั่วไปที่เคยเห็น มีผีเสื้อกลางคืนมาเยี่ยมให้เห็นอยู่บ้าง แต่ในคืนหนึ่งของยุคที่ 4 (ปัจจุบัน) มีแมลงปอเข็มสีสวยมาเยือนที่สวนกล้วยลอยฟ้าของเราพร้อมกับสายฝนที่กำลังเริ่มลงเม็ด เรารีบออกไปเก็บ “เอื้องพวงสร้อยน้อย” ที่กำลังให้ดอก เกรงว่าสายฝนจะกระแทกทำให้กลีบดอกช้ำ แต่พบแมลงปอเข็มกำลังเกาะอยู่ เข้าใจว่าปีกคงเปียกฝน หรือหล่อนเป็นแมลงปอกลางวัน พอกลางคืนอาจมองไม่เห็น หรืออาจพลัดหลงมาถึงชั้น 6 จึงอาศัยสวนกล้วยลอยฟ้าของเราเป็นที่พักค้างคืน รุ่งเช้าเราตื่นขึ้นมาพบว่าเธอหายไปแล้ว เป็นครั้งแรกที่เราเห็นแมลงปอเข็มบนสวนหย่อมลอยฟ้าของเรานะคะ







ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมคาบเกี่ยวต้นเดือนมิถุนายน เริ่มมีนางแบบและนายแบบคู่หนึ่ง พากันขนกิ่งไม้ใบไม้มาทำรังที่ด้านบนสุดของโครงอลูมิเนียมทางด้านขวามือ เรากรี๊ดแทบสลบ เช็คสายพันธุ์แล้วพบว่าเธอคือ "น้องกะติ๊ด" ก่อนไปทำงานเราจะไปยืนเอาหลังพิงผนังระเบียง สองมือยกกล้องค้างไว้ สายตาเล็งไปที่ช่อง View Finder มือพร้อมโฟกัสและกดชัตเตอร์ในทุกขณะ พอเธอบินออกจากรังไปคาบกิ่งไม้เราจะเอามือลงพักเมื่อยสักแป๊ปหนึ่ง จากนั้นยกกล้องตั้งหลักค้างไว้จนกว่าเธอจะบินคาบใบไม้มาทำรังเป็นรอบต่อไป ชีวิตประจำวันทุกเช้าเราเป็นแบบนั้น ทุกเช้าเราจะเก็บได้หลายช็อต แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยชัด ยังโชคดีตรงที่เวลาเขาคาบใบไม้มาทำรัง จะต้องแวะเกาะที่เอื้องสายน้ำเขียวก่อน จากนั้นค่อยคาบส่งไปให้อีกตัวหนึ่งที่อยู่ในรัง ช่วงเวลาตรงนี้มันเร็วมาก แต่อย่างน้อยยังพอมีช่วยหายใจได้ประมาณ 1 อึด และหนึ่งอึดตรงนี้มันคือนาทีทองสำหรับเรา เล็งทุกเช้าและเช้าละหลายรอบคงฟลุ๊คบ้างล่ะ

พอได้ภาพชัดมาแจมให้พี่น้องดูกันนิดหน่อย เล่นบุกมาเยือนท้าทายถึงปลายจมูกกันแบบนี้ จะปล่อยให้รอดมือก้อบ้าไปแล้ว เราสังเกตุพฤติกรรมพวกเธอในทุกระยะ บางครั้งจ๊ะเอ๋กันตรง ๆ ทำให้เธอตกใจบินย้อนกลับไป แต่เธอจะกลับมาอีกสักพักใหญ่ จุดที่เธอจะบินมาเกาะพักก่อนพุ่งเข้าสู่รังคือเอื้องสายน้ำเขียวและเมี่ยงกิ่งดำ รังของเธออยู่ด้านบนสุดของโครงอลูมิเนียมทางด้านขวามือ ส่วนใต้รังเป็นที่ห้อยโหนของเอื้องแปรงสีฟัน ทำให้ยอดของเอื้องแปรงสีฟันต้องบิดโค้งหลบไปตามธรรมชาติที่ถูกรังนกดันเอาไว้ ด้านซ้ายมือของรังนกเป็นแคทรียาและหนวดฤาษีพวงเล็ก ถือเป็นตำแหน่งที่ดี ทำให้ไม่ต้องกดดันมากเวลาที่จะต้องรดน้ำให้กล้วยของเรา เพียงแต่ลดความแรงของน้ำลงเท่านั้นเองนะคะ





พวกเธอใช้เวลาทำรังเกือบ 1 สัปดาห์ และช่วงนั้นจับภาพได้ง่ายที่สุด เพราะช่วงบินไปมาเพื่อคาบกิ่งไม้จะใช้เวลาสั้นมาก เราไม่ต้องรอนาน หรือไม่ต้องรอแบบไม่มีจุดมุ่งหมาย แป๊บเดียวก้อบินกลับมาแล้ว หลังจากนั้นพวกเธอก้อหยุดการทำรัง แต่ต้องมีเห็นหน้ากันทุกวัน ถ้าไม่เห็นตอนเช้าก้อจะเห็นตอนเย็น ต่อมาเราไม่เห็นน้องกระติ๊ดอีกเลยประมาณเกือบ 1 สัปดาห์ จนเราคิดว่าเธอทิ้งรังไปแล้ว ทั้งที่มั่นใจว่าไม่ได้ไปรบกวนพวกเธอเลย เราไม่พยายามทำให้ห้องเงียบซะทีเดียว ทำตัวปกติ เพียงแต่เบาเสียงลง แถมเปิดซอฟร็อคให้พวกหล่อนฟังทุกคืน หล่อนจะได้เกิดความเคยชินกับสภาพแวดล้อมของเรา

คืนหนึ่งเราตัดสินใจปีนขึ้นไปเพื่อดูหน่อใหม่ของแคทรียาที่เห็นยาวออกมาถึง 2 หน่อ และหน่อใหม่ของเอื้องแปรงสีฟันอีกหนึ่งหน่อ ได้ทำการขยับกล้วยไม้สองชนิดนี้เพื่อไม่ให้เบียดรังของน้องกระติ๊กมากเกินไป และเราได้ยินเสียงกุกกักภายรัง จากนั้นเห็นเธอบินหนีออกจากรังไปด้วยความตกใจ หลังจากนั้นอีก 3 วัน เราไม่เห็นน้องกระติ๊ดอีกเลย เพื่อความชัวร์เราจึงไม่ไปยุ่งที่บริเวณนั้นอีก จนเช้าวันหนึ่งเราเห็นเธอบินออกจากรัง แสดงว่าเธอยังอยู่ ความจริงยังมีอีกหลายจุดที่เราต้องติดตั้งระแนงเล็ก ๆ เพิ่มที่ผนังด้านในอาคารที่ด้านข้าง และต้องทำราวด้านบนเพิ่ม แต่ต้องหยุดภาระกิจนี้ไว้ก่อน เนื่องจากต้องมีการเจาะผนัง เกรงว่าจะไปรบกวนพวกเธอ ทุกเช้าเวลาเรารดน้ำก่อนไปทำงานหรือกลับมาจากที่ทำงาน เราพยายามเงี่ยหูฟังเสียงผิดปกติภายในรัง เนื่องจากปากรังอยู่นอกอาคาร ทำให้เราไม่เห็นสิ่งเป็นไปภายในรัง และรังของน้องกระติ๊ดไม่ได้มีลักษณะเหมือนตระกร้าของนกเขาที่มีกิ่งไม้รองเฉพาะด้านล่าง สามารถเห็นความเป็นไปโดยง่าย แต่จะเป็นเหมือนซุ้มปิดทั้งหมด





เช้าของวันที่ 25 มิถุนายน เราตื่นขึ้นมารดน้ำตามปกติ เห็นน้องกระติ๊ดบินออกไปจากรังแล้ว พร้อมกับได้ยินเสียงร้องแบบประสานเสียงมาจากในรัง เป็นเสียงเล็ก ๆ แหลม ๆ เราปีนขึ้นไปเงี่ยหูฟังเสียงลูกนกมาจากในรังจริง ๆ เข้าใจได้ทันทีว่าแม่กระติ๊ดฟักไข่เป็นลูกกระติ๊ดเรียบร้อยแล้ว เช้าวันนั้นเราคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเสียงลูกนกที่เกิดบนสวนหย่อมของเรา พากันร้องต้อนรับให้ได้ยินเป็นวันแรกซึ่งตรงกับวันเกิดของเราพอดี โอ๊..เย๊ หากเป็นไปตามทฤษฎี ลูกนกกระติ๊ดจะอยู่ในรังประมาณ 15 วัน จากนั้นพวกเธอจะเริ่มบินออกไปกับแม่กระติ๊ดแล้ว ลูกกระติ๊ดกินจุมาก วันหนึ่งแม่กระติ๊ดต้องบินหาอาหารหลายรอบ หากแม่กระติ๊ดกลับมาพร้อมอาหาร จะได้ยินเสียงลูกกระติ๊ดร้องกันกระจองอแง แสดงว่าแย่งกันกินอาหารมังคะ โอ๊..เย๊ ฟังเสียงสวรรค์จากธรรมชาติที่ประทานมาให้ได้ทุกวัน แถมวันละหลายรอบเลย ภาพสุดท้ายมีทั้งพ่อกระติ๊ดเต็มตัวอยู่ด้านล่าง และแม่กระติดครึ่งตัวที่ด้านบน เธอกำลังจะเข้ารังนะคะ







“กล้วยไม้ที่นอกอาคาร” กว่าจะมาถึงในยุคนี้ไม่ง่ายเลย ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ นะคะ เราลองผิดลองถูกกับการปลูกต้นไม้มาพอสมควร ในยุคแรก ๆ ล้มตายไปหลายชนิด ปัจจุบันรู้แล้วว่าเฟินเหมาะสมที่สุด ดังนั้นกลุ่มไม้เดิม ๆ ที่กำแพงหลุมในเขตระเบียงด้านบนยังคงเป็นเฟินขนนกที่พองฟูเหมือนหัวผักกาดเพียงแถวเดียว แผงหนวดฤาษียังห้อยโหนเหมือนเดิม เพียงแต่ถูกแบ่งออกไปบ้าง เพราะแน่นและยาวเกินไป ที่หลุมด้านล่างยังคงเป็นเฟินใบมะขามชนิดเดิม ๆ อีกเช่นเดียวกัน ส่วนกลุ่มต้นไม้ที่อยู่นอกตัวอาคารจะถูกวางให้ยาวขนานไปกับแถวแรกของกลุ่มเฟินที่อยู่บนหลุม ซึ่งพวกมันจะอยู่ในตาข่ายพลาสติกสีดำ ที่นำมาพับให้เป็นกล่องสี่เหลี่ยมหลาย ๆ ใบ โดยตะกร้าตาข่ายสีดำจะถูกยึดไว้กับโครงอลูมิเนียมที่ด้านล่างนอกตัวอาคาร ทำให้เราได้พื้นที่ตรงนี้เพิ่มขึ้น ดูดีกว่ามีแถวเฟินในเขตตัวอาคารแค่แถวเดียว คือมันดูหนาตามากขึ้น มองแล้วสดชื่นมากขึ้น รวม ๆ จะเป็นกลุ่มออนซิเดียมทั้งหลาย เครื่องปลูกเป็นกาบมะพราวและถ่าน ทำให้น้ำหนักเบา เหมาะสมต่อพื้นที่ ไม่เป็นภาระต่อโครงอลูมิเนียมนะคะ













“กล้วยไม้ที่โครงด้านซ้ายมือ” ปัจจุบันที่โครงคู่ด้านซ้ายมือเกือบลงตัวแล้ว เราใช้แคมป์หางปลาเอาไปเจาะรูเพิ่มเป็นตัวยึดเกาะกับโครงอลูมิเนียมท่อกลม ใช้ลวดนิ่มสั้น ๆ เป็นตัวเกี่ยว ได้ผลดีมาก คือยกเปลี่ยนทิศทางได้สะดวก ไม่มีปัญหาถูกลมกระชาก ถ้าผูกติดกับโครงกลม ๆ ต้องรื้อแล้วผูกใหม่มันยุ่งยากและเสียเวลา พอนานไปก้อเลื่อนลงมาอีก กลุ่มที่ออกดอกบางชนิดจะมีปัญหาเมื่อถูกฝนแรง ๆ เราก้อดึงออกมาไว้ในตัวอาคารได้รวดเร็ว แค่ยกออกก้อเท่านั้นเอง เวลาถ่ายภาพแล้วเห็นโครงอลูมิเนียมไม่สวยเลย ต้องหาพวกที่มีเส้นสายมาช่วยดร็อปความแข็งกระด้าง ดูแล้วมันช่วยให้เกิดความอ่อนช้อยขึ้น คิดปรับปรุงไปเรื่อย ๆ หนวดฤาษีพวงเล็ก ๆ ก้อช่วยได้ นำมาห้อยแปะเพิ่มในบางจุด ส่วนใหญ่สมาคมชมรมชาวหอก้อบอกว่ามันดูดีขึ้นเรื่อย ๆ เราก้อหวังว่าจะคิดหาวิธีทำให้มันดูดีขึ้นไปอีกนะคะ















“กล้วยไม้ที่โครงทางด้านขวามือ” โครงอลูมิเนียมด้านขวามือ ยังไม่เรียบร้อยดี สับสนอยู่เหมือนกัน คือมันต้องคำนึงถึงแสงด้วย บางชนิดรับแสงได้มากน้อยต่างกัน ทิศทางของแสงของโครงด้านซ้ายและขวามันก้อต่างกัน ใช้วิธีสลับวางเอา อย่างในฤดูนี้จะให้กล้วยไม้ที่อยู่บริเวณนี้หนาตาไม่ได้ เพราะแสงแดดช่วงเช้าในฤดูฝนจะพุ่งมาจากช่องนี้ ถ้าหนาตามากจะกลายเป็นตัวบังแสงที่จะพุ่งไปที่โครงด้านซ้ายมือ ประกอบกับมีน้องกะติ๊ดมาทำรังบนโครงด้านบนสุด เราจึงต้องเคลื่อนไหวในบริเวณนี้น้อยที่สุด ทำได้เพียงรดน้ำเบา ๆ พ่นน้ำไปโดนรังน้อยที่สุด และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่จะทำให้น้องกระติ๊ดตกใจ

วันหนึ่งสมาคมชมรมชาวหอมาอ่านหนังสือที่ระเบียงของเรา ซึ่งเราก้อบอกให้ระวัง ถ้าเจอกันให้อยู่นิ่ง ๆ อย่าโผล่หน้าออกไปจ้องมอง แต่อยู่ดี ๆ หล่อนก้อวิ่งป่าราบเข้ามาในห้องทำหน้าตกใจ เราจะไปรู้ได้ไงว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นหล่อนวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น เราก้อรีบลุกขึ้นเตรียมจะวิ่งออกไปนอกห้อง นาทีนั้นใครวิ่งได้เร็วก่อนย่อมได้เปรียบ ในใจคิดว่ามีงูเลื้อยเข้ามาเปล่าหว่า? ทำไมเราไปคิดถึงงูก้อไม่รู้เหมือนกัน แต่กลัวมาก ๆ และหล่อนบอกว่าประจันบานกับน้องนก แม่กระติ๊ดกำลังจะเข้ารัง แต่แม่กระติ๊ดบินเลี้ยวขวาบินหายไปในอากาศ ส่วนหล่อนวิ่งเลี้ยวซ้ายเข้าห้องมา มันก้อขำที่เห็นเราตั้งหลังเตรียมวิ่งบ้าง แล้วบอกว่า "ห้องใครฟะ" นอกจากผู้บุกรุกจะหนีแล้ว หล่อนและเจ้าของห้องต้องหนีด้วย เราก้อเลยบ่นไปว่าทำไมไม่บินตามแม่กระติ๊ดไปฟะ? วิ่งเข้ามาในห้องทำไม? เพราะทำให้เราตกใจไปด้วย โห? แม่กระติ๊ดตัวเล็กนิดเดียว แต่ทำให้พวกเราตกใจกันได้ขนาดนี้ ขำกันแทบตาย โอ๊..เย๊















"ภาวะแดดดกมาถึงแล้ว” ในเดือน พค.-มิย. จำเป็นต้องขึงสแลนชั่วคราวเพื่อหลบแดด ซึ่งช่วงนี้จะโดนแดดกันถ้วนหน้าตลอดวันตั้งแต่เช้า ทำให้เราต้องปลดกล้วยไม้บางชนิดแล้วเปลี่ยนการติดตั้งชั่วคราว จนกว่าเราจะปลดสะแลนออกทั้งหมดในอีกไม่นานนี้ ดังนั้นสายน้ำเขียวและเมี่ยงกิ่งดำจึงสลับผิดที่ผิดทางไปก่อน แต่เราก้อเอาขอนไม้เปล่า ๆ ไปห้อยไว้แทนที่ของเอื้องสายน้ำเขียว เพื่อให้เป็นที่เกาะของน้องกระติ๊ด ซึ่งใช้แทนได้ดี และเว้นสะแลนให้เป็นช่องว่างสำหรับน้องกระติ๊ดบินเข้าออกนะคะ เราไม่ชอบสะแลนเลย เพราะดูอึดอัด มองไม่เห็นฟ้าเหมือนเช่นเคย

นานมาแล้วมีใครหลายคนบอกให้เราทำลูกกรงที่หน้าประตูห้อง และที่ระเบียงเหมือนห้องอื่น ๆ แต่เราไม่ทำ ใช้วิธีเซฟตี้อย่างอื่นแทน เพราะมันเหมือนถูกคุมขังและดูแล้วไม่สวยเอาซะเลย และการถ่ายภาพสิ่งที่อยู่ภายในสะแลน มันเป็นเรื่องแย่มาก เราไม่สนุกที่จะถ่ายแบบนั้น เพราะสภาพแสงมันมีปัญหา หาสีดำไม่ได้นะ มันมีแต่แพ็คใหญ่ เลยต้องเอาสีเขียวมาใช้ไปก่อน แต่ก้อพยามอัดมาหลายภาพเท่าที่ทำได้ ท้ายที่สุดแล้วบางภาพมันก้อโรแมนติกไปอีกแบบหนึ่ง มองในแง่ดีมันก้อเป็นตัวกรองอาคารฝั่งตรงข้ามได้ดีเหมือนกัน ทำให้ฝนสาดเข้ามาในตัวระเบียงน้อยลงด้วย รอให้น้องกระติ๊ดตัวน้อยโตและบินออกไปหากินกับแม่กระติ๊ดได้ก่อน เราจึงจะทำการปรับปรุงสวนกล้วยลอยฟ้าให้เป็นเวอร์ชั่นที่ 5 และปรับพื้นที่ใต้ภาพที่ติดตั้งไว้บนผนังด้วย รอติดตามสวนหย่อมลอยฟ้าภาคสมบูรณ์อีกครั้งนะคะ





















"เก็บตก” สุดท้ายของเบรคนี้แล้ว เลือกบางส่วนมาลงเพิ่มเติม จุดชมท้องฟ้าที่ห้องของเรามี 2 ที่ คือบริเวณหน้าต่างบานคู่ภายในห้อง และที่ระเบียง สำหรับเราฤดูที่ท้องฟ้าหวือหวาที่สุดคือในฤดูฝน รอถ่ายฟ้าผ่าอยู่ แต่ผ่าไม่ลงจังหวะซักที คือไปผ่าตรงที่ถ่ายไม่ถึงน่ะค่ะ ช่วงเทศกาลวันพ่อพอจะได้เห็นพลุที่ยิงจากแถวสนามหลวง สนามม้าบ้าง ปีที่ผ่านมาพลุยิงสูงกว่าทุกปี แถมให้สองภาพ ไว้ถึงฤดูที่กล้วยออกอีกครั้ง โดยเฉพาะจุดใหญ่ ๆ ที่ดูแล้วเห็นชัดเจน จะนำภาพมาอัพเดทให้เห็นอีกครั้ง ส่วนบรรยากาศเล็ก ๆ ที่เคยออกมาให้เห็นแล้วตอนที่ซื้อมาใหม่ ๆ สามารถเข้าไปดูชั่วคราวได้ในหน้าไร้สาระบัญ ในหัวข้อพิกัดพื้นที่สีเขียว ไว้รอตอนออกจริงที่ผ่านการเลี้ยงมากับมือของเราอีกครั้งภายในหน้านี้ เราจะเปิดอีกหนึ่งเบรคเป็นการรวบรวมกล้วย 25 ชนิด ที่อยู่บนสวนกล้วยลอยฟ้าทั้งหมดแบบชัด ๆ พร้อมข้อมูลเล็ก ๆ ให้เป็นแนวทางในเบรคถัดไป ถือว่าดูกันเล่น ๆ ดูกันเพลิน ๆ เพราะมันคือความสดชื่นที่เราอยากจะมอบให้ และเหนือสิ่งอื่นใดขอให้พี่น้องมีความสุขกับสิ่งที่ทำกันทุก ๆ คนเลยนะคะ

























“ระดับความปลอดภัย" ได้มีการทักท้วงเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้บนอาคารสูง หากไม่ละเอียดรอบคอบอาจสร้างปัญหาและชีวิตทรัพย์สินของผู้คนที่เบื้องล่างได้ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องจริง และการต่อเติมอาคารถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบทุกกรณี ตรงนี้ก้อเป็นเรื่องจริง แต่เราไม่ได้เจาะลึกไปถึงโทษของการผิดกฎหมายในส่วนนี้ (กลัวเครียด) ดังนั้นหากใครคิดจะต่อเติมเหมือนเราต้องเข้าใจจุดนี้ด้วย ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ ทีนี้มาพูดถึงสวนกล้วยลอยฟ้าของเรา ซึ่งจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ดัดแปลงจากของเดิมเป็นของใหม่ที่อยู่ในเขตพื้นที่เดิม และมีการต่อโครงอลูมิเนียมออกไปนอกอาคาร 11 นิ้ว ซึ่งตรงนี้ผ่านการขออนุญาตจากผู้ดูแลอาคารแล้ว ซึ่งเขาจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบก่อนและหลังทำ ซึ่งเข้าใจว่าการต่อเติมโครงไปที่นอกอาคารถ้าจะเอาผิดกันจริงน่าจะเข้าข่ายผิดกฏหมาย แต่คงเป็นการอนุโลมจากเจ้าหน้าที่ดูแลของตึก

ซึ่งต่อมาเราไปยื่นเรื่องจะขอทำโครงอันใหม่เป็นสแตนเลส เหมือนที่กันขโมยยื่นออกไปนอกอาคารเหมือนบางห้อง แต่ของเราจะขอทำเฉพาะโครง ไม่มีส่วนปิดตรงกลาง ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ปัจจุบันมีการระงับส่วนต่อเติมนอกอาคารทั้งหมด แต่ที่ยังมีอยู่เดิมไม่ได้สั่งให้รื้อถอนการติดตั้ง ตรงนี้ไม่เป็นไร ทำอันใหม่ไม่ได้เราก้อไม่ซีเรียส แต่ถ้าวันหนึ่งจะมีปัญหาในด้านกฎหมายจริง ๆ ก้อคงจะอบอุ่นดี เพราะจะได้ร่วมด้วยช่วยกันสามัคคีเข้าคุกพร้อมกันเป็นร้อย ๆ ห้องเลยนะคะ (อันนี้เขียนให้ขำ) แต่ถ้าสิ่งที่อยู่นอกอาคารของเราห้องเดียวไปทำความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น แบบนี้ก้อต้องโดนนำร่องไปก่อนนะคะ ทีนี้การดัดแปลงจากระเบียงเดิมที่เป็นลูกกรง แล้วก่อเป็นกำแพงหลุมขึ้นมา ทั้งหลุมล่าง 3 ช่อง และหลุมบนตลอดแนวเป็นที่ฝังต้นไม้ใช้ดินคือเฟิน จุดนี้ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับต้นที่จะหลุดลงไปที่ชั้นล่าง เพราะกระถางต้นไม้ถูกหย่อนไว้ในหลุม เวลาลมแรงจัดไม่มีอาการหวั่นไหวให้เห็นเลยนะคะ แต่ส่วนที่จะต้องระวังมี 3 ประเด็น



“1. ความปลอดจากจากต้นไม้" ในเรื่องต้นไม้ที่จะร่วงหล่นคือต้นไม้ที่ห้อยโหนอยู่นอกอาคารคือบนโครงด้านบน โครงด้านข้างซ้าย-ขวา และโครงด้านล่าง โครงแต่ละส่วนจะเป็นโครงคู่ขนาดกันไป ซึ่งตรงจุดนี้เราเห็นว่ามันสำคัญ จึงมีการออกแบบวัสดุที่นำมาใช้แบบมีน้ำหนักเบามาก ๆ เช่น ตระกร้าที่อยู่บนโครงด้านล่าง เราใช้ตาข่ายพลาสติกสีดำพับเป็นตระกร้า กระถางที่อยู่ในตะกร้าทั้งหมดเป็นกระถางพลาสติกขนาด 9 ซม. ต้นไม้เลือกชนิดที่ใช้เครื่องปลูกเป็นกาบมะพร้าวและถ่านทั้งหมด และขนาดของต้นไม้ก้อมีความเหมาะสมกับกระถาง คือไม่ใหญ่ เพราะกระถางมันเล็ก สำหรับแผงหนวดฤาษีที่ติดเป็นแผงบนโครงด้านบนตลอดแนว เป็นไม้อากาศแท้ ๆ ไม่มีเครื่องปลูก ถูกห้อยไว้กับสายไฟ ทำให้น้ำหนักเบาอีกเหมือนกัน

มาพูดถึงกล้วยไม้ที่อยู่โครงทางด้านซ้ายและขวา ทั้งหมดแปะติดบนขอนไม้ขนาดเล็ก ถ้าได้มาเป็นขอนไม้ใหญ่ เราจะเปลี่ยนเป็นขอนเล็ก ๆ หากในอนาคตกล้วยไม้มีการขยายตัวขึ้น เราจะต้องแบ่งเอากลับไปบ้านนอก แต่ดูแล้วชนิดของกล้วยไม้ส่วนใหญ่ลำต้นเก่าจะตายไป แต่จะมีลำต้นใหม่ขึ้นมาทดแทน ดังนั้นโอกาสที่น้ำหนักมันเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนปลูกต้นไม้ทั่วไปก้อจะไม่เกิด แต่เป็นไปได้ว่าขอนไม้แม้ว่าจะเป็นขนาดเล็กและน้ำหนักไม่มาก หากร่วงลงไปโดนหัวคนก้อทำให้เลือดตกยางออกได้เหมือนกัน ดังนั้นการติดตั้งด้วยแคมป์หางปลาที่เจาะรูเพิ่ม แล้วใช้ลวดนิ่มเส้นใหญ่เกี่ยวไว้ที่ขอนไม้ด้านหนึ่ง ส่วนลวดอีกด้านหนึ่งนำไปเสียบในรูของแคมป์หางปลาทำให้ระบบการยึดติดมั่นคง หากลมแรงมีขยับบ้าง แต่จะไม่เหวี่ยงตัวและจะไม่ถูกกระชากให้หลุดลงไปยังเบื้องล่างได้

ระบบการติดตั้งกล้วยไม้ทุกจุดในส่วนของนอกอาคารนี้ ได้ผ่านการทดสอบแรงลมจริง ๆ มาหลายครั้ง ซึ่งปีนี้ภาวะลมแรงมีมากกว่าปีที่แล้ว หลายคืนมีลมกระชากเข้ามาตรง ๆ พบว่าสอบผ่าน ทุกอย่างสามารถทนต่อแรงลมได้ดี ตรงนี้เป็นลมแรงจริงที่ปะทะเข้ามาตรง ๆ คือในบางครั้งลมที่เข้ามาก้อไม่ได้ประทะตรง ๆ ซึ่งกำลังจะไม่แรง แต่ยังคงชะล่าใจไม่ได้ ต้องคอยตรวจสอบทุกจุดอยู่บ่อย ๆ เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ยึดเกาะคลายตัวลงไปบ้างหรือยัง ก้อทำการปรับให้มันแน่นเหมือนเดิม ถ้ามีวิธีที่จะทำให้การยึดติดดียิ่งขึ้นไปอีก เราจะปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ยังไงก้อขอให้นึกถึงสมาคมชมรมร่วมพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กที่อยู่เบื้องล่างให้มาก ๆ นะคะ



“2. ความปลอดภัยของโครงอลูมิเนียม" ในเรื่องของตัวโครงที่วันหนึ่งอาจจะถล่มร่วงลงไปเบื้องล่างทั้งหมด จะหล่นไปทีละข้าง หรือสามัคคีหล่นลงไปพร้อมกันก้อเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งมันอาจเป็นไปได้ ต้องคิดในทางร้ายเอาไว้ก่อน ดังนั้นต้องมีการตรวจสอบรอยต่ออย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแค่ต่อโครงเล็ก ๆ แต่มันอยู่นอกอาคารถึงชั้น 6 หลังออกแบบว่าจะทำแบบนี้ เราไม่ได้ให้ช่างมาทำทันที แต่นำข้อมูลไปปรึกษาระดับผู้รู้ในทางตรง และไม่ได้ถามท่านเดียว ไล่ไปตั้งแต่วิศวกรระดับโครงสร้าง ฐานราก จนถึงโฟร์แมนและนายช่างอาวุโสกันเลย คือไม่ได้โอเว่อร์ แต่มันก้อไม่สบายใจกลัวว่ามันถล่มลงไป เราแย่แน่ ๆ ประกอบกับคุ้นเคยในวงการนี้ ซึ่งพวกเขาก้อแนะนำช่วงรอยต่อที่ต้องใช้ท่อพีวีซีเชื่อมหลายตัว ฯลฯ ประกอบกับได้นายช่างใหญ่ใจเย็น ทำงานช้าแต่มั่นคง ท่านคิดแล้วคิดอีก คิดอีกก้อคิดแล้วไล่ไปแต่ละจุด ไม่ได้สักแต่ว่าทำให้มันเสร็จ ๆ ไป

ถ้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากที่ตกลงกันไว้ ท่านจะหยุดทำ รอเรากลับมาดูด้วยสายตาก่อนแล้วบอกว่าต้องมีการประยุกต์บางอย่าง เราก้อจะโทร.ไปถามคนในวงการก่อน ถ้าอนุมัติมาเราก้ออนุมัติไปที่ช่างต่อไป คือดูเหมือนเรื่องง่าย ๆ แค่ติดตั้งโครงคล้ายราวตากผ้าแค่เนี๊ยะเอง แต่เราทำเป็นขึ้นเป็นตอนทั้งหมดเหมือนงานอภิมหาโปรเจ็ค คือมันสบายใจก้อทำไปเถอะ ปรึกษาไปเถอะ เรื่องแบบนี้เว่อร์ ๆ ไว้ไม่เสียหายอะไร ทีนี้อนาคตแม้ว่าจะมีการตรวจสอบสภาพโครงบ่อย ๆ ให้ตั้งสมมุติฐานไว้เลยว่า อาจมีอะไรบางอย่างที่โครงมันอาจหลุดลงไปยังเบื้องล่างได้ ซึ่งต้นปีหน้าเราจะติดตั้งระบบล็อคโครงจากผนังไปที่โครงทุกจุดทั้งที่โครงด้านบน ด้านล่าง และด้านข้างซ้าย-ขวา เผื่อความสบายใจว่ามันจะแน่นหนาขึ้น หากหลุดมันจะถูกเกี่ยวไว้กับระบบล็อคโครงที่จะทำขึ้นมาเสริม ตอนนี้กำลังออกแบบอยู่ จากนั้นจะให้แผนกตรวจสอบดูอีกครั้ง ถ้ามั่นคงรับโครงได้แน่นหนาจะส่งไปให้หัวหน้าโรงงานช่วยทำให้ เพราะต้องใช้วัสดุเป็นเหล็ก ยังไงก้อนึกถึงทรัพย์สินของคนอื่นในพิกัดใกล้เคียงที่คาดว่าผลงานความพอใจของเราอาจะไปทำความเสียหายให้พวกเขาด้วยนะคะ



“3. ความปลอดภัยในการรดน้ำ" ที่ชั้นล่างสุดของอาคารจะมีแผงคอนกรีตยื่นไปนอกอาคารประมาณ 1 เมตร (โครงของเรายื่นไปในอากาศ 11”) และแผงอาคารที่ว่านี้มันจะมีขอบรอบด้านอีกครั้ง คือมันกรองน้ำขังได้ แต่ถ้าเป็นพื้นลาดน้ำก้อจะไหลออกไปที่ถนนได้ ซึ่งมันเป็นตัวกรองสิ่งที่ร่วงหล่นลงไปจากห้องต่าง ๆ หากร่วงลงไปตรง ๆ จะถูกกรองไว้ที่แผงอาคารนี้ แต่ถ้าร่วงเพราะมีแรงลมหรือแรงกระแทกมาก ๆ ก้อจะหลุดพิกัดลงไปที่ถนนได้เหมือนกัน สำหรับการรดน้ำด้วยป๊อกกี้พ่นต้นไม้ที่อยู่นอกอาคาร น้ำจะร่วงลงไปกองที่แผงอาคารที่ว่านี้ (เราเรียกไม่ถูกว่ามันคืออะไร) และพิกัดกระจายของน้ำที่เราพ่นไปมันไม่ไปไกลถึง 1 เมตร ก่อนที่เราจะออกแบบการติดตั้งต้นไม้ เราตรวจสอบโดยการก้มลงไปมองชั้นอื่น ๆ ที่อยู่ถัดลงไป และมองสวนขึ้นไปยังห้องที่อยู่สูงกว่า เราสังเกตการณ์อยู่นานเป็นเดือน

สรุปพฤติกรรมของเพื่อนร่วมอาคารได้ว่า ที่ห้องชั้นล่างลงไปมี 1 ห้อง จะตากผ้านอกอาคาร และห้องที่อยู่สูงกว่าเรามีการตากผ้าที่นอกอาคาร 1 ห้อง ซึ่งห้องชั้นบนจะมีน้ำร่วงมายังสวนกล้วยของเรา ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะมันแค่น้ำจากผ้าที่ซักแล้ว แต่ที่ห้องชั้นล่างมีการตากผ้านั้นคือปัญหา เวลาเรารดน้ำจะต้องโดนผ้าของเขาแน่ ๆ แต่ผลการตรวจสอบอย่างรอบคอบพบว่าเขาจะตากผ้าช่วงหลังแปดโมงเช้าไปแล้ว ดังนั้นเราจะรดน้ำประมาณเจ็ดโมงเช้าก่อนไปทำงาน หากรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดเรามักจะตื่นสายก้อจะรดน้ำไว้ตั้งแต่ตอนกลางคืน และการรดน้ำทุกเช้าก่อนไปทำงานจะต้องก้มลงไปมองก่อนว่าห้องชั้นล่างตากผ้าแล้วหรือยัง เพราะมันเป็นไปได้ว่าบางวันเขาอาจตากผ้าเร็วกว่าปกตินะคะ นอกจากนี้ที่ถนนด้านล่างยังเป็นเขตปลอดคน คือด้านหลังของตึกเขาไม่ใช่เป็นทางผ่านหลักที่คนมักจะใช้เป็นทางเดิน แต่จะมีรถมาจอดแบบหลวม ๆ บ้าง พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ค่อยมีคน และมีรถจอดไม่หนาแน่นก้อไม่ต้องระวัง ซึ่งก้อต้องระวังล่วงหน้าเหมือนกัน เท่าที่นึกได้มีแค่นี้ หากยังมีอีกจะมาร่ายไว้ให้เป็นแนวทาง ถูกหรือผิดเราก้อไม่รู้ เพราะเขียนตามความรู้สึก ใครมีความเห็นเพิ่มเติมสามารถค้านได้แบบไร้ขีดจำกัดเลยนะคะ



“ตัวอย่างรูปแบบที่ไม่น่าจะปลอดภัย" เป็นภาพตัวอย่างที่เราคิดว่าไม่น่าจะปลอดภัย ลวดที่ห้อยโหนกระถางที่มีลักษณะยาวเมื่อถูกแรงลมจะกระชากได้ง่าย ควรผูกติดที่ตัวกระถางเพิ่มเติมด้วย และลวดพวกนี้มันเสื่อมง่ายมากเลย ไม่เหมาะกับการนำมาห้อยโหนบนที่สูง ที่บ้านนอกของเราพบหลายกระถางลวดมันหักและหลุดออกจากการเกี่ยวกับกระถาง ทำให้กระถางต้นไม้ร่วงมาที่พื้น แต่ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเหตุที่เกิดภายในบ้านของตัวเองที่ไม่ใช่อาคารสูง สำหรับกลุ่มที่ตั้งอยู่บนระเบียงแล้วไม่มีตัวยึดเกาะ หรือตั้งบนหม้อแอร์ไม่มีตัวยึดเกาะ มองแล้วหวาดเสียวนะคะ พบว่าเป็นกระถางดินเผาอีกต่างหาก แม้ว่าตัวตึกจะมีแผงอาคารยื่นออกมารองรับที่ชั้นล่างสุด แต่น้ำหนักของกระถางเวลามันกระแทกลงมาโดนแผงอาคารที่เป็นตัวรองรับ มันจะแตกตัวและกระเด็นออกนอกพิกัดไปที่ถนนได้แน่นอน ความแรงจากชิ้นส่วนที่กระจายนี่ไม่ธรรมดา

เราเคยพบคนหนึ่ง เดินซื้อของอยู่ดี ๆ มีเศษกระถางดินเผาปักเข้าไปในขา แต่ชิ้นส่วนไม่ใหญ่มาก แหงนหน้าขึ้นไปมองพบแต่ความว่างเปล่า หาที่มาและตำแหน่งจุดเกิดเหตุไม่ได้ว่าหล่นมาตรงไหน แต่ถ้าระเบียงของเราหันไปทางทิศเหนือจะมีแดดส่องเข้าไปถึงภายใน จึงไม่จำเป็นต้องต่อโครงออกไปนอกอาคาร นั่นหมายถึงความสบายใจมีมากกว่า แต่ก้อยังทิ้งความรอบคอบไม่ได้ ดังนั้นระเบียงของใครมีแดดส่องพอเพียงก้อไม่จำเป็นต้องต่อโครงแบบเราเลย ฝากไว้เพื่อการพิจารณานะคะ









ขอให้มีความสุข ณ จ้ะ







Create Date : 08 กรกฎาคม 2551
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2554 1:18:01 น. 13 comments
Counter : 5916 Pageviews.  
 
 
 
 
สวยจังค่ะ อ่านแล้วดูภาพประกอบ เพลินจริง ๆ เลยค่ะ ชอบมาก เก่งจังน่ะค่ะทำได้ไงเนียะ
 
 

โดย: ohho IP: 202.28.182.130 วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:45:15 น.  

 
 
 
เเวะมาชมสวนลอยฟ้าของคนสวยจ้าๆๆๆๆๆๆๆๆ...อิอิอิ
 
 

โดย: จหมื่นไว IP: 118.172.244.158 วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:28:15 น.  

 
 
 
ขออนุญาติ copy มาใช้ที่ระเบียงบ้านเลยนะคะชอบสุด
 
 

โดย: mijung IP: 117.47.179.164 วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:26:53 น.  

 
 
 
มีนางฟ้าอย่างคุณ อยู่ในโลกใบนี้ด้วยหรือค่ะนี่

ซาไปรส์

มีนิดหนึ่งค่ะ คือ พิมพ์ติดกันเป็นพืด คนแก่ ๆ อ่านยากมาก ถ้านางฟ้าจะกรุณา ฃ่วย แบ่งเป็น พารากราฟ ได้ไหมค่ะ

ทั้งหมดนี้สวยมากค่ะ เป็นอาณิสงฆ์ ของการค้นข้อมูลเรื่องข้าวแปรรูปแท้ ๆ อาสานำข้อมูลไปสอนให้ลูกชาวนานะค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งนะค่ะ นางฟ้า
 
 

โดย: ทองคำ IP: 125.25.178.195 วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:5:51:14 น.  

 
 
 
แก้ไขให้อ่านง่ายขึ้น โดยการปัดเป็นพารากราฟใหม่ให้แล้ว เท่าที่ดูพอจะแก้ไขได้เท่านี้นะคะ

ขอบพระคุณทที่ชมนะคะ

 
 

โดย: ซาไปรส์ วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:1:25:38 น.  

 
 
 
สวยมากเลยค่ะ จาทำไปปรับปรุงที่บ้านบ้างค่ะ
 
 

โดย: อ้อมือใหม่ IP: 118.172.177.215 วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:9:15:13 น.  

 
 
 
Tiens เทียนส์
 
 

โดย: Tiens เทียนส์ (mlmboy ) วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:17:42:01 น.  

 
 
 
ชอบภาพน้ำเกาะกระจกครับ
เขียนได้น่าติดตามมากเลย
จะทยอยอ่านไปเรื่อยๆครับ
 
 

โดย: กล่อง IP: 58.8.186.125 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:13:58 น.  

 
 
 
รูปถ่ายสวยมาก ๆ เลยค่ะ
ขอบคุณมากเลยค่ะที่นำรูปภาพ สวย ๆ มาแบ่งปัน
 
 

โดย: Noonui IP: 203.146.11.2 วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:10:04:50 น.  

 
 
 
เก่งมากๆเลยค่ะ
ถ่ายรูปก็สวย ทำงานฝีมือก็เก่ง
แถมรักธรรมชาติด้วย
นำความรู้ดีๆมาฝากพวกเราอีกนะคะ
 
 

โดย: แนน IP: 118.173.49.29 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:36:31 น.  

 
 
 
รูปถ่ายสวยจัง
ขอบคุณที่แบ่งบัน
 
 

โดย: กล้อยไม้ป่า IP: 61.7.252.81 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:11:12:44 น.  

 
 
 
ขอชมเชยวิธีคิด และชื่นชมแนวทางการถ่ายทอดข้อมูล
 
 

โดย: มัจฉา IP: 180.180.93.114 วันที่: 13 สิงหาคม 2553 เวลา:12:38:51 น.  

 
 
 
สวยงามจริงๆ อ่านเพลินทีเดียว
 
 

โดย: สุณี ปลอดประดิษฐ์ IP: 182.53.175.61 วันที่: 15 สิงหาคม 2555 เวลา:21:33:09 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ซาไปรส์
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]





Indy Style Indy

เว็บไซด์ขายเสื้อผ้าออนไลน์

สไตล์โบฮีเมียน, ยิปซี ฯลฯ
สำหรับสาวเซอร์ หรือสาวที่มี
เอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
สนใจแวะชมได้นะคะ

"เสื้อผ้าสไตล์โบฮีเมียน
ยิปซี อินเดีย ฯ
เสื้อผ้าแนว ๆ
คลิ๊กที่นี่
"



New Comments
[Add ซาไปรส์'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com