มองซ้าย-ขวา ก่อนข้ามถนน.
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
กลยุทธที่ 5 ของ "คุณชอบอ่าน"

คุณน้องส้มเด็กดีโพสต์ 9/1/47 ห้องสินธร.........

------------------------------------------------------------------------

กลยุทธ์ที่ 5 ลมนิ่งต้องดึง ลมตึงต้องผ่อน ก่อนพายุมาต้องหลบ

ตอนผมนั่งนึกว่าจะเปรียบเทียบกลยุทธ์นี้กับอะไร ผมก็นึกถึง ว่าว จริงๆครับ ตอนเด็กๆ ผมชอบทำว่าวแข่งตีกับเพื่อนๆ ทำหมดทั้งว่าวปักเป้า ว่าวจุฬา(เพี้ยนๆ) ว่าวอินเดีย ว่าวนาๆชาติฯลฯ เอาไปแข่งทีไรแพ้เพื่อนทุกที ตอนหลังเลยคิดทำเป็นว่าวแขกหัวแหลมเปี๊ยบ ปรากฏว่าชนะเพื่อนได้ แต่ก็ทำให้เลิกแข่งกันไปเลยครับ คือเขาไม่แข่งกับผมอีกเลย เขากลัวผมจะทำว่าวประหลาดๆออกมาอีก (มาพิจารณาดูตอนหลัง ว่าวแขกหัวแหลมที่ผมทำมันอันตรายมาก เพราะถ้ามันเกิดดิ่งใส่หัวคน สงสัยทะลุกระโหลกได้เลย) ชักไปไกลแล้วกลับเข้าเรื่องดีกว่า

ยามลมนิ่งให้ดึง เมื่อลมไม่มี ก็เหมือนกับแรงซื้อหายไปจากตลาดนั่นแหละครับ หุ้นส่วนใหญ่มักจะตกแบบค่อยๆซืมลงเหมือนเวลาว่าวตกนั่นแหละครับ ถ้าเป็นว่าว จังหวะนี้เราต้องดึงสายป่านเข้ามาเพื่อให้ว่าวยังคงลอยตัวอยู่ได้ สำหรับหุ้นจะเป็นช่วงที่ต้องเก็บเงินที่กระจัดกระจายไปในหุ้นจำนวนมากๆหลายๆตัวขึ้นมาบ้าง อาจนำไปใส่ในหุ้นตัวที่เรามั่นใจมากที่สุดลดหลั่นกันไปตามลำดับ เงินที่เก็บเข้ามาบางส่วนก็เพื่อรอจังหวะดีๆครับ กล่าวคือ ในช่วงหนึ่งผมอาจจะลงทุนในหุ้นถึง 30 ตัว ช่วงที่ไร้ข่าวใดๆหรือไม่มีใครอยากลงทุนในตลาด หุ้นบางตัวอาจหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น แต่บางตัวอาจค่อยๆซึมลงเนื่องจากร้อนแรงเกินไปในช่วงที่ผ่านมา แต่บางตัวอาจโดนทุบหลังหมดข่าวเพื่อให้รายใหญ่ได้เก็บเพิ่ม ช่วงนี้ ควรลดจำนวนหุ้นลงให้เหลืออยู่ไม่กี่ตัว ถ้าหุ้นตัวบางตัวโดนทุบแรงๆทั้งๆที่มีพื้นฐานดี ก็ควรขายหุ้นพวกนี้ออกไปก่อน (ตามจุด Keep Profit ที่ตั้งไว้) ซึ่งก็คือการเก็บสายป่านไว้ครับ เมื่อหุ้นที่โดนทุบลงไปต่ำมากๆ ก็อาจซื้อเพิ่ม หรือนำหุ้นที่ค่อยๆซืมลงไปแลกกับหุ้นที่ถูกทุบ เพราะส่วนต่างการลดค่าจะไม่เท่ากัน ด้วยวิธีนี้จะทำให้สามารถลดจำนวนหุ้นที่ถือครองในขณะที่เก็บเงินไว้ใช้ยามต้องการได้ด้วยครับ และหลายๆครั้งจากประสบการณ์ก็พบว่า เมื่อเกิดการทุบเพื่อเก็บของ ก็จะเกิดการหมุนวนการทุบคล้ายๆกับตอนหมุนวนการปั่น ซึ่งการแลกหุ้นตัวที่ค่อยๆซืมลงกับตัวที่ถูกทุบมากๆจะเป็นแนวทางที่ดีกว่าการใช้เงินเข้าไปซื้อเพิ่มครับ

ยามตึงให้ผ่อน ในขณะที่ลมแรงๆ เป็นจังหวะที่เราสามารถผ่อนสายป่านออกไป พร้อมๆกันนั้นว่าวก็ยังคงลอยในระดับความสูงอยู่ได้ สำหรับการลงทุน เมื่อเริ่มมีข่าวดีปรากฏ (ขอย้ำนะครับว่าเริ่มมี) คนจะเริ่มมั่นใจในตลาดมากขึ้น ก็จะพากันกลับเข้ามาในตลาดมากขึ้น สายป่านที่เคยเก็บไว้ ก็สามารถลงทุนเพิ่มในหุ้นที่มีพื้นฐานดีๆที่ถูกทุบไปก่อนหน้านี้หรือหุ้นดีๆที่ยังไม่มีใครนึกถึง(หายากหน่อยนะ 5555) หากเราเพิ่มการลงทุนในหุ้นที่เรามีอยู่แล้ว หลายๆท่านอาจบอกว่า ทุนของเราก็จะเพิ่มขึ้นมิใช่หรือ ก็ถูกนะครับ แต่ขอแนะนำว่าควรเพิ่ม แต่ไม่ควรไล่ราคานะครับ ไม่ใช่ซื้อเพิ่มในจังหวะที่คนกำลังไล่ แต่ควรซื้อในจังหวะที่คนทำกำไรซึ่งราคาจะอ่อนตัวลงมาระดับหนึ่ง ถึงไม่ถูกเท่ากับตอน Low แต่ก็ไม่สูงเท่ากับตอน High นะครับ ยิ่งถ้าสามารถซื้อเพิ่มที่ระดับราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากๆได้ก็จะดีครับ พร้อมๆกันนั้นก็ตั้งจุด Keep Profit ไปเรื่อยๆ ดังนั้นหากเราซื้อเพิ่มจนเข้าใกล้จุด Keep Profit ก็ควรหยุดนะครับ

ก่อนพายุมาต้องหลบ เมื่อพายุมา ว่าว ก็ไม่สามารถเล่นได้ แต่ก่อนพายุมามักมีสิ่งบอกเหตุหลายๆประการ ปกติจะมี 2 รูปแบบคือ ลมนิ่งจนน่ากลัวแล้วเกิดพายุ กับลมแรงขึ้นเรื่อยๆจนเกิดพายุใหญ่ แบบหลังนี้น่ากลัวกว่ามาก (ทำให้คนติดดอยมามากแล้ว) ตอนลมนิ่งๆ หรือตลาดไร้ปัจจัยบวก จะมีเวลาค่อยๆคิดถอนการลงทุนหรือโยกย้ายหุ้นได้อย่างรอบคอบ หากเกิดพายุหลังจากปรับพอร์ทเรียบร้อยก็ถือว่า ท่านได้เข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมรับมือพายุได้อย่างดี และอาจได้รับประโยชน์จากการเกิดของพายุด้วยซ้ำ แต่หากตลาดอยู่ในช่วงกำลังบูม มักไม่ค่อยนึกถึงการปรับพอร์ทกัน อาจมีการขายทำกำไรกันบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่ก็มักจะนำกำไรที่ได้ใส่กลับคืนเข้าไปในตลาดอย่างเร่งรีบ ซึ่งหากเกิดพายุทันที ก็จะเกิดความไม่พร้อม และคงได้แต่นั้งภาวนาเฝ้ารอให้พายุสงบโดยเร็ว และเสียโอกาสในการทำกำไรหลังพายุอย่างแน่นอน

ปล. ในขณะนี้ ตลาดยังเป็นไปตามคาดการณ์ตั้งแต่ผมกลับจากต่างประเทศ และพิมพ์เรื่อง คน 7 คน แต่รู้สึกว่าจะเกินความคาดหมายอย่างรวดเร็วมากเกินไป ซึ่งนับว่าลมกำลังแรงขึ้นเรื่อยๆแล้วนะครับ ขอเตือนหลายๆท่านที่กำลังผ่อนสายป่านรับลมออกไปด้วยครับ ยิ่งผ่อนสายป่านไปยาวมากเท่าใด ท่านก็ต้องใช้เวลากับการดึงสายป่านกลับมากขึ้นเท่านั้น และโอกาสของท่านจะลดลงหากเกิดพายุขึ้นทันที่ในสภาวะการณ์เช่นนี้ หวังว่าทุกๆท่านคงลงทุนกันอย่างรอบคอบนะครับ 55555

จากคุณ : ชอบอ่าน



Create Date : 21 สิงหาคม 2550
Last Update : 10 เมษายน 2551 15:13:29 น. 0 comments
Counter : 139 Pageviews.

คนบ้านสามขา101ฯ.
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คนบ้านสามขา101ฯ.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.