สมุดบันทึกผู้หญิงชอบเที่ยว "ภัทรานิตย์" -- www.atourthai.com --

"เที่ยวเมืองไทยด้วยหัวใจ แล้วคุณจะรักเมืองไทยอย่างยั่งยืน"


<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
1 พฤศจิกายน 2552
 

BANGKOK :: พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เรียนรู้ความเป็นมาเมืองบางกอก

เมื่อเดือนก่อนเป็นช่วงพักเบรกไม่ได้เที่ยวต่างจังหวัด แต่ด้วยความอยู่บ้านไม่ได้มันร้อน เลยชวนเพื่อนซี้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์กรุงเทพฯ กันดีกว่า ครั้งที่แล้วไปผิดพิพิธภัณฑ์ ดันไปมิวเซียมสยามซะนี่ ครั้งนี้เลยตั้งใจไปใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ตรงซอยเจริญกรุง ๔๓ ล่ะ การเดินทางสะดวกแถวๆ ถนนเมเหสักข์ ตรงไปเจอร้านขายไก่ย่างก็เลี้ยวเข้าซอยถัดไปก็ถึงแล้วล่ะ





พอมาถึงก็เข้าไปกดกริ่งเค้าก็จะมีคนมาเปิดประตูให้ เราก็เข้าไปเซ็นต์ชื่อ Visitor จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปเลย ก่อนอื่นเรามารู้จักความเป็นมาของที่นี่กันก่อน พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก (Bangkok Folk's Museum) เดิมเป็นบ้านของอาจารย์วราพร สุรวดี ซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาจากมารดาคือ นางสอาง สุรวดี (ตันบุญเต็ก) ต่อมาได้ยกบ้านหลังนี้ให้เป็นสมบัติของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับเยาวชนคนรุ่นหลัง



ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการจัดแสดงบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบางกอกที่มีฐานะปานกลางในช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ คือในระหว่างปี ๒๔๘๐ - ๒๕๐๐ โดยแบ่งเป็นอาคาร ๓ หลัง แต่ละหลังก็บอกเล่าเรื่องราวแตกต่างกันไป

พวกเราเดินตรงเข้าไปยังอาคารที่สามเพราะเห็นว่ามีคนอยู่ด้านในพอสมควร จากประตูทางเข้าก็จะพบกับเอกสารการแสดงสิทธิหน้าที่ของประชาชน เช่น โฉนดในสมัยเก่า สำมะโนครัว ตลอดจนแผนที่ที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ






จากประตูทางเข้าเดินต่อไปทางขวาก็จะพบกับห้องจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ชุดเครื่องครัวที่มีทั้งขนาดใหญ่ใช้ในงานบุญต่างๆ และขนาดกลางสำหรับครอบครัวใช้ในชีวิตประจำวัด โดยข้าวของที่จัดแสดงทั้งหมดเป็นของคุณยาย (คุณแม่ของอาจารย์วราพร)





อาคารหลังที่ ๓ นี้มีสองชั้น ชั้นบนจะแสดงนิทรรศการภาพรวมกรุงเทพตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ประวัติความเป็นมาของบางกอก การขุดคลองลัดในสมัยสมเด็จพระไชยราชาส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยาเปลี่ยนทางจวบจนปัจจุบัน ตามพวกเราขึ้นมาดูชั้นสองกันดีกว่า





พวกเราขึ้นบันไดมาทางด้านบน โดยมีไกด์เป็นน้องที่ดูแลที่นี่พาพวกเราขึ้นมาชม ด้านบนมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับบางรักและบางกอกไว้เป็นหมวดหมู่ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการศึกษาเรื่องราวบางกอกในอดีต





สำหรับ "บางรัก" นั้นว่ากันว่าบริเวณนี้เคยมีคลองเล็กๆ ไหลสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งหนึ่งมีผู้พบต้นรักขนาดใหญ่จมอยู่ในคลองนั้น ความใหญ่โตของไม้รักที่พบทำให้เป็นที่เล่าลือกัน แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหน ต่อมาเมื่อพูดถึงสถานที่บริเวณนี้ก็จะเรียกชื่อตามไม้รักจนกลายมาเป็นบางรักในที่สุด แต่บ้างก็ว่าชื่อนี้มาจากโรงพยาบาลหรือที่เรียกกันว่าโรงหมอ เข้าใจว่าเป็นหมอมิชชันนารีรักษาตามแบบสมัยใหม่ ผู้คนนิยมเดินมามารับการรักษาจึงเรียกที่นี่ว่า บางรักษ์และกลายมาเป็นบางรัก





เดินไปเดินมาก็แปลกใจกับเครื่องลักษณะเหมือนเครื่องพิมพ์ดีด แต่น้องที่มาแนะนำที่นี่เล่าว่า ไม่ใช่เครื่องพิมพ์ดีดแต่นี่เป็นเครื่องคิดเลขในสมัยก่อน ดูจากลักษณะแล้วนะจะใช้ยากเหมือนกันนะเนี่ย



นอกจากนี้ยังมีการจำลองการลาดถนนยางมะต่อยอีกด้วย ว่ากันว่า ถนนแบบเดิมของไทยนั้น เป็นการแผ้วถางพื้นที่ให้เป็นเส้นทางสำหรับสัญจร เดินไปนานๆ ดินจึงเรียบแน่น แต่พอหน้าฝนก็กลายสภาพเป็นหล่มโคลนเละเทะ ต่อมาจึงมีการนำดินแดงหรือลูกรังมาถม อัดให้แน่นเพื่อให้แข็งแรง จนในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีการตัดถนนเจริญกรุง เป็นการตัดถนนแบบยุโรปเป็นครั้งแรก คือมีการอัดดินหินเป็นชั้น เพื่อให้แข็งแรงรับน้ำหนักได้ดี

ส่วนการราดยางมะตอยนั้นเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๖ โดยมีข้อความในคอลัมน์ของวิเศษ พ.ศ. ๒๔๕๙ เชิญชวนให้ไปเดินบนถนนราดยางที่สามแยกถนนเจริญกรุงตัดกับถนนเยาวราช ซึ่งถ้าประชาชนอยากให้มีถนนแช่นนี้ตลอดทั้งเมืองก็ให้ช่วยกันอุดหนุนสินค้าต่างๆ เพื่อให้ได้ภาษีมากๆ มาพัฒนาถนนให้ดีขึ้น เพียงไม่นานถนนเจริญกรุงก็เป็นถนนราดยางทั้งเส้นสายแรกของเมืองไทย






หลังจากที่เดินชมนิทรรศการเราก็เพิ่งรู้นะว่าแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใช้ในปัจจุบันเป็นสายที่ขุดขึ้นมาใหม่ โดยในสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช (พ.ศ ๒๐๗๗ - ๒๐๘๙) การติดต่อกันต่างประเทศเช่น จีน โปรตุเกส มีความสม่ำเสมอมากขึ้น ราชสำนักกรุงศรีอยุธยาจึงให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกในเรื่องการคมนาคมเป็นอย่างมาก ขณะที่การเดินทางจากปากแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นไปยังกรุงศรีอยุธยาต้องเสียเวลามาก เพราะเส้นทางน้ำคดโค้ง มีบางช่วงเป็นรูปเกือกม้าทำให้เสียเวลาในการเดินทาง

พ.ศ. ๒๐๘๕ สมเด็จพระไชยราชาธิราชจึงโปรดให้ขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาที่ย่านบางกอกตรงบริเวณที่แคบที่สุดคือขุดตรงปากคลองบางกอกน้อยไปจนปากคลองบางกอกใหญ่ จนกลายเป็นลำน้ำแม่เจ้าพระยาขึ้นมาแทนสายเก่า กล่าวกันว่าคลองลัดนี้ช่วยย่นระยะทางจากพายเรือเป็นวันเหลือเพียงใช้เวลาเท่ากับตั้งไฟหุงข้าว "ชั่วหม้อข้าวเดือด" เท่านั้นเอง




พวกเราใช้เวลากับอาคารที่สามนี่ค่อนข้างนานเพราะมีเรื่องราวประวัติให้เดินอ่านเลยนานไปหน่อย เอาละไปดูอาคารอื่นกันบ้างดีกว่า





อาคารหลังที่ ๑ สร้างใน พ.ศ. ๒๔๘๐ ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันดกซึ่งนิยมสร้างเป็นอาคารไม้สองชั้น หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องว่าวสีแดง ผนังอาคารทาสีเลียนแบบผนังก่ออิฐ เดินเข้าไปในตัวบ้านก็จะพบกับห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องหนังสือ สิ่งที่สังเกตุเห็นการซ่อมกระจกในสมัยก่อนเค้าใช้เป็นตัวกลมๆ ยึดกระจก แปลกดีอันนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนแฮะ









เดินขึ้นไปด้านบนก็จะพบกับห้องนอนและห้องแต่งตัว ซึ่งต้องบอกว่าเฟอร์นิเจอร์เก่าที่นี่สวยจริงๆ โดยเฉพาะโต๊ะเครื่องแบบไม้ที่ออกแบบสวยงามมากๆ ตู้เสื้อผ้าลักษณะกลมมนแต่เป็นตู้ไม้อันนี้ก็สวยดี ห้องแต่ละห้องถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ชอบบ้านสมัยก่อนก็ตรงที่เป็นบ้านทรงสูงอากาศถ่ายเทสะดวกแทบไม่ต้องใช้แอร์เลยล่ะ

จากนั้นเราก็เดินลงมาและไปต่อกันที่อาคารหลังที่ ๒ ตามประวัติบ้านหลังนี้ปลูกอยู่ที่ทุ่งมหาเมฆ ซอยงามดูพลี (ออฟฟิตเราเลย) โดยปลูกเพื่อเป็นคลินิคของคุณหมอฟรานซิส คริสเตียนชาวอินเดียศัลยแพทย์จากอังกฤษ โดยสร้างเสร็จยังไม่ท้นอยู่หมอฟรานซิสก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลง บ้านหลังนี้จึงถูกปล่อยให้คนเช่าเรื่อยมา

เมื่ออาจารย์วราพรจะทำบ้านเป็นพิพิธภัณฑ์ขาดเงินจึงขายที่ดินและรื้อบ้านที่ทุ่งมหาเมฆมาสร้างไว้ที่นี่โดยย่อส่วนตามพื้นที่ที่จำกัด ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ของคุณหมอฟรานซิส










ที่นี่ถือเป็นแหล่งศึกษาสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบางกอกในสมัยก่อน แต่ก่อนแถวนี้ตามที่อ่านในประวัติเป็นคลองตัดผ่านเพราะสังเกตุจากภายในบ้านมีท่าเทียบเรือเก่าอยู่ด้วย ก็ถ้าใครว่างๆ ก็ลองแวะมาเที่ยวกันดูนะคะ ที่นี่ไม่เสียค่าเข้า ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงในการเดินชมรอบๆ บ้านล่ะ..






Create Date : 01 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 31 ธันวาคม 2556 0:50:11 น. 3 comments
Counter : 1844 Pageviews.  
 
 
 
 
น่าสนใจมากครับ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามีพิพิธภํณท์นี้อยู่ด้วย
ขอบคุณสำหรับภาพสวย ๆ ครับ
 
 

โดย: นายหัว (nindhua ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:11:18 น.  

 
 
 
น่าไปเชียวค่ะ
 
 

โดย: BeeVee' IP: 161.200.142.48 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:11:41:42 น.  

 
 
 
ขอบคุณที่ถ่ายรูปมาค่ะ ไม่งั้นหารูปเครื่องคิดเลขรุ่นนี้ไม่เจอจริงๆ
 
 

โดย: ืทีฯ IP: 115.67.195.80 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:19:05:54 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

patthanid
 
Location :
ราชบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




: การท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ
: คืออีกก้าวของประสบการณ์
: ทุกๆ ก้าวที่ก้าวเดิน
: มีจุดหมายที่อยากสัมผัส
: โลกใบกลมๆ ใบนี้

ติดต่อผู้เขียน
Email :: patthanids@hotmail.com
Line :: @atourthai
Facebook :: Patthanid Cheang
Fanpage :: โสดเที่ยวสนุก

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดโดยนำภาพถ่าย
รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึง
ข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้
ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัว
หรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น
ลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
New Comments
[Add patthanid's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com