มองซ้าย-ขวา ก่อนข้ามถนน.
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
กลยุทธที่ 7 ของ "คุณชอบอ่าน"

คุณน้องส้มเด็กดีโพสต์ 9/1/47 ห้องสินธร.........

------------------------------------------------------------------------
กลยุทธ์ที่ 7 ลูกปิงปองที่ตกลงพื้น จะเด้งขึ้นสูงได้น้อยกว่าเดิม ยกเว้นมีแรงส่ง

ผมนั่งนึกย้อนเวลาไปในอดีต ค้นหาภาพเหตุการณ์ผิดพลาดต่างๆที่เป็นบทเรียนสอนใจให้จดจำมาจวบจนปัจจุบัน สำหรับนักลงทุนหลายๆท่าน ก็คงเคยได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดจากพฤติกรรมการลงทุนของตนเองบ้างไม่มากก็น้อย ผมเป็นคนหนึ่งที่มีนิสัยไม่ดีตรงไม่ชอบ Cut Loss (แต่ก็เคยทำนะครับ) ความเจ็บปวดหนึ่งผุดขึ้นมา ผมเลยเอามาตั้งเป็นกลยุทธ์นี้ ซึ่งความผิดพลาดที่เคยพบและเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์นี้ มี 2 ลักษณะดังนี้ครับ

1. มีหลายๆครั้งที่ผมซื้อหุ้นที่ราคาสูงสุดในบางรอบ พอมันลงผมก็จะซื้อเฉลี่ยไปเรื่อยๆ ยิ่งลงยิ่งซื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตรงที่เจ็บปวดก็คือ พอมันหยุดแล้ว Rebound กลับขึ้นมา ผมก็จะรอไปเรื่อยๆ เนื่องจากคิดว่ามันจะกลับมาที่ราคาเท่ากับตอนที่ผมซื้อครั้งแรก ซึ่งจะทำให้ผมมีกำไรมากมาย ผมพบว่า บางครั้งก็ได้ผล แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ผล เพราะราคาที่ขึ้นจากการ Rebound มักไม่สูงเท่ากับครั้งแรกที่ซื้อ พอผมรอไปถึงระยะหนึ่ง ราคามันก็ร่วงกลับลงไปอีก ทำให้เสียเวลาไปพอสมควร และความเจ็บปวดอันนี้เองที่เป็นบทเรียนให้ผมเคร่งครัดต่อวินัยในการลงทุนอย่างมาก และเป็นที่มาของการตั้งจุด Keep Profit ครับ

2. เช่นเดียวกับข้อแรก เมื่อผมซื้อเฉลี่ยไปเรื่อยๆจนถึงจุด Rebound ผมกลับใจร้อนรีบขายทั้งหมด เมื่อมันมีกำไรให้เห็นเพียงเล็กน้อย แต่แล้ว ผมก็ได้ยินเสียง อู๊ดๆไล่หลังมาในเวลาไม่นานนัก เนื่องจากในช่วงจังหวะที่ขาย ผมมัวแต่ดีใจว่าได้ลงจากดอยแล้ว โดยไม่สนใจพื้นฐานการดำเนินงานของบริษัท หรือเหตุที่ทำให้ราคามันขึ้นมา ซึ่งบางครั้งหลังจากขายและเห็นราคามันขึ้นสูงกว่าจุดที่เคยซื้อครั้งแรก ผมจึงหาข้อมูลดู และพบว่า ที่ราคาขึ้นสูงเกินกว่าเดิมได้นั้น เพราะแรงส่งจากข่าวและผลการดำเนินงานของธุรกิจนั้น ความเจ็บปวดจากกรณีนี้ จึงทำให้ผมคอยติดตามข่าวและผลการดำเนินการของธุรกิจที่ผมลงทุนก่อนตัดสินใจขายในปัจจุบัน

บทสรุปจากทั้งสองกรณี คือต้องให้ความสำคัญต่อศึกษาหาข้อมูลในหุ้นที่เรากำลังจะตัดสินใจขายมากพอๆกับการตัดสินใจซื้อครับ

ในปัจจุบัน ผมจะวางเป้าหมายไว้ล่วงหน้าว่า หุ้นใดผมต้องการลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่าใดก่อนเสมอ หากราคาของหุ้นลดลงผมยังคงซื้อเฉลี่ยอยู่ แต่ไม่รีบร้อนซื้อ จะต้องค้นดูสาเหตุของการลงเสียก่อน แล้วจึงตั้งเป้าหมายการซื้อเฉลี่ยแต่ละครั้ง ซึ่งหากจำนวนเงินที่ลงทุนซื้อเฉลี่ยไปเกิดมีจำนวนมากกว่าที่วางเป้าหมายไว้ เมื่อมีการ Rebound กลับ ผมจะดึงเงินส่วนเกินกลับขึ้นมาจากเป้าหมายการลงทุน ถึงแม้จะมีกำไรไม่มากนัก หลังจากนั้นก็จะถือหุ้นที่ราคาเฉลี่ยไปเรื่อยๆด้วยจำนวนเงินที่ตั้งเป้าหมายไว้แต่แรก (แต่มีต้นทุนต่ำลง)

ปล. การใช้กลยุทธ์นี้ ต้องปฏิบัติตามวินัยในการลงทุนอย่างเคร่งครัด และมีสายป่านยาวมากพอสมควรจึงจะได้ผลครับ ผมไม่มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถทำได้ โดยเฉพาะมือใหม่มักหลงอยู่ในความคิดของตนวนเวียนจนตัดสินใจพลาดได้โดยง่ายนะครับ (ผมเคยเป็นมาแล้ว 5555)

ความเห็นเพิ่มเติมของคุณ think_pos
ขอแจมด้วยครับ
ลูกปิงปองอยู่สูงจากโลกมากขึ้นได้2กรณีใหญ่ๆคือ
1.สภาพความยืดหยุ่นของพื้นเปลี่ยนไป(สภาพคล่องในตลาดเงิน)
2.การย้ายระดับพื้น(ฐาน)ขึ้นบน(ยอดขายเติบโตและกำไรมากขึ้น)
ไม่ทราบว่ามองเห็นตรงกันอีกหรือไม่ครับ

จากคุณ : จูกัด เหลียง (คงก๊อปคนชอบอ่านมา)




Create Date : 21 สิงหาคม 2550
Last Update : 10 เมษายน 2551 13:11:50 น. 0 comments
Counter : 212 Pageviews.

คนบ้านสามขา101ฯ.
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คนบ้านสามขา101ฯ.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.