ยินดีต้อนรับสู่บล็อกเรื่อยๆ เปื่อยๆ ของโอ้โฮค่ะ

~@-@~ ซินจ่าว เวียดนามเหนือ - 2 ~@-@~

.




สุวรรณภูมิ => นอยไบ => ฮาลอง => นิงห์บิงห์ => ไมเชียว => ฮานอย => นอยไบ => สุวรรณภูมิ

21 - 25 กุมภาพันธ์ 2551





รีบอัพเดทตอนที่สองก่อนจะลืมค่ะ



จากที่ถามไว้ในบล็อกที่แล้วว่า









แปลว่าอะไร



เฉลยค่ะ คำนี้อ่านว่า "โอโต" มาจาก auto แปลว่ารถ
ผู้ที่ทำให้เกิดเสียง แปร๊น แปร๊น นั่นเอง อิอิ



ตอนนี้เราไปเที่ยวเวียดนามกับโอ้โฮแทรเวลกันต่อเลยนะคะ



ภาพที่แปะในบล็อกออกจะมัวๆ หน่อยนะคะ เพราะกล้องที่ใช้ยังเป็น
โอ้โฮ คาโน - กล้องดิจิตอล สองล้านพิกเซล Canon A40 อยู่
[ไว้ถ้าขยันกว่านี้ จะถอยกล้องใหม่ไฮโซมาใช้ค่ะ]
แถมบรรยากาศในเวียดนามเหนือยังสลัวๆ เต็มไปด้วยหมอกอีก



หากอยากชมภาพสวยๆ จากทริปนี้
ขอเชิญที่เว็บของหัวหน้าทัวร์ค่ะ ที่ //www.iyayoi.net
และเว็บของน้องจอย - //www.inenjoy.com


[เท่าที่เห็นมีแค่สองคนที่อัพไว้นะคะ ถ้ามีเพิ่มอีก จะนำมาโพสต์เพิ่มค่ะ]









วันที่ 2 [ 22 กพ. 51] - ช่วงเช้า



คืนแรกในเวียดนามผ่านไปแบบ อืม... แบบหลับสนิทเป็นพักๆ
ช่วงที่รู้สึกตัวตื่นจะได้ยินเสียงคล้ายมีคนมาขยับประตูอยู่ตลอด
แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรหรอกค่ะ ห้องอยู่ริมสุด คาดว่าโดนลมพัด
และผนังห้องก็บาง ใครเปิดปิดประตูห้องจะได้ยินถึงกันหมด
แน่นอนว่า มีเสียงแปร๊น... แปร๊น... แทรกเข้ามาด้วย ยังดีที่นานๆ ที









สายแล้วนา แต่พระอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นภูเขามา





หลังจากกินอาหารเช้าแล้ว ไกด์นัดเจอที่ล็อบบี้ประมาณเจ็ดโมงครึ่ง
เพื่อพาไปที่ท่าเรือที่จะพาเราไปชมความงามของอ่าวฮาลอง
ซึ่งคุณไกด์ก็ไม่ได้บอกว่าท่าเรือชื่ออะไร ถ้าจะมาเองครั้งต่อไป ต้องหาข้อมูลมากกว่านี้









นักท่องเที่ยวเต็มท่าเรือเลย ในจำนวนนี้มีคนไทยอยู่ไม่น้อย









เรือที่จะพานักท่องเที่ยวล่องไปกลางทะเลค่ะ









ทุกลำมีจุดหมายอยู่ที่ภูเขาในสายหมอกข้างหน้า





อ่าวฮาลอง หรือฮาลองเบย์ อยู่ในเมืองฮาลอง จังหวัดกว่างนิงห์
ฮาลอง แปลว่า มังกรร่อนลง อ่าวฮาลองจึงหมายถึงอ่าวที่มีมังกรลงมาเล่นน้ำ
เป็นอ่าวที่มีธรรมชาติสวยงามด้วยเกาะหินปูนที่มากกว่าสามพันเกาะ [คุณไกด์แกว่าอย่างนี้นะ]
ยูเนสโกขึ้นบัญชีดำ เอ้ย ขึ้นบัญชีให้เป็นมรดกโลกด้านธรรมชาติมาตั้งแต่ปี 1994


จากหนังสือท่องเที่ยวที่อ่านเจอ บอกไว้ว่าเมื่อก่อนโน้น
อ่าวฮาลองเป็นสมรภูมิทำศึกต่อต้านจีนที่รุกรานมาจากทางเหนือ
[จังหวัดกว่างนิงห์ มีพรมแดนติดกับจีนค่ะ]
แต่ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญไปแล้ว


นั่งกินลมดมหมอกชิวชิวเกือบชั่วโมงก็ถึงเกาะหินปูนที่มีโพรงถ้ำให้เราเข้าไปชมหินงอกหินย้อยกัน




ถ้ำแรก คือ Thien Cung [Heavenly Residence Grotto] หรือถ้ำสวรรค์
ซึ่งได้รับความนิยมมากกกกกก นักท่องเที่ยวพรึ่บ ภายในจัดแต่งไฟประดับไว้อย่างสวยงาม
ซึ่งตัวเราเองไม่มีปัญญาถ่ายภาพออกมาได้สวยเท่าที่ตาเห็น
อุปกรณ์ไม่อำนวย แถมยังต้องหลบหลีกผู้คน ได้แต่แปะภาพมัวๆ ไว้พอให้เห็นบรรยากาศนะคะ









คุณไกด์อธิบายว่าก้อนหินต่างๆ เปรียบดั่งปราสาทราชวัง
มีผ้าม่านผ้าแพรประดับงดงาม









ถ้าจำไม่ผิด นี่คือสิงโตเฝ้าถ้ำค่ะ










ช่วยมองให้ออกด้วยค่ะว่านี่คือมังกร
เห็นไฟสีแดงๆ แทนดวงตาสองดวงมั้ยคะ









จุดชมวิวบริเวณทางออกค่ะ





เมื่อออกจากถ้าสวรรค์แล้ว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะพากันไปล่องเรือชมอ่าวต่อ
แต่คณะของพวกเรา คุณไกด์ได้พาเดินไปอีกทาง มุ่งหน้าไปยังถ้ำที่สอง
ที่มีชื่อว่า Dau Go [Driftwood Grotto] หรือ ถ้ำหัวไม้ ค่ะ


เห็นแล้วฮูเร่ ทั้งถ้ำมีนักท่องเที่ยวแค่สองกลุ่ม คือ คณะเราและอีกกลุ่ม









เห็นกลุ่มดำๆ กลางภาพมั้ยคะ นั่นแล นักท่องเที่ยวอีกกลุ่ม
แต่น่าเสียดาย ที่คนนิยมไปเที่ยวที่ถ้ำสวรรค์มากกว่า
ทางการเลยไม่ได้ตกแต่งประดับไฟในถ้ำนี้ให้สวยงามเท่า
















ภายในถ้ำค่ะ









หัวไม้บริเวณทางออกค่ะ




พูดถึง "หัวไม้" แล้วต้องอธิบายนิสสสนึงว่ามีความสำคัญอย่างไร


จากที่ได้อ่านคู่มือท่องเที่ยวก่อนไป ทำให้รู้ว่า
เวียดนามเป็นชาติที่มีประวัติการทำศึกสงครามมายาวนาน
นับตั้งแต่สมัยโบราณกาลที่โดนจีนและมองโกลรุกราน
จนถึงยุคล่าอาณานิคมและสงครามเวียดนาม


ในสมัยก่อนโน้น ชาวเวียดนามได้ใช้หัวไม้ไผ่ทำเป็นขวากปักไว้ที่อ่าวฮาลอง
ล่อลวงข้าศึก [ชาวจีนและมองโกล] ให้นำเรือเข้ามาติดกับ
แล้วโดนขวากเหล่านี้ทำลายเรือจนเสียหายยับเยิน ข้าศึกถอยกลับไปในที่สุด


มีการค้นพบซากหัวไม้ที่บริเวณนี้ แต่ที่จัดแสดงในถ้ำนั้น เป็นของที่ทำขึ้นมานะคะ


จริงๆ แล้วยังมีรายละเอียดอีกมากมาย แต่ขอจบดื้อๆ แค่นี้ เดี๋ยวจะยาวเกิน แหะ แหะ









ทางเดินจากถ้ำสู่ท่าเรือ









มีแม่ค้านำเรือมาผูกเพื่อขายของเป็นระยะ




ชมถ้ำกันเพลินๆ เสร็จแล้ว พวกเราก็กลับไปลงเรือค่ะ
เพื่อกินข้าวเที่ยง เอ้อ... ยังค่ะ
ลงเรือไปชมทิวทัศน์อันงดงามของหมู่เกาะต่างๆ ในอ่าวฮาลองกันก่อน














ใกล้เที่ยงแล้ว แต่หมอกยังหนาจัดอยู่เลย









กำลังนั่งรับลม บ้างก็เมาท์ บ้างก็เขียนโปสการ์ดอย่างเพลินๆ
คุณไกด์ก็บอกว่ารีบมาถ่ายรูปสัญลักษณ์ของอ่าวฮาลองเร็วเข้า
คว้ากล้องแทบไม่ทัน แต่ก็ได้ภาพนี้มาค่ะ


เขาว่าเป็นไก่สองตัวหันหน้าชนกัน มันคือไก่จริงๆ หรือเนี่ย
ตัวหนึ่งอ่ะใช่ แต่อีกตัวล่ะ ???










อีกสักมุม










โอ่... บล็อกนี้รูปเยอะค่ะ ผ่านไปได้แค่ครึ่งวันเอง
แล้วมาเที่ยวเวียดนามวันที่ 2 ช่วงบ่าย กันในบล็อกต่อไปนะคะ







Create Date : 06 มีนาคม 2551
Last Update : 7 มีนาคม 2551 14:49:38 น. 7 comments
Counter : 588 Pageviews.

 
umm! น่าไปเที่ยวจัง


โดย: MM (ongchai_maewmong ) วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:17:12:09 น.  

 
สวยน่าเที่ยมากเลยค่ะ


โดย: grippini วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:17:52:30 น.  

 
เห็นมั๊ย ทายเกือบถูกด้วย มันคล้ายๆ รถจักรยานเลยอ่ะ พี่อ้อ 55555

เหมือนไก่นะพี่อ้อ แต่ตัวด้านขวาจะเป็นไก่ตัวอ้วนกว่าตัวด้านซ้ายอ่ะ

รอตอนต่อไปนะคับ

เห็นหมอก แล้วอากาศตอนไปไม่หนาวหรือ หรือว่ากำลังเย็นสบาย


โดย: soda IP: 58.9.131.104 วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:17:59:52 น.  

 
มาตามไปเที่ยวเวียดนามต่อด้วยคนค้าบ


โดย: เบบูญ่า วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:18:14:41 น.  

 
อยากไปบ้างจังค้าบ เค้าว่าอาหารทะเลที่นี่สด+อร่อยมากๆๆๆๆ


โดย: smartman หล่อสุดๆ วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:23:31:26 น.  

 
ขาดภาพของกิน...


โดย: ป้าหนอน วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:0:56:03 น.  

 


โดย: My life in Japan. วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:22:38:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

O-HO
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





บล็อกนี้มีอะไร

Oh! My Diary - บันทึกเรื่อยๆ เปื่อยๆ

Oh! My Trip - ภาพ/เรื่องเล่าจากการเดินทาง

คู่มือลิขสิทธิ์สำหรับนักเขียน












Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
6 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add O-HO's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.