Group Blog
 
<<
เมษายน 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
21 เมษายน 2549
 
All Blogs
 
เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่8






เสียงนกร้องเสียงไก่โห่ดังแววประสานเสียงกันมาตามสายลมดั่งเสียงเพลงขับขานในแบบฉบับธรรมชาติดังขึ้น เช้านี้พิชญามีสีหน้าที่สดใสกว่าเมื่อวาน แม้จะมีอาการเมื้อยล้าตามเนื้อตัวอยู่บ้าง อีกทั้งอาการปวดศีรษะยังตามมารบกวน แต่เธอก็คิดว่ายังไงก็ไปทำงานไหว ต้องไหวสิ! คิดได้ดังนั้นก็หยัดตัวลุกขึ้นเพื่อจะลุกไปอาบน้ำทำงาน แต่ก็ต้องล้มตัวกลับมาบนเตียงใหม่เพราะการลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดอาการหน้ามืด

เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามมาด้วยเสียงทักทายที่แสนสดใสของอัญชลี

“อ้าวแพนตื่นแล้วเหรอ อันว่าจะมาปลุกอยู่พอดี”

“จ๊ะ” พิชญารับคำสั้นๆก่อนจะพยายามหยัดตัวลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ร่างบางเซน้อยๆจนอัญชลีต้องปราดเข้ามาพยุงให้นั่งลงบนเตียงอีกครั้ง

“เป็นอะไรรึเปล่าแพน หน้ายังซีดเหมือนคนไม่มีเลือดเลยนะ ฉันว่าวันนี้ไม่ต้องไปทำงานหรอก นอนพักดีกว่านะ”

“แค่หน้ามืดน่ะ ฉันเป็นบ่อย แค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก ไปทำงานไหว”

อัญชลีถอนหายใจน้อยๆให้กับความดื้อดึงของเพื่อนสาว หน้าซีดอย่างกับไก่ต้ม ตัวก็ร้อนเหมือนจะเป็นไข้ยังบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก นี่ต้องให้ล้มลงไปนอนกองกับพื้นหรือหมดแรงยืนนั่นแหละ ถึงจะยอมรับว่าตนป่วย

“ไหนดูซิ” ยื่นมือไปวางบนหน้าผากเพื่อวัดไข้ให้กับหญิงสาว “ตัวร้อนขนาดนี้ยังบอกว่าไม่เป็นไรอีกเหรอแพน ทำไมถึงดื้ออย่างนี้นะ น่าตีนัก”

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ อาการหน้ามืดตัวร้อนมันเป็นมาตั้งแต่เป็นโรคนั้นแหละ อุณหภูมิในร่างกายฉันมันปกติเหมือนเธอซะที่ไหน บทจะร้อนก็ร้อนขึ้นมาซะอย่างนั้น ปล่อยไว้เดี๋ยวก็หาย เธอก็รู้นี่นา ไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยอัน”

“เฮ้อ...ฉันล่ะเบื่อจะคุยกับคนดื้ออย่างเธอจริงๆต้องรอให้ไปนอนโรงพยาบาลรึไง ถึงจะยอมรับว่าตัวเองป่วยน่ะ”

พิชญายิ้มน้อยๆพลางเขยิบเข้าไปใกล้เพื่อนรัก “ถ้าฉันป่วยก็มีอันคอยดูแล ส่งข้าวส่งน้ำส่งเสบียงอยู่แล้วไม่เห็นกลัวเลย”

“พอเลย ไม่ต้องมาอ้อนฉันเลยย่ะ เอาเป็นว่าจะไปให้ได้เลยใช่ไหมไอ้บริษัทบ้าๆของคนใจยักษ์นั่นน่ะ”

“อันก็... ไปพูดแบบนั้นได้ยังไง”

“แล้วมันจริงไหมล่ะ”

“ไม่เอาล่ะ ฉันไม่เถียงด้วยแล้ว ไปอาบน้ำดีกว่า” ว่าแล้วก็หยัดตัวลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ลุกขึ้นได้โดยไม่ล้มแต่มีเซเล็กน้อย พิชญาหันมายิ้มให้เพื่อนรักเป็นเชิงว่าตนไม่เป็นไรแล้วและก็ได้สายตาค้อนๆของอัญชลีส่งกลับไปให้

“ไปอาบน้ำซะ เดี๋ยวฉันลงไปทำอาหารเช้าให้”

“จ้า” หันมายิ้มร่าให้เพื่อนรักก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

++++++++++++++++++++++++++++

เช้านี้อาจเป็นเช้าที่สดใสสำหรับทุกคนแต่ยกเว้นภูมิรพีและพนักงานในบริษัท เช้านี้ดั่งพายุเฮอริเคนพัดเข้าถล่มในบริษัท แม้แต่พนักงานเล็กๆไล่ไปถึงกรรมการผู้จัดการอาวุโสของบริษัท และเลขาฯ คนเก่งหน้าห้องยังโดนพายุถล่มเข้าใส่แบบไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัว

“คุณพรวิภาผมขอยอดสรุปตัวเลขบัญชีการส่งออกให้ผมในห้านาทีนี้ด้วย” เสียงอินเตอร์โฟนดังขึ้นทำให้เลขาฯสาวถึงกับสะดุ้งด้วยเสียงของประธานบริษัทที่กรอกเข้ามาดูไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ อีกทั้งข้อมูลที่ให้หายังให้เวลาแค่ห้านาที ทั้งๆที่เธอต้องใช้เวลาสรุปยอดตัวเลขเหล่านั้นอย่างน้อยก็ครึ่งชม.

เสียงปิดประตูดังปัง! เรียกให้เลขาฯ สาวหันไปมองผู้เคราะห์ร้ายรายล่าสุดที่เดินคอตกออกมาจากห้องทำงานของท่านเจ้านายใหญ่ที่วันนี้ดูเจ้าอารมณ์เป็นพิเศษ

“เป็นไงบ้างพี่ทิวา”

“เกือบตายนะสิ เช้านี้ไม่รู้ว่าคุณภูมิไปกินรังแตนมาจากไหน มาถึงก็โยนงานให้ทำโครมๆ แถมยังสั่งให้ทำเสร็จก่อนเที่ยงอีก ตายๆมีหวังวันนี้พี่ตายแน่ๆล่ะภา”

“หนูก็น้อยหน้าที่ไหนล่ะ ขอยอดสรุปการส่งออกภายในห้านาที ต่อให้มียี่สิบมือก็ทำไม่ทันหรอก เฮ้อ...เตรียมตัวตายอย่างเดียว”

“นี่เมื่อเช้านะ แค่พี่สมรพิมพ์รายชื่อลูกค้าตกไปแค่ตัวเดียวยังโดนเรียกไปด่าซะ โหย...พี่แกน้ำตานองหน้าออกมาเลย”

“หวา... แล้วฉันจะโดนอะไรมั่งล่ะเนี่ย”

“อีกสามนาทีนะคุณพรวิภา” เสียงทรงอำนาจที่กรอกมาตามอินเตอร์โฟนทำให้เลขาฯ สาว หยุดการสนทนาถึงความเป็นความตายของคนอื่นไว้เพียงเท่านั้น ขืนมัวแต่พูดเรื่องของคนอื่นอยู่เธอนั่นแหละที่จะตายเป็นคนต่อไป

++++++++++++++++++++++++++++

เสียงเอะอะที่ดังมาจากด้านนอกเรียกเอาความสนใจจากร่างโปร่งระหงที่ยืนปรุงอาหารอยู่หน้าเตา มือเรียววางตะหลิวลงด้านข้างเตาแก๊ส ชะโงกหน้าออกไปดูเสียงเอะอะทางด้านนอกแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อหางตาเรียวตวัดไปเจอกับร่างสูงหนาที่ไม่คุ้นตายืนสอดส่ายสายตาอยู่หน้าบ้าน

อัญชลีวางมือจากการทำอาหารเช้าทันที หญิงสาวเดินโทงๆไปหาต้นเสียงของความเอะอะอย่างไม่กลัวเกรงและไม่หวัดหวั่นว่าจะเป็นโจรขโมยหรือผู้ร้ายเข้ามาปล้นเลยสักนิด

“นี่คุณ! มาทำอะไรลับๆล่อๆหน้าบ้านคนอื่น” ร่างบางลดเสียงลงเมื่อบุคลิกเห็นหน้าตาท่าทางห่างไกลจากคำว่าขโมยหรือโจรอยู่มากโข แต่งตัวด้วยสูทเต็มยศอย่างกับจะไปเจรจาธุรกิจพันล้าน แถมยังหน้าตาหล่อเหลาเอาการจนทำให้เธออึ้งไปสักพักเหมือนกัน แต่ก็ไม่วายตวัดเสียงห้วนๆใส่อยู่ดี

“ถ้าคุณจะมาทำบุญที่สถานสงเคราะห์ฉันว่าคุณคงจะเดินเข้ามาลึกเกินไปแล้วล่ะ กรุณาเดินออกไปด้านนอกด้วย ให้ตายสิ เจ้าหน้าที่เขาปล่อยให้คุณเดินเข้ามาลึกขนาดนี้ได้ยังไงกันสะเพร่าจริงๆ”

หญิงสาวแว้ดใส่บุรุษหนุ่มอย่างหัวเสีย อดตำหนิเจ้าหน้าที่ไม่ได้ที่ปล่อยให้คนนอกเดินเข้ามาไกลถึงเพียงนี้ ความจริงแล้วบ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกับสถานสงเคราะห์แต่อยู่บริเวณด้านหลัง บ้านไม้สองชั้นทาสีขาวทั้งหลังโดยรอบมีบรรยากาศร่มรื่นเพราะต้นไม้ที่ปลูกไว้คอยกำบังแสงแดด บ้านหลังนี้เป็นของสุดาดวงหรือที่คนแถวนี้เรียกกันสั้นๆว่าป้าดวง เป็นเจ้าของสถานสงเคราะห์บ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ อีกทั้งยังเปรียบเสมือนแม่แท้ๆของเธอและพิชญาอีกด้วย ทว่าตอนนี้ป้าดวงของพวกเธอไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัดทำให้ทั้งบ้านนี้เหลือเพียงผู้หญิงสองคนเท่านั้น หล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมมาก

เอกองค์มองร่างบางของหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า แววตากลั้นยิ้มแทบไม่อยู่เกือบหลุดหัวเราะออกมาด้วยซ้ำ เขาไม่โกรธที่จู่ๆก็โดนคุณเธอแว้ดใส่ เพราะหน้าตาท่าทางเธอเหมือนลูกแมวเพิ่งไปเล่นซนมาก็ไม่ปาน ผมเผ้ายุ่งรุงรัง อีกทั้งหน้าตาก็มันแผล็บเหมือนเอาหน้าคลุกน้ำมายังไงยังงั้น แต่ยังไงก็น่ารักอยู่ดี ถึงไม่สวยน่ารักเท่าน้องแพนก็เถอะ

“ฉันถามไม่ได้ยินรึไง หรือว่าเป็นใบ้หูหนวกอีก”

ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามหนำซ้ำยังถอดรองเท้าหนังพลางผิวปากอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านอย่างเย็นใจ ตรงข้ามกับเจ้าของบ้านที่ยืนหน้าบูดเบี้ยวตาแทบถลนออกมานอกเบ้า

“คะ...คุณ เข้ามาในบ้านคนอื่นเข้าทำไม รึว่าคุณเป็นโจร”

คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นโจรไม่สนท่าทีของเธอ แถมยังเดินไปยึดโซฟาตัวโปรดของเธอนั่งผิวปากอย่างอารมณ์ดี มิวายกระติกปลายเท้ายั่วโมโหเจ้าของบ้านอีกต่างหาก

“ฉันว่าคุณไม่ใช่โจรแล้วล่ะ อีหรอบนี้มันโรคจิตแหงๆเลย”

ร่างบางรีบโกยแน๊บเข้าไปในครัว สายตาเรียวสอดส่องหาอาวุธมาไล่คนที่เธอคิดว่าเป็นโรงจิต เอกองค์มองการกระทำของหญิงสาวอย่างนึกขำ ประเดี๋ยวก็ว่าเขาเป็นขโมยอีกเดี๋ยวก็ว่าเป็นโรคจิต นี่ท่าทางของเขาเหมือนคนโรคจิตกับขโมยมากขนาดนั้นเลยเหรอ

“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ !” อัญชลีโผล่มาพร้อมกับอาวุธที่หาติดมือมาได้จากในครัว

เอกองค์มองอาวุธในมือเธอแล้วปล่อยเสียงหัวเราะออกมายกใหญ่

“นี่คุณคิดว่าตะหลิวอันเล็กแค่นี้จะทำอะไรผมได้งั้นเหรอ ดูถูกขโมยโรคจิตอย่างผมเกินไปแล้วนะ” เอ้า! ในเมื่อเธออยากให้เขาเป็นนัก เขาก็รับสมอ้างเองซะเลย ความจริงบอกไปตรงๆว่ามาหาน้องแพนก็จบเรื่องไปแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากแกล้งคนจมูกรั้นคนนี้นักนะ

“คุณมันคนบ้าจริงๆด้วย อะ...ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจจริงๆด้วย”

“เอ้า! ตกลงจะให้ผมเป็นโจรเป็นโรคจิตหรือเป็นบ้ากันแน่ เอาสักอย่างสิคุณ ผมเป็นทั้งสามอย่างให้คุณไม่ไหวหรอกนะ เหนื่อยแย่เลย” เอกองค์กล่าวด้วยรอยยิ้มแฉ่งยักคิ้วแถมให้อีกต่างหาก

“นี่คุณ!” อัญชลีเสียงขึ้นจมูก มอง’คนโรคจิต’ตาขวาง

“เอะอะอะไรกันจ๊ะอัน” เสียงใสดังลงมาจากชั้นสองก่อนที่ร่างบอบบางของเจ้าของเสียงจะก้าวลงบันไดตามเสียงใสนั้นมา พิชญาขมวดคิ้วเมื่อเห็นเพื่อนของตนกำลังทะเลาะอยู่กับใครสักคน

อัญชลียิ้มร่าเมื่อเห็นพิชญาเดินลงมาจากชั้นสอง กระโดดเข้าใส่ มือเรียวคล้องเอวบางของพิชญาไว้ดึงตัวเพื่อนรักให้มาเป็นกันชนกับหนุ่มเจ้าปัญหานี่ เอกองค์มองตามอัญชลีแล้วยิ้มหน้าบานทันทีที่เห็นหญิงสาว

“แพน! ช่วยฉันด้วย อีตาบ้าโรคจิตขโมยคนนี้นะสิ แอบย่องเข้ามาในบ้านเรา นี่ไม่รู้ว่าแอบหยิบของมีค่าของพวกเราออกไปบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ ไล่ก็ไม่ไป คนอะไรหน้าด้านชะมัด”

“อ้าวคุณ พูดให้ดีๆหน่อย ผมไม่ได้เป็นบ้าไม่ได้โรคจิต แล้วก็ไม่ได้เป็นขโมยด้วย โปรดทำความเข้าใจซะใหม่ และที่สำคัญผมไม่ได้หน้าด้านนะคุณ แล้วของมีค่าอะไรของคุณผมก็ไม่ได้หยิบไปด้วย” เอกองค์เริ่มยัวะ อารมณ์ดีๆของชายหนุ่มถูกคนช่างฟ้องกวนให้ขุ่นข้องซะแล้ว

“หรือไม่จริง คนปกติที่ไหนเขาจะเข้าบ้านคนอื่นหน้าตาเฉยแบบนี้ฮะ!” ‘คนช่างฟ้อง’ เถียงไม่ลดละแถมยังเชิดใส่เขาอีก ชายหนุ่มมองอย่างหมั่นเขี้ยว อยากตรงดิ่งเข้าไปบีบจมูกรั้นๆนั่นนัก

เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนช่างเถียงช่างฟ้องคนนี้ จะมาเป็นเพื่อนกับน้องแพนที่แสนจะอ่อนโยนอ่อนหวานบอบบางของเขาได้ เอ...จะว่าไปเขาเองไม่เคยเห็นน้องแพนสนิทกับใครนอกจากวาสินีกับสิริสรา หรือว่าคนนี้จะเป็นเพื่อนใหม่นะ อาจจะเป็นอย่างนั้น สองปีที่ไม่เจอกัน อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงได้ แม้แต่สไตล์การเลือกคบเพื่อนของน้องแพน

“มองอะไรน่ะ ไม่เคยเห็นคนรึไง อ้อลืมไป อยู่แต่โรงพยาบาลบ้า พอหลุดออกมาก็เลยไม่ชินกับคนปกตินี่เอง”

“นี่เธอจะมากไปแล้วนะ!” เอกองค์ขึ้นเสียงสูงบ้าง

“น้อยไปด้วยซ้ำ อะไร! ท่าทางหน้าตาก็ดี แต่งตัวก็ดี ไม่น่าเป็นบ้าเลย เสียดายจริงๆเลย” อัญชลีจุ๊ปากอยากล้อเลียน ส่งผลให้ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ หน้าแดงด้วยความโมโห อันที่จริงเขาเป็นคนขี้โมโหยากหนักไปทางอารมณ์ดีมากกว่า แต่ใครที่ทำให้เขาโมโหได้แสดงว่าเก่งมาก

พิชญามองหน้าเพื่อนกับชายหนุ่มสลับไปมา แล้วก็ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางโกรธเป็นฝืนเป็นไฟของชายหนุ่ม ต้องรีบเข้าไปห้ามทัพซะก่อนจะเกิดการนองเลือด พี่เอกของเธอถึงแม้จะเป็นคนอารมณ์ดีแต่พอโกรธก็เอาเรื่องเหมือนกันนะ แต่เพื่อนเราก็เก่งที่ไปยั่วโมโหคนอารมณ์ดีอย่างเขาได้

“พอแล้วค่ะ! ทั้งสองคนนั้นแหละ หยุดทะเลาะกันได้แล้ว”

อัญชลีมองหน้าเพื่อนสาวอย่างงุนงง ทำไมต้องมาห้ามด้วย เธอกำลังคันปากอยากด่าคนบ้าให้หายบ้าอยู่เชียว

“คนที่เธอหาว่าเขาเป็นโรคจิตเป็นบ้าเป็นขโมยน่ะเป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆของฉันนะ นี่พี่เอก เอกองค์ ที่ฉันเคยเล่าให้เธอฟังไง พี่เอกเขาดีกับฉันมากๆฉะนั้นเธอห้ามหาว่าเขาเป็นคนบ้าอีก เข้าใจไหม?” พิชญากล่าวเปิดตัวชายหนุ่มกับเพื่อนรัก ก่อนจะหันไปบอกเขา “ส่วนนี้อัญชลีค่ะ อันเป็นเพื่อนสนิทของแพนเอง”

คำว่าพี่ชายเสียดแทงใจชายหนุ่มยิ่งนัก แต่เขาก็มิอาจทำอะไรได้นอกจากยิ้มตอบสองสาวเท่านั้น นัยน์ตาเศร้ามองหญิงสาวที่ตนรักอย่างเจ็บปวด เกลียดนักคำว่าพี่ชาย ทุกครั้งที่ได้ยินมันออกมาจากปากของเธอ มันเสียดแทงไปถึงขั้วหัวใจ

คู่กรณีทั้งสองหันควับมามองหน้ากันทันทีหลังจากที่สิ้นสุดคำแนะนำตัวของหญิงสาวแล้ว

“ห๊า! ไม่จริง อีตาบ้า! เอ้ย... ผู้ชายคนนี้น่ะนะที่เธอเคยเล่าให้ฉันฟังว่าเขาเป็นคนดี แสนดี เป็นสุภาพบุรุษ จิตใจดีงาม คอยช่วยเหลือ ดูแลเธอมาโดยตลอด โอ้ย! อิมเมจเจ้าชายที่ฉันสร้างไว้พังทลายหมด” หันมามองคนตรงหน้าอีกครั้งมองตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วส่ายหน้าไปมาเหมือนผิดหวัง อาการเช่นนั้นทำให้เอกองค์หัวเสียขึ้นมาอีกรอบ

ทำไมยัยนี่ถึงได้กวนประสาทคนอื่นเก่งนัก

“พี่ก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าเพื่อนแสนดี ใจดี ที่น้องแพนเล่าให้พี่ฟังเมื่อวันก่อนจะเป็นยัยปากปลาร้าคนนี้ รุนแรงชอบใช้กำลัง เมื่อกี้ก็เกือบเอาตะหลิวฟาดหัวพี่แล้ว นี่อ่ะนะ เพื่อนที่คอยดูแลปกป้องน้องแพนตลอดสองปีที่ผ่านมาจะเป็นยัยตะหลิวไม่มีมารยาทคนนี้ ไม่จริงพี่ไม่เชื่อ น้องแพนอย่ามาอำพี่ดีกว่า”

คำวิภาควิจารณ์จากปากของชายหนุ่มทำให้อัญชลีเดือดดาลขึ้นมาโดยบัดดล มือเรียวจับตะหลิวอาวุธคู่กายไว้แน่นไม่ให้เผลอเอามันไปฟาดหัวของคนที่หาว่าเธอปากปลาร้า

“มันจะมากไปแล้วนะคุณ ให้เกียรติกันบ้าง ใครปากปลาร้ามิทราบ ถ้าฉันปากปลาร้า คุณมันก็ปากหมาเหมือนกันล่ะวะ” ขึ้นวะทัน คำที่ไม่ได้ใช้มานานตั้งแต่สมัยเรียนจบหวนมาให้ใช้อีกครั้ง ความจริงเธอจะพูดคำหยาบๆก็ต่อเมื่อไม่สบอารมณ์จริงๆเท่านั้นแหละ “แล้วก็จำใส่สมองคุณไว้ด้วย ฉันชื่ออัญชลีไม่ใช่ยัยตะหลิว”

“นี่คุณหาว่าผมปากหมาเหรอ มากไปแล้วนะคุณอัญชลี” ความโกรธทวีขึ้นเป็นสิบๆเท่า จากที่เคยตั้งใจจะหยอกจะแกล้งนิดๆหน่อยๆ กลับกลายเป็นความโมโหเข้ามาแทนที่

“ไม่รู้ไม่สน ทีคุณยังหาว่าฉันปากปลาร้าเลย” เชิดจมูกรั้นๆขึ้น ส่งเสียงชิในลำคออย่างไม่พอใจ

พิชญามองเพื่อนรักสลับไปมากับชายหนุ่มอีกครั้ง หน้าที่ห้ามทัพคงต้องตกเป็นของเธออีกครั้ง ก่อนจะเกิดการนองเลือดกันครั้งยิ่งใหญ่ เพราะถ้าอัญชลีขึ้น’วะ‘ แสดงว่าคงโมโหจริงๆ

“พอๆทั้งคู่นั่นแหละ พี่เอกคะ แพนต้องขอโทษแทนเพื่อนของแพนด้วยนะคะ ยัยอันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ พูดก่อนคิดเสมอ อย่าถือสาเลยนะคะ”

“แพนทำไมต้องไปขอโทษเขาด้วยล่ะ เขามาว่าฉันก่อนนะ” อัญชลีไม่ยอมกระตุกแขนพิชญาเป็นพัลวัน และก็ได้สายตาดุๆของหญิงสาวกับมานั่นแหละ ถึงได้สงบปากสงบคำได้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่เองก็ต้องขอโทษเพื่อนของน้องแพนด้วย พี่ไม่ถือสาหรอกเพราะพี่เข้าใจ ว่าเพื่อนน้องแพนไม่มีมารยาท”

“นี่คุณ!”

“อันจ๋า แพนหิวข้าวจังเลย วันนี้อันทำอะไรเอ่ย แพนหิวจนแสบไส้ไปหมดแล้วนะ” ไม่พูดเปล่า ยังรุนหลังให้อัญชลีเดินไปที่ห้องครัวพร้อมกับตัวเองอีกต่างหาก ถ้าไม่อยากห้ามทัพก็ต้องแยกกันอยู่ ไม่อย่างนั้นได้ทะเลาะกันอีกแน่ๆ

ข้ามต้มกุ้งที่ถูกเสิร์ฟร้อนๆบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ในห้องรับแขก ควันอุ่นๆจางๆจากข้าวต้มลอยขิ้นมาปะทะบนใบหน้า เอกองค์มองชามข้าวต้มสลับไปสลับมากับผู้ทำ ที่ดูก็รู้ว่าไม่ได้เต็มใจอยากให้เขากินข้าวต้มที่นี่สักเท่าไหร่แต่เพราะโดนบังคับมากกว่า หน้าตาก็ดี หมายถึงหน้าตาข้าวต้มกุ้งนะ แต่รสชาติไม่แน่อาจห่วยก็เป็นได้ ยิ่งคนทำเขาไม่ชอบขี้หน้า ไม่รู้ว่าแอบเอายาถ่ายใส่ไว้ด้วยรึเปล่า

เอกองค์รู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาทันที

เหมือนรู้ความคิดชายหนุ่ม จู่ๆอัญชลีก็โพลงขึ้นมาว่า “กินเถอะคุณ ฉันไม่ใส่ยาถ่ายไว้หรอก ถ้าจะใส่ ฉันใส่ยาพิษดีกว่า รับรองไม่ให้คุณตายเพราะขี้แตกหรอก”

“เดี๋ยวเถอะยัยอัน!” พิชญาให้ไปปรามเพื่อน ก่อนจะหันมาพูดกับชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังหน้าดำหน้าแดงกับคำพูดของเพื่อนตัวดีของเธอ “ทานเถอะค่ะพี่เอก ไม่มียาอะไรทั้งนั้นแหละแพนรับรอง ฝีมือการทำอาหารของอันเค้าสุดยอดจริงๆนะคะ ทำเก่งกว่าแพนอีก”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่ไม่ถือสาคนไม่มีมารยาท อีกอย่างพี่ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ด้วย”

คนที่ถูกหาว่าไม่มีมารยาทตวัดสายตเรียวมองหน้าชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง แต่คนต้นเหตุกลับไม่สนใจ ตักข้าวต้มกุ้งเข้าปากสบายใจเฉิบ

ทันทีที่ข้าวต้มกุ้งเข้าปากคำแรกเขาก็ต้องชะงัก อร่อยดีเหมือนกันแฮะ และคำที่สองสามสี่ห้าก็ตามมาติดๆ จนคนทำข้าวต้มมองอย่างตะลึง

‘ไหนว่าไม่หิวไง แบบนี้แถวบ้านเขาเรียกว่าหิวโคตรต่างหาก กินเหมือนไม่ได้กินมาสิบปีงั้นแหละ’ ก็ได้แต่คิดในใจเท่านั้นแหละ ขืนพูดออกไปมีหวังได้ทำสงครามกันอีกรอบ “ไหนว่าไม่หิวไงคุณ จ้วงเอาๆเหมือนไม่เคยกินอย่างนั้นแหละ” ก็ไม่วายจะแขวะอยู่ดี

จนชายหนุ่มที่กำลังจะตักข้าวต้นเข้าปากถึงกับสำลักอย่างแรง

“อุ้ย...พี่เอกเป็นอะไรรึเปล่าค่ะ น้ำค่ะ” มือบางของพิชญาส่งแก้วน้ำให้ชายหนุ่มทันทีทันใด

“แค่กๆ ฉันไม่ได้หิว แต่กินแล้วมันรสชาติ....พอใช้ได้ก็เลยกินเยอะไปนิด”

อัญชลีมองคนปากแข็งอย่างกลั้นหัวเราะ รสชาติพอใช้ได้แต่หมดเกลี้ยงแบบนี้เนี่ยนะ ดูชามข้ามต้มแล้วก็นึกขำจนอยากหัวเราะออกมาดังๆ เหมือนเอาจานไปล้างแล้วยังไงยังงั้น เกลี้ยงไม่มีเหลือสักหยด

“แพนบอกแล้วว่าฝีมือของอันเค้าอร่อย พี่เอกจะเติมไหมคะ”

ชายหนุ่มยิ้มนิดๆมองหน้าพิชญา อยากจะตกลงกับคำเชิญชวน แต่พอหันไปมองหน้าอัญชลีที่ยิ้มแฉ่งเหมือนตนเหนือกว่าแล้วก็ต้องเปลี่ยนใจทันที

“ไม่ดีกว่าครับ พี่บอกแล้วว่าไม่ค่อยหิว” มือหนาลูบท้องตัวเองไปมา ใจจริงอยากจะต่ออีกสักชามแต่เพราะกลัวโดนหัวเราะเยาะเลยต้องวางฟอร์มไว้ก่อน ขืนบอกว่าอยากกินอีกมีหวังขายหน้ายัยตะหลิวนั่นแน่ๆ

“แพนอิ่มแล้วใช่ไหมจ๊ะ งั้นทานยาต่อเลยนะ เดี๋ยวฉันไปเอามาให้” ร่างบางของอัญชลีผลุบหายขึ้นไปบนชั้นสอง

“น้องแพนเป็นอะไรหรือครับ ต้องทานยาด้วย ไม่สบายรึเปล่า” ชายหนุ่มยื่นมือไปอังหน้าผากคนตัวเล็กอย่างเป็นห่วง เมื่อพบว่ามันร้อนก็ยิ่งกระสับกระส่ายด้วยความเป็นห่วง

“ตัวร้อนนี่นา ไม่สบายเป็นไข้แน่ๆ งั้นพี่พาไปหาหมอดีกว่าไม่ต้องไปทำงานแล้ว เดี๋ยวพี่ลาไอ้ภูมิมันให้”

พิชญาส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน ผมยาวสีดำสนิทเคลื่อนมาล้อมวงหน้าเนียน สีดำของเส้นผมตัดกับผิวขาวเนียนขลับให้ดูกระจ่างตาผู้พบเห็นเข้าไปใหญ่ เอกองค์อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสผมนุ่มหอมกรุ่นของเธอ

“ทำไมล่ะน้องแพน ให้พี่พาไปหาหมอเถอะนะ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พยายามโน้มน้าวใจหญิงสาว

“แพนไม่เป็นไรจริงๆค่ะพี่เอก แค่ปวดหัวนิดหน่อย ทานยาเดี๋ยวก็หายแล้ว ไปทำงานไหวค่ะ ว่าแต่ว่าพี่เอกมีเรื่องอะไรรึเปล่าค่ะ ถึงมาหาแพนแต่เช้าเลย”

“คือว่าพี่....”

+++++++++++++++++++++++++++

เสียงทุบโต๊ะดังปัง! ของประธานบริษัท ทำให้เลขาฯสาวหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่กจนเต็มแผ่นหลังไปหมดแล้ว พรวิภาเหลือบมองหน้าเจ้านายแล้วก็ต้องหลุบตาลงต่ำอย่างกลัวเกรงเมื่อเห็นซีดหน้าหล่อเหลาชวนมองที่ตอนนี้ไม่ชวนมองสักเท่าไหร่เพราะมันเต็มไปด้วยความโกรธและเกรี้ยวกราด ไม่เข้าใจเหมือนกัน แค่เธอส่งสรุปตัวเลขบัญชีส่งออกให้เขาไม่ทันเวลาห้านาทีที่เจ้านายหนุ่มกำหนด ทำไมต้องโมโหมากขนาดนี้ด้วย วันนี้ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นที่โดน ทุกคนในบริษัทก็โดนหางเลขกันไปหมด

“ผมขอยอดสรุปภายในพักเที่ยงนี้นะคุณพรวิภา เชิญ!” เสียงทุ่มต่ำกึ่งตะโกนกึ่งตะคอกดังขึ้น

เลขาฯสาวเป่าปากอย่างโล่งอก รีบยกข้อมือเพื่อดูนาฬิกาทันที หน้าปัดนาฬิกาบอกเวลาเก้าโมงกว่าๆ เหลือเวลาให้เธอทำงานอีกสองชั่วโมงกว่าๆ ก็ดีกว่าห้านาทีที่ให้มาตอนแรกเยอะเลย

“ค่ะคุณภูมิ งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” ไม่ต้องรอให้ได้รับคำตอบรับ พรวิภาก็รีบกุลีกุจอเก็บแฟ้มงานที่โดนภูมิรพีเหวี่ยงลงพื้นเมื่อครู่นั่น รีบออกจากถ้ำเสือโดยทันที มิฉะนั้นเธออาจโดนเสือขย้ำคอเอาได้เหมือนเมื่อครู่ ตั้งแต่ทำงานที่นี่มาเธอไม่เคยเห็นเจ้านายหนุ่มของเธอไม่สบอารมณ์ขนาดนี้เลย นี่เป็นครั้งแรก แสดงว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่นอน

ภูมิรพีขบกรามแน่น ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องโมโหเกรี้ยวกราดใส่คนอื่นขนาดนี้ แต่เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนยังคงตามมาหลอกหลอนเขา จนเขาไม่อาจข่มตาหลับลงได้ตั้งแต่เมื่อคืน หากหลับตาลงเมื่อใดก็เห็นภาพสาวน้อยแสนสวยที่เขาแสนจะชิงชังหวนเข้ามาในห้วงความคิด กลีบปากนุ่มเหมือนกลีบดอกไม้ที่ได้สัมผัสมันทำให้เขาลืมไม่ลง เพียงแค่คิดถึงเธอ ร่างกายส่วนล่างเขาก็ตรึงเครียดขึ้นมาทันที นี่เขากำลังถูกพิษของดอกไม้นั่นเข้าให้แล้วใช่ไหม

เหมือนที่ผู้ชายคนอื่นถูก เขาถูกเธอร่ายมนต์ใส่ซะแล้ว ไม่น่าเลย เขาไม่น่าหลงไปสัมผัสเธอเลย

“โว้ย!!!” ภูมิรพีสบถอย่างหัวเสีย สองมือหนากวาดข้าวของทุกอย่างบนโต๊ะทำงานทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี เสียงดังนั่นส่งเสียงออกไปถึงด้านนอก เลขาฯสาวที่กำลังเร่งงานอยู่ถึงกับสะดุ้ง ผู้บริหารตั้งแต่เล็กจนใหญ่ก็พากันขนลุกขนพองไปด้วย รอยวันพันปีไม่เคยเห็นนายของพวกเขาเป็นอย่างนี้

ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ แต่ไหนแต่ไรเขาเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีเสมอ แยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกได้อย่างชัดเจน แต่นี้เป็นครั้งแรกที่เขาต้องมาหัวหมุนเพราะผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง แถมเป็นคนที่เขาเกลียดยิ่งกว่าสิ่งใดซะอีก

ร่างหนาหยัดตัวลุกขึ้น สาวเท้าเดินไปที่บานกระจนใหญ่ที่เป็นเสมือนกำแพงกั้นระหว่างโลกภายนอกกับห้องทำงานของเขา ชายหนุ่มเป็นคนออกแบบห้องทำงานเองทั้งหมด เขาสั่งให้ทำผนังด้านหนึ่งทำด้วยกระจกใส่เพื่อให้มองเห็นวิวด้านนอก ภูมิรพีทอดสายตามองวิวทิวทัศน์ด้านนอกหวังให้อารมณ์ขุ่นมัวจางหายไป แต่ผลกับตรงกันข้าม อารมณ์ขุ่นมัวถูกกระพรืบให้โหมหนักขึ้นเป็นสิบเท่า เมื่อภาพที่สะท้อนในด้วยตาสีนิลคือภาพของผู้หญิงคนนั้น กำลังลอยหน้าพูดคุยอยู่กับเพื่อนรักของเขาที่ด้านหน้าบริษัท

To be continue...






Create Date : 21 เมษายน 2549
Last Update : 22 เมษายน 2549 20:51:34 น. 15 comments
Counter : 296 Pageviews.

 


โดย: TT IP: 125.24.95.78 วันที่: 22 เมษายน 2549 เวลา:15:40:38 น.  

 
เราได้เคยเข้าไปอ่านเรื่อง เล่ห์ร้าย อุบายรักในเว็ปใบหญ้า ก็รู้สึกชอบเรื่องนี้อย่างมาก เลยติดตามเข้ามาอ่านต่อในเว็ปนี้ ขอชมน้องว่าเขียนเก่งมากๆเลยค่ะ ขอให้กำลังนะค่ะ พยายามต่อไปแล้วจะคอยติดตามผลงานขอน้องเสมอค่ะ


โดย: หมิวค่ะ IP: 84.193.151.231 วันที่: 22 เมษายน 2549 เวลา:16:47:21 น.  

 
ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่ชื่นชอบและติดตามผลงาน เอิ๊กๆจะลอยอยู่แล้วนะเนี่ย ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยนะคะ จะพยายามเขียนให้ดีต่อไปค่ะ


โดย: pinkpearl วันที่: 22 เมษายน 2549 เวลา:17:47:26 น.  

 
เย้ ไหนที่สุดก็อัพแว้ว รอมานานมากกกกกกกกกกกกกกกก......
สนุกดี ชอบ อันคู่กะเอกแหงๆ น่าหนุกเหมือนกัน (ด่ากันได้แสบดี ^ ^)

พยายามเข้านะจ๊ะ


โดย: MiK IP: 203.113.60.10 วันที่: 22 เมษายน 2549 เวลา:20:26:33 น.  

 
แหะๆ ดูจากตัวอักษรที่ลากยาวแสดงว่ารอนานมากกกกกกกกกกกกกก.... คิคิ

ขอบคุณนะค่าที่ติดตาม อันกับเอกแสบทรวงทั้งคู่ จับคู่กันได้ตีกันตายก่อนได้รักกันแน่ๆ อิอิ แต่ใครจะไปรู้ เรื่องของหัวใจอะไรก็ห้ามไม่ได้

ตอนต่อไปจะมาเร็วกว่านี้แน่ๆค่ะ


โดย: pinkpearl วันที่: 22 เมษายน 2549 เวลา:20:57:16 น.  

 
เมื่อรัยจะมาอัพอีกละค่ะ ยังไงก้อสู้ๆๆน่ะค่ะ ยังมีคนอ่านรออยู่ หิหิ


โดย: Long IP: 124.121.3.241 วันที่: 23 เมษายน 2549 เวลา:0:57:33 น.  

 
สู้ๆค่ะ^^คุณLong ตอนต่อไปกำลังพิมพ์อยู่ค่ะ
พิมพ์ๆหยุดๆคิดไม่ออก เรื่องนี้วางพล๊อตไว้แล้ว
ส่วนการดำเนินเรื่องนั้นไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้า
เปิดคอมพ์ปุ๊บเปิดเวิร์ดปั๊บก็พิมเลย ออกมาจากหัวสดๆเลยค่ะ
ถ้าไม่ได้วางนิ้วบนคีบอร์ดจะคิดเรื่องไม่ออก(ซะงั้น-*-)

แหะๆยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะค้า


โดย: pinkpearl วันที่: 23 เมษายน 2549 เวลา:3:16:25 น.  

 
หวัดดีค่ะน้องไข่มุก พี่ได้เข้ามาติดตามทุกวันเลยว่าเมื่อไหร่ตอนที่9จะออกมาซะที พยายามเข้านะค่ะเป็นกำลังใจให้อยู่ สู้ต่อไปค่ะ


โดย: หมิวค่ะ IP: 84.195.41.95 วันที่: 24 เมษายน 2549 เวลา:13:34:32 น.  

 
คิดถึงน้องไข่มุกนะคะ

พี่แบมขอตามอ่านด้วยคนนะคะ คิดถึงค่ะ


โดย: yadegari วันที่: 30 เมษายน 2549 เวลา:19:56:37 น.  

 
คิดถึงน้องไข่มุกนะคะ

พี่แบมขอตามอ่านด้วยคนนะคะ คิดถึงค่ะ


โดย: yadegari วันที่: 30 เมษายน 2549 เวลา:19:56:45 น.  

 
โอยๆๆๆๆ สนุกมากเลยค่ะ
อ่านแทบไม่ได้หายใจหายคอกันเลยทีเดียว
อัพตอนที่ 9 เร็วๆนะคะ
กะลังสนุกเลย


โดย: หนูบีม IP: 203.151.141.194 วันที่: 1 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:55:12 น.  

 
ทำไมไม่อัพสักที... ทำไมไม่อัพสักที อย่าปล่อยให้รออย่างนี้ ฉันน้อยใจ... มารอทุกวันเลยนะไข่มุก -*-


โดย: [S]inE'' >0< IP: 203.113.45.228 วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:08:42 น.  

 
โอว์ ร้องเพลงแซวกันเลยรึคะเนี่ย นี่ไข่มุกอัพช้าขนาดนั้นเลยเหรอ


โดย: pinkpearl IP: 210.203.186.154 วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:56:31 น.  

 
ตามอ่านจากใบหญ้าที่หายไปค่ะ

รู้สึกว่าจะหาทางไปให้พี่เอกของเราไม่ต้องช้ำใจได้แล้วนะเนี่ย



โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 10 มิถุนายน 2549 เวลา:23:49:04 น.  

 

ชอบมากกกกกกกกกกกกกเลยค่ะ อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆๆ


โดย: คืนทะเลหนาวและดาวพันดวง IP: 203.118.82.171 วันที่: 28 กรกฎาคม 2549 เวลา:23:22:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pinkpearl
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เล่ห์ร้าย อุบายรัก ตอนที่16 มาแว้วววว!! >O<


ไข่มุกมาอัพเดทเรื่อง ปฎิบัติการรักดักหัวใจนายตัวแสบตอนที่5 แล้วค่ะ เอาไปแค่70% ก่อนนะเด้อ


.::หลังไมค์ถึงไข่มุกค่ะ::.


งานประพันธ์ทุกชิ้นเป็นลิขสิทธิ์โดยชอบธรรมของผู้เขียน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ห้ามทำซ้ำ หรือนำไปโพสต์ที่อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องโดยเด็ดขาด มีปัญหากรุณาติดต่อ kitty_Mukkแอดhotmail.com



^O^

cursor
Friends' blogs
[Add pinkpearl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.