Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 
เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่2





" พิชญา..เธอมันฆาตกร! ฆ่าได้แม้กระทั่งเพื่อนของตัวเอง ฆาตกร! ฉันเกลียดเธอ ” น้ำเสียงทรงอำนาจ ดุดัน ราวกับว่าเจ้าของเสียงต้องการให้คำพูดเหล่านั้นมันฝังรากลึกลงไปถึงแก่นแท้ของหัวใจของเธอ...ซึ่งนั่น เขาก็ทำได้แล้ว มันฝังเข้าไปใต้จิตสำนึกของเธอ คำพูดเหล่านั้น ราวกับคำสาปแช่งที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ความฝันอันแสนโหดร้ายปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาจากนิทารมณ์ที่แสนสงบสุขของเธอ หากเธอทำได้ก็อยากขอให้ตัวเองหลับไปอย่างนี้ ดีกว่าที่จะต้องตื่นขึ้นมาเผชิญความจริงที่แสนเจ็บปวด

“ ฮึ! แม้แต่ในความฝัน คุณยังตามมาสาปแช่งฉันอีกงั้นเหรอ ” พิชญากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านก่อนจะพยายามกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่ม่านน้ำตาออกไปจากนัยน์ตา พยายามบอกกับตัวเองให้เข้มแข็งแม้จะรู้ว่าทำไม่ได้เลยก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พิชญาฝันอย่างนี้ และที่แน่นอนที่สุดคือมันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เธอจะฝันถึงใครบางคนที่อยู่ในความทรงจำมาตลอดเจ็ดปีเต็ม

ผ่านเรื่องราวที่เธอคิดว่าเลวร้ายที่สุดในชีวิตมาได้สองปีกว่าแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่เธอก็ยังจำวันที่ถูกไล่ออกมาจากงานศพของสิริสราได้ เธอถูกกล่าวหาทั้งๆที่ไม่มีความผิด และไม่มีใครยอมรับฟังคำอธิบายของเธอเลยสักคน...แม้แต่เขาหรือเพื่อนรักที่เหลืออีกหนึ่งคนของเธอ

แน่ล่ะ! ใครจะเชื่อคำของเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงอย่างเธอ เด็กที่เป็นกำพร้าที่ถูกบิดาและมารดาแท้ๆทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์ตั้งแต่ยังแบเบาะ เธออยู่ที่นั่นจนกระทั่งอายุสิบขวบ

ต่อมาท่านนายพล ขจรศักดิ์บิดาของสิริสรา รับหล่อนไปเลี้ยงดูและส่งเสียให้เรียนโดยหวังว่าจะเป็นเพื่อนเล่นคอยดูแลรับใช้คุณหนูสิริสราวัยสิบขวบเศษเช่นเธอ โชคดีของเธอคงยังมีอยู่บ้างเพราะสิริสราเป็นเพื่อนที่ดีของเธออย่างไม่ถือตัวไม่รังเกียจ ที่พิชญามีฐานะต้อยต่ำกว่า ถึงอย่างนั้นพิชญาก็รู้ฐานะตัวเองดีเสมอ หล่อนไม่ทำให้ใครเดือดร้อนและไม่สร้างความลำบากใจให้ใคร ทุกคนภายในบ้านภัคดีรักษ์แม้จะไม่ได้ให้ความรักกับเธอมากมาย แต่ก็ยังพอมีความเมตตาเหลือให้เด็กกำพร้าอย่างเธอนั่นก็ดีที่สุดสำหรับหล่อนแล้ว

จนกระทั่งเข้าสู่ชั้นมัธยมก็ได้เพื่อนใหม่ที่ดีอีกคนที่มีชื่อว่า...วาสินี ทั้งสามคบกันเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมจนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยและจบการศึกษาในที่สุด

หลังจบการศึกษาเพียงแค่สองเดือนเท่านั้นสิริสราก็ประกาศหมั้นและแต่งงานกับภูมิรพี ประธานบริษัทผู้คุมบังเหียนบริษัทใหญ่ยักษ์อย่าง NCL คอปเปอร์เรชั่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และอสังหาริมทรัพย์นับไม่ถ้วน นับว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งๆที่อายุเพียงแค่ยี่สิบเจ็ดปีเท่านั้น

ใช่...เรื่องราวทุกอย่างคงจะดำเนินไปอย่างนั้น ถ้าไม่มีเรื่องราวที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น.. อุบัติเหตุในครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตของใครหลายคนอย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึง…รวมถึงเธอด้วยเช่นกัน เพราะหลังจากวันนั้นเธอก็ถูกระเหิดออกจากบ้านภัคดีวัฒน์ บ้านที่เธออยู่มาตั้งแต่เด็ก บัดนี้...เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบย่างเข้าไปใกล้แม้กระทั้งหน้าบ้าน และสองปีมานี้เธอก็ไม่ได้พบพากับคนตระกูลภัคดีวัฒน์อีกเลย รวมถึงเขา...ภูมิรพี บดินทร์รักษ์ ผู้ที่เชื่ออย่างสนิทใจว่าเธอเป็นต้นเหตุ การเสียชีวิตของสิริสรา

พิชญาหยุดความคิดฟุ้งซ่านเอาไว้เพียงแค่นั้น เพราะรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ร่างบางที่นอนซมอยู่พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากที่นอนหยิบยาในลิ้นชัก ก่อนจะกลืนยาลงไปในลำคอด้วยความลำบากยากเย็น หญิงสาวหยุดชะงักเล็กน้อยเหมือนคิดอะไรได้ แล้วเธอก็หยิบยาอีกขวดขึ้นมาจากในลิ้นชัก

ยานอนหลับ..หวังว่ายานี้จะช่วยทำให้เธอหลับสนิทและไม่ฝันร้ายอีกต่อไป แต่จะมีประโยชน์อะไรเล่า ในเมื่อตื่นขึ้นมาความรู้สึกทุกข์ใจก็ยังคงไม่จางหาย และอีกอย่างร่างกายเธอไม่แข็งแรง ไม่สมควรกินยาประเภทยากล่อมประสาทอย่างนี้ หญิงสาวตัดสินใจเก็บขวดยาทั้งสองลงในลิ้นชักตามเดิม ก่อนจะพยายามข่มตานอนให้หลับในคืนนี้...แม้จะรู้ว่ามันช่างยากลำบากเหลือเกิน เพราะภาพในวันนั้นมักจะปรากฏขึ้นมาทุกครั้ง เมื่อข่มตาลงนอน...

ความฝันและความจริง...เลวร้ายไม่ต่างกัน ความสิ้นหวังประดาขึ้นมาดั่งคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง แล้วเธอมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร...และเพื่อใคร

จริงๆแล้วไม่ใช่ความฝันหรอกที่ตามมาหลอกหลอนให้เธอนอนไม่หลับ แต่ที่นอนไม่หลับคงเป็นเพราะเหตุผลอื่นมากกว่า

+++++++++++++++++++++++++++++

ตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร หากมองลงมาจากบนยอดตึกจะเห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพเมืองฟ้าอมรอย่างชัดเจน ร่างสูงของบุรุษผู้หนึ่งมองลอดผ่านกระจกจับจ้องไปยังผืนฟ้ากว้างใหญ่เบื้องหน้า ก่อนจะหลุบสายตาลงต่ำมองมายังพื้นดินที่คลาคลั่งไปด้วยถนนรถติด และผู้คนมากมาย อย่างน่าเบื่อหน่าย อารมณ์โกรธยังคงโลดแล่นอยู่ในกายอย่างพลุกพล่าน

สาเหตุที่ทำให้ภูมิรพีอารมณ์ไม่ดีราวกับเสือที่พร้อมขย้ำคนที่ขัดใจ คงเป็นเพราะการทำงานของฝ่ายบุคคลที่ผิดพลาดจนทำให้เขาไม่พอใจ เมื่อตอนเช้าตรู่ภูมิรพีตรวจแฟ้มประวัติการรับพนักงานใหม่ความโกรธพลุกพล่านเริ่มจุดนั้นเอง ความจริงเขาจะไม่โกรธและโมโหขนาดนี้ ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ พิชญา คณานุวัฒน์ ผู้หญิงที่เขาชิงชังและไม่คิดจะพานพบอีกเลยในชีวิตนี้

นึกแล้วก็อดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้ เมื่อคิดว่าทิวาพร ผู้จัดการฝ่ายบุคคลคงต้องใช้เวลาครึ่งวันในการอยู่ในห้องน้ำเพื่อร้องไห้กับอารมณ์โกรธที่เขาแสดงต่อเธอเมื่อเช้าเป็นแน่

“ ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ให้ใครรบกวน ! ” น้ำเสียงดุดันของภูมิรพีตะคอกกึ่งตะโกน เมื่อคิดว่าผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานโดยที่ยังไม่เคาะประตูจะเป็นเลขาหน้าห้องหรือพรวิภา

เอกองค์ชักสีหน้างงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างตามแบบฉบับของเขา “ อะไรวะภูมิ อารมณ์อย่างกับคนแม่หมาเพิ่งคลอดลูก แกรู้มั้ยว่าคนทั้งบริษัทเข้าหน้าแกไม่ติดแล้ว ”

คนที่ถูกหาว่าเป็นแม่หมา หมุนเก้าอี้กลับมาก็พบกับเอกองค์เพื่อนสนิทของเขาที่เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน “ ไอ้บ้า ฉันมันคนเว้ยไม่ใช่หมา แกเปรียบเพื่อนแกเหมือนหมาได้ไงวะ ”

เอกองค์ยิ้มกริ่ม “ นั่นซิวะ ถ้าแกเป็นหมาฉันก็ต้องเป็นหมาเหมือนกัน เพราะฉันเป็นเพื่อนแกนี่หว่า ” คำพูดของชายหนุ่มเรียกเอาหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของภูมิรพีให้บินร่อนมาถึงเอกองค์ทันทีที่พูดจบ ชายหนุ่มโยกหลบหนังสือที่เพื่อนรักปามาอย่างหวิดโดนศีรษะ

“ โหย...ไอ้ภูมิอย่ารังแกฉันสิวะ ฉันบอบบางกว่าแกนะโว้ย ” ภูมิรพีหัวเราะดังลั่นห้องทำงาน “ อย่างแกนี่นะบอบบาง ฉันว่าแกถึกมากกว่านะไอ้เอก ”

“ เออ..แล้วแกมีเรื่องอะไรให้อารมณ์เสียแต่เช้าวะ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นแกโกรธขนาดนี้มาก่อน ของขึ้นรึไง ” เอกองค์ถามไปด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างสบาย ไม่สนใจคนที่ยืนทำหน้าดุดันเพราะคิดถึงเรื่องที่ทำให้อารมณ์เสียเมื่อเช้า

“ ผู้หญิงคนนั้นมาทำงานที่นี้ ”

“ บ๊ะ! แล้วมันผู้หญิงคนไหนล่ะวะ ฉันจะรู้มั้ยเนี่ย ” เอกองค์ขมวดคิ้วจนแทบจะเป็นปมด้วยความสงสัย

“ พิชญา ผู้หญิงคนนั้นมาทำงานที่นี่ ” คำตอบของภูมิระพีทำให้เอกองค์ตะลึงงัน นัยน์ตาสีดำคลับทอประกายพราวระยิบระยับอยู่ภายใน และรอยยิ้มที่มุมปาก หากมันเกิดขึ้นเพียงชั่ววินาทีเท่านั้น แม้แต่ภูมิรพีเองก็สังเกตุอาการผิดของเพื่อนรักไม่ทัน

“ น้องแพน ” เอกองค์เอ่ยขึ้นมาเบาๆคล้ายกับละเมอ

“ แกว่าอะไรนะไอ้เอก ”

“ เปล่าว่ะ ฉันใจลอยไปหน่อย โทษทีว่ะ แกว่าอะไรนะ...ฉันได้ยินไม่ชัด ”

“ พิชญาผู้หญิงคนนั้นมาทำงานที่นี่ ” ภูมิรพีกัดฟันกรอด สายตาเหี้ยมขึ้นมาโดยบัดดลทำเอาคนที่นั่งเอกขเนกอยู่บนโซฟาหนาวๆร้อนๆขึ้นมาแทนเจ้าของชื่อที่ชายหนุ่มเอ่ยถึง

“ เฮ้ย! แกอย่าบอกนะ ว่าแกยังติดใจกับเรื่องนั้นอยู่ ” เอกองค์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงซีเรียส

“ ฉันไม่มีวันลืมวันที่สิริสราตาย ผู้หญิงคนนั้นฆ่าสิริสรา แกเข้าใจมั้ย ”

“ ไม่เอาน่า แกอย่าทำตัวเหมือนเด็กที่เจ้าคิดเจ้าแค้นเวลาถูกแย่งของเล่นไปหน่อยเลยนะ อีกอย่างเรื่องนี้มันผ่านมาตั้งนานแล้ว แกจะโกรธแค้นน้องแพนเค้าไปทำไม ในเมื่อมันเป็นอุบัติเหตุ ”

“ แต่มีบางอย่างที่ทำให้ฉันคิด...ว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ ” ภูมิรพีทอดลอยตาเหม่อลอยออกไปยังท้องฟ้าสีสดที่กั้นด้วยกระจกบางใสเอาไว้ ก่อนจะถอดถอนใจจนเพื่อนหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาถึงกับต้องลุกขึ้นเดินไปตบบ่าเพื่อนรักเบาๆอย่างปลอบประโลม และเห็นใจ

“ แกคิดว่าน้องแพนเขาเป็นคน...เอ่อ ฆ่า ไม่สิ...ฉันคงใช้คำไม่ถูก ฉันหมายความว่าเขาเจตนาตั้งใจทำให้มันเกิดอุบัติเหตุขึ้นงั้นเหรอ ”

ภูมิรพีพยักหน้า “ ไหนล่ะหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเขาเป็นคนทำ ” เอกองค์กล่าวก่อนจะยื่นมือเข้าไปใกล้ๆราวกับว่าขอหลักฐานจากภูมิรพี

“ ถ้าฉันมีหลักฐานจริงป่านนี้แม่นั่นได้เข้าไปนอนในคุกเรียบร้อยแล้วล่ะ ”

“ อะไรทำให้แกคิดแบบนั้นวะ ” เอกองค์ขมวดคิ้วจะเป็นปม สมองของชายหนุ่มในตอนนี้กำลังคิดว่าเพราะอะไร ทำให้เพื่อนของเขามองกับสาวน้อยที่แสนน่ารักบอบบางว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุครั้งนั้น คนอย่างน้องแพนเนี่ยนะจะไปฆ่าใครได้ ขนาดฆ่าสัตว์เล็กๆอย่างมดยังทำไม่ได้ แล้วจะให้ไปฆ่าคน...มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย

ภูมิรพีชะงักกับคำถามของเพื่อนรักทันที ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเรียบเบา ไม่เกรี้ยวกราดเช่นครั้งก่อน “ วาสินีบอกฉันว่าพิชญาแอบชอบฉัน ดังนั้นเขาอาจจะ....” ภูมิรพีพูดยังไม่ทันจบประโยคดีก็มีเสียงร้องค้านจากเพื่อนหนุ่มดังขึ้น

“ เขาอาจจะฆ่าสิริสราเพื่อนรักของตัวเอง เพื่อแย่งแกมางั้นเหรอ!? ตลกสิ้นดีเลยว่ะ แกกำลังทำให้ฉันขนลุกเพราะเรื่องที่แกเล่ามามันเหมือนนิยายตามวิทยุสมัยก่อนย่าฉันชอบฟังบ่อยๆ ” เอกองค์หยุดกล่าวก่อนจะเดินมาตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ “ ซึ่งในนิยายนั้นพระเอกมักโง่ถูกหลอกให้เข้าใจผิดนางเอกตลอด มันไร้สาระว่ะ แต่ก็ไม่แน่นะโว้ย คนที่มีความแค้นมากๆมันมักจะบดบัดสิ่งๆที่ดีๆไปเสมอบางครั้งมันก็ทำให้เรามองข้ามสิ่งดีๆไปได้ ฉันไม่อยากเห็นแกเป็นเหมือนพระเอกในนิยายที่ถูกหลอกว่ะ ”

คำพูดของเพื่อนรักเรียกเสียงหัวเราะของภูมิรพีให้ดังขึ้นได้ ชายหนุ่มหัวเราะกับคำพูดของเอกองค์ทันทีที่พูดจบ พิชญา...ผู้หญิงคนนั้นมีสิ่งดีๆที่เขามองไม่เห็นด้วยเหรอ ที่มองสิ่งดีๆไม่เห็นก็เพราะความชั่วมันบดบัดไว้หมดนะสิ ไม่มีทางที่สายตาของเขาจะผิดพลาดผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนดี เขาไม่จำเป็นเกี่ยวข้องอะไรกับผู้หญิงคนนั้นอีก ไล่ออกก็หมดเรื่องจะมาหงุดหงิดเพราะผู้หญิงพรรค์นั้นทำไม

ภูมิรพีรีบกดโทรศัพท์ทันทีที่คิดได้ เอกองค์อ่านอาการของเพื่อนรักออกทันที เขาลอบสังเกตอาการของภูมิรพีอยู่แล้ว และก็ไม่ผิดอย่างที่คาดเอาไว้ ภูมิรพีจะไล่พิชญาออกโดยไม่มีความผิด แล้วคนที่รักความยุติธรรมอย่างเขาจะยอมเหรอ ไม่มีทาง!! เอกองค์รีบตรงมาที่โทรศัพท์ก่อนตัดสายการสนทนาของภูมิรพีกับเลขาคู่ใจทันที

“ ไอ้เอก! แกทำแบบนี้ทำไมว่ะ ฉันจะคุยธุระกับเลขาของฉัน ” น้ำที่เสียงหงุดหงิด สื่ออารมณ์ของผู้พูดได้เป็นอย่างดี

“ ฉันจะให้แกคุยต่อก็ได้... ถ้าธุระของแกไม่ใช่เรื่องไล่คุณแพนออก ”

ภูมิรพีสถบออกมาเบาๆ อารมณ์ของเขาถูกเพื่อนรักกระพือให้ขุ่นมัวอีกรอบ “ ทำไมแกต้องปกป้องผู้หญิงคนนั้นด้วยว่ะ ฉันจะไล่ใครออกหรือจะรับใครเข้า ไม่ก็ไม่เกี่ยวกับแก ที่นี่มันเป็นบริษัทของฉัน ”

“ ฉันแค่ไม่อยากให้แกทำสิ่งที่ผิด แกกำลังทำอะไรอยู่ แกรู้ตัวรึเปล่า ” เอกองค์ขึ้นเสียง

“ แก้แค้นไง ฉันจะแก้แค้นผู้หญิงคนนั้น ” ภูมิรพีชะงัก....แก้แค้นงั้นเหรอ เป็นความคิดที่ไม่เลวทีเดียว

“ ฉันขอโทษละกันที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของแก จริงอย่างที่แกพูด ฉันไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นในเมื่อที่นี่ไม่ใช่บริษัทฉัน ” เอกองค์กล่าวเสียงเรียบก่อนจะลาภูมิรพีกลับ

“ ฉันผิดเองที่ควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ฉันจะไม่ไล่พิชญาออกแล้วล่ะแกสบายใจได้ ” ภูมิรพีเดินมาตบไล่เพื่อนรักเบาๆอารมณ์โกรธที่พลุ่งพล่านหายไปหมด เหลือแต่รอยยิ้มเข้ามาแทนจนเอกองค์สับสนกับพฤติกรรมของเพื่อนรัก

“ เย็นนี้เราไปกินเหล้ากัน ฉันเลี้ยงเอง ”

แม้เอกองค์จะงงๆกับพฤติกรรมของเพื่อนแต่ก็ตอบรับไปด้วยรอยยิ้มกว้างตามแบบฉบับหนุ่มขี้เล่นอารมณ์ดีแบบเขา “ ได้! แกเลี้ยงนะโว้ย ” พูดกันได้ไม่กี่ประโยคเอกองค์ก็ลาเพื่อนรักกลับไปทำงานในบริษัทของตัวเอง

ภูมิรพีปล่อยความคิดให้โลดแล่นออกไป แก้แค้นงั้นเหรอ!? เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมทีเดียว พิชญา...เธอมาทำงานในบริษัทของฉันก็เหมือนลูกไก่อยู่ในกำมือของฉัน จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด แต่ก่อนที่เธอจะตาย...ฉันก็ขอทรมานเธอให้สาสมกับความเลวของเธอล่ะกัน เธอโทษฉันไม่ได้นะ เธอมันรนหาที่เองแท้ๆ

“ สิริสรา...ผมจะแก้แค้นให้คุณ ผู้หญิงคนนั้นต้องได้รับกรรมอย่างสาสม ”ภูมิรพีเอ่ยออกมาเบาราวกับเสียงกระซิบก่อนจะปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปถึงหญิงสาวคนรักที่บัดนี้เธอมีชีวิตเพียงแค่ในความคิดเขาเท่านั้น

To Be Continue..








Create Date : 05 ธันวาคม 2548
Last Update : 23 มีนาคม 2549 19:38:22 น. 0 comments
Counter : 330 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pinkpearl
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่16 มาแว้วววว!! >O<


ไข่มุกมาอัพเดทเรื่อง ปฎิบัติการรักดักหัวใจนายตัวแสบตอนที่5 แล้วค่ะ เอาไปแค่70% ก่อนนะเด้อ


.::หลังไมค์ถึงไข่มุกค่ะ::.


งานประพันธ์ทุกชิ้นเป็นลิขสิทธิ์โดยชอบธรรมของผู้เขียน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ห้ามทำซ้ำ หรือนำไปโพสต์ที่อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องโดยเด็ดขาด มีปัญหากรุณาติดต่อ kitty_Mukkแอดhotmail.com



^O^

cursor
Friends' blogs
[Add pinkpearl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.