มองซ้าย-ขวา ก่อนข้ามถนน.
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 

กลยุทธที่ 9 ของ "คุณชอบอ่าน"

คุณน้องส้มเด็กดีโพสต์ 9/1/47 ห้องสินธร.........
------------------------------------------------------------------------
กลยุทธ์ที่ 9 การถอยอย่างเป็นระเบียบ จะได้เปรียบการถอยแบบเดาสุ่ม

การดำเนินชีวิตของคนปกติ มักคิดฝันกันถึงเรื่องความก้าวหน้า ความสำเร็จ ความสุข ฯลฯ หลายๆคนก็บรรลุความหวัง ในขณะที่หลายๆคนก็พบสิ่งผิดหวัง หากแต่เมื่อพิจารณาให้ถี่ถ้วน ทุกๆชีวิตล้วนแต่ได้พบทั้งความผิดหวังและสมหวัง คนที่เก็บสะสมแต่ความสำเร็จไว้ ก็จะพบความสุข ส่วนคนที่ชอบรำลึกถึงแต่ความผิดหวังก็มักจะเป็นคนอมทุกข์ไว้ จนอาจทำให้ปิดกั้นความสามารถของตนไปก็มากมี

เมื่อเกิดสงครามใดๆ ย่อมต้องมีฝ่ายแพ้และฝ่ายชนะ ปัญหาคือฝ่ายแพ้จะสูญเสียเท่าใด และฝ่ายชนะจะได้ชัยชนะคุ้มค่ากับสิ่งที่นำไปแลกมาหรือไม่ การทำงาน การลงทุน และการปฏิบัติสิ่งใดๆก็ตาม ย่อมได้ผลซึ่งบ่งบอกถึงการได้มาและการสูญเสียบางสิ่งบางอย่างทั้งสิ้น กล่าวมายีดยาว จะเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นอย่างไรบ้าง ลองมาดูกันครับ

เมื่อตลาดอยู่ในภาวะที่ไม่น่าลงทุน โดยเฉพาะเมื่อเป็นตลาดขาลง (ซึ่งอาจเกิดเพราะสงครามหรือเหตุร้ายที่ไม่คาดฝันต่างๆ) กลยุทธ์นี้คงไม่สามารถนำไปใช้ให้เกิดผลในระยะสั้นได้ และคงไม่ได้ผลดีมากนัก เพราะคนส่วนใหญ่ก็คงออกจากตลาด กลับไปใช้ชีวิตที่ห่างไกลจากการลงทุนกันมากพอควร ซึ่งควรเป็นจุดที่สรุปได้ว่า ผู้ใดที่เข้ามาลงทุนในตลาด ได้รับชัยชนะหรือพ่ายแพ้กลับไป แต่ในปัจจุบัน ตลาดหุ้น ยังอยู่ในช่วง Sideway Up ซึ่งในช่วงระยะเวลาหนึ่งต่อจากนี้ มูลค่าของหุ้นแต่ละตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานมั่นคง (ขอย้ำว่า มั่นคง นะครับ) จะมีมูลค่าสูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน

ปัญหาการลงทุนในช่วง Sideway อยู่ที่ว่า หลายๆคนจะเข้าซื้อหุ้นด้วยแรงเชื่อจากคำว่า "ซื้อตอนที่ขึ้นแน่ๆดีกว่าซื้อตอนขาลง" ซึ่งไม่ใช่ประโยคที่ผิดนะครับ แต่หลายคนตีความผิดจนกลายเป็นซื้อตอนที่ราคาหุ้นนั้นขึ้นสูงเกินไปแล้ว ที่สำคัญหลายๆครั้งที่ซื้อก็อาจเจอช่วงปรับฐาน และไม่สามารถ Cut Loss ได้ทัน (Cut Loss ไม่ทันอาจเป็นเพราะราคาหุ้นร่วงผิดปกติ หรือไม่กล้า Cut หรือ ฯลฯ) จากที่กล่าวมา ทุกคนย่อมทราบดีว่าไม่ควรซื้อณ.จุดที่หุ้นกำลังจะปรับฐาน แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าจะมีการปรับฐานปรับราคาลงในช่วงใดบ้าง คนส่วนใหญ่มักรู้ว่าหุ้นที่ตนเองถืออยู่เข้าสู่ช่วงของการปรับฐานก็ต่อเมื่อสายเกินกว่าจะ Cut Loss แล้ว

อันที่จริงแล้วหากซื้อสะสมหุ้นตามกลยุทธ์ที่ 8 แล้ว ก็ถือว่าปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพราะในช่วงปรับฐาน (ไม่ใช่ช่วงขาลง) ไม่ว่าหุ้นใดๆที่มีพื้นฐานมั่นคง จะไม่มีการปรับฐานลงมากจนผิดปกติ หากซื้อตามที่กล่าวไว้นั้น ก็ถือได้ว่า เป็นการรุกด้วยการตั้งรับอย่างหนึ่ง หากแต่ คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต เหตุอันไม่คาดฝันบางอย่าง อาจทำให้ตลาดยวบลงทันทีทันใด ผลก็คือ หุ้นในพอร์ทที่เคยมีสีเขียว สีเหลือง สีแดง สลับกันไป อาจพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมดในทันที แล้วจะทำอย่างไรละครับ มาดูกันทีละข้อเลยครับ

ข้อแรก เพิ่มปริมาณหุ้นแต่ไม่เพิ่มการลงทุน ซึ่งเป็นวิธีที่หลายๆคนนิยมทำกันมากคือ รีบขายทิ้งแล้วรอซื้อตอนราคาถูกกว่าเดิมครับ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การตัดสินใจที่ค่อนข้างถูกต้องแม่นยำ ไม่ยึดมั่นกับคำว่า "ไม่ขายไม่ขาดทุน" และมีจิดใจมั่นคง ไม่หวั่นไหวกับการขาดทุนในเบื้องต้น และสามารถรอจนได้ส่วนต่างของราคาขายกับราคาซื้อคืนที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น ซื้อหุ้นตัวหนึ่งมา 1000 หุ้นที่ราคา 1.25 บาท (ใช้เงินไป 1250 บาท) เมื่อแนวโน้มของหุ้นที่ถือครองมีราคาต่ำลงเพราะตื่นข่าวร้าย หากขายหุ้น 1000 หุ้นได้ที่ราคา 1 บาท จะได้เงิน 1000 บาท ซึ่งขาดทุนไป 250 บาท เมื่อรอให้หุ้นตกไปที่ราคา 0.80 บาทแล้วซื้อ จะได้จำนวนหุ้น 1250 หุ้น คือได้หุ้นเพิ่มมา 250 หุ้น โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม และเมื่อหุ้น Rebound ขึ้นมาที่ราคา 1 บาท ก็จะสามารถล้างขาดทุน 250 บาทได้โดยไม่ต้องรอให้ราคาหุ้นย้อนกลับไปที่ 1.25 บาทดังเดิม (เมื่อคำนึงถึง กลยุทธ์ เมื่อลูกปิงปองตกลงพื้น จะไม่สามารถเด้งสูงได้เท่าเดิม ข้อนี้จะทำให้สามารถลดการขาดทุนได้อย่างรวดเร็ว)

ข้อสอง แลกเปลี่ยนหุ้นโดยไม่ลงทุนเพิ่ม คนที่จะทำข้อนี้ได้ ต้องเป็นคนที่ไม่ยึดมั่นกับคำว่า "ไม่ขายไม่ขาดทุน" เช่นเดียวกัน การแลกเปลี่ยนหุ้นโดยนำหุ้นที่มีอัตราเปลี่ยนแปลงช่วงราคาน้อยๆไปแลกกับหุ้นที่มีอัตราเปลี่ยนแปลงของช่วงราคามากๆ เช่น นำหุ้นที่มีราคาติดลบ 10% ไปแลกกับหุ้นที่มีราคาติดลบ 20% กล่าวคือ หากซื้อหุ้นสองตัวที่ราคาเท่ากันคือ 1 บาท มาอย่างละ 1000 หุ้น ใช้เงินทั้งสิ้น 2000 บาท เมื่อถึงช่วงฟ้าลิขิตให้ลง หุ้นตัวแรก จะมีราคาลดลง 100 บาท แต่หุ้นตัวที่สองจะมีราคาลดลง 200 บาท เมื่อเราขายหุ้นตัวแรกได้เงินมา 900 บาท และนำไปซื้อหุ้นตัวที่สอง จะได้หุ้น 720 หุ้น รวมกับของเดิมอีก 1000 หุ้น เป็น 1720 หุ้น หากสถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติ ราคาหุ้นโดยส่วนใหญ่กลับคืนสู่สภาพเดิม และสมมุติว่าหุ้นทั้งสองตัวกลับสู่ราคาเดิมด้วย ดังนั้น หุ้น 1720 หุ้น ราคากลับขึ้นไป 20% จะได้เงิน 2064 บาท (ได้กำไร 64 บาท) ซึ่งสามารถนำเงิน 1000 บาทไปซื้อหุ้นตัวแรกได้ 1000 หุ้นเท่าเดิม (เพราะช่วงราคาคืนสู่ค่าเดิม 10% ก็คือ 1 บาทอย่างเดิม)

จากคุณ : ชอบอ่าน




 

Create Date : 21 สิงหาคม 2550
0 comments
Last Update : 10 เมษายน 2551 12:58:31 น.
Counter : 321 Pageviews.


คนบ้านสามขา101ฯ.
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คนบ้านสามขา101ฯ.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.